<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งตำรวจจราจรสภ.พนมไพร รีดค่าเอ็มร้อยรถบรรทุกโค-กระบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวในลักษณะที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ขอค่าเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 100 บาท จากผู้ขับขี่รถบรรทุกโคกระบือ ในพื้นที่ สภ.พนมไพร จว.ร้อยเอ็ด ว่า

ได้รับรายงานจากภ.จว.ร้อยเอ็ด ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 เวลา 09.00-12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ. พนมไพร ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเพื่อกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม บริเวณถนนสายยโสธร-พนมไพร ต.ชาณุวรรณ อ.พนมไพร จว.ร้อยเอ็ด เบื้องต้นพบว่าจากการตรวจสอบคลิป ตามที่มีการโพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย ได้มีผู้ขับขี่รถบรรทุกรายหนึ่งขับขี่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตรวจสอบ และมีการพูดคุยในลักษณะมีการขอค่าเครื่องดื่มชูกำลังจากผู้ขับขี่ และมีการส่งเงินให้เจ้าหน้าที่จำนวน 60 บาท จากนั้นผู้ขับขี่ได้ขับรถออกไปจากจุดตรวจ จุดสกัด

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวนั้นขณะนี้ พล.ต.ต.สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมาประจำที่ ศปก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด โดยให้คณะกรรมการดำเนินการสืบสวนตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รองโฆษกตร.กล่าวต่อว่าคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางอาญาและวินัยตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างเด็ดขาดต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน

นอกจากนี้&amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหากพบว่าได้กระทำความผิดขึ้นจริง ให้ดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

อีกทั้ง ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ เรียกรับผลประโยชน์ หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และยังมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม เสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้อยเอ็ด, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39cb25bc816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งแล้ว 3 ดาบตำรวจอุ้ม“ส.ต.ท.”เรียกค่าไถ่ 5 แสน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ค.62&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ ภ.จว.ปัตตานี ได้มีหนังสือร้องมีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ส่วนหน้า กว่า&amp;nbsp;10คน ยึดอาวุธประจำกาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก อุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมเพื่อนอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ไปเรียกค่าไถ่เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;5แสนบาท แต่ต่อรองเหลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดพร้อมรถยนต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน ว่า เบื้องต้นกองบังคับการสืบสวนสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.สส.ภ.9)&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้ ด.ต.ธีระยุทธ สุวรรณรัตน์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.สส.3&amp;nbsp;บก.สส.ภ.9 ,&amp;nbsp;ด.ต.สิรภพ หมื่นหนู ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.9&amp;nbsp;และ ด.ต.พิรชัช หวันเส้ง ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.9&amp;nbsp;มาปฏิบัติราชการที่ศูนปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค9&amp;nbsp;( ศปก.บก.สส.ภ.9)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องผู้ที่กระความผิด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล และจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้กำชับและสั่งการมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่สังคม โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และยังมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม เสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่&amp;nbsp;1212/2537&amp;nbsp;ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด

&amp;ldquo;หากพบว่าตำรวจเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ท่าน ผบ.ตร. ยอมรับไม่ได้ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่กำกับดูแลความประพฤติ การปฎับัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะถูกพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการอำนวยความยุติธรรม&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35632</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, จับเรียกค่าไถ่, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c567faa1cb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 10 ตม.สระแก้ว-ปัตตานี  เซ่นพิษเขมรมุสลิม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 &amp;nbsp;- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ลงนามคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการที่ ศปก.สตม. และแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล ผบช.สตม. &amp;nbsp;ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ 32/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ร.ต.ท.อนุกุล รัตโนดม รอง สว.ตม.จ.สระแก้ว &amp;nbsp; ร.ต.ต.หญิง สาริศา สฤษฎ์วีรดา รอง สว.อก.ตม.จ.สระแก้ว ร.ต.อ.หญิง จุฬาลักษณ์ มอรร์ รอง สว.อก.บก.ตม.6 &amp;nbsp; ร.ต.ท.หญิง กนกรักษ์ ต้นโลห์ รอง สว.อก.ตม.จ.สระแก้ว &amp;nbsp; ด.ต.นาวิน ฉัตรสกุลปัญญา ผบ.หมู่ ตม.จ.สระแก้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ต.สมชาย ไล้สมบุญ รองสว.อก.ตม.จ.สระแก้ว &amp;nbsp; และ ด.ต.หญิง เยาวเรศ สุขนิรันดร์ ผบ.หมู่ ตม.จ.สระแก้ว และคำสั่งคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ 34/2562 ลงวันที่ 30 ม.ค.62 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.ท ธีร์รชสิษ เจี่ยงเพ็ชร สว.ตม.จ.ปัตตานี &amp;nbsp; ร.ต.อ.ชิติสรรค์ คงขำ รอง สว.ตม.จ.ปัตตานี &amp;nbsp;และ ร.ต.ท.สุธรรม ขวัญเทียร รอง สว.ตม.จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดความเป็นธรรม &amp;nbsp;ให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 10 นายไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.สตม. โดยขาดจากต้นสังกัด มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนปอเนาะมัตรอลาตุลฟาละห์ หมู่ 4 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการฝึกการต่อสู้ในช่วงเวลากลางคืน &amp;nbsp;โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มีบางส่วนหนังสือเดินทางหมดอายุ และบางส่วนไม่มีหนังสือเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเข้ามาในประเทศไทยทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว จึงมีการตั้งกรรมการสอบตำรวจ ตม.จ.สระแก้ว &amp;nbsp; และ ตม.จ.ปัตตานี ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่พักอาศัยของชาวกัมพูชากลุ่มดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. &amp;nbsp; และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เน้นย้ำนโยบายการป้องกันอาชญากรรมในทุกพื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง แยกคนร้ายออกจากคนดี ควบคู่ไปกับการส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่คนต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. &amp;nbsp;ยังกล่าวต่อว่า ในหลักการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีอำนาจพิจารณาปฏิเสธการเข้าเมือง และผลักดันบุคคลออกนอกประเทศได้หากมีการกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง และบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมหรือประวัติสุ่มเสี่ยง ที่เป็นภัยและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ให้เรื่องดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนาย การปฏิบัติหน้าที่จะต้องเกิดความชัดเจนในการใช้ดุลยพินิจ ยึดหลักตามกรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่สามารถกระทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการสืบสวนข้อเท็จจริงนั้น ทางคณะกรรมการจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตามกรอบของระยะเวลา มีความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย &amp;nbsp; สำหรับการป้องกันเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะเพิ่มความเข้มการออกป้องกันปราบปรามบุคคลที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;และชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลเฝ้าระวัง &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุเกี่ยวกับความมั่นคงเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, ลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb22d586487d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 4 ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เซ่นสถานบันเทิงเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 - เวลา 14.30 น.&amp;nbsp; - พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ &amp;nbsp;ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้รายงานถึงคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด มาช่วยราชการที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2561 ประกอบด้วย พ.ต.อ.จำลอง &amp;nbsp;สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท. ภูสยาม &amp;nbsp;ลารังสิต รองผกก.ปป.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.สุรัตน์ &amp;nbsp;วันทะมาตร สวป.สภ.เมืองขอนแก่น และ พ.ต.ท.วิษณุ &amp;nbsp;จันทร์พล สว.สส.เมืองขอนแก่น จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.ท. เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ รอง ผกก.(สส.)สภ.เมืองขอนแก่น นั้น อยู่ระหว่างการเข้าอบรม ผกก. จึงไม่มีชื่อในคำสั่งย้ายครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง &amp;nbsp;สนธิกำลังร่วมจ้าหน้าที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 (ศอ.กต.) บุกเข้าทำการตรวจสอบสถานบันเทิงชื่อบ้านกรู &amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ ถ.หน้าเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การบุกจับกุมของชุดเฉพาะกิจดังกล่าวในวันนั้นได้รับรายงานจากหน่วยงานชุดจับกุม ในขณะที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าของพื้นที่ก็ได้ทำการรายงานตามลำดับขั้นตอนเช่นกัน โดยในการจับกุมดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวกันดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน 160 คน นักท่องเที่ยวที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี รวม &amp;nbsp;146 คน ในจำนวนนี้มีอายุเพียง 14 ปี ถึง &amp;nbsp;3 คน ชุดเฉพาะกิจตามคำสั่ง คสช. ได้ทำการตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง 14 ราย นอกจากนี้ยังคุมตัวเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของร้าน 3 คน ทุกคนพกพาอาวุธปืนขนาด 9 มม. สภาพพร้อมใช้งาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการช่วยราชการดังกล่าวจะมีผลไปจนกว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จคือ 30 วัน โดยที่ในขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. ดิเรก จิตรอร่าม รองผบก.ภ.จว.ขอนแก่น รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท. จามร &amp;nbsp;อันดี รองผกก.สภ.ท่าพระ รักษาราชการแทน รองผกก.ปป.สภ.เมืองขอนแก่น &amp;nbsp; พ.ต.ท.วงศกร วันชัย รักษาราชการแทน สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถานบันเทิงบ้านกรูนั้น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ซึ่งในเดือนที่ผ่านมากำลังผสมร่วม ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการจับกุมถานบันเทิงแห่งนี้แล้ว ในข้อหาจัดตั้งสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ยังเปิดให้บริการอยู่ ดังนั้นเมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่วนกลางมาตรวจพื้นที่แล้วพบความผิดมากมายเช่นนี้ &amp;nbsp;เจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบ เพราะถือว่าไม่สนองนโยบายรัฐบาล และ&amp;nbsp;


แทงสล็อต คสช. ไม่สนองนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำในที่ประชุมทั้งในทุกระดับ ทุกโรงพักจะต้องคุมเข้มเรื่องเด็ก-เยาวชน และยาเสพติด ในสถานบันเทิง และสถานบริการอย่างเด็ดขาด แต่ สภ.เมืองขอนแก่น กับตรวจพบเยาวชนร้อยกว่าคน&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ และยังคงพบสารเสพติดในปัสสาวะของนักท่องเที่ยวด้วย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จึงสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริงดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งจะทราบผลการสอบสวนภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ตำรวจภูธรภาค 4, สถานบันเทิง, สภ.เมืองขอนแก่น, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbf41f50e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2018 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2018 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 31 ตำรวจขัดคำสั่งไม่ตัดผมเข้ากรุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตช.มีคำสั่งล็อตสอง เรียกตำรวจระดับ รองผกก.-ชั้นประทวน จำนวน 31 ราย มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ไม่มีกำหนด เหตุผมยาวไม่ยอมตัดตามตามระเบียบ &amp;nbsp;หลังก่อนหน้านี้ล็อตแรกโดนไปแล้ว 40 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.61-พล.ต.ท.สุรพล พินิจชอบ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฎิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามในหนังสือคำสั่งศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) ที่ 9/2561 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือคำสั่งตอนหนึ่งระบุระบุ ตามวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ 0007/02 ลงวันที่ 30 มกราคม 2561 กำชับการปฎิบัติเรื่องความประพฤติและระเบียบวินัยในการแต่งเครื่องแบบและทรงผมของข้าราชการตำรวจ นั้น เนื่องจากพบว่าข้าราชการตำรวจบางนายยังประพฤติปฎิบัติไม่เป็นผู้เคร่งครัดในระเบียบ วินัย ตามแนวทางที่กำหนด ปล่อยให้ผมยาวไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเพื่อให้การปฎิบัติ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการปฎิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 31 ราย ตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจทั้ง 31 ราย ที่ถูกคสั่ง ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีตั้งแต่ระดับ รองผู้กำกับการ(รองผกก.) ลงไปถึงชั้นประทวน แบ่งเป็น รองผกก.3 นาย สารวัตร(สว.) 7 นาย รองสารวัตร(รองสว.) 7 นาย ชั้นประทวน 14 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นตำรวจสังกีดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (บช.ภ.3) และตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ตำรวจที่ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งเรื่องการแต่งเครื่องแบบและทรงผม ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 40 นาย มาปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนหน้านี้ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจผมยาว, เข้ากรุ, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180207/image_big_5a7ac56546f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
