<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จองโมเดอร์นา5ล.โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคให้ 4 กลุ่ม กรมควบคุมโรคแจงประสิทธิภาพวัคซีนวัดจากการป้องกันการติดเชื้อจากการใช้จริง ไม่ได้วัดที่ภูมิต้านทาน ยกเคส รพ.เชียงราย &amp;ldquo;ซิโนแวค&amp;rdquo; 2 เข็มป้องกันเชื้อได้ 82.5% ผอ.สถาบันวัคซีนปัดตัดสินใจผิดพลาด แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปพร้อมนำเข้าโคแวกซ์ปี 65 เผยปี 64 เฉลี่ยได้วัคซีนประเทศละ 1 ล้านโดสเท่านั้น องค์การเภสัชกรรม-บ.ซิลลิค ฟาร์มาลงนามสัญญาซื้อ-ขาย &amp;ldquo;โมเดอร์นา&amp;rdquo; 5 ล้านโดส พร้อมทยอยนำเข้าไตรมาส 4 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงการฉีดวัคซีนถึงวันที่ 22 ก.ค.ว่า มีจำนวน 304,243 &amp;nbsp;โดส ยอดสะสม 15,388,939 โดส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังได้พิจารณาแผนการให้บริการและการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้รับการบริจาคจากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการกระจายไปที่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นบูสเตอร์โดส หรือกระตุ้นภูมิคุ้มกัน กลุ่มที่ 2 คือผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง รวมทั้งหญิงมีครรภ์ &amp;nbsp;12 สัปดาห์ขึ้นไป กลุ่มที่ 3 คือชาวต่างชาติ โดยเน้นไปที่ผู้สูงวัยและ 7 กลุ่มโรค และกลุ่มที่ 4 &amp;nbsp;คนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ คือ นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา และนักการทูต โดยกลุ่มนี้ติดต่อลงทะเบียนให้ไปติดต่อรับวัคซีนที่บางรักและโรงพยาบาลบำราศนราดูร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภา​ศิริ​ นายแพทย์​ทรงคุณวุฒิ​ กรมควบคุมโรค แถลงว่า วัคซีน​โค​วิด​ทั่วโลกมีทั้งสิ้น​ 4 รูปแบบ ในประเทศไทยเราใช้วัคซีนเชื้อตายในการระบาดในช่วงแรก และแอสตร้าเซน​เน​ก้า​ในเดือน มิ.ย. ซึ่งในระยะถัดไปเราจะใช้วัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเราดำเนินการสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว คาดว่ามาในไตรมาสที่ 4 วัคซีนจะใช้ได้ ขึ้นอยู่กับความปลอดภั​ยและเทคโนโลยีที่ใช้อาจทำให้ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นไม่เท่ากัน แต่ว่าการวัดภูมิต้านทาน​ต้องมีวิธีการวัด เพราะเราไม่รู้ว่าภูมิต้านทานตัวไหนป้องกันการติดเชื้อได้ เวลาใช้จริงคือวัดจากการป้องกันการติดเชื้อซึ่งเกิดขึ้นจริงจากการใช้จริง ไม่ได้วัดภูมิต้านทาน เพื่อสามารถเปรียบเทียบได้ว่าประสิทธิผลสามารถป้องกันการติดเชื้อได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่เอกสารหลุดออกมาว่าจะมีการฉีดเข็มที่ 3 Booster Dose ให้บุคลากร​ทางการแพทย์หรือสาธารณสุข​เป็นแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อย่างเดียวหรือไม่ นพ.ทวีศักดิ์​กล่าวว่า เนื่องจากบุคลากร​ได้รับวัคซีน​ซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว ส่วนใหญ่เกินระยะเวลา 3 เดือน จึงมีนโยบายที่มีความจำเป็นต้องมีการฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อสามารถสร้างภูมิต้านทานให้สูงกว่าเดิม แล้วการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เราทราบว่าควรจะฉีดด้วยวัคซีนที่ไม่ใช่รูปแบบเดิม อีกทั้งความจำเป็น​ในขณะนี้ที่พบผู้ติดเชื้อในบุคลากร​จำนวนมาก เราจึงอยากเพิ่มประสิทธิผลของวัคซีนด้วยการ Booster โดยวัคซีนที่เรามีอยู่คือแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ถ้าเมื่อไหร่เรามีวัคซีนไฟเซอร์ เราก็จะสามารถใช้วัคซีน ​2 ตัวควบคู่กันไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เฉวตสรร นามวาท &amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า ขณะที่ผลการฉีดวัคซีนในประเทศจนถึงเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ฉีดสะสมทั้งสิ้น 15,388,939 โดส แบ่งเป็น เข็มที่หนึ่ง 11,805,180 ราย และเข็มที่สอง 3,583,759 ราย เป็นยี่ห้อซิโนแวค 7,933,854 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 6,856,472 โดส และซิโนฟาร์ม 598,613 โดส ในส่วนสรุปข้อมูลเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน วันที่ 18 ก.ค. ซึ่ง ณ ตอนนั้นฉีดวัคซีนสะสม 14,298,596 โดส แบ่งเป็น 1.เข้าเกณฑ์ร้ายแรง &amp;nbsp;1,343 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.4 ต่ออัตราแสนโดส 2.เสียชีวิต 231 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.6 และ 3.ผู้ป่วยในอื่นๆ เช่น มีไข้ 2,565 คน คิดเป็นร้อยละ 17.9 สำหรับอาการที่พบหลังได้รับวัคซีน จำแนกตามยี่ห้อวัคซีน 1.ซิโนแวค 1,633 ราย มีอาการเวียนศีรษะ 21.92% ปวดศีรษะ 15.25% &amp;nbsp;และคลื่นไส้ 14.88% 2.แอสตร้าเซนเนก้า 1,802 &amp;nbsp;ราย พบมีอาการมีไข้ 24.75% เวียนศีรษะ &amp;nbsp;21.92% และปวดศีรษะ 15.25% และ 3.ซิโนฟาร์ม 34 ราย พบมีอาการเวียนศีรษะ 31.35% &amp;nbsp;คลื่นไส้ 29.41% และอาเจียน 26.47%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า ในการวัดประสิทธิผลวัคซีนจากกรณีโรงพยาบาลจังหวัดเชียงราย โดยกลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบนานกว่า 14 &amp;nbsp;วันขึ้นไป 336 ราย พบการติดเชื้อ 24 ราย คิดเป็น 7.1% กลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน 27 ราย พบการ ติดเชื้อ 11 ราย คิดเป็น 40.7% โดยกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีนติดเชื้อสูงกว่ากลุ่มที่ฉีด 5.7 เท่า สรุปคือวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อได้ 82.5% อย่างไรก็ตามทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 3.76 พันล้านโดส ขอย้ำว่าวัคซีนโควิค-19 มีการฉีดอย่างกว้างขวางมากมายหลายประเทศ ซึ่งลดอัตราการเสียชีวิตและบรรเทาอาการเจ็บปวดรุนแรง ขอให้ประชาชนมั่นใจและไปรับการฉีดตามเป้าหมายที่เรากำหนดและรณรงค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการที่มีรายงานพบผู้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หรือภาวะ VITT หลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น &amp;nbsp;AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson/Janssen ในต่างประเทศ เบื้องต้นขอให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนจนถึงวันที่ 11 ก.ค.64 มีการฉีดวัคซีน AstraZeneca ในคนไทยไปแล้ว 5,360,745 โดส และมีผู้ป่วยยืนยันอาการ VITT ภายหลังการได้รับวัคซีน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี มีโรคประจำตัวคือไมเกรน มาด้วยอาการปวดศีรษะมากขึ้นกว่าเดิม &amp;nbsp;เมื่อได้รับการรักษาด้วยยา intravenous &amp;nbsp;immunoglobulin (IVIG) แล้วก็มีอาการดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาวะ VITT ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์น้อยกว่าต่างประเทศมาก คือ 1:5,000,000 &amp;nbsp;ในขณะที่ต่างประเทศมีอุบัติการณ์ประมาณ 1:125,000 &amp;ndash; 1:1,000,000 ซึ่งถือว่ามากกว่าประเทศไทยถึง 5-40 เท่า แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง แต่หากได้รับการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล &amp;nbsp;ประเทศไทยมีความพร้อมในการตรวจและรักษาภาวะนี้&amp;quot; นพ.ศุภกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวชี้แจงถึงการเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) เนื่องจากอาจมีความเข้าใจและอาจนำไปปนกันระหว่างโคแวกซ์ AMC (Advance Market Commitment: AMC) และโคแวกซ์ SFP (Self-financing participant: SFP) ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศในส่วนของโคแวกซ์ AMC 92 ประเทศ เนื่องจากเราเป็น Upper Middle Income เวลาที่มักมีคำเปรียบเทียบว่า อาเซียนเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์แล้วได้วัคซีน จริงๆ ต้องแยกประเทศอาเซียนเป็น 2 กลุ่ม อย่างโคแวกซ์ AMC เป็นประเทศที่ทำสัญญาจองล่วงหน้าได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว &amp;nbsp;เมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ส่วนโคแวกซ์ SFP ประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนด้วยเงินทุนของประเทศตนเอง ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไน รวมทั้งไทย ดังนั้นหากเราไม่มีความเข้าใจส่วนนี้ก็จะนำไปผสมกัน และคิดว่าเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์แล้วได้วัคซีนฟรี ซึ่งไม่ใช่ เพราะต้องจ่ายเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการโคแวกซ์ ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค.64 ได้ส่งมอบวัคซีนไปแล้ว 136 ล้านโดส ใน 136 ประเทศ ซึ่งเมื่อหารแล้วแต่ละประเทศได้รับวัคซีนประเทศละ 1 ล้านโดส ดังนั้นเหตุผลเดิมที่ไทยไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;เพราะต้องจ่ายเงินเองและต้องรอรับวัคซีนที่ไม่รู้ได้เมื่อไหร่ และเหตุการณ์เชิงประจักษ์ เหตุผลจึงเหมือนเดิม ไม่ได้ว่าเราตัดสินใจไม่ได้จองวัคซีนโคแวกซ์แล้วผิดพลาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นครกล่าวว่า ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงจะพิจารณาเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป ปี 2565 ดูทิศทางแล้วว่า บริษัทผู้ผลิตวัคซีน หลังจากได้ซัพพลายให้ประเทศรายได้สูงจนเกินพอ ต่อไปก็จะกลับมาดูในส่วน Global Solidarity จะเกิดขึ้นในปีหน้า 2565 ไม่ใช่ปีนี้ 2564 การเข้าร่วมโคแวกซ์ ณ เวลานี้ จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงสำหรับอนาคตในปีหน้า หากผู้ผลิตวัคซีนมุ่งเน้นส่งวัคซีนให้โคแวกซ์ ประเทศไทยก็จะมีช่องทางเข้าถึงวัคซีนในปี 2565 เป็นการบริหารตามสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า วันนี้ 23 ก.ค.64 องค์การเภสัชกรรมและบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา &amp;nbsp;จํากัด ในนามบริษัท แซดพี เทอราพิวติกส์ &amp;nbsp;ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย ได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขายอย่างเป็นทางการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา จำนวนประมาณ 5 ล้านโดส โดยมี นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยวัคซีนทั้งหมดจะทยอยนำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 ต่อเนื่องไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นไปตามช่วงเวลาเดิมที่กำหนดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันโรงพยาบาลต่างๆ รวมทั้งสภากาชาดไทยได้ทำการชำระเงินค่าวัคซีนครบถ้วนตามที่ได้รับการจัดสรร หลังจากนี้องค์การจะได้ทำการชำระเงินให้แก่บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ต่อไป เพื่อให้ความมั่นใจว่าวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา จำนวนประมาณ &amp;nbsp;5 ล้านโดสนี้จะเข้ามาประเทศไทยอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวันที่ 22 ก.ค. โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรรจนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่าทุก อบจ.ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่าจะ ป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหาร อบจ.และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110892</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรคแจงประสิทธิภาพวัคซีน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์, ไม่ได้วัดที่ภูมิต้านทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f50b85e7915.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
