<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้วิกฤติ เตรียมอัพเกรด รพ.สนามพื้นที่กทม. เป็นเตียงผู้ป่วยหนัก ส่วน&#039;โมเดอร์นา  &#039;มาไตรมาส 4 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เตียงผู้ป่วยโควิด 19 ในพื้นที่ กทม. ว่า กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาโรงพยาบาลบุษราคัมช่วยดูแลผู้ป่วยอาการปานกลางหรือสีเหลือง ทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อให้โรงพยาบาลหลักมีเตียงไอซียูดูแลผู้ป่วยอาหารหนักมากขึ้น ขณะนี้กำลังเตรียมยกระดับโรงพยาบาลสนามต่างๆ ในพื้นที่ กทม. ให้รองรับผู้ป่วยอาการสีเหลืองได้ ลดโอกาสผู้ป่วยเปลี่ยนเป็นอาการหนัก เพื่อให้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลหลักดูแลผู้ป่วยหนักได้มากขึ้น และเป็นการรองรับในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ที่โรงพยาบาลบุษราคัมจะหมดสัญญากับทางอิมแพคด้วย โดยจะยกระดับโรงพยาบาลสนามที่รองรับผู้ติดเชื้อได้จำนวนมาก อาจเปิดในพื้นที่สี่มุมเมือง รวมถึงศูนย์แรกรับนิมิบุตร หรือสนามกีฬาอินดอร์ สเตเดียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีประสบการณ์ในการตั้งโรงพยาบาลบุษราคัม สามารถตั้งขึ้นได้ใน 7 วัน โดยมีอุปกรณ์ เครื่องช่วยหายใจ และยาพร้อม ยกเว้นเพียงไอซียู และบุคลากรจากโรงพยาบาลต่างๆ สลับหมุนเวียนกันทุก 2 สัปดาห์ เชื่อว่าจะสามารถอัปเกรดโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองได้มากขึ้น ทั้งหมดอยู่ในแผนอยู่แล้ว เราทำทุกอย่างให้ทันสถานการณ์&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับการระบาดของโรคโควิด 19 ในโรงงาน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการ Bubble and Seal ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ช่วยดูแลอย่าให้มีการเดินทางออกจากพื้นที่ Bubble and Seal โดยทีมควบคุมโรคจะเข้าไปคัดแยกผู้ป่วยตามอาการ เพื่อนำไปรักษาในโรงพยาบาลที่เหมาะสมต่อไป แม้จะเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายก็ดูแลรักษาตามหลักมนุษยธรรมเพื่อป้องกันโรค ส่วนประเด็นการตรวจสอบการลักลอบเข้าประเทศเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ฝ่ายความมั่นคง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับประเด็นการฉีดวัคซีนโควิด 3 เข็ม หรือฉีดสลับยี่ห้อ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการด้านวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขพร้อมปฏิบัติตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทดลอง ยืนยันว่าวัคซีนที่ประเทศไทยนำมาใช้มีประสิทธิภาพสูง อย่างซิโนแวคเราทำการศึกษาที่ภูเก็ต พบภูมิคุ้มกันสูงถึง 83% เป็นการศึกษาในสถานที่จริง
&amp;nbsp;ส่วนกรณีสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ยังไม่มีวัคซีนชนิดไหนครอบคลุม แต่วัคซีนยังช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิตได้ ขณะนี้มีวัคซีนทยอยจัดส่งและจัดสรรออกไปทุกสัปดาห์ โดยสามารถฉีดวัคซีนได้แล้ว 8.1 ล้านโดส ส่วนกรณีนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาล่าช้า ไม่เกี่ยวข้องกับทางองค์การเภสัชกรรม เนื่องจากตามหลักการของวัคซีนทางเลือกต้องให้ภาคเอกชนแจ้งจำนวนวัคซีนเข้ามาก่อน โดยองค์การเภสัชกรรมจะเป็นตัวกลางหรือสะพานไปเจรจาให้ แต่ไม่ใช่การซื้อมาสต๊อกไว้แล้วนำมาขายต่อ และทางโมเดอร์นาก็แจ้งว่าสามารถส่งวัคซีนได้ในไตรมาส 4 ส่วนรายละเอียดองค์การ ฯ จะได้ให้รายละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107395</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, รพ.สนาม, เตียงผู้ป่วยหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d3000482907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
