<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 06:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปชป.&#039;อ่านเกมเลือกตั้งภาคใต้ หยัน&#039;พรรคอดีตบิ๊กมหาดไทย&#039;ระยะยาวไปไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.64-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง 8 สมัย ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ที่เพิ่งลาออกเมื่อไม่นานมานี้ กล่าวถึงการเลือกตั้งหลังจากนี้ โดยเฉพาะหากมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่นำโดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เบื้องต้นจะเริ่มมีการสร้างฐานคะแนนในพื้นที่ภาคใต้ โดยมองว่า การแข่งขันเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ก็เหมือนกับทุกภาค โดยสามพรรคหลักที่แข่งขันกันหนักก็คือ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ที่ยังเป็นพรรคหลักที่แย่งชิงฐานคะแนนในภาคใต้ แต่พรรคไหนจะได้ส.ส.เท่าไหร่ก็ว่าไป แต่สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือจะมีคู่แข่งขันพรรคใหม่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ&amp;quot;พรรคก้าวไกล&amp;quot;ที่คนรุ่นใหม่สนับสนุนเยอะๆ แต่พรรคแบบนี้ ประเมินแล้ว คงไม่ได้ส.ส.ระบบเขต คงจะได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ โดยระบบเขต จะยังเป็นสามพรรคเดิมที่แย่งชิงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองหัวหน้าพรรคปชป.กล่าวว่า ส่วนพรรคใหม่ของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ มองว่าพรรคนี้จะมีฐานการเมือง-ฐานคะแนนเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งระบบการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ เวลาแข่งขันกันตอนเลือกตั้ง ก็จะสู้กันจริง ไม่สามารถประนีประนอมกันได้ เว้นแต่ได้จะมีการแบ่งพื้นที่กัน เช่น บางเขตเลือกตั้ง พลังประชารัฐส่ง แต่พรรคของนายฉัตรชัย ไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง แต่หากทั้งสองพรรคดังกล่าวส่ง คนลงเลือกตั้งหมดทุกเขตโดยเฉพาะในภาคใต้ ก็ไม่น่าจะสู้กันจริง ที่เป็นเป็นได้ว่าอาจจะมีการแบ่งพื้นที่กันแต่การทำมันก็ยาก เพราะระบบบัตรสองใบไม่เอื้อ ไม่เหมือนกับบัตรใบเดียวตอนเลือกตั้งปี 2562 ที่เราเห็นได้กันแล้วกับกรณีของพรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติ ที่แบ่งพื้นที่กันเล่น แต่ถ้าบัตรสองใบ การแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย มันไม่น่าจะมีประโยชน์ ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงว่า การตั้งพรรคการเมืองของอดีตข้าราชการระดับสูงที่เกษียณแล้วออกมาเล่นการเมือง มาเป็นคีย์แมนตั้งพรรคการเมืองใหม่ มองว่ามีโอกาสจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นายนิพิฏฐ์ มองว่า ถ้าเป็นการตั้งพรรคโดยแสดงความเป็นเจ้าของหรือเป็นแกนนำพรรค ไม่น่าจะประสบความสำเร็จโดยเฉพาะในยุคนี้ คนที่เกษียณแล้วมาเล่นการเมือง มาตั้งพรรค ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ ดูแล้ว อาจจะไปได้ไม่ยาว เพราะยุคปัจจุบัน การตั้งพรรคการเมืองใหม่ ควรต้องตั้งโดยคนรุ่นใหม่ๆ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น กรณี พรรคการเมืองใหญ่บางพรรค&amp;nbsp; แกนนำพรรคประเมินว่า พรรคของตัวเอง อาจจะแตกในอนาคต เลยมีการให้คนไปเตรียมตั้งพรรคการเมืองสำรองไว้ เพื่อโยกคนไป แต่ของพลังประชารัฐ เราไม่รู้เขาคิดอย่างไร ก็ไม่ขอก้าวล่วงไปวิจารณ์พรรคการเมืองอื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี หากมีการเลือกตั้ง ในพื้นที่ภาคใต้ ถ้าพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคการเมืองใหม่ ที่เป็นสองพรรคซึ่งมีฐานคะแนนเดียวกันแข่งกันเอง&amp;nbsp; ก็จะทำให้คะแนนตัดกันเอง แบบนี้ก็เข้าทางพรรคประชาธิปัตย์เลย ที่จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในระบบเขตมากขึ้น ทางนายนิพิฎฐ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ประเมินประเด็นนี้ว่า ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่สองพรรคนี้ จะแข่งขันกันจริง เพราะคนกุมบังเหียนสองพรรคการเมืองดังกล่าวทั้งพลังประชารัฐและพรรคที่จะตั้งใหม่ เป็นคนกลุ่มเดียวกัน การจะให้สองพรรคมาแข่งกันเอง ผมจึงมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และโดยเฉพาะภาคใต้ หากเขาแข่งกันจริงๆ ดูแล้ว พรรคอดีตปลัดฉิ่ง กับพลังประชารัฐ พรรคใหม่ คงสู้พลังประชารัฐไม่ได้ ผมคิดว่า ถ้าให้คนภาคใต้ เลือกระหว่างสองพรรคนี้ ก็ต้องดูว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าเล่นการเมือง พลเอกประยุทธ์จะอยู่พรรคการเมืองใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าพรรคอดีตปลัดฉิ่งเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ แล้วพลังประชารัฐไม่ได้เสนอ คะแนนเสียง ก็อาจเทไปที่พรรคอดีตปลัดฉิ่งได้ แต่ถ้าพลังประชารัฐยังเสนอพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ พรรคบิ๊กฉิ่งก็เสนอพลเอกประยุทธ์ไม่ได้แล้ว คะแนนเลือกตั้งที่พรรคใหม่ของอดีตปลัดมหาดไทย ตั้งมาก็คงไม่ได้มากในภาคใต้ &amp;quot;อดีตส.ส.ภาคใต้ 8 สมัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118393</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เตรียมการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141676bc05b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.&#039;จัดทัพศึกเลือกตั้งหวังกวาด​ 150-200 เสียง​&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยันกลางวงยังชู&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งนายกฯต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 ก.ย.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกประชุมหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาค หารือถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น และเพื่อวางกลยุทธ์เลือกตั้งใหญ่ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ โดยมีแกนนำพรรค พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ฐานะเลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก เข้าร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; พูดในที่ประชุมว่า สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ได้ถึง 122 เสียง วันนี้มีพวกเรา มีมืออาชีพเข้ามา เราทำได้อยู่แล้ว 150-200 เสียง ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.วิชญ์ ได้แจ้งที่ประชุมว่า ตนเป็นผู้ทำยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคใกล้เสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ร.อ.ธรรมนัส กล่าวในที่ประชุมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดระบบพรรค จะมีการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรค โดยพล.อ.ประวิตร จะคัดเลือกด้วยตัวเอง โดยพิจารณาทั้งจากคนเก่าและคนใหม่ที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน โดยต้องดูด้วยว่าส.ส.มีผลงานหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงบุคคลที่พรรคจะสนับสนุนเสนอชื่อเป็นนายกฯในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคจะเสนอชื่อของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ในการประชุมเห็นตรงกันยืนยันสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯและสนับสนุนพล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดิม โดยตรงนี้พล.อ. ประวิตร ได้พูดย้ำกลางที่ประชุมว่า&amp;quot;ผมยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนายกฯเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ลุงตู่อยู่กับเรา จะไปไหน ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่ง ไปไหนกันไม่ได้ ไม่มีแตกแยก ไม่ขัดแย้ง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการพูดถึงกรณีพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พลังประชารัฐ เตรียมย้ายไปร่วมงานพรรคใหม่ กับนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยและจะมี ส.ส.ใต้ ย้ายไปด้วย โดยพล.อ.ประวิตร ไม่ได้ติดใจอะไรบอกถือเป็นเรื่องของเขา และได้สอบถามนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช ประธานภาค ก็ได้รับการยืนยันว่าส.ส.ใต้ทั้งหมดอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งพล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส.ส.คนไหนย้ายตามที่มีข่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในที่ประชุมพล.อ.ประวิตร อารมณ์ดี มีสีหน้าสดชื่น พูดคุยอย่างสนุกสนานตลอดการประชุม เช่นเดียวกับร.อ.ธรรมนัส ที่ยิ้มแย้มอยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118391</URL_LINK>
                <HASHTAG>.พรรคพลังประชารัฐ​, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พ.อ.สุชาติ  จันทรโชติกุล, พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ, เตรียมการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614885facc925.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 06:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 06:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดอินไซต์ในที่ประชุมพปชร.&#039;ธรรมนัส’ยอมรับความนิยมย่ำแย่อาจแพ้ก้าวไกล สั่งทำการบ้านมากยิ่งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
24ก.ย.64- มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับการประชุมพรรค พปชร. ที่ห้องพรรค พปชร. ชั้น 6 อาคารรัฐสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคฯเป็นประธานการประชุม โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเข้าร่วมด้วย บรรยากาศการเป็นไปด้วยดี แต่พบว่า ส.ส.หลายคนไม่ได้มาประชุม เนื่องจากติดภารกิจทั้งในพื้นที่ และการลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำกับ ส.ส.ว่า ให้สมัครสมานสามัคคี เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีมุ้ง ให้ผนึกกำลังดีกว่า อย่าไปทะเลาะ อย่างที่บอกกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ไม่มีอะไร เราต้องอย่าไปตามกระแสเหมือนที่สื่อมองว่าทะเลาะกัน และในสัปดาห์หน้า พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจที่จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา หาก ส.ส.คนใดไม่มีภารกิจขอให้ไปรับและให้กำลังใจนายกฯ ช่วยกันทำงาน สำหรับปัญหาเรื่องการทำงาน หาก ส.ส.คนใดมีข้อติดขัดให้บอกกับตน และประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคได้ทันที เพื่อประสานหน่วยงานเข้ามาแก้ปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กำชับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ด้วยว่า ส.ส.ต้องระวังในข้อกฎหมายไว้ดีๆ อย่าไปช่วยในการหาเสียง หรือใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่จะสุ่มเสี่ยงมีความผิดได้ ส่วนแนวทางในการส่งผู้สมัครนั้น ให้เป็นเรื่องของท้องถิ่นไปคัดสรรและพิจารณา โดยหัวหน้าภาคและประธานสาขาต่างๆ จะต้องมาหารือพูดคุยกันว่าจะสนับสนุนบุคคลใด และถ้าผู้ช่วย ส.ส.ต้องการที่จะไปลงสมัครต้องรีบลาออกจากตำแหน่งก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาออกมา ทั้งนี้ ในส่วนของหัวหน้าภาคจะมีการประชุมกันในวันที่ 30 ก.ย. จากนั้นจะนำผลการประชุมนำเรียนหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคยังยืนยันที่จะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามมีอยู่ช่วงหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า &amp;quot;ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมเลือกตั้ง เพราะเวลารัฐบาลอยู่อีกไม่นาน ต้องเอาความจริงมาพูดกัน พรรคพลังประชารัฐตอนนี้ถือว่าตกต่ำ คะแนนเสียงเราไม่ดีเลยถ้าเทียบกับเมื่อ 5 เดือนก่อนหน้านี้ที่กระแสพรรคดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเราไม่กระตือรือร้น ไม่ลงพื้นที่ และในช่วงนี้รัฐบาลเจอวิกฤติ พรรครัฐบาลก็ย่ำแย่ไปตามกัน ถ้าเรายังทำอยู่เท่านี้ แล้วไปสำรวจคะแนนความนิยมชมชอบเราอาจจะอยู่รั้งท้าย หรืออาจจะแพ้พรรคก้าวไกลก็ได้ และเราไม่รู้นายกฯจะกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่ ดังนั้น ให้ทุกคนทุ่มเท ทำการบ้านให้มากยิ่งขึ้น อย่าประมาท ทั้งนี้ มี ส.ส.บางคน แสดงความคิดเห็นถึงการเลือกตั้ง ว่า นโยบายของพรรคแทบไม่มีอะไรที่จะนำไปเป็นผลงานในการหาเสียงได้เลย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่ประชุม ส.ส.แต่ละคนเปิดใจกับ พล.อ.วิชญ์ เกี่ยวกับการขอทำโครงการระดับพื้นที่ใน 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่ขออะไรไปกลับไม่ได้รับการตอบสนอง โดยโครงการส่วนใหญ่ที่ ส.ส.ร้องขอไปอยู่ในกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งคนในพรรค พปชร.เป็นเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ไม่สามารถรับปัญหาเหล่านี้ไปดำเนินการได้ โดย พล.อ.วิชญ์รับทราบปัญหาดังกล่าว และระบุว่า หลังจากนี้จะเป็นคนไปเจรจากับทางรัฐบาลเอง โดยมอบหมายให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพรรค เป็นผู้รวบรวมความต้องการของ ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมพรรคใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นแกนนำพรรค ประกอบด้วย พล.อ.วิชญ์ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ได้เดินทางไปพบ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พล.อ.ประวิตร ได้เห็นชอบการมอบหมายภารกิจให้กับนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพรรคพปชร. ในการทำหน้าที่เป็นผู้ประสานส.ส.ของพรรค แต่ละพื้นที่เพื่อร่วมคณะต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในการลงพื้นที่ตรวจราชการตามจังหวัดต่างๆ ที่ถือเป็นโอกาสให้ส.ส.ได้ใกล้ชิดนายกฯ และสะท้อนปัญหาประชาชนเพื่อนำสู่การแก้ไขโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมส.ส.พรรค ได้มีการแจ้งให้สมาชิกของพรรคทราบแล้ว โดยนายไผ่ ได้เริ่มงานทันที มีการประสานส.ส.ให้ร่วมต้อนรับคณะพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันที่ 26 ก.ย. นี้เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงกำหนดการเบื้องต้นของนายกฯ ที่จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 ก.ย. และ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ก็ได้เตรียมการประสานส.ส.ไว้แล้วเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตั้งผู้ประสานงานครั้งนี้ เพื่อไม่ให้พรรคถูกมองว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วัดกำลังเหมือนเช่นการลงพื้นที่ของนายกฯ ที่ จ.เพชรบุรี และการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนส.ส.ของพรรค ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ น้อยกว่าพล.อ.ประวิตร อย่างมีนัยยะสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117692</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไผ่ ลิกค์, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, เตรียมการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d0a40d48fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส จี้นักการเมืองปรับตัวเปิดพื้นที่รับนโยบายจากประชาชนมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยะใส เชื่อนักการเมืองประสาทสัมผัสไว แนะเตรียมรับมือปัจจัยใหม่ จี้ปรับตัวเปิดพื้นที่รับนโยบายจากข้างล่างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการเตรียมการเลือกตั้งในขณะนี้ แม้จะยังไม่ชัดเจนถึงกรอบเวลาที่แน่นอนและช่วงเวลาของการปลดล็อคที่ยังยากจะคาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงใดก็ตาม แต่ในด้านหนึ่งนั้นก็เป็นโอกาสที่ดีของบรรดากลุ่มก้อนทางการเมือง ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่จะได้ใช้โอกาสนี้ในการสรุปบทเรียนทางการเมือง รวมทั้งการตั้งโจทย์ใหม่ที่จะช่วยกันคลี่คลายปัญหาบ้านเมืองให้ออกจากความขัดแย้งการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเมืองที่ล้มเหลวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมืองถือเป็นกลุ่มคนที่ มีประสาทสัมผัสทางการเมืองไวและเร็วกว่ากลุ่มอื่นๆย่อมอ่านสถานการณ์สังคมการเมืองในขณะนี้ได้ดีที่สุด ว่าโจทย์และประเด็นทางการเมืองในขณะนี้ มีปัจจัยอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปและควรคำนึงถึง
การใช้ประสบการณ์แท็กติกและยุทธวิธีแบบเดิมนั้นอาจจะทำให้การเมืองเผชิญกับวิกฤติปัญหาที่สลับซับซ้อนหรือมีความรุนแรงมากขึ้นอีก ที่สำคัญอาจจะทำให้การเมืองเข้าใกล้ความเป็นสงครามถ้ายังติดอยู่ในถ้ำของความขัดแย้งจนไม่สามารถนำพาชาติบ้านเมืองต่อไปข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนที่สำคัญประการหนึ่งพรรคการเมืองมักคิดเตรียมการเลือกตั้งเพื่อให้ชนะเลือกตั้งและร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปันผลประโยชน์กันเท่านั้นจนทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและไม่ไว้วางใจนักการเมืองมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะของพรรคการเมือง หมดเวลาแล้วที่นักการเมืองจะคิดฝ่ายเดียว เชื่อเอง เออเอง ทำเอง หรือเป็นผู้รับเหมาทำแทนประชาชนไปเสียทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องคิดกันใหม่นโยบายสาธารณะควรมาจากข้างล่างมากขึ้น ฟังประชาชนมากขึ้น เพราะในข่วงวิกฤติการณ์ทางการเมืองเราเห็นความย่อยยับล้มเหลวหลายมิติ แต่ภาคส่วนของคนเล็กคนน้อยคนระดับล่างของสังคมในสร้างปฏิบัติการใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดในหลายรูปแบบ เรื่องราวพวกนี้น่าศึกษาและสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการต่อยอดหรือยกระดับเป็นนโยบายแก้ปัญหาประเทศได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13876</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, รับฟังประชาชน, สุริยะใส กตะศิลา, เตรียมการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
