<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมให้พร้อมก่อน-หลังฉีดวัคซีนCOVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง ยังคงมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในทุกวัน การฉีดวัคซีนแม้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงได้ ดังนั้นทุกคนจึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 โดยต้องศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมทั้งก่อนและหลังการฉีด เพื่อจะได้คลายความกังวลและปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การฉีดวัคซีน COVID-19 แม้ว่าอาจจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ความรุนแรงจากเชื้อ COVID-19 ที่เข้าสู่ร่างกายเราลดลง ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้ ช่วงเริ่มของการฉีดมีวัคซีนที่รัฐจัดสรรให้จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ 1. AstraZeneca จากประเทศอังกฤษ เป็นวัคซีนที่ใช้สารพันธุกรรมของโควิดไวรัสใส่เข้าไปในตัวฝาก (Viral Vector) ใช้ไวรัสของชิมแปนซีไม่ก่อโรคในคน แล้วทำการตัดแต่งไวรัสเวคเตอร์ โดยจะส่งสารพันธุกรรมของโควิด-19 ให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด-19 2. Sinovac จากประเทศจีน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ผลิตจากการนำอนุภาคเชื้อไวรัสที่ตายแล้วมาฉีดกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านเชื้อ ข้อดีคือ มีความปลอดภัยสูง ใช้กับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ โดยวัคซีนทั้ง 2 ชนิดควรฉีดจำนวนทั้งสิ้น 2 เข็ม วัคซีน AstraZeneca ควรฉีดห่างจากเข็มแรก 10-16 สัปดาห์ ขณะที่วัคซีน Sinovac ควรฉีดห่างจากเข็มแรก 2-4 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนฉีดวัคซีนจะต้องมีการเตรียมความพร้อมของร่างกาย แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากมีไข้สูงในวันนัดหมายฉีดวัคซีน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน หากมีไข้ต่ำๆ หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติภูมิแพ้ หรือมีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อที่จะสามารถขอคำแนะนำที่เหมาะสมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วมีอาการข้างเคียงหลังฉีด มักเป็นสัญญาณแสดงว่าร่างกายกำลังถูกวัคซีนกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ไม่รุนแรง และหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน เช่น เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย มีอาการบวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด แต่ถ้ามีอาการแพ้วัคซีน ในทางการแพทย์ เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนมากกว่าปกติ ซึ่งนับว่าเป็นอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน อาการที่พบอาจเกิดจากวัคซีนโดยตรง หรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโดยตรง นั่นคือ อาการทางจิตใจที่มักพบในกลุ่มผู้รับวัคซีนที่มีความเครียด กลัว กังวล เป็นต้น อย่างไรก็ตามถ้าเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนแล้ว หากพบผลข้างเคียงรุนแรงจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก โดยอาการแพ้วัคซีนอาจพบได้หลังจากฉีดในช่วง 30 นาทีแรก คือ มีผื่นขึ้น ลมพิษ มีอาการคันบวมที่ใบหน้า ปาก หรือลำคอ หายใจติดขัด ความดันเลือดต่ำ คลื่นไส้ ปวดท้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว หากมีไข้หรือปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หากมีผื่นลมพิษ ไข้สูงมาก หน้ามืด เป็นลม แขนขาอ่อนแรง เจ็บหน้าอก ให้พบแพทย์ทันที ข้อปฏิบัติของการฉีด ยังแนะนำให้ทุกคนสวมหน้ากาก ล้างมือให้บ่อย รักษาระยะห่างทางสังคม หากไปพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ควรกักตัวอย่างน้อย 14 วัน ทั้งนี้ เมื่อฉีดวัคซีนครบตามนัดหมายทั้ง 2 เข็ม สามารถติดตามข้อมูลผ่าน &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; นอกจากนี้ในผู้ที่เคยป่วยเป็น COVID-19 แม้ในร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาของภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกันไวรัสได้ จึงควรได้รับวัคซีน โดยเว้นระยะห่างจากการติดเชื้ออย่างน้อย 3 เดือน และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105834</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุณภาพชีวิต, เตรียมให้พร้อมก่อน-หลังฉีดวัคซีนCOVID-19, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b620a22ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
