<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณดี!เตียงผู้ป่วยโควิดเมืองกรุง-ปริมณฑล เริ่มผ่อนคลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลัง ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด- 19 ว่า สถานการณ์โควิด- 19 ขณะนี้มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้อัตราครองเตียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองและเขียว โดยข้อมูลโรงพยาบาลบุษราคัม ล่าสุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2564 มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาทั้งสิ้น 1,905 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่มีผู้ติดเชื้อ 3,526 ราย ถึงร้อยละ 54&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตร พบอัตราครองเตียงล่าสุด จำนวน 94 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยสีเขียว 54 ราย สีเหลือง 34 ราย และสีแดง 6 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงพบการระบาดภายในชุมชน สถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงาน ได้กำชับให้ตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK และนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการแยกกักตัวที่บ้านและชุมชน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น อย่างไรก็ตามขณะนี้การติดเชื้อยังคงพบจากบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว นำเชื้อแพร่สู่กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจนทำให้มีการเสียชีวิต จึงได้เน้นย้ำให้เร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากมีรายงานพบการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และเสียชีวิตมากกว่าปกติ 2.5 เท่า และเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายพื้นที่สีแดงเข้มครอบคลุมอย่างน้อยร้อยละ 70 ส่วนจังหวัดที่เหลือมากกว่าร้อยละ 50&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ ระบุว่า สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด -19 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ฉีดวัคซีนสะสม 30,679,289 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 22,807,078 โดส เข็มที่ 2 จำนวน 7,287,885 โดส เข็มที่ 3 จำนวน 584,326 โดส อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขมีมติมอบให้กรมควบคุมโรคพิจารณาแผนการฉีดวัคซีนในกลุ่มบุคคลทั่วไปและการกระตุ้นเข็ม 3 ซึ่งกรมควบคุมโรคจะได้ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอที่ประชุมในสัปดาห์หน้า และเตรียมกระจายวัคซีนซิโนแวค 1.5 ล้านโดสไปยังพื้นที่ภูมิภาค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114934</URL_LINK>
                <HASHTAG>เตียงผู้ป่วย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61274726b0f35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 ภารกิจเร่งด่วน &#039;นายกฯ&#039; สั่งลุยสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19. 00 น.(วานนี) &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามการบริหารจัดการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงการบริหารจัดการโรงพยาบาลสนาม พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคการทำงาน เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้แทนโรงพยาบาลสนามจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงกลาโหม และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมหารีอด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในทุกส่วน ทั้งการบริหารสถานการณ์ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น การจัดสรรบุคลากร และการบริหารจัดการสถานที่ต่างๆ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลให้ทุกฝ่ายได้เห็นภาพรวมและขับเคลื่อนไปด้วยกัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีข้อสรุปในเบื้องต้นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;เพื่อรับผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ที่มีอาการ ให้เข้าถึงการรักษาและสถานพยาบาลให้มากและเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เพิ่มขีดความสามารถโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ในขณะนี้ ให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เห็นชอบแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home Isolation - HI) และการดูแลผู้ป่วยในชุมชน (Community Isolation - CI) อย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีทีมแพทย์คอยติดตามอาการ &amp;nbsp;ชุดเวชภัณท์และยาที่จำเป็นเพี่อคัดแยกผู้ป่วย ลดการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและชุมชน สำหรับผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (HI) จะมีการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้จะนำส่งศูนย์พักคอย หรือ (CI) ซึ่งกรุงเทพมหานครจะได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อให้ครบทั้ง 50 เขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมช่วยเหลือ สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงการจัดส่งอาหารและยาให้ผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวที่บ้านและที่ชุมชนในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยประสานผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวในภูมิลำเนาได้ &amp;nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขที่กำกับการเคลื่อนย้ายทุกขั้นตอน เพี่อลดปัญหาการได้เข้ารับการรักษาในพื้นที่ กทม. ที่มีข้อจำกัดเรื่องเตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สนับสนุนทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (Comprehensive Covid-19 Response Team) หรือ CCRT อย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ปรับปรุงระบบการรับเรื่องผ่านโทรศัพท์สายด่วนต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้สามารถประสานข้อมูลร่วมกัน เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริง ควบคู่ไปพร้อมกับการเดินหน้าจัดหาวัคซีนให้มากที่สุดเพื่อเร่งฉีดให้กับประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งในขณะนี้ในพื้นที่ กทม. ได้มีการฉีดวีคซีนเกินกว่าร้อยละ 50 ของประชากรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้การสนับสนุน การทำงานในทุกมิติเพื่อดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้พร้อมขอเป็นกำลังใจให้แพทย์ บุคลากรด้านสาธารณสุข และคนทำงานจากทุกหน่วยงานที่ร่วมใจดูแลผู้ป่วยอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย โดยนายกรัฐมนตรียินดีและพร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรค เพี่อจะได้ร่วมช่วยหาวิธีแก้ไขและนำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมในการทำงานของทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110910</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด, เตียงผู้ป่วย, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.เผยแผนบริหารจัดการดีขึ้นผู้ป่วยรอเตียงแค่ภายใน 48 ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64-&amp;nbsp; พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีการรายงานผลการพัฒนาระบบบริหารจัดการเตียงในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 4-30 เม.ย. โดยข้อมูลสรุปจะเห็นว่าช่วงกลางเดือน เม.ย. ผู้ป่วยทั้งมีอาการหนักและมีอาการเบื้องต้นต้องใช้ระยะเวลารอเตียงนานเกิน 10 วัน แต่หลังการบูรณาการร่วมกันแล้วจนถึงวันที่ 29 เม.ย. ผู้ป่วยทุกระดับจะใช้เวลารอเตียงอยู่ที่ 1-2 วันเท่านั้น โดยรองอธิบดีกรมการแพทย์รายงานว่า ปัจจุบันระยะเวลารอเตียงอยู่ภายใน 48 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำหรับการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชั่นและไลน์หมอพร้อม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึงเวลา 09.00 น.ของวันที่ 2 พ.ค. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 430,588 ราย ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่ามีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก เมื่อลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมากอาจทำให้ระบบขัดข้องชั่วคราว แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ไขอยู่ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกใช้ช่องทางดังกล่าว สามารถไปลงทะเบียนได้ที่ อสม. หรือโรงพยาบาลที่มีประวัติรักษาอยู่ รัฐบาลยืนยันคนไทยมีสิทธิได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101491</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., เตียงผู้ป่วย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab6ed145a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
