<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เต็ดตรา แพ้ค ประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะเป็นบริษัท ผู้นำของโลกในด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร ทำให้เต็ดตรา แพ้ค ได้ตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และยึดตามคำขวัญที่ว่า&amp;quot; ปกป้อง ทุกคุณค่า&amp;trade;&amp;rdquo; (PROTECTS WHAT&amp;rsquo;S GOOD&amp;trade;) ล่าสุด บริษัทได้ประกาศจุดยืน &amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นบริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิตลอดทั้งห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อต่อยอดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในการดำเนินงานของบริษัทเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทยังได้กำหนดเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับนโยบายการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามแผนงานของ Science Based Targets (SBT) โดยจะครอบคลุมทั้งขอบเขตการดำเนินงานที่ 1 2 และ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มร. ลาร์ส ฮอล์มควิสต์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์และการดำเนินงานฝ่ายขาย บริษัท เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า เราบรรลุเป้าหมายการปกป้องสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มกำหนดเป้าหมายแรกในปี 2545 และอีกครั้งในปี2548 และเรากำลังจะบรรลุเป้าหมายในปี2563 ที่ตั้งเอาไว้ โดยในปี2560 ที่ผ่านมา เราเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ที่กำหนดเป้าหมายลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยแผนงาน Science Based Targets (SBT) เมื่อเร็ว ๆ นี้ และยังได้เข้าร่วมกับองค์กร European Alliance for Green Recovery ซึ่งเป็นแผนงานแรกของขบวนการรวมกลุ่มยุโรป (pan-European) ที่ครอบคลุมทั่วทวีปยุโรปในการขับเคลื่อนโซลูชั่นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังภาวะวิกฤต วันนี้จึงนับเป็นอีกครั้งที่เราก้าวมาเป็นผู้นำในการตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะมีส่วนช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนการผลิตขององค์กรและห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรของเราทั้งหมด เพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ ต้องการความทุ่มเท ร่วมมือกันอย่างเต็มที่จากพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามแผนลดก๊าซเรือนกระจก เต็ดตรา แพ้ค ได้จัดลำดับความสำคัญกับการทำงานหลัก 4 ตั้งเป้าปี 2573 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิต้องเป็นศูนย์ ภายใต้ในการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัท &amp;nbsp;และมุ่งสู่เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ตลอดทั้งห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรภายในปี 2593 ผ่านการใช้วิธีการต่าง ๆ &amp;nbsp;ทั้งการลดการปล่อยก๊าซที่เกิดจากการใช้พลังงาน การจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ถือประโยชน์ภาคส่วนต่างๆ ในห่วงโซ่มูลค่า เพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ การเร่งพัฒนาระบบเครื่องจักรและกลุ่มบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนแบบคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการพัฒนาวงจรของกระบวนการรีไซเคิลอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อ 10 ปีก่อน เราได้ตั้งเป้าหมายเพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกในปี 2563 โดยการปรับการทำงานตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรของเรานับตั้งแต่ปี 2553 ไปพร้อมๆ กับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งเป้าหมายนี้ทำให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 12 ล้านตันจนถึงวันนี้ เราเชื่อว่าความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย การนำเสนอความก้าวหน้าที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์และสังคม รวมถึงการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือของเรากับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่ของการดำเนินธุรกิจ ทำให้เราดำเนินงานอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหม่ของเราได้&amp;rdquo; มร.ลาร์ส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านมร. เบิร์ท ยาน โพสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย เข้าร่วมในเป้าหมายระดับโลกนี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เรายังมีส่วนร่วมในแผนงานอื่น ๆ อีกมากมายในการเพิ่มอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน รวมถึงการจัดซื้อพลังงานจากหน่วยงานที่ได้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ (International Renewable Energy Certificates: I-RECs) โดยเต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับโกลด์สแตนดาร์ด (Gold-Standard) จาก I-RECs โรงงานการผลิตของเราในจังหวัดระยองได้ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานทั้ง 4 หลัง ซึ่งสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1,350 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในแต่ละปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม, ก๊าซเรือนกระจก, เด็ดตรา แพ้ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f094d6e64636.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
