<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ชื่นชมเด็กไทยคว้ารางวัลระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝากความชื่นชมถึงนายธนวิชญ์ น้ำใจดี และนายฟิวเจอร์ คงชู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย ตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถชนะรางวัลระดับโลก The Winner of Diploma of Excellence จากผลงานวิจัยชื่อ &amp;ldquo;Bio-Moisture-Nutrient Absorbing Belt for Promoting the Sugarcane Seedlings Growth from the Local Waste&amp;rdquo; หรือ เข็มขัดดูดซับความชื้นและให้ธาตุอาหารจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน โดยร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ Stockholm Junior Water Prize 2021 (SJWP 2021) ในงาน World Water Week ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23- 27 สิงหาคม 2564 มีเยาวชนเข้าร่วมประกวด จาก 32 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงาน &amp;ldquo;เข็มขัดดูดซับความชื้นและให้ธาตุอาหารจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน&amp;rdquo; ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลท่อนพันธุ์อ้อยระยะแรกปลูก ซึ่งได้นำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นมาสร้างนวัตกรรมในลักษณะเข็มขัดที่สามารถอุ้มน้ำไว้สำหรับการเพาะปลูกท่อนพันธุ์อ้อยในระยะแรกปลูก แม้จะปลูกในพื้นที่แห้งแล้ง ช่วยลดการให้น้ำ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบจากการปลูกโดยใช้วิธีดั้งเดิม นอกจากนี้นี้ยังนำสารสกัดจากสะเดาช่วยไล่และกำจัดแมลงศัตรูอ้อย จึงเป็นการใช้สารธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี ที่จะเป็นการเพิ่มมลพิษให้แหล่งน้ำและดินอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายกฯ ชื่นชมความสำเร็จในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของเยาวชนไทย รวมถึงการสนับสนุนที่ดีจากทั้งครูอาจารย์ ตลอดจนสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รัฐบาลมุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนในการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศไทย สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ และสอดรับกับนโยบายดังกล่าว ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center หรือ AIC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ไปใช้พัฒนาต่อยอดการผลิต สามารถลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และให้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ภาคเกษตรกร ภาควิชาการ และภาคเอกชน โดยมีรูปแบบโครงสร้าง 1 จังหวัด 1 ศูนย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือก ขณะนี้มี จำนวนทั้งสิ้น 69 สถาบัน 83 แห่ง ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114808</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, เด็กไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602c81e5b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รศ.ยืน&#039;เผยผลวิจัย เด็กไทยมีขีดความสามารถในการอ่านต่ำมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- รศ.ยืน ภู่วรวรรณ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความฉลาดทางดิจิทัล กับ ความสามารถในการอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเรื่องการอ่าน และการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นเรื่องสำคัญ อยากเชิญชวนคุณครู ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับความฉลาดทางดิจิทัล ที่ผมได้ทำบทเรียน โดยอยากชวนคุณครูนำไปให้นักเรียน เรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นหลักสูตร มีแปดบท ที่ https://learningdq-dc.ku.ac.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;OECD ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยมองไปในอนาคต จึงทดสอบกับ เด็กอายุ 15 ปี (ประมาณ ม 4) ซึ่งทำแบบวิจัย โดยสุ่มนักเรียนประมาณ หกแสนคน ที่เป็นตัวแทนนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 32 ล้านคน ตัวแทนของประเทศต่างๆ 79 ประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย ทำร่วมกับ สสวท โดยสุ่มนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 8633 คน เพื่อเป็นตัวแทน &amp;nbsp;จากทุกกลุ่มสังกัดโรงเรียนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เป็นข่าวดราม่า เพราะเด็กไทยเป็นรองท้ายสุดในการแยกแยะ Fake news &amp;nbsp;ซึ่งทาง OECD เพิ่งพิมพ์รายงานเรื่องนี้เมื่อต้นเดือน พค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องขีดความสามารถการอ่าน ได้ผลคะแนนไปตั้งแต่ ธันวา 62 แล้ว เด็กไทยมีขีดความสามารถในการอ่าน ได้คะแนนเฉลี่ย 393 คะแนน ซึ่งต่ำมาก โดยค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่ที่ &amp;nbsp;487 คะแนน ขณะประเทศได้ผลการอ่านสูงสุด ห้าลำดับแรก คือ จีนสี่มณฑล (555 คะแนน) &amp;nbsp;สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า และเอสโทเนีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;OECD แบ่งผลคะแนนจัดเป็น หกระดับ ระดับหนึ่งต่ำสุด คือคะแนนจาก 407 คะแนนลงมา มีเด็กไทยอยู่ในระดับหนึ่งถึง 59.5 % และได้คะแนนอยู่ระดับ 5-6 เพียง 0.2 % ซึ่งเทียบกับค่าเฉลี่ยของ ​OECD ที่มีเด็กอยู่ระดับหนึ่งเพียง 22.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการวิเคราะห์ของ OECD ทาง สสวท สรุปไว้ในเว็บเพจ https://pisathailand.ipst.ac.th/
สำหรับเรื่องการแยกแยะ Fake news ดูผลการวิเคราะห์ ได้ที่ https://pisathailand.ipst.ac.th/issue-2021-58/
หากศึกษาและดูแนวทางของ OECD เห็นชัดว่า OECD ให้ความสำคัญกับการอ่านดิจิทัล และความฉลาดทางดิจิทัลควบคู่ไปกับการอ่านด้วย ซึ่งมีอยู่ในรายงานของ OECD แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104904</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอ่าน, รศ.ยืน ภู่วรวรรณ, เด็กไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5952ce6ac7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงว่า! 77 ประเทศทั่วโลก &#039;เด็กไทย&#039; รองบ๊วยรับมือ &#039;เฟคนิวส์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Suphanat Aphinyan มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กไทยรองบ๊วยรับมือ Fake News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;OECD (The Organisation for Economic Co-operation and Development) เผยความสามารถในการรับมือกับ Fake News และข้อมูลข่าวสารอันเป็จเท็จของเด็กอายุ 15 ปี จากทั่วโลก พบว่าเด็กไทยมีศักยภาพต่ำมาก อยู่ในลำดับที่ 76 จาก 77 ประเทศทั่วโลกที่ OECD ประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกว่าทำไมเด็กไทยทุกวันนี้กำลังตกเป็นเหยื่อของเครือข่าย นักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเคลื่อนไหว และสื่อ ซึ่งสมคบคิดกับต่างชาติในการแทรกแซงประเทศไทย โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ ปั่นกระแสบิดเบือนมอมเมาคนรุ่นใหม่ แล้วหลอกใช้ทางความคิดเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ ให้ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างไร ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากอนาคตของชาติยังขาดทักษะในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน ขาดวิจารณญาณในการแยกแยะข้อมูลข่าวสาร และขาดความสามารถในการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ตลอดจนขาดทักษะในการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104411</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News, ศุภณัฐ อภิญญาณ, เด็กไทย, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af98bd64918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 06:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  เปิดแนวทางลดพนัน หยุดเด็กไทยสู่ผู้เล่นหน้าใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลายเป็นความคุ้นชินของสังคมไทยที่สามารถพบเห็นการเล่นการพนันได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา ยิ่งในยุคเทคโนโลยีเพียงคลิกเดียวในมือถือ แท็ปเล็ต ก็สามารถเข้าถึงการเล่นพนันได้ทุกรูปแบบ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ปี 2562 &amp;ldquo;สังคมเท่าทัน การพนันไม่ล้ำเส้นเสี่ยง&amp;rdquo; เพื่อรายงานสถานการณ์การพนันในสังคมไทย ในปี 2562 พร้อมจัดเวทีอภิปรายหาทางแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากการศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทย ประจำปี 2562 เก็บข้อมูลกับประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั้ง 77 จังหวัด รวม 44,050 ตัวอย่าง พบว่า ปี 2562 คนไทยเล่นการพนันประมาณ 30.42 ล้านคน หรือ 57 % เทียบกับปี 2560 เพิ่มขึ้นประมาณ 1.49 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักพนันหน้าใหม่ 7 แสนกว่าคน โดยนักพนันส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วงวัยทำงาน แต่น่ากังวลใจที่เยาวชนอายุ 15-18 ปี เล่นการพนันประมาณ 7.33 แสนคน หรือคิดเป็น 20.9% ของประชากรวัยเดียวกัน ขณะที่เยาวชนอายุ 19-25 ปี เล่นการพนันประมาณ 3.05 ล้านคน หรือคิดเป็น 46.3 %ของกลุ่มเยาวชน และ กลุ่มผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป เล่นพนันประมาณ 3.35 ล้านคน หรือคิดเป็น 42.2 % ของกลุ่มผู้สูงวัย สำหรับอายุเริ่มเล่นพนันครั้งแรกต่ำสุดอยู่ที่ 7 ขวบ เท่ากับการสำรวจหลายครั้งที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาการพนันยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สลากกินแบ่งรัฐบาล มีคนไทยเล่น 22.74 ล้านคนหรือ 42.7% มีวงเงินหมุนเวียน 150,486 ล้านบาท 2.หวยใต้ดิน คนไทยเล่น 17.73 ล้านคน หรือ 33.3% วงเงินหมุนเวียน 153,158 ล้านบาท โดย 73.6 % ของคนที่เล่นหวยใต้ดิน หรือประมาณ 13.05 ล้านคน เล่นพนัน สลากกินแบ่งฯ ควบคู่ไปด้วย 3.พนันทายผลฟุตบอล คนไทยเล่น 3.64 ล้านคน คิดเป็น 6.49 % วงเงินหมุนเวียน 160,542 ล้านบาท 4.พนันในบ่อน (ผสมสิบ เสือมังกร ไฮโล โปปั่น น้ำเต้าปูปลา บาคาร่า ป๊อกเด้ง ฯลฯ) คนไทยเล่น 4.98 ล้านคน หรือ9.35% วงเงินหมุนเวียน 122,566 ล้านบาท และ 5.พนันออนไลน์ คนไทยเล่น 826,925 คน คิดเป็น 1.55 % มีนักพนันออนไลน์หน้าใหม่ 91,979 คน วงเงินหมุนเวียน 20,152 ล้านบาท  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่าสสส. ได้เริ่มให้มีกลุ่มแผนงานลดปัญหาจากการพนันมาประมาณ 9 ปี ตั้งแต่ปี 2553 โดยได้ทำงานกับทุกภาคส่วนในการจัดทำข้อมูลด้านวิชาการ ขับเคลื่อนข้อเสนอนโยบายสาธารณะ และมาตรการต่างๆ เพื่อลดปัญหาการพนัน รวมทั้งสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม จัดระเบียบการพนัน เพราะการพนัน ไม่ได้แตกต่างอะไรกับบุหรี่ที่เล่นแล้วกระตุ้นสมอง และนำไปสู่การเสพติดได้ ยิ่งการพนันเมื่อเสพติดแล้วจะหยุดไม่ได้ มีแต่เพิ่มขึ้น ติดการพนันเป็นทั้งหนี้เป็นทั้งโรค เนื่องจากเกิดผลเสียทุกเรื่องทั้งการงาน การเรียน สุขภาพ เศรษฐกิจ ดังนั้น สสส.พยายามส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เท่าทัน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มเสี่ยงที่เข้าสู่การพนันมากขึ้น พวกเขาต้องมีภูมิคุ้มกัน และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงการพนันได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; ต่อให้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับหวยใต้ดิน คาสิโนถูกกฎหมาย หรือการพนันถูกกฎหมาย แต่ก็มีการพนันบางประเภทที่คนมองว่า ไม่ผิดกฎหมาย อีกทั้งคนสามารถเล่นการพนันออนไลน์ พนันทายผลฟุตบอล ทำให้คนเล่นพนันเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น เมื่อมีข้อมูลความจริง อยากเสนอให้ทางรัฐบาลหรือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนำข้อมูลไปใช้แก้ปัญหาการพนัน และควรตั้งองค์กรที่ดูแลปัญหาที่เกิดจากพนันอย่างในต่างประเทศ เช่น การตั้งคณะกรรมการป้องกันและลดปัญหาจากการพนัน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คนเล่นการพนันก้าวสู่ภาวะติดการพนัน รวมทั้งควรมีการเอาภาษีการพนันมาใช้สร้างความรู้และป้องกันแก้ปัญหาพนันให้สังคมเข้มแข็งขึ้นอย่างที่ สสส.นำเงินภาษีจากบุหรี่ เหล้ามาขับเคลื่อนงานเพื่อประโยชน์และควรมีการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้ดี &amp;rdquo; ดร.สุปรีดา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุภาพิชญ์ ไชยดิษฐ์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เด็กเล่นพนันมากขึ้น เพราะเข้าถึงการพนันได้ง่าย โดยเฉพาะรูปแบบออนไลน์ ไม่ว่าเปิดเว็บ หรือแอปพลิเคชั่นก็สามารถเห็นโฆษณาชวนเชื่อเล่นการพนันได้ ขณะเดียวกันทุกคนใช้ชีวิตคลุกคลีกับการพนันมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องซื้อหวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือมีงานเทศกาล แม้แต่งานศพก็มีการเล่นไพ่ เล่นการพนัน จึงมองว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ ภาพจำเหล่านี้กลายเป็นความเคยชินโดยที่เด็กไม่รู้เลยว่าดีหรือไม่ เพราะถ้าไม่ดีทำไมมีคนเล่นเยอะมาก และไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; ปัจจัยทำให้เด็กอยากเล่นการพนันมากขึ้น เพราะสื่อ เด็กโตมากับสื่อ ทุกวันนี้สื่อกระตุ้นให้พบเห็นการพนันได้ง่าย ซึ่งการแก้ปัญหาการพนันในเด็ก อย่าห้ามเขาเล่น เพราะการห้ามไม่ใช้ทางออก แต่ต้องเอาข้อมูลมาคลี่ให้เขาได้เห็น ได้รู้ และได้ตัดสินใจเองว่าจะเล่นไม่เล่น เช่น โอกาสการถูกหวยใต้ดิน สลากกินแบ่งรัฐบาลมากน้อยขนาดไหน เป็นต้น การพนัน เป็นเรื่องการเล่นกับความหวัง ความเสี่ยงของคน เมื่อสื่อนำเสนอว่าเล่นแล้วได้เงิน และด้วยภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ใครๆ ก็ต้องมองหาแต่เงิน ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสดึงเด็กที่อยู่ในวงการพนันมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา เพราะการเลิกเล่นพนันต้องเริ่มจากตัวคนเล่นเอง ถ้าเด็กติดพนันเขาจะรู้ว่าต้องเลิกเล่นอย่างไร และใช้วิธีการของพวกเขา ช่วยให้กลุ่มพวกเขาเลิกเล่นการพนัน&amp;rdquo; สุภาพิชญ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผอ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน (CGS) กล่าวว่า สถานการณ์การพนันปี 2562 มีจำนวนผู้เล่นพนันเพิ่มขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ จากการสำรวจข้อมูล พบว่า เยาวชนไทยกว่า 4 แสนคน สามารถซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ ทั้งที่กฎหมายห้ามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี อีกทั้งทุกคนมักมองว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกกฎหมาย และมีการนำเสนอข่าวของผู้ที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ทุกคนเกิดความหวัง และอยากที่จะเสี่ยง สลากกินแบ่งรัฐบาลจึงเป็นการพนันที่กระตุ้นให้คนเล่นการพนันมากขึ้น อยากให้รัฐบาลและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลลดปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลลงบ้าง เพราะตอนนี้มีสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาประมาณ 100 ล้านใบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลส่งเสริมให้ซื้อคนละ1 ใบ และประชาชนมีไม่ถึง 70 ล้านคน แสดงว่าตอนนี้ประชาชนซื้อสลากกินแบ่งมากขึ้น ที่สำคัญไม่ได้เป็นการลดหวยใต้ดิน แต่กลับยิ่งส่งเสริมให้มีการซื้อ การขายมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; อยากให้ภาครัฐใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงจากการสำรวจไปดำเนินนโยบายช่วยลดปัญหาการพนันของไทย โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการเรื่องพนันถูกกฎหมาย จากการสำรวจ มีคนเห็นด้วยเพียง 30% แต่คนไม่เห็นด้วย 50% หรือเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีมากขึ้นเพื่อลดหวยใต้ดินแต่จริงๆ แล้วไม่ได้ลดหวยใต้ดิน ฉะนั้น หากรัฐบาลคิดจะลดปัญหาการพนันหรือการทำพนันให้ถูกกฎหมายควรพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน ส่วนการเก็บภาษีพนัน มองว่า ไม่จำเป็นต้องเก็บภาษีเพิ่ม เพราะขณะนี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนำเงินจากการขายสลากให้แก่ภาครัฐในสัดส่วน 23% อย่างปีที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ารัฐได้ 4 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์ถือเป็นการดึงเงินกลับไปที่รัฐบาลอยู่แล้ว&amp;rdquo; รศ.ดร.นวลน้อย เสนอทางแก้ปัญหาพนันในไทยทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47756</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), การพนัน, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, เด็กไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9eda17f0090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 06:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐห้ามเด็กไม่ถึง2ปีหยิบจับมือถือชะลอสมองเติบโต สสส.สมาคมครอบครัวฯผลิตคู่มือนวัตกรรมขับเคลื่อนครอบครัวอบอุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. ฟันธงปัญหาเด็กในยุค Social Digital Technology เด็กติดจอใสทุกประเภทเป็นปัญหาใหญ่วันนี้ พ่อแม่เข้าใจผิดปล่อยให้เด็กอยู่กับอุปกรณ์จอใสแล้วทำให้เด็กฉลาด รู้เท่าทันสังคม ในสหรัฐมีไกด์ไลน์เป็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับจอใสทุกประเภท พ่อแม่ต้องดูแลเด็กไม่ถึง 2 ขวบไม่ให้เด็กเล่นโทรศัพท์มือถือ เพราะเด็กเนือยนิ่งส่งผลกระทบพัฒนาการทางสมอง สสส.และสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือนวัตกรรมขับเคลื่อนงานครอบครัวอบอุ่นในระดับพื้นที่ ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาวะครอบครัว กำหนดให้มีแผนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัวขึ้น มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และความเข้มแข็งให้กลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ครอบครัวเป็นเบ้าหลอมคุณค่าชีวิต และบ่มเพาะคุณลักษณะที่งดงามของความเป็นมนุษย์ให้กับสังคม อีกทั้งยังเป็นสถาบันที่คอยให้ความช่วยเหลือ ดูแล เยียวยา บำบัด ฟื้นฟูในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติที่มากระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ในกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้ความสำคัญกับครอบครัว ม.71 รัฐพึงเริ่มสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม จัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมตลอดทั้งส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้ไปสู่ความเป็นเลิศและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2562 ซึ่งตรงกับวันที่ 12 ม.ค.2562 ให้กับเด็กๆ และเยาวชนไทย เพื่อเป็นข้อคิดคติเตือนในกับอนาคตของชาติ &amp;ldquo;เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ&amp;rdquo; ปีก่อน 2561 &amp;ldquo;รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี&amp;rdquo; ปี2560 &amp;ldquo;เด็กไทยใส่ใจศึกษาพาชาติมั่นคง&amp;rdquo; ปี 2559 &amp;ldquo;เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้สู่อนาคต&amp;rdquo; ปี 2558 &amp;ldquo;ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; 


แทงบอลวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงเทศกาลวันเด็กว่า การสร้างครอบครัวอบอุ่นเป็นวัคซีนคุ้มกันลูกยุค Thailand 4.0 ขณะนี้ สสส.ได้รับข้อมูลปัญหาเด็กในยุค Social Digital Technology เด็กติดจอใสทุกประเภท ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เรายังไม่ส่งเสริมความรอบรู้ในการใช้สื่อ digital อย่างรู้เท่าทัน ไม่ได้รับการเผยแพร่ในวงกว้างอย่างเพียงพอ พ่อแม่หลายๆ บ้านยังมีความเข้าใจผิดว่าถ้าปล่อยให้เด็กอยู่กับอุปกรณ์จอใสแล้วทำให้เด็กฉลาด รู้เท่าทันสังคม เด็กๆ ได้เล่นนิ่งอยู่นานเพราะตรึงใจ พ่อแม่เข้าใจว่าเด็กมีสมาธิดี นั่งนิ่ง&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สสส.เป็นห่วงเรื่องเด็กและเยาวชนกับการนั่งติดอยู่กับจอใสทุกประเภท โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โทรทัศน์ สิ่งสำคัญต้องให้ความรู้กับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย วิธีการใช้จอใสในวัยต่างๆ แม้จะมีการทำเป็นอินโฟกราฟฟิกให้ความรู้ แต่ก็ยังไม่เผยแพร่กว้างขวาง กสทช.มีบทบาทกระจายในทุกครัวเรือนให้กว้างขวาง แนวทางการควบคุมที่จะไม่ให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าโรงเรียนเป็นเรื่องยากมาก การแก้ไขปัญหาต้องทำระดับต้นน้ำด้วยการให้ความรู้ถึงพ่อแม่ผู้ปกครองให้มากที่สุด ที่สำคัญก็คือครอบครัวต้องให้เวลากับเด็ก ในสหรัฐมีไกด์ไลน์เป็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับจอใสทุกประเภท เด็กไม่ถึง 2 ขวบ พ่อแม่ต้องดูแลไม่ให้เด็กเล่นโทรศัพท์มือถือ เด็ก 2 ขวบเล่นมือถือได้ไม่เกิน 15 นาที ให้เพียงการสัมผัส เพราะช่วงวัยเด็กเป็นช่วงที่สมองก่อรูปเป็นร่าง สมองจะเติบโตได้นั้น เด็กต้องมีการเคลื่อนไหว ไม่ใช่เฉื่อยเนือยนิ่งอยู่กับที่ สมองต้องเติบโต มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็ก ไม่ใช่เด็กนิ่งสนิท ไม่ขยับ นั่งอยู่กับที่เป็นการเสียโอกาส เด็กเยอรมันประท้วงพ่อแม่ที่อยู่กับโทรศัพท์มือถือจนไม่มีเวลาพูดคุยกับลูกๆ ขณะนี้ รร.ชั้นมัธยมในประเทศฝรั่งเศสไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปใน รร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ความสำคัญในการสร้างยุทธศาสตร์สร้างเด็กให้มีคุณภาพ 3 ช่วงวัย ช่วงปฐมวัยเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เป็นช่วงพัฒนาร่างกายโครงสร้างพื้นฐาน สมอง ทักษะภาษา การคิดวิเคราะห์ การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยจะได้ผลก็ต้องสร้างพฤติกรรมที่ดีทั้งปัจจุบันและอนาคต เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน เด็กวัยรุ่นเป็นช่วงที่สมองยังไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ 100% การสร้างทุนมนุษย์ในเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวัย 25 ปี&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย ประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วในหลายประเทศผ่านพ้นจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นการคืนภาษีให้กับสังคม ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดทำโมเดลให้พนักงานลาคลอดได้ 2 ปี สามียังมีสิทธิ์ลาไปดูแลครอบครัวในบางครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กรมสุขภาพจิตแถลงข่าวปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นพุ่งสูงขึ้น วัยรุ่นฆ่าตัวตายทุกเดือน ภาพวัยรุ่นฆ่าตัวตายเราไม่เห็นเมื่อ 10-20 ปีก่อน ยิ่งสังคมวันนี้เป็นสังคมของผู้สูงวัย เด็กเกิดน้อยลงและเป็นเช่นนี้ทั่วทั้งโลก ปีนี้สถิติการตายสูงกว่าเด็กเกิดใหม่ จำนวนประชากรถอยลดลงเห็นได้อย่างชัดเจน บทเรียนในหลายๆ ประเทศที่ต้องส่งเสริมให้ครอบครัวมีลูก สหประชาชาติพูดถึงการลงทุนในเด็กและเยาวชน คือการสร้างทุนมนุษย์มีความสำคัญสูงมาก ตราบใดที่เด็กเกิดน้อยลง เราก็ต้องเพิ่มสมรรถนะเพื่อให้เด็กเป็น Supergirl มิฉะนั้นจะรอดยาก เวลานี้เด็กไทยเปราะบาง จากสถิติการศึกษาดีๆ งานดีๆ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจก็จะอยู่ไกลจากบ้าน อยากมีการศึกษาดีๆ ก็ต้องเรียน รร.ดีๆ ซึ่งอยู่ห่างไกลบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วในหลายประเทศผ่านพ้นจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นการคืนภาษีให้กับสังคม ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดทำโมเดลให้พนักงานลาคลอดได้ 2 ปี สามียังมีสิทธิ์ลาไปดูแลครอบครัวในบางครั้ง เรื่องระบบการศึกษาประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ก็ทำได้ดี มีการทำเป็น Community Center ในละแวกที่มีบ้าน คอนโดมิเนียม คนในชุมชนมีภูมิปัญญาชาวบ้านเปิดเป็น workshop ให้คนทุกวัยเข้ามาใช้บริการ&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง เป็นนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุนแม้จะไม่ได้ให้เป็นตัวเงิน แต่เป็นการกระตุ้นให้ชุมชนเห็นความสำคัญของระบบการศึกษาที่ดี ขณะนี้ในประเทศสิงคโปร์ยกเลิกการสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ประถม 3&amp;nbsp; ประถม 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตราบใดที่เราไม่ได้เตรียมสร้างสังคมให้ดีพอ เราปลูกต้นไม้ก็ต้องตระเตรียมดินให้ดี เพื่อต้นไม้เจริญเติบโต เด็กก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้สำนัก 4 สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว จัดกิจกรรมวันเด็กที่ จ.อุบลราชธานี มหกรรมพลังเด็กอุบลฯ เปลี่ยนโลก ในวันที่ 10 ม.ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีประกาศวาระให้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดน่าอยู่ของเยาวชน เป็น 7 มิติ ทั้งการส่งเสริมความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เด็กใน จ.อุบลราชธานีในวัยทีนมีปัญหาการเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อคิดเฉลี่ยของจังหวัดต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งๆ ที่เมืองอุบลฯ สมบูรณ์ คำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กที่นี่ไอคิวต่ำกว่า 100 เมื่อลงไปเก็บข้อมูลในระดับพื้นที่เด็กที่นี่มีปัญหาซ้ำๆ ปัญหายาเสพติด ความรุนแรง การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร สุขภาพจิต เผชิญกับความเครียดสูงมาก ส่วนสถานการณ์เด็กติดจอยังไม่ได้มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ ผู้ปกครองพาเด็กเข้ามารับการรักษานับวันมากขึ้นและรุนแรงด้วยพฤติกรรมผิดปกติ มีความก้าวร้าว ไม่ยอมเรียนหนังสือ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล้อมกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สสส.และสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทยจัดทำหนังสือนวัตกรรมขับเคลื่อนงานครอบครัวอบอุ่นในระดับพื้นที่ ด้วยเห็นความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาวะครอบครัว กำหนดให้มีแผนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัวขึ้น มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้กลุ่มเป้าหมาย เด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อบรรลุเป้าหมายของ สสส. &amp;ldquo;พัฒนาดัชนีครอบครัวอบอุ่นและผลักดันให้มีการกำหนดเป้าหมายระดับชาติ เพิ่มสัดส่วนครอบครัวอบอุ่นให้สูงขึ้นกว่าฐานในปี 2555&amp;rdquo; มีองค์ประกอบสำคัญ ครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ดีขึ้น ครอบครัวพึ่งพาตนเองได้ ครอบครัวสามารถทำหน้าที่ในการดูแลสมาชิกในครอบครัวตามช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม โดยมียุทธศาสตร์ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ครอบครัวอบอุ่นหมายถึงครอบครัวที่รักษาความเป็นครอบครัว สามารถทำหน้าที่ครอบครัวในการดูแลให้สมาชิกมีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต สร้างการเรียนรู้และพัฒนาสมาชิกในครอบครัวและจัดการกับสถานการณ์วิกฤติที่เข้ามากระทบต่อครอบครัว โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสัมพันธภาพ ด้านการพึ่งตนเอง และการทำหน้าที่ ครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ดี มีกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น การใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ครอบครัวพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้มีภาระหนี้สินลดลง ครอบครัวสามารถทำหน้าที่ดูแลสมาชิกในครอบครัวตามช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม มีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ รวมทั้งมีองค์ประกอบในการทำงานได้ครบตามเป้าหมายของโครงการทั้งหมด 11 จังหวัด ลำปาง พะเยา น่าน เลย กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี สุรินทร์ สงขลา ตรัง พัทลุง สระบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในหนังสือนวัตกรรมขับเคลื่อนงานครอบครัวอบอุ่นในระดับพื้นที่ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลถืมตองได้นำปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตายและภาวะซึมเศร้าของคนในตำบลถืมตองมาถกกันว่าจะต้องมีการจัดการกันก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไป ระเบียบ ศรีทองเล่าประสบการณ์ว่า &amp;ldquo;ได้รับรู้ว่าปัญหาทุกคนมีทางออก จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีทั้งความสนุกสนานแล้ว ยังได้ความรู้จากทีมโรงพยาบาลน่านและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถืมตอง จากการเคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะโรคประจำตัวและความเครียดที่สามีเสียชีวิตจากโรคร้าย แต่เมื่อได้เข้ามาร่วมกิจกรรมแล้วทำให้ไม่คิดจะฆ่าตัวตายอีกเลย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เด็กไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c651f773cf38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยเด็กไทยวันนี้ยึดมั่นคุณธรรมต่ำมากต้องรออีก10ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.61 - นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิ สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ประเมินผลเด็กไทยวันนี้ กับ ความสุขของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 27 เมษายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการประเมินลักษณะเด็กไทย ต่ำกว่าเป้าหมายในอีก 10 ปีข้างหน้าทุกตัว โดยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุเด็กไทยรู้และทำ เท่าทันเทคโนโลยีในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 67.6 รองลงมาคือ ร้อยละ 90.1 ระบุเด็กไทยรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้อยู่ที่ร้อยละ 55.6 โดยร้อยละ 86.7 ระบุเด็กไทยมีความสามารถในการเรียนรู้ในอีก 10 ปี ข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 52.4 ในขณะที่ ร้อยละ 85.6 ระบุ เด็กไทยเชื่อมั่น รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีความสามารถอะไร แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 47.3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 เช่นกันระบุ เด็กไทยมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 46.5 นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.2 ระบุ เด็กไทยกำหนดการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นเจ้าของการเรียนรู้ได้ ในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 45.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ระบุ เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 43.6 นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 เช่นกันระบุ เด็กไทยสามารถทำงานกับผู้อื่นได้ดีในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 42.4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.2 ระบุ เด็กไทยเคารพตนเองและผู้อื่น ในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้มีอยู่ร้อยละ 37.6 และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.3 ระบุ เด็กไทยยึดมั่นในความถูกต้องในคุณธรรม จริยธรรม ในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่วันนี้ มีเพียงร้อยละ 33.1 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อประเมินความสุขของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทย จากคะแนนเต็ม 10 คะแน พบว่า ค่าความสุขของประชาชนได้เพียง 5.33 คือ ผ่านแบบเฉียด เส้นกลางขึ้นมาเพียงนิดเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสำรวจ, เด็กไทย, เด็กไทยกับคุณธรรม, เยาวชนไทย, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae3dc349a20e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุนัย&#039;โผล่ซูฮกเด็กอเมริกาต่อต้านปืน เปรียบเด็กไทยทหารยัดปืนให้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 - &amp;nbsp; นายสุนัย จุลพงศธร &amp;nbsp;อดีตส.ส.สังกัดพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันหลบหนีคำสั่งเข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไปอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ได้โพสต์รูปภาพและข้อความว่า &amp;quot;เด็กไทยทหารยัดปืนให้ แต่เด็กที่อเมริกาต่อต้านการมีปืน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุนัย ยังเชิญชวนให้คนไทย ติดตามไลฟ์ของเขาคืนนี้จันทร์ที่ 26 มีนา เวลาสามทุ่มไทย ในหัวข้อ &amp;quot;เด็กพาคนเดินขบวนที่อเมริกาไม่มีหมาไล่เห่าแต่ที่ไทยมีคสช.ไล่ฟัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านอาวุธปืน, สนัย จุลพลพงศธร, เด็กสหรัฐ, เด็กไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab894b316088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
