<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงล็อกดาวน์กทม.! บิ๊กตู่’นั่งหัวโตะเคาะศุกร์นี้หลังพบติดโควิดพุ่งพรวดทะลุพัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้ป่วยโควิดพุ่งพรวด 1,335 คน&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรคเผย ถ้าไม่ทำอะไรเลย ผู้ติดเชื้อจะมีถึง 20,000 คนขึ้นไปต่อวัน ศปก.ศบค.อยู่เฉยไม่ได้แล้ว เตรียมชงล็อกดาวน์ กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จ่อเคาะศุกร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าประเทศไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1,335 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 1,326 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 9 ราย ผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ 7,491 ราย มีอาการหนัก 9 ราย ผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น 34 ราย โดยวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยรวมพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึงปัจจุบัน 7,047 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย กลับบ้านได้แล้วรวม 896 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 รายขึ้นไปโดยนับตามรอบเดือน เม.ย. มีอยู่ทั้งหมด 9 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ 1,689 ราย, เชียงใหม่ 880 ราย, ชลบุรี 594 ราย, สมุทรปราการ 416 ราย, นราธิวาส 304 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 265 ราย, สมุทรสาคร 166 ราย, ปทุมธานี 124 ราย และสระแก้ว 105 ราย โดยจังหวัดเหล่านี้จำเป็นต้องมีมาตรการในการควบคุมการเคลื่อนที่ของคน ควบคุมจุดเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง หรือว่าการจัดงานปาร์ตี้ระหว่างบุคคลอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นจุดที่มีการแพร่ระบาดของโรคอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวถึงสถานการณ์การระบาดทั่วโลกว่า อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะประเทศอินเดีย บราซิล สหรัฐอเมริกา ที่มีการระบาดมากขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงหลายประเทศในยุโรป ผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 138,013,074 เป็นรายใหม่ 735,486 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็ยังไม่ลดลง ฉะนั้นสถานการณ์ยังมีความน่ากังวลอยู่ โดยกราฟผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะยานขึ้นไปอย่างชัดเจน&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว และว่า สถานการณ์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย สะสม 579,305 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 505,744 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 73,561 ราย ซึ่งบางคนอาจบอกว่าจำนวนการฉีดยังได้น้อย ก็ต้องเรียนว่าขณะนี้เรามีวัคซีนซิโนแวคและแอสตราเซเนกาที่พร้อมฉีดให้ประชาชนราวๆ 1 ล้านโดส และวัคซีนจะต้องมีการฉีดซ้ำในเข็มที่ 2 ดังนั้นจะสามารถฉีดในเข็มที่ 1 ได้จำนวน 5 แสนโดส
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ส่วนวัคซีนซิโนแวคอีก 1 ล้านโดส ที่เข้ามาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา อยู่ในระหว่างการตรวจรับรองทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) คาดว่า 1-2 วันจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจะมีการส่งมอบให้กรมควบคุมโรค โดยจะจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า 6 แสนโดส โดยขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉีดวัคซีนดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทำงานที่บ้านตั้งแต่หลังสงกรานต์จนถึงสิ้นเดือนอย่างเต็มรูปแบบ และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคยังกล่าวอีกว่า ในภาพรวมการระบาดรอบนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทย อยู่ในวัยหนุ่มสาว 20-29 ปี ซึ่งมีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ ไปเที่ยวจากสถานบันเทิง ไปเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่ง หรือกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ ก็จะมีความเสี่ยงให้ผู้สัมผัสที่เป็นคนในครอบครัวติดเชื้อ จากนั้นก็จะกระจายในคนในชุมชน ดังนั้นจังหวัดไหนที่ยังไม่มีการระบาดในชุมชนก็จะต้องตัดวงจร โดยการติดตามผู้สัมผัส คัดกรอง ลดการเคลื่อนย้ายของชุมชน อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักเรียนปิดเทอม และก็จะมีกิจกรรมอย่างเช่นการออกค่าย ทัศนศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้โรคแพร่กระจายไปได้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้งดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด
ถ้าไม่ทำอะไรเลยติดวันละ 2 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสแถลงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 579,305 โดส ใน 77 จังหวัด ซึ่งยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้ ได้มีการจัดหาวัคซีนซิโนแวค 1 ล้านโดส และได้อยู่ในไทยแล้ว ซึ่งจะจัดให้บุคลากรด่านหน้า 6 แสนโดส ทั้งในส่วนภาครัฐ และเอกชน ภายใน 2 สัปดาห์เพื่อให้ทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เป็นอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง กระจายทั่วประเทศ และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มขึ้นบางจังหวัดที่เชื่อมโยงต่อเนื่องจากสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และพบการระบาดที่เกี่ยวข้องปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย เช่น กลุ่มนักศึกษาออกค่าย นักศึกษากลับภูมิลำเนา โดยช่วงนี้นักเรียน นักศึกษา ปิดเทอม แต่ก็ไปทัศนศึกษา ซึ่งก็พบติดเชื้อ 1 ราย ที่ไปทัศนศึกษาที่จังหวัดตาก และแม่ฮ่องสอน รวมถึงพบการติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงอยากให้ลดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นการตรวจคัดกรอง ควบคุม ติดตาม กำกับ การกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (ควรงดรับวัคซีน) เน้นสื่อสารกับประชาชนป้องกันตนเองตลอดเวลา หากจำเป็นต้องเดินทาง และเข้าที่ชุมชน และสถานที่สาธารณะด้วยมาตรการ DMHTT นอกจากนี้ ให้เน้น WFH หลังสงกรานต์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า หากเราไม่ทำอะไร คาดผู้ติดเชื้อจะมีถึง 20,000 คนขึ้นไปต่อวัน แต่ตอนนี้ได้ทำการปิดสถานบันเทิงไปแล้ว ก็คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อ 2,996 คนต่อวัน ซึ่งถ้าเราลดพฤติกรรมเสี่ยง ลดดื่มแอลกอฮอล์ คาดผู้ติดเชื้อจะ 934 คนต่อวัน แต่ยังไม่เพียงพอจะต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดไปอีก ด้วยการลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นซึ่งต้องรวมตัวกัน แม้จะเป็นงานปาร์ตี้ส่วนบุคคลก็แพร่ระบาดได้ หากลดได้คาดว่าผู้ติดเชื้อจะเหลือกว่า 500 คนต่อวัน และถ้าเพิ่ม WFH ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็จะลดเหลือไม่กี่ร้อยต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การระบาดรอบนี้มีการกระจายเร็ว และเริ่มมีสัญญาณพบการติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะติดเชื้อจากคนในบ้าน&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษากระทรวง และโฆษก สธ. กล่าวว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้หารือกันใน 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าจะพบมากกว่าวันละ 1,000 ราย โดยที่ประชุมเสนอมาตรการสำคัญที่นอกเหนือจากการปิดสถานบันเทิง โดยให้เพิ่มมาตรการควบคุมที่เข้มข้น ทั้งการปิดพื้นที่เสี่ยง ยกเลิกกิจกรรมเสี่ยง งดการรวมตัวของประชาชน รวมถึงการทำงานที่บ้าน และขอความร่วมมือประชาชนปรับเพิ่มพฤติกรรมด้านสุขภาพ, ประเด็นที่ 2 การบริหารจัดการเตียง ขณะนี้ได้เพิ่มกลไกให้มีการจัดการดีขึ้น รวมถึงเพิ่มจำนวนเตียงให้เพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ และประเด็นที่ 3 วัคซีนป้องกันโควิด-19 สธ.ขอยืนยันด้วยข้อมูลทางวิชาการว่า วัคซีนทั้ง 2 บริษัทที่ประเทศไทยจัดหาเพื่อประชาชนคือ แอสตราฯ และซิโนแวค มีประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อ ลดอัตราการป่วยตายได้
ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศระลอกเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบการรักษาพยาบาล&amp;nbsp; การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สําหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมการแพทย์ได้มีการประชุมหารือแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อรายใหม่ และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จนอาการผู้ป่วยหายเป็นปกติและไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)&amp;nbsp; ไว้ประมาณกว่า 400,000 เม็ด (ข้อมูล ณ วันที่ 12 เม.ย.2564) ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 5 แสนเม็ด โดยจะกระจายยาไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เช่น สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลนพรัตน์ฯ, โรงพยาบาลเลิดสิน,&amp;nbsp; สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลสังกัด กทม., โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์, โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ายาฟาวิพิราเวียร์ มีเพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ หากเกิดการระบาดระลอกใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลักการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอาการทางคลินิก แพทย์ผู้รักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อผู้ป่วยมีอาการ รีบมาโรงพยาบาล แจ้งประวัติให้บุคลการทางการแพทย์ทราบ จะช่วยให้การวินิจฉัยได้ไว และรักษาได้เร็ว ผู้ป่วยก็จะหายไวขึ้น
จ่อเคาะล็อกดาวน์ศุกร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของโควิด-19 ในขณะนี้ จากการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การควบคุมสถานการณ์ที่อาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด แต่การประกาศมาตรการใดๆ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. จะต้องฟังข้อมูลจากทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้เตรียมยกระดับ โดยขณะนี้ทีมงานได้เตรียมการไว้แล้ว เช่น การยกระดับพื้นที่ที่ผ่อนคลายให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ศบค.ระวังไม่ให้กระทบกับประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ นโยบายรายพื้นที่จะไม่ทำเหมือนทั้งประเทศ เพราะจะกระทบประชาชน มีความเป็นไปได้ต่อการนำมาตรการล็อกดาวน์ใช้ในพื้นที่ แต่ต้องรอฟังข้อมูลจากสาธารณสุขอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า มาตรการล็อกดาวน์คือการห้ามเข้า-ออกในพื้นที่จังหวัดควบคุม หรือหมายถึงพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม แต่จากการประเมินขณะนี้ ยืนยันว่าสถานการณ์ระบาดสามารถควบคุมได้ ยังใช้การมองเป็น 3 มิติคือ มิติพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อสูง มิติกิจการใดที่เสี่ยงและกิจกรรมใดที่เสี่ยง ทั้งนี้ ในวันที่ 15 เม.ย. กระทรวงสาธารณสุขจะเสนอการยกระดับพื้นที่ให้ทาง ศบค.ชุดเล็กพิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ศบค.เป็นห่วงกลุ่มคนที่เสี่ยงติดเชื้อหรือคนที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือคนติดเชื้อแล้วยังไปที่พื้นที่สาธารณะ จึงขอความร่วมมือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต้องกักตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ส่วนโรงพยาบาลสนามที่รัฐบาล และ ศบค.จัดเตรียมไว้เพียงพอกับการรองรับผู้ติดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ภายหลังจาก ศปก.ศบค.พูดคุยหารือกับกระทรวงสาธารณสุขและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ขณะนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันสูงเกินกว่า 1,300 คนแล้ว และอาจพิจารณาให้มีการยกระดับมาตรการป้องกัน ถึงอาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. จะเรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยจะเป็นการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99517</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุมโรค, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดผู้ป่วยโควิดพุ่ง, ล็อกดาวน์, ศบค., สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตรียมชงล็อกดาวน์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_607675387c8f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
