<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเผยปราบปรามเด็กแว้น ดำเนินคดีแล้วกว่า 1 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64&amp;nbsp; พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง (ศปข.ตร.) ได้แถลงผลงานการปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด ที่ผ่านมาสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง กว่า 1,000,000 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับกุมผู้ต้องหาในข้อหาแข่งรถฯ และขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ กว่า 3,000 ราย สนับสนุนให้มีการแข่งรถในทาง หรือ กองเชียร์ จำนวนกว่า 800 ราย ดำเนินคดีกับพ่อแม่และผู้ปกครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ทำทัณฑ์บนผู้ปกครองกว่า 40,000 ราย จับกุมร้านแต่งรถซิ่งกว่า 1,000 ร้าน ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ อีกกว่า 1,201,288 ราย และตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางกว่า 320,973 คัน และได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งสถิติการรับแจ้งเหตุทั่วประเทศมีอัตราการรับแจ้งเหตุที่ลดลงกว่า 90% ทั้งยังนำบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมาทำประวัติบันทึกลงในระบบ CRIME จำนวนกว่า 157,548 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการปฏิบัติการเชิงรุก ได้ร่วมมือกับ Youtuber ที่มีชื่อเสียงจัดทำคลิปวีดีโอให้ผู้ที่ติดตามที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเลิกพฤติกรรมแข่งรถในทางสาธารณะ ได้จัดโครงการ &amp;ldquo;เปิดโรงเรียนเปิดโรงรถ&amp;rdquo; ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ทางกฎหมายกับนักเรียน นักศึกษา พร้อมสร้างเครือข่ายสายข่าวแจ้งเบาะแสในทุกพื้นที่เสี่ยง จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจสอบเฝ้าติดตามทางโซเชียลมีเดียถึงการร้องเรียนเรื่องการแข่งรถในทาง พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีกล้อง CCTV มาใช้ในการสืบสวนติดตามมาดำเนินคดีทั้งสิ้น 241 คดี ผู้ต้องหา 283 ราย ยึดรถของกลางตามคำพิพากษาศาล 45 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังร่วมผลักดันแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) ใน เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทาง ในส่วนของการรวมกลุ่มมั่วสุมในทางหรือสาธารณสถานใกล้ทางด้วยรถตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป โดยมีพฤติการณ์ที่จะแข่งรถ ให้ถือเป็นความผิดฐาน &amp;ldquo;พยายามแข่งรถในทาง&amp;rdquo; เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุได้ และ ศปข.ตร. ได้จัดหาเงินกองทุนจำนวน 4 แสนบาท เพื่อตั้งเงินรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การจับกุมได้ โดยมีเงินรางวัลนำจับรายละ 3,000 บาท และยังได้เสนอโครงการวิจัย &amp;ldquo;ศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก จำนวน 23 ล้านบาท เพื่อนำมาทำการวิจัยในการแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทางอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ทราบถึงการรวมตัวมั่วสุมออกมาแข่งรถทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp; หากพบเบาะแสการแข่งรถในทางหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งมายัง ศปข.ตร. ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือสามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.&amp;quot; ได้ตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำเนินคดี, ปราบปราม, เด็กแว้น, แข่งรถซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162c1f7a8534.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายแว้นยกล้อโดนหนัก ศาลสั่งริบมือถือ รถของกลาง พักใบขับขี่ 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปข.ตร.) เผยว่าสืบเนื่องจากได้ปรากฎคลิปวิดีโอวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์แข่งกันที่ถนนรัชดาภิเษก ลงในแอปพลิเคชัน TikTok นั้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ศปข.ตร. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผบก.ประจำ บช.น. รรท.ผบก.น.​2 ,พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 และพ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวมีการโพสต์ในลักษณะขับรถจักรยานยนต์ยกล้อแข่งกันบริเวณหน้าศาลอาญารัชดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคลิปดังกล่าวถ่ายไว้เมื่อวันที่ 7ก.ค. 64 เวลา 02.50 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้สืบสวนจนสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ทั้ง 3 ราย คือ 1. นายภูริเดช สุกรา อายุ 32 ปี ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 กฉ 9879 กทม. เป็นผู้ถ่ายคลิปวิดีโอการขับขี่แล้วโพสต์ลง TikTok 2.นายธนกรณ์ สิงเรือง อายุ 18 ปีเศษ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Wave 125 สีเทา ทะเบียน 9 กฒ 3916 กทม. ผู้ขับขี่รถน่าหวาดเสียวเป็นผู้ขับขี่ยกล้อหน้า 3.นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Wave 110 สีดำ ทะเบียน 8 กฬ 9553 กทม. เป็นผู้ขับขี่นอนหมอบราบกับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา 1.ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน 2.ขับรถในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาอันเป็นการฝ่าฝืนตามกฎหมาย 3.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนหรือความปลอดภัยของผู้อื่น 4.ขับรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ และไม่เสียภาษีประจำปี&amp;nbsp; 6.อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ 7.ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวมทั้งหมด 7 ข้อหา และยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง 3 คัน ไว้ทั้งหมด​ และโทร​ศัพท์มือถือที่ใช้โพส​ต์ 1 เครื่อง ต่อมาได้นำตัวผู้ต้องที่ 1,2 ส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลพิพากษาปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,750 บาท จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 5,250 บาท ริบรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ริบโทรศัพท์มือถือที่ใช้โพสต์ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนได้นำผู้ต้องหาฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ย้ำตลอดว่าให้ตำรวจช่วยแก้ปัญหาเด็กแว้นให้ได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ก็ได้มีนโยบายกำชับในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้พบว่า สถิติการรับแจ้งเหตุและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเด็กแว้นลดลงเรื่อยๆ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ตระหนักถึงการรวมตัวมั่วสุมออกมาแข่งรถแล้วโพสต์คลิปตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่นเฟซบุ๊กหรือTikTok ที่เกี่ยวกับการแข่งรถในทางฯ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อาจมีความผิดตามกฎหมายหลายข้อหา​ และศาลสั่งริบโทร​ศัพท์มือถือและรถของกลางที่ใช้ในการกระทำผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อยากจะฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานของท่านเพราะท่านอาจจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วย และหากพบเบาะแสการแข่งรถในทางหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งมายัง ศปข.ตร. ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือสามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.&amp;quot; ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะมีเงินรางวัล 3,000 บาท ให้กับผู้แจ้งในกรณีที่มีการจับกุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ติ๊กต็อก, ศูนย์ปราบปรามการแข่งรถในทาง, เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9801dd9a90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนแล้ว! ตร.ดำเนินคดีผู้ปกครองเด็กแว้น 2 ราย ยึดรถ เอาผิดร้านแต่งด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปข.ตร.) เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากได้ปรากฎคลิปวิดีโอการขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะหมอบนอนขับขี่ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ศปข.ตร. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ โดยเป็นเด็กอายุ 14 ปีทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายยอดชาย&amp;nbsp;บ่อแก้ว และ&amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ ทองมา ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนได้พาตัวมาพบพนักงานสอบ สภ.ธงชัย&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ดำเนินคดีกับผู้ปกครองทั้งสองรายในข้อหาส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ตาม พรบ.คุ้มครองเด็กฯ อีกทั้งยังได้ขยายผล ดำเนินคดีกับร้านแต่งรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งใน อ.ทับสะแก ในความผิดฐาน ส่งเสริม หรือสนับสนุนให้มีการแข่งรถในทาง ตามคำสั่งคสช.ที่.22/2558 และคำสั่ง คสช.ที่ 46/2558 และยึดรถจักรยายนต์ทั้งสองคันเป็นของกลางในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp;ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ย้ำตลอดว่าให้ ตร. ช่วยแก้ปัญหาเด็กแว้นให้ได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ก็ได้มีนโยบายกำชับในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้พบว่า สถิติการรับแจ้งเหตุและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเด็กแว้นลดลงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ดูแลบุตรหลานของท่าน เพราะท่านอาจจะถูกดำเนินคดีตาม พรบ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วย หากพบเบาะแสการแข่งรถในทาง สามารถแจ้งมายัง ศปข.ตร. ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือสามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.&amp;quot; ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะมีเงินรางวัล 3,000 บาท ให้กับผู้แจ้งในกรณีที่มีการจับกุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง, เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5d08c77bea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปข.ตร.ระดมจับเด็กแว้นสร้างความเดือดร้อนปชช.ในรอบสัปดาห์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64- พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปข.ตร.) สรุปผลการระดมจับกุมวัยรุ่นรวมตัวแข่งรถในทาง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ​ ในห้วงการแพร่ระบาดโควิด ระลอก 3 สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กำชับให้เร่งปราบปรามเด็กแว้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภายหลัง ศปข.ตร. ติดตามข้อมูลจากสื่อต่างๆ และการแจ้งเบาะแสจากประชาชนพบมีกลุ่มวัยรุ่นเด็กแว้นรวมตัวแข่งรถในหลายพื้นที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยรายแรกเมื่อวันที่​ 24​พ.ค.64​ เวลาประมาณ​ 17.00-18.00น.​มีกลุ่มวัยรุ่นได้นำรถที่เพิ่งไปซ่อมแต่งมาประลองความเร็วกัน โดยใช้ถนนสุวรรณศร ต.ห้วยโจด​ อ.วัฒนานคร​ จว.สระแก้ว​ โดยในภายหลังได้มีภาพวีดีโอการแข่งรถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน ของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวข้างต้น โดยขับขี่แข่งกันในท่าหมอบท่านอน เผยแพร่ตามสื่อแขนงต่างๆ ทางโซเ​ซียลมีเดีย​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัฒนานคร จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด4คน​ พร้อมทั้งยึดของกลางรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 คัน ดำเนินคดีใน 4 ข้อหาหลัก คือ 1.ร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน 3.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และ 4.ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.จราจรทางบก (ไม่มีใบขับขี่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลแขวงจังหวัด​สระแก้ว​ พิพากษาผู้ต้องหา2คน​ จำคุก2เดือน​ เปลี่ยนโทษเป็นกักขังคนละ​1เดือน​ พักใช้ใบอนุญาต 6เดือน​&amp;nbsp; และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง2คัน​ ส่วนผู้ต้องหาอีก2คน​ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเยาวชน(คดีอยู่ในชั้นพิจารณา) ในส่วนของผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กหรือเยาวชนออกมากระทำความผิด สภ.วัฒนานคร​ได้ดำเนินการตักเตือน ทำทัณฑ์บน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนกระทำผิดซ้ำอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายต่อมา เมื่อวันที่ 26 พ.ค.64 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้ปรากฎคลิปวีดีโอการแข่งรถในช่วงเวลากลางคืนของกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 3 คัน เผยแพร่ตามสื่อแขนงต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเย็น จว.สระแก้ว​ ได้ออกสืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ขับขี่ได้ทั้ง 3 ราย และยึดรถจักรยานยนต์ไว้เป็นของกลางทั้ง 3 คัน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชน ถูกดำเนินคดีในข้อหา แข่งรถในทางฯ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเยาวชน(คดีอยู่ในชั้นพิจารณา) ในส่วนของผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กหรือเยาวชนออกมากระทำความผิด สภ.วังน้ำเย็น​ได้ดำเนินการตักเตือน ทำทัณฑ์บน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนกระทำผิดซ้ำอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2564 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งมีเหตุแข่งรถบริเวณหน้าเทศบาลอรพิมพ์ ถึง บริเวณหน้าตู้จราจร ถนนครบุรี-เสิงสาง ต.แชะ อ.ครบุรี จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรี จึงได้เดินทางไปซุ่มดูบริเวณที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์จำนวน 5 คัน ขับขี่ด้วยความเร็วสูง และมีเสียงดังก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียง เมื่อมาถึงจุดวนกลับรถได้ชะลอรถจักรยานยนต์ พร้อมออกตัวเมื่อรถจักรยานยนต์ทุกคันพร้อม และใช้ความเร็วดังเช่นเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวกระทำซ้ำถึง 3 รอบ จึงได้บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐาน ปรากฎว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 1 ในกลุ่มนั้นอยู่ในฐานข้อมูลผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการแข่งรถฯ จึงได้เดินทางไปรอหน้าบ้านผู้ขับขี่ และสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้จำนวน 1 คัน พร้อมขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก รวมทั้งหมด​เป็น 9ราย​ ยึดของกลางรถจักรยานยนต์รวมเป็น 5คัน ในข้อหา แข่งรถในทางฯ​ โดยผู้ต้องหาเป็นเยาวชนทั้งหมดส่งฟ้องศาลเยาวชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; กล่าวว่า การปราบปรามการแข่งรถในทางเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp; เพราะเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จึงขอเตือนว่า ผู้ที่กระทำผิดจะถูกดำเนินคดี ทั้งแอดมินเพจ ผู้แข่งขัน ไปจนถึงผู้สนับสนุน หรือกองเชียร์ และหากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ก็จะเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนทุกราย&amp;nbsp; ทั้งนี้หากพบเบาะแส สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือ สามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟซบุ๊กศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะมีเงินรางวัล 3,000 บาท ให้กับผู้แจ้งในกรณีที่มีการจับกุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจ, ศปข.ตร., เด็กแว้น, แข่งรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc649abe96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจกวาดเรียบเด็กแว้นแข่งซิ่งรถฝ่าโควิด เตือนเจอคดีหมดแอดมินเพจยันผู้ปกครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปข.ตร.)​ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้เร่งปราบปรามเด็กแว้น รวมตัวแข่งรถในทาง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ​ ในห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระลอก 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ศปข.ตร. ได้รับเบาะแส มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งรถมีการเดิมพัน โดยท้าทายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงสั่งไปยังตำรวจพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 3 กลุ่ม ผู้ต้องหา 13 คน ยึดรถจำนวน 6 คัน เงินสดอีก 300,00 บาท ส่งฟ้องศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ระบุว่า รายแรก ภ.จว.สระบุรี ได้รับข้อมูลจาก ศปข.ตร. ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งรถพนันเอาเงินกัน บริเวณ ถ.พหลโยธิน ใกล้ปั๊ม ปตท.ดุสิตา อ.หนองแค จ.สระบุรี ภายหลังสืบทราบ คือ นายธีร์ธัช บุญแย้ม หรือ ฉายา &amp;quot;เต้ บ้านสวน&amp;quot;​ อายุ 20 ปี เป็นช่างแต่งรถจักรยานยนต์ชื่อดังจาก จ.จันทบุรี แข่งกับ นาย ธนวัฒน์ หน่องพงษ์ หรือ &amp;quot;น็อต นอนน้อย&amp;quot; อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นช่างแต่งรถจักรยานยนต์เจ้าถิ่น จ.สระบุรี เดิมพันเอาเงินจำนวน 3 แสนบาท แต่ละฝ่ายมีกองเชียร์มาให้กำลังใจจำนวนมาก จึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าจับกุมตัวผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 9 คน ยึดรถจักรยานยนต์ 2 คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาแข่งรถในทาง, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ​ และ พ.ร.บ.การพนัน คดีอยู่ระหว่างศาลมีคำสั่งสืบเสาะ (คดีอยู่ในชั้นพิจารณา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายต่อมา กก.8 บก.ทล. (ทางหลวงมอเตอร์เวย์) จับกุม นายปิยะพงษ์ วงษ์สุวรรณ หรือ ฉายา &amp;quot;ดุก ส้ม&amp;quot; อายุ 31 ปี กับ นายชวลิต สุวรรณ หรือ &amp;quot;Na Nuk Chawalit Suwan&amp;quot; อายุ 27 ปี ก่อนหน้าผู้ต้องหาทั้งสองได้มีการแข่งรถกันบน ถ.ทางหลวงมอเตอร์เวย์ สาย 7 ช่วง กม.52-57 จ.ฉะเชิงเทรา โดยนำคลิปวิดีโอการแข่งขันโพสต์ลงทางช่องยูทูป ชื่อคลิป &amp;quot;ต้นกำเนิดความดัง BT50 vs ดุกส้ม K20a&amp;quot; พร้อมทั้งยึดรถทั้ง 2 คัน ส่งพนักงานสอบสวน ภายหลังศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา พิพากษาจำคุกผู้ต้องหาทั้งสอง คนละ 4 เดือน แต่เปลี่ยนเป็นกักขัง 2 เดือนแทน ปรับ 2,000 บาท พักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน และริบรถของกลางทั้ง 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายสุดท้าย ตามที่ได้รับเบาะแสร้องเรียนจากประชาชนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นออกมารวมตัวแข่งรถกันบริเวณ ถ.ธนรัชต์ อ.ปากช่อง​ จ.นครราชสีมา อยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.นครราชสีมา จึงได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่าเป็นกลุ่ม &amp;quot;วัยรุ่น 1,000 เมตร&amp;quot; จึงได้วางแผนปิดล้อมเส้นทางช่วงที่มีการแข่ง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย เป็นเด็กและเยาชน อายุ 16 และ 17 ปี (ขอปกปิดนาม) พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ 2 คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเรียกพ่อแม่ผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; ระบุว่า การปราบปรามการแข่งรถในทาง เป็นนโยบายของรัฐลบาล &amp;nbsp;และ ตร. เพราะเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด จึงขอเตือนว่า ผู้ที่กระทำผิดจะถูกดำเนินคดี ทั้งแอดมินเพจ ผู้แข่งขัน ไปจนถึงผู้สนับสนุน หรือกองเชียร์ และหากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ก็จะเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนทุกราย &amp;nbsp;ทั้งนี้หากพบเบาะแส สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือ สามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟจบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.&amp;quot; ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะมีเงินรางวัล 3,000 บาท ให้กับผู้แจ้งในกรณีที่มีการจับกุมได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103072</URL_LINK>
                <HASHTAG>สตช., เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0b57a80170.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;แนะออกกม.ห้าม&#039;เด็กแว้น&#039;ซิ่งรอบดึก ป้องแพร่โควิด-ลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ เป็นหัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว และอนุญาตให้เดินทางได้ในช่วงกลางคืน วันแรกก็มีกลุ่มเด็กแว้นหรือกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี นัดรวมตัวกันออกมาแข่งรถจักรยานยนต์กลางคืนในหลายจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งตำรวจใช้กฎหมายเอาผิดเด็ดขาด ชี้สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน และอาจแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19ให้ผู้อื่น เยาวชนต้องถูกปรับข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ผู้ปกครองต้องถูกเชิญตัวมาทำทัณฑ์บน และถูกปรับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยควรนำกฎหมายฉบับอื่นมาใช้แทนเคอร์ฟิว ป้องกันไม่ให้เด็กแว้นออกมาขับขี่กลางคืน โดยทำตามอย่างประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่มีกฎหมายใช้บังคับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาตขับขี่ (Graduated driver licensing systems) มาหลายสิบปีแล้ว ห้ามเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาต 1-2 ปีแรก เป็นคนขับขี่เฉพาะช่วงกลางคืน เช่น 01.00 น.จนถึง 05.00 น. เนื่องจากมีสถิติชัดเจนว่า อุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กวัยรุ่น และเกิดมากที่สุดในเวลากลางคืนโดยเฉพาะจะเกิดกับเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งได้ใบอนุญาตมากกว่าผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้เด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปี สอบใบอนุญาตขี่จักรยานยนต์ และอายุ 18 ปี สอบใบอนุญาตขับรถยนต์ แต่ไม่มีกฎหมายห้ามเด็กวัยรุ่นออกมาขับขี่เวลากลางคืน การออกกฏหมายนี้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ป้องกันเด็กแว้นไม่ให้ออกมารวมตัวกันเวลากลางคืน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ป้องกันการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 และลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในเวลาเดียวกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69347</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอมนูญ, เคอร์ฟิว, เด็กแว้น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นไม่ร่วมมือเจอเคอร์ฟิวใหม่แน่! ปรามให้รู้จักควบคุมตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลการมีมาตรการคลายล็อกระยะ 4 และยกเลิกการเคอร์ฟิวส์คืนวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมาเป็นคืนแรกว่า ประชาชนต้องร่วมมือกัน เมื่อคืนที่ผ่านมาก็เห็นมีเด็กแว้นออกมาอีกแล้ว นี่คือคนที่ไม่ร่วมมือ เพราะฉะนั้นสังคมและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน ถ้าขืนทำอย่างนี้เดี๋ยวก็กลับมาเคอร์ฟิวใหม่ หากทุกคนยังไม่รู้จักควบคุมตนเอง อีกทั้งสถานประกอบการทั้งหมดต้องช่วยกันดูแลตามมาตรการของรัฐ ซึ่งตนขอขอบคุณที่บางแห่งที่มีมาตรการออกมาเพิ่มเติมเอง ถือว่าช่วยชาติ ประชาชน และธุรกิจของตนเอง รัฐบาลดูแลระดับนโยบายในการผ่อนปรนที่ดำเนินการมาตามลำดับจนสถานการณ์ดีกว่าหลายประเทศ แต่ทั้งหมดก็เพราะความร่วมมือของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นหากรัฐบาลผ่อนปรนไปแล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ผมถามว่าจะให้ทำอย่างไร หรือให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม ทั้งนี้ผมจะสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมพวกเด็กแว้นที่ฝ่าฝืน เพื่อดำเนินคดีติดคุก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงก็ตรงนี้ ไม่อยากให้กลับไปที่เดิม ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และเรื่องสุขภาพก็สำคัญเช่นกัน เมื่อพิจารณาคลายล็อกเฟส 4 ไปแล้วก็ต้องกลับมาดูว่ามีใครกลับมาติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ และวันนี้เราโชคดีที่ว่าเป็นการแพร่ระบาดมาจากต่างประเทศที่อยู่ในสถานที่กักกัน (state quarantine) ที่เราตั้งขึ้นมาทำให้ควบคุมได้ในตอนนี้ แม้ตอนแรกจะไม่ยินยอมให้ตั้ง และในวันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่าที่เราทำนั้นมีประโยชน์มากเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยนั้น รัฐบาลมีมาตรการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวมี 2 แบบ คือการท่องเที่ยวในประเทศ และการท่องเที่ยวต่างประเทศ ตอนนี้ที่เรากำลังจะดำเนินการคือ พื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ โดยให้แนวทางทราเวล บับเบิ้ล ที่มีกรอบของพื้นที่ว่าพื้นที่ใดสามารถท่องเที่ยวได้บ้าง คนในประเทศไปท่องเที่ยวพื้นที่ตรงนั้นก็สามารถควบคุมได้ มีความพร้อมหรือไม่ ไม่ว่าจะเมืองหลักหรือเมืองรองก็ต้องมีมาตรการ เพราะมีการเปิดการสัญจรไปมา และต้องมีการดูแลตนเองตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หากเปิดแล้วมีปัญหาขึ้นก็ต้องหยุดไม่ให้ท่องเที่ยวอีก โดยการไปเที่ยวจะต้องไม่สะเปะสะปะไปเรื่อย แต่ต้องไปเที่ยวในจุดที่อนุญาต และสามารถควบคุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งนี้เป็นการแนวทางเพื่อนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาว่าเขาเข้ามาแล้วจะไปที่ไหน เราจะควบคุมได้อย่างไร รวมถึงต้องมีการควบคุมจุดพื้นที่ท่องเที่ยว แบบนี้ใครอยากจะมาก็มา ตนมองว่าปลอดภัยและดีกว่าการเปิดท่องเที่ยวแบบเสรี นี่คือความคิดในระยะแรก วันนี้สิ่งที่เราทำไปแล้วคือการเปิดให้นักธุรกิจที่มาลงทุนในประเทศไทยที่ตอนนี้เข้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยต้องเข้ารับการกักตัวก่อนจะออกไปตรวจงานหรือธุรกิจของเขาได้ ซึ่งยังมีการเดินหน้าการลงทุนอยู่ การตลาด การเจรจา และการค้าขายอยู่ เราเปิดเท่านี้ก่อน ต่อมาก็เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องมี state quarantine และ Alternative State Quarantine&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเมืองไทยจะต้องกำหนดจำนวนคนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องกำหนดจำนวนคน จำนวนเที่ยวบิน จำนวนเมืองต่อเมืองที่ปลอดภัย ต้องมีกติกาตรงนี้ออกมาเพื่อกำหนดก่อนให้มีการเปิดให้ท่องเที่ยว เราทำลักษณะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ต้องดูว่าต่างประเทศกับประเทศเรามีความร่วมมือกันในเรื่องของความปลอดภัยแบบเมืองต่อเมืองหรือไม่ รัฐบาลคิดละเอียด และนักท่องเที่ยวต้องมีใบรับรองแพทย์ด้วย ถ้าใครรับกติกาได้ก็เที่ยวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีประชาชนบางส่วนไม่สบายใจที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามานั้น นายกฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ขอให้สื่ออย่าเพิ่งไปขยายความ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการเข้าออกตามด่านชายแดนยังมีความเข้มงวดเหมือนเดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68747</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกเฟส4, ทราเวลบับเบิล, นายกฯ, บิ๊กตู่, เคอร์ฟิว, เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e819d28cf2a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
