<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ไม่ประมาท เตรียมพร้อมแผนสู้ศึกโควิด ถ้าระบาดอีกยก เช็กเตียงในรพ.-กักตุนยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มิ.ย. 63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) นพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศไทยติดต่อกันถึง 35 วันแล้ว พบผู้ป่วยรายสุดท้ายในประเทศเมื่อวันที่ 25 พ.ค.63 ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี จำนวนผู้ป่วยใหม่ลดลง ล่าสุดในวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 3,169 ราย หายกลับบ้านรวม 3,053 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย ยังรักษาใน รพ. 58 ราย ไม่มีผู้ป่วยอาการหนักหรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการผ่อนคลายในระยะที่ 5 มีการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และประชาชนส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติภายใต้รูปแบบ New Normal จึงต้องย้ำถึงการร่วมกันปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันทั้งการคัดกรอง การสวมหน้ากาก ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ลดแออัด และใช้แพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันไทยชนะ ในการลงทะเบียนการใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการควบคุมโรคหากมีการระบาดเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ปลัดสธ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจจำนวนเตียงในโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯและทั่วประเทศ พบว่ามีจำนวนเตียงรองรับได้กว่า 20,000 เตียง แบ่งเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วย ICU ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจรวม 571 เตียง (กทม. 106 เตียง เขตสุขภาพ 1-12 จำนวน 465 เตียง), เตียงสำหรับผู้ป่วยห้องแยกโรค 11,206 เตียง และเตียงทั่วไปใน Hospitel อีก 10,349 เตียง ส่วนเวชภัณฑ์ มีหน้ากาก N95 อยู่ 1,127,970 ชิ้น, ชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) 511,578 ชุด และเครื่องช่วยหายใจ 11,096 เครื่อง ขณะที่ความพร้อมการสำรองยา เช่น ยาฟาวิพิลาเวียร์ มีอยู่ในสต็อก 319,994 เม็ด,&amp;nbsp;ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน 395,802 เม็ด, ยาคลอโรควิน 250 มิลลิกรัม 673,222 เม็ด รวมทั้งยาที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการสามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้ราว 4,500 คน และคาดว่าจะมีการนำเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับความคืบหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศ นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า มีการเตรียม 3 แนวทางดำเนินการเพื่อให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนโควิด 19 ประกอบด้วย 1.วิจัยพัฒนาในประเทศ 2.ร่วมวิจัยกับต่างประเทศ และ 3.จัดซื้อจากต่างประเทศ ทั้งหมดเพื่อให้มีเพียงพอในการใช้งาน ส่วนขั้นตอนการทดลองวัคซีนในสัตว์ มีความก้าวหน้าไปมากใน 2 ชนิด จาก 6 ชนิด ซึ่งจะมีการเริ่มทดลองวัคซีนในคนระยะแรกเดือนตุลาคม 2563 ระยะที่สองในช่วงเดือนธันวาคม 2563 ระยะที่สามคาดว่าจะเริ่มทดลองได้ในช่วงต้นปี 2564 และพร้อมที่จะผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรมในปริมาณ 2-10 ล้านโดส และขยายเป็น 30 ล้านโดสต่อไป คาดว่าสามารถนำวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนไทยได้ในช่วงกลางปี 2564 นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70040</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, เตรียมสู้ศึกโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9b0a4e5ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
