<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเจ๋ง!ฉก.ทพ.นราธิวาสทำเตียงสนามจากไม้ไผ่รับผู้ป่วยโควิดพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64- หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 โดย พ.อ.จิณณมนัส​ รอดโพธิ์ทอง​ ผบ.ฉก.ทพ.10 ได้สั่งการให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 ทั้ง 15 กองร้อย ส่งช่างมารวมกันทำเตียงสนามที่ ร้อย.ร.1004&amp;nbsp; ต.โละจูด​ อ.แว้ง​ จ.นราธิวาส​ เพื่อช่วยกันร่วมแรงร่วมใจทำเตียงไม้ไผ่ เพื่อทำเป็นเตียงสนามใช้รองรับผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม โดยเร่งทำตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ทำได้ประมาณ 50-60 เตียงแล้วจาก​ 200​ เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนไม้ไผ่จากชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งหน่วยทหารได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดนราธิวาส เพื่อสนับสนุนภารกิจประกอบเตียงช่วยเหลือผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังขาดแคลนเตียงอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กำลังพล เร่งผลิตเตียง เพื่อรวบรวมเตียงทั้งหมดมอบให้กับ&amp;nbsp; ฉก.นราธิวาส​ เพื่อมอบให้โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วหาเตียงยากมาก เพราะโรงพยาบาลหลายแห่งไม่มีเตียงเพียงพอรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น จึงเกิดแนวคิดว่าถ้าเรามีเตียงให้ รพ.แต่ละแห่ง จะสามารถเปิดรับผู้ป่วยได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเตียงที่ผลิตให้โรงพยาบาลครั้งนี้เป็นเตียงขนาดยาว 2 เมตร กว้าง 90 ซ.ม.ดังนั้นการทำเตียง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลช่วยให้ผู้ป่วยมีเตียงรองรับต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้อีกหลายคน เป็นการส่งต่อความช่วยเหลือให้โรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยได้ทันสถานการณ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111915</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉก.ทพ.นราธิวาส, เตียงสนาม, เตียงไม้ไผ่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_610753159085d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอส หนุนไปรษณีย์ไทยร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ส่งเตียงสนามฟรีทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไปรษณีย์ไทย หนึ่งในหน่วยงานของกระทรวงดิจิทัลฯ เห็นความสำคัญของการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จึงเดินหน้าส่งความช่วยเหลือแก่ภาคสาธารณสุข ที่เป็นส่วนสำคัญในการรับมือโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดกระทรวงดิจิทัลได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปัญจพลไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัดมอบเตียงสนามร่วม 4,000 เตียง ผ่านโครงการ &amp;ldquo;ส่งความห่วงใย ส่งให้ สู้ภัย COVID-19&amp;rdquo; ให้กับโรงพยาบาลสนามสนามทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งมอบให้รพ.สนามที่จ.ปัตตานี ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นจำนวนมากให้สามารถรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้ช่วยกระจายส่งมอบช่วยโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศฟรีไม่คิดค่าขนส่ง &amp;nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนเตียงกระดาษให้ผู้ป่วยในศูนย์พักคอยพื้นที่ กทม. อีก 450 เตียงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเตียงสนามแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ผลิตจากกระดาษที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม สามารถพับเก็บได้ง่าย สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง และการจัดเก็บในทุกพื้นที่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนและทุกภาคส่วนที่ช่วยกัน..เราจะผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110099</URL_LINK>
                <HASHTAG>เตียงสนาม, โควิด, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d84a2e35485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ธรรมดา!สื่อจีนบุกสัมภาษณ์ &#039;เฮียเหรียญ&#039; บอกจะโม้ให้ลือลั่นสนั่นจีนไปเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64 - พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันพรุ่งนี้ศุกร์ที่ 21 พ.ค.64 ...สถานีโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน[CGTN] จะสัมภาษณ์ผมและนำเสนอข่าว &amp;#39;รพ.สนามพลังแผ่นดิน&amp;#39; ออกอากาศในประเทศจีน...ถึงแม้ รพ.สนามพลังแผ่นดิน จะกระจอกกว่า รพ.สนามอู่ฮั่น แต่ก็ไม่ถึงกับขี้เหร่หรอกครับ ...เราเป็น รพ.สนามขนานแท้ ไม่หรูหรา ใช้เงินน้อย จัดตั้งอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 12 วันสมเป็น รพ.สนามขนานแท้ แต่ก็มีขีดความสามารถเป็น รพ.สนาม ระดับ 3 ได้ก็แล้วกัน รับผู้ป่วยจำนวนมากๆได้ด้วย ถึงแม้จะไม่มากเท่าอู่ฮั่น แต่ก็มี ไอ ซี ยู มากถึง 48 เตียง , หอผู้ป่วยสนามขั้นสูง 167 เตียงที่สามารถยกระดับเป็น ไอ ซี ยู ได้ในสถานการณ์จำเป็น , ผ่าตัด ทำคลอด , ฟอกไต[HEMODIALYSIS] ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้เฮียจะโม้ให้ลือลั่นสนั่นจีนไปเลยหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮียเหรียญนะโว้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ วันนี้รับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีโรคไตวายเรื้อรัง 3 รายทั้งเพื่อรักษาโควิด-19 และฟอกไตแล้วครับ...และยังมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องผ่าตัดสมองอีก 1 รายกำลังประเมินอยู่...โม้ชิบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103669</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา, รพ.สนาม, เตียงสนาม, โควิด19, โควิด19วันนี้, โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077afe3c9f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลตัส จับมือ SCGP เปิดรับกล่องและลังกระดาษนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงบริจาคให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2564 นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกล่าสุด โลตัส ได้ให้การสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบน้ำดื่ม อาหารแห้ง และอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เจลแอลกอฮอล์ ให้กับหน่วยงานและชุมชนกว่า 200 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลสนาม 13 แห่ง โรงพยาบาล 33 แห่ง ด่านคัดกรองและด่านตรวจ 138 แห่ง และชุมชนใกล้เคียงสาขา เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามที่อาจไม่เพียงพอ โลตัส จึงได้ร่วมมือกับ SCGP ในการเป็นจุดรับบริจาคกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี มอบให้กับโรงพยาบาลสนาม โดยลูกค้าและประชาชนที่มีจิตศรัทธา สามารถนำกล่องมาบริจาคที่จุดรับของเราในไฮเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขาทั่วประเทศ ที่ผ่านมา เราได้เปิดจุดรับกล่องและลังกระดาษเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าช่วยกันนำกล่องกระดาษไปจัดการอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โลตัส ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า &amp;ldquo;SCGP มีความยินดีและขอขอบคุณ โลตัส ที่ให้โอกาสได้ร่วมมือกันอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ โลตัส จะเป็นจุดรับบริจาคกล่องที่เหลือใช้นำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของ SCGP เพื่อผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี ซึ่ง SCGP ได้ออกแบบสร้างสรรค์ เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed) นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีขนาดเหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ สะดวกต่อการใช้งานสอดรับกับสรีระของคนเอเชีย รองรับน้ำหนักแนวราบได้ถึง 100 กิโลกรัม มีน้ำหนักเบา ขนส่งได้สะดวก อีกทั้งยังสามารถประกอบติดตั้งได้ง่ายภายในเวลาเพียง 8 นาทีโดยไม่ต้องใช้กาว เพื่อร่วมส่งต่อความช่วยเหลือให้โรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยได้ทันสถานการณ์ ที่ผ่านมา SCGP และ โลตัส ได้ดำเนินการโครงการเพื่อสังคมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยได้ก้าวผ่านสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกค้าและประชาชนที่สนใจ สามารถนำกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว มาบริจาคได้ที่จุดรับกล่อง ณ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล่องและลังกระดาษ, รีไซเคิล, เตียงสนาม, โรคโควิด-19, โรงพยาบาลสนาม, โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6080fc7db903d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มเตียงสนาม รองรับ2.5หมื่น กทม.จัดไป4จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ สั่งจัดเตียงสนามรับมือผู้ป่วยโควิดเพิ่มแล้ว 2.5 หมื่นเตียงทั่วประเทศ ใน กทม.มี 4 แห่ง จะเพิ่มอีก 500 เตียง ขณะที่ ผบ. 3 เหล่าทัพพร้อมใจส่งสารให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ทุ่มเทเสียสละช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้เร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนาม เบื้องต้นได้ขยายโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทลทั้งในส่วนกลาง ต่างจังหวัด และส่วนท้องถิ่น ไปกว่า 25,000 เตียง เพื่อให้การดูแลผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูง เช่น กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 4 แห่ง ขณะนี้สามารถให้บริการได้ 1,250 เตียง และจะเพิ่มอีก 500 เตียงในเร็วๆ นี้ ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อม เปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมในทุกจังหวัด และประสานงานโดยทันทีกับทางจังหวัด สาธารณสุขในพื้นที่ และดำเนินการร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เบื้องต้นสามารถให้บริการได้ 12,822 เตียง จากโรงพยาบาลสนาม 37 แห่งทั่วทุกภาค ซึ่งในส่วนกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งสนับสนุนและดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามกว่า 5,000 เตียง ทั้งในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมทั้งในส่วนภูมิภาค เพื่อส่งมอบให้สาธารณสุขบริหารจัดการในภาพรวมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดหาโรงแรมที่ไม่มีผู้พักอาศัยมาทำเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว (Hospitel) เพื่อใช้ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแพทย์ พยาบาล เครื่องมือที่สำคัญ เช่น ปรอทวัดอุณหภูมิดิจิทัล เครื่องวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ โดยการดูแลจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่มีอาการ แต่หากมีอาการจะส่งไปรักษาในโรงพยาบาลพี่เลี้ยง กลุ่มที่ 2 กลุ่มมีอาการที่อยู่โรงพยาบาล 3-5 วัน หากอาการไม่แย่ลงหรืออาการปกติ สามารถย้ายมาอยู่ที่ฮอสพิเทลต่อไป ซึ่งขณะนี้มีฮอสพิเทลแล้ว 23 แห่ง รวม 4,900 เตียง มีการครองเตียงแล้ว 2,000 เตียง และมีแผนจะขยายให้ได้ถึง 5,000-7,000 เตียงในระยะต่อไป ส่วนเรื่องค่ารักษา หากผู้ป่วยมีประกันสุขภาพ ให้เบิกจากประกันสุขภาพส่วนบุคคล หากไม่มีประกันส่วนบุคคล จะได้รับสิทธิตามสิทธิในการรักษาพยาบาลภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้การบริหารจัดการและการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทลต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และจำนวนผู้ป่วย ซึ่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทุกคนจะต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลอย่างดีและรวดเร็ว อีกทั้งขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ได้เร่งเดินหน้าจัดหาวัคซีนจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อเป็นวัคซีนทางเลือกสำหรับคนไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามแนวทางรัฐบาล ล่าสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวผ่านการประชุมด้วยระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศโดยกล่าว ขอบคุณกำลังพลและหน่วยทหารที่ได้ทุ่มเทสนับสนุนอย่างเต็มกำลังในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของหลายจังหวัดเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อ รวมทั้งการอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;
มาตรการพิทักษ์พล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิดในปัจจุบันถือว่าเป็นวิกฤติสำคัญ กองทัพบกขอส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ที่เสียสละและต้องทำงานอย่างหนัก 24 ชม.อยู่ในขณะนี้ ขอให้ทุกหน่วยทหารสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุข รวมทั้งดูแลบุคลากรสายแพทย์ของกองทัพบกให้มีความสะดวกในการปฏิบัติงานในทุกด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสถานการณ์เช่นนี้ หน่วยแนวหน้าของประเทศไทยคือบุคลากรทางการแพทย์ นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและเสียสละมาก ผมขอส่งกำลังใจให้ท่านเหล่านั้น และกองทัพบกพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;ldquo;มาตรการพิทักษ์พล&amp;rdquo; ซึ่งกำหนดให้กำลังพลปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 นั้น ผบ.ทบ.ได้กำชับเรื่องการบันทึกรายงานข้อมูลของหน่วยทหาร กำลังพลและครอบครัวเมื่อมีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นำไปสู่การประเมินและการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยให้กับส่วนรวม ตลอดจนได้เน้นย้ำกำลังพลและครอบครัวที่มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ขอให้เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก เพื่อลดภาระงานของหน่วยงานสาธารณสุข และเพื่อให้โรงพยาบาลรัฐสามารถรองรับผู้ที่มีความเสี่ยง หรือผู้ติดเชื้อที่เป็นพลเรือนได้อย่างเต็มที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทบ.ยังได้ออกมาตรการพิทักษ์พลเพิ่มเติมตามสถานการณ์ ได้แก่ การตรวจคัดกรองนักเรียนทหารหลังลาพักหรือกลับเข้าโรงเรียน เช่น นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายสิบทหารบก ที่จะกลับเข้าโรงเรียนหลังปิดเทอม ในสัปดาห์นี้ ส่วนทหารกองประจำการให้งดลาพักเพื่อลดการเดินทางและเป็นการเตรียมกำลังให้พร้อม สำหรับทหารกองประจำการที่จะปลดประจำการใน 30 เมษายนนี้ หน่วยทหารจะดำเนินการคัดกรองให้เกิดความปลอดภัยจากการติดเชื้อก่อนปลดประจำการ รวมทั้งมาตรการเตรียมรับทหารใหม่ในเดือนพฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) ได้ส่งสารให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ชื่นชมและส่งกำลังใจแด่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ในการปฏิบัติภารกิจ ดูแลรักษากำลังพลและประชาชน ที่เข้ารับการรักษาพยาบาล จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ความว่า &amp;ldquo;ในสถานการณ์เช่นนี้ หน่วยแนวหน้าของประเทศไทย คือบุคลากรทางการแพทย์ นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ
และเสียสละมาก ผมขอส่งกำลังใจให้พวกท่านเหล่านั้น และกองทัพบกพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้ส่งสารกล่าวชื่นชมและส่งกำลังใจแด่บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่คนไทยต้องเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 กองทัพเรือได้ใช้บุคลากรทางการแพทย์ของเราเอง เข้าร่วมรับมือกับภัยคุกคามของชาติในครั้งนี้มาอย่างต่อเนื่อง กล่าวได้ว่าท่านทั้งหลายนี้คือ หนึ่งในนักรบชาวเรือ ที่กำลังต่อสู้อยู่อย่างเต็มกำลัง ....ผมขอเป็นตัวแทนทหารเรือทุกนาย แสดงความชื่นชมและส่งกำลังใจแด่ทุกท่านครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ก็ได้ส่งสารชื่นชมและส่งกำลังใจแด่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ที่รักษาผู้ป่วยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ความว่า &amp;quot;ขอร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ทุ่มเทเสียสละตนเอง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 #คุณคือ HERO&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99794</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, บุคลากรทางการแพทย์, รับมือผู้ป่วยโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตียงสนาม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60793322ec3bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดพุง่ 1,543ราย-เพิ่มเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวกระโดดทุกวัน! พบผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง 1,543 ราย ยอดสะสมใกล้แตะ 4 หมื่้นคนแล้ว จำเป็นต้องจัดหาเตียงเพิ่ม 7,000 เตียง ย้ำคลินิกไหนไม่ส่งต่อ-ดูแลผู้ป่วย มีความผิด จับตา!รัฐบาล-กองทัพ กางแผนเตรียมเตียงสนามเพิ่มนับหมื่นเตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าประเทศไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1,543 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 1,540 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 3 ราย ผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ 8,973 ราย มีอาการหนัก 11 ราย ผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น 61 ราย โดยวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ภาพรวมการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในประเทศไทยอยู่ที่ 37,453 ราย หายป่วยแล้วสะสม 28,383 เสียชีวิตสะสม 97 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกใหม่เดือนเม.ย.2564 ผู้ป่วยสะสม 8,973 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์จำนวนผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 สะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-วันที่ 14 เม.ย. แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 507,360 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 73,948 ราย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มจํานวนผู้ติดเชื้อ พบว่าสัปดาห์นี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 5,795 ราย ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจํานวนผู้ติดเชื้อในวันนี้ 1,543 ราย กระจายใน 72 จังหวัด จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ เช่น ระนอง สตูล ฯลฯ โดยพื้นฐานเดิมคือมีความเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ กลุ่มเสี่ยงยังอยู่ในวัยทำงานที่มีการเดินทางเคลื่อนที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวถึงส่วนสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ว่าขณะนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 803,194 ราย สะสม 138,826,004 ราย มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 13,513 ราย สะสม 2,985,425 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดยังเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล ขณะที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ อินเดีย รายใหม่ 199,569 ราย รองมาคือสหรัฐ พบผู้ป่วยรายใหม่ 78,439 ราย เป็นยอดต่ำกว่าแสนมาระยะหนึ่งที่นานพอสมควร บราซิลพบรายใหม่ 75,998 ราย ส่วนประเทศที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือบราซิล รายใหม่ 3,462 ราย สะสม 362,180 ราย รองมาเป็นอินเดีย สหรัฐ และโปแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดหาเตียงรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 มีการประชุมกันทุกวัน เพื่อเตรียม รพ.ในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข สังกัดกองทัพ รพ.มหาวิทยาลัย และ รพ.เอกชน ตอนนี้มีเตียงรองรับ 6,525 เตียง ปัจจุบันใช้ไปแล้วกว่า 3,700 เตียง อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งเก็บไว้สำหรับผู้ป่วยอาการเยอะ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดหาฮอสพิเทลหรือการจัดหาโรงแรมที่ไม่มีผู้พักอาศัยมาทำเป็น รพ.ชั่วคราวเพื่อใช้ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแพทย์ พยาบาล อัตรา 20 คนต่อผู้ป่วย 1 เตียง มีเครื่องมือที่สำคัญ เช่น ปรอทวัดอุณหภูมิดิจิทัล เครื่องวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ โดยการดูแลจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มไม่มีอาการ แต่ระหว่างนี้หากมีอาการก็จะส่งไปรักษาใน รพ.พี่เลี้ยง กลุ่มที่ 2 กลุ่มมีอาการที่อยู่ใน รพ. 3-5 วัน แล้วอาการไม่ได้แย่ลง อาการปกติ สามารถย้ายมาอยู่ที่ฮอสพิเทลต่อไป
หาเพิ่มอีก 7 พันเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้มีฮอสพิเทลแล้ว 23 แห่ง รวม 4,900 เตียง มีการครองเตียงแล้ว 2,000 เตียงแล้ว อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์การระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องจัดหาเตียงฮอสพิเทลและ รพ.สนามเพิ่ม 5,000-7,000 เตียง ส่วนค่ารักษานั้น หากมีประกันสุขภาพ ก็ให้เบิกจากประกันสุขภาพส่วนบุคคล หากไม่มีประกันส่วนบุคคล ก็จะได้รับสิทธิตามสิทธิในการรักษาพยาบาลภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการย้ายผู้ป่วยเข้ามา จะต้องถูกคัดกรองโดย รพ.หลักก่อน เช่น อายุไม่ควรเกิน 50 ปี ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่คนท้อง ไม่มีผลการเอกซเรย์ที่เปลี่ยนแปลง ก็จะสามารถย้ายมาที่รพ.สนามหรือฮอสพิเทลได้ เพราะฉะนั้นเราจะสกรีนผู้ป่วยที่มีความปลอดภัยสูงเข้ามา รพ.สนาม ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อเฉลี่ย ที่เจอในหลักพันรายต่อวันนั้น ก็ยังมีการประเมินว่าเตียงที่จัดหานั้นอย่างเพียงพอต่อการรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า ขณะนี้ สบส.ได้รับการแจ้งว่ามีคลินิกหลายแห่งที่ตรวจผู้ป่วยโควิดแล้วให้ผู้ป่วยไปหาเตียงเอง ทำให้เกิดความยากลำบาก และมีการเดินทางต่างๆ ดังนั้น สบส.จึงออก ประกาศว่าคลินิกที่สามารถตรวจโควิดได้ต้องได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเมื่อตรวจผลเป็นบวก จะต้องดูและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคติดต่อ ต้องดำเนินการจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วย หากไม่ดำเนินการตามนี้ สถานพยาบาลหรือคลินิกแห่งนั้นจะมีโทษตามกฎหมาย มีโทษทั้งจําทั้งปรับ ขณะนี้ในเรื่องของการไม่ส่งต่อนั้น เราพบ รพ.ย่านบางนา จะต้องถูกลงโทษ และขณะนี้มีการพิจารณาที่จะลงโทษ รพ.เอกชนอีกประมาณ 2-3 แห่ง รวมถึงคลินิกเอกชนอีกจํานวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกล่าวต่อว่า ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อกำหนดว่าหากเจอผู้ติดเชื้อแล้วต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคทราบภายใน 3 ชั่วโมงคือ ผู้อยู่ร่วมบ้าน สถานพยาบาล ผู้ทำการชันสูตร หรือผู้ประกอบกิจการจะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อ เช่น เจ้าพนักงานสั่งให้ Home quarantine เพื่อรอเตียง หรือสั่งให้ไปรับการรักษาเพื่อลดการติดต่อสู่ผู้อื่น ก็จะมีความผิด โทษค่อนข้างแรง เพราะเสี่ยงที่จะแพร่กระจายของโรค จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงกรณีการปิดบังก็มีโทษ เรื่องการให้ข้อมูลเท็จ เป็นโทษปรับ แต่ทั้งหมดนี้ ขอฝากว่าหากเราช่วยกันให้ข้อมูลการควบคุมโรคติดต่อก็จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวเราและเพื่อนบ้านของเราก็จะปลอดภัยเพราะระบบสามารถควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว และถ้าเราให้ความร่วมมือกัน ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย
รัฐบาลเพิ่มอีกนับหมื่นเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีกระแสว่ามี รพ.เอกชนมีการประชาสัมพันธ์ส่งข้อความถึงประชาชนให้มาลงทะเบียนรับวัคซีนทางเลือกนั้น ต้องขอชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการแนวทางปฏิบัติ และวัคซีน หากมีการไปโฆษณาเชิญชวนก่อนจะเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง บางกรณีถ้าไปเรียกเงินมัดจําจากประชาชนด้วย เหมือนเอาเงินคนอื่นมาใช้โดยที่ยังไม่มีบริการ อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องดูข้อมูลให้ดีๆ ละเอียดด้วย เพราะขณะนี้มี รพ.เอกชนหลายแห่งที่เข้ามาช่วยเหลือรัฐในการฉีดวัคซีนฟรีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบก จัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพบกในพื้นที่ค่ายทหารหรือสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อดูแลรองรับประชาชน กำลังพลและครอบครัวที่ติดเชื้อและมีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ รวมทั้งผู้ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลมาและอาการทุเลาลงแล้ว เพื่อเป็นการลดภาระด้านการรักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด โรงพยาบาลสนามกองทัพบกได้จัดตั้งแล้ว 2 แห่งคือ 1. โรงพยาบาลสนามกองทัพบก (ค่ายธนะรัชต์) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการโดยศูนย์การทหารราบ และโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ สามารถรองรับผู้ป่วย 69 เตียง ซึ่งเป็นการส่งต่อการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลหัวหิน หรือโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแห่งที่ 2 คือโรงพยาบาลสนามกองทัพบก (เกียกกาย)&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร โดยได้ดำเนินการปรับอาคารรับรองเกียกกาย เขตดุสิต เป็นโรงพยาบาลสนาม ดำเนินการโดยกรมสวัสดิการทหารบก และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รองรับได้ 86 เตียง เป็นผู้ติดเชื้อที่อาการไม่หนัก ที่ส่งมาจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อสำรองเตียงในโรงพยาบาลไว้รองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เผยว่า การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วย ภาครัฐมีการบริหารจัดการเตียงเพียงพอในการรองรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการจัดเตียงรองรับทั้งจากสถานพยาบาลและโรงแรมแบบฮอสพิเทลรวมกว่า 6,000 เตียง รวมทั้ง โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหมมีการเตรียมโรงพยาบาลภาคสนาม และกรมการแพทย์เตรียมเปิดฮอสพิเทล ซึ่งจะรองรับได้อีก 450 เตียง และโรงพยาบาลรามาธิบดีเตรียมเปิดฮอสพิเทลอีก 2 แห่ง อีก 100 เตียง สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนามที่บางขุนเทียน 500 เตียง, ที่บางบอน 200 เตียง และเตรียมเปิดที่บางกอกอารีนา จะรับได้อีก 1,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจของอนามัยโพล (Anamai poll) ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2564 ต่อประเด็นความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จากคลัสเตอร์สถานบันเทิง ผับ บาร์ จำนวนผู้ตอบจำนวน 1,696 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้สึกกังวลต่อสถานการณ์การระบาดนี้ในระดับมาก ร้อยละ 62.1 ในขณะที่ไม่กังวลเลย ร้อยละ 2.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือการปกปิดไทม์ไลน์ของคนที่มีประวัติไปสถานบันเทิง ร้อยละ 27.5 รองลงมาคือ บางจังหวัดยังเปิดให้บริการ ซึ่งอาจเสี่ยงแพร่เชื้อ ร้อยละ 24.4 และกลัวจะติดเชื้อจากคนที่มีประวัติไปสถานบันเทิง ร้อยละ 24.1 ส่วนประเด็นด้านสังคมที่ประชาชนกังวล ได้แก่ ว่างงาน ขาดรายได้ ร้อยละ 6 และเศรษฐกิจซบเซา ร้อยละ 3.8 นอกจากนี้ จากสถานการณ์การระบาดในสถานบันเทิง ผับ บาร์ดังกล่าว พบว่ามีประชาชนร้อยละ 42 ที่จากเดิมไม่อยากฉีดวัคซีนเปลี่ยนมามีความต้องการ ฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 33.3 ยังไม่แน่ใจว่าจะฉีด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99616</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาเตียงเพิ่ม, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อโควิด, ยอดสะสม, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตียงสนาม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077c7448e3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
