<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยสถานการณ์เตียงผู้ป่วยโควิดเริ่มดีขึ้น แต่เตียงไอซียูยังขาด-บริหารจัดการยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;26 ส.ค.64 - ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.สมศักดิ์ ​อ​รร​ฆ​ศิลป์ ​อธิบดี​กรม​การแพทย์​แถลงข่าว​ในประเด็นการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ว่าสถานการณ์​เตียงในต่างจังหวัด​เริ่มตึง แต่ปัญหามีไม่มากการบริหาร​ค่อนข้างเบ็ดเสร็จ​เด็ดขาด ในแต่ละจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด​ แพทย์สาธารณสุข​ ผู้อำนวยการ​โรงพยาบาล​ สามารถรวมพลังในจังหวัด​และขยายเตียงไปที่โรงพยาบาล​ชุมชนได้ แต่กรุงเทพฯรวมของการแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation (HI) ยอดสะสมอยู่ที่ 86,188 รายช่วงต้นๆมีความติดขัดบ้าง แต่ตอนนี้ระบบค่อนข้างไหลลื่นแล้ว มีการขยายคู่สายเป็น 2-3 พันคู่สาย หาสถานพยาบาล​ที่มารับผู้ป่วย HI ค่อนข้างมาก&amp;nbsp;มีทั้งโรงพยาบาล​ มหาวิทยาลัย​ กรุงเทพ​มหานคร​ กรมการแพทย์​ รวมถึงคลินิกชุมชนอบอุ่น เพราะฉะนั้นจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ใน HI ก็จะมากขึ้นทุกวัน โดยเฉลี่ยแต่ละวันตอนนี้ เฉพาะผู้ป่วยใหม่ในกรุงเทพฯ​ประมาณวันละ 4 พันคน มีผู้ป่วยที่ยินยอมทำ HI วันละพันกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนศูนย์พักคอย Community Isolation (CI) ในกรุงเทพ​ฯ เปิดดำเนินการ​แล้ว 64 แห่ง มีจำนวนเตียง 8,694 เตียง จำนวนครองเตียง 3,410 เตียงคงเหลือ 5,284 เตียง รับผู้ป่วยใหม่ 251 ราย สะสม 15,749 ราย ส่วนที่เหลือก็จะเข้าไปรักษาในฮอสพิเทล หรือเข้าโรงพยาบาล​ ทั้งนี้จากการทำ HI และ CI ทำให้จำนวนการรอคอยเตียงลดลงอย่างชัดเจน ระยะเวลาการรอคอยเตียงดีขึ้น รอคอยเกิน 24 ชม.มีไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;สถานการณ์​สีเหลืองดีขึ้นเยอะ ส่วนสีแดงยังมีต้องรอคอยอยู่ โดยจากที่คนไข้กรุงเทพฯเกินพันขึ้นไป ทำให้เรากลัวว่าเตียง ICU ไม่พอ นำเรียนว่าเตียง ICU ตอนนี้ยังบริหารจัดการค่อนข้างยาก ต้องดูวันต่อวัน แต่จำนวนที่รอคอยเกิน 24 ชม.ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมีประชาชนที่อยู่&amp;nbsp;HI จากสีเขียวก็จะไปอยู่ในกลุ่มที่เหลืองอ่อนได้ เราก็บอกว่าให้มาโรงพยาบาล หรือฮอสพิเทล เพราะเรามีเครื่องออกซิเจน แต่ปรากฎว่ามีหลายท่านขอไม่มา เพราะเขารู้สึกว่าอยู่ที่นั่นแล้วเขาปลอดภัยดี ยาก็ได้แล้ว และอาการไม่มาก เรียนว่าถ้าคุณหมอแนะนำยังอยากให้มาก เพราะเตียงเหลืองเราบริหารจัดการค่อนข้างดีขึ้น ต้องขอบคุณทางเอกชนที่หลายส่วนแปลงฮอสพิเทลให้สามารถให้ออกซิเจนได้ คนไข้สีเหลืองก็ได้รับการดูแลดีขึ้น ถ้าเป็นสีเหลืองต้องเริ่มให้ออกซิเจนขอให้มา อย่าอยู่บ้าน แม้กระทั่งสีแดงมีบางส่วนที่ปฏิเสธ​มีคนไข้ที่ติดบ้าน ติดเตียง มีโรคร่วมเช่นมะเร็งระยะสุดท้าย​ ที่ขอเสียชีวิต​ที่บ้าน ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่ว่าทำไมเตียงสีแดงจึงลดลงไปด้วย &amp;quot;นพ.สมศักดิ์​ กล่าว​&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.สมศักดิ์​ กล่าวว่า ส่วนผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ทั้เราได้รับความร่วมมือจากหลายส่วนอาทิโรงพยาบาล​ตามสิทธิ สำหรับผู้ป่วยทางจิต มีโรงพยาบาล​ศรีธัญญา และโรงพยาบาล​สมเด็จ​เจ้าพระยา​ โรงพยาบาล​สนามเพื่อ​คนพิการ&amp;nbsp; อาทิ โรงพยาบาล​สนามบ้านวิทยาศาสตร์​สิรินธร​เพื่อคนพิการ นอกจากนี้เราก็ทำ CI สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ​ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี​และสำหรับเด็กอายุ 7-15 ปี ที่ศูนย์​สร้างสุขทุกวัย ที่เกียกกาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, นพ.สมศักดิ์ ​อ​รร​ฆ​ศิลป์, เตียงโควิด, เตียงโควิดวิกฤติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612773fbe9f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนขยายเตียงโควิด รับผู้ป่วยสีเหลือง-แดง นายกฯ ขอบคุณรพ.เอกชนร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. มีการหารือกันถึงเรื่องมาตรการการขยายเตียง ซึ่งเดิมมีอยู่ในโรงพยาบาลหลัก 32 แห่งทั้งรัฐและเอกชน ไอซียูสนาม 4 แห่ง โรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง โดยโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งได้แสดงความจำนงที่จะเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติม ในส่วนของโรงพยาบาลบางปะกอก 1 จะเข้ามาช่วยเรื่อง&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;และเพิ่ม 200 เตียง ในต้นเดือน ส.ค. ที่เขตทุ่งครุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เรื่องของฮอสพิเทล จะร่วมกับโรงแรมคิน ย่านเจริญนคร เขตธนบุรี เพิ่มได้อีก 500 เตียง โรงแรมบางกอกซิตี้สวีท เขตราชเทวี อีก 300 เตียง โรงพยาบาลสนามอีก 140 เตียงในเขตราษฎร์บูรณะ เป็นเหลือง 60 เตียง เปิดวันที่ 2 ส.ค.นี้ และแดงจะเพิ่มอีก 30 เตียง เขียว 50 เตียง จะเปิดได้ ส.ค.นี้เช่นกัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลบางปะกอก1 ร่วมกับบริษัท บิ๊กซีเบอร์รี่ยุคเกอร์ ให้ปรับวอร์ดที่มีอยู่อีก 100 เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยเหลือง ประมาณเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า โรงพยาบาลปิยะเวท กำลังสำรวจพื้นที่รองรับผู้ป่วยทั้งเหลืองแดง ในพื้นที่สี่มุมเมือง สุขสวัสดิ์ บางบอน รามอินทรา รังสิต และร่วมกับโรงพยาบาล หน่วยงาน เอกชน ในพื้นที่ หน่วยงานสำนักงานเขตในพื้นที่ มีความพยายามที่จะเข้ามาเพิ่มเตียงเหลืองแดงอีก โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มีแผนเพิ่มเตียงทั้งหมด 3,320 เตียงภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะสามารถเป็นเตียงในระดับที่ดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ เครื่องออกซิเจนไฮโฟร กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคไตที่จะต้องฟอกเลือด ผู้ป่วยกลุ่มที่ต้องผ่าตัดทำคลอด&amp;nbsp;โรงพยาบาลพลังแผ่นดิน 2 จะเปิดเพิ่มอีก 720 เตียง โรงพยาบาลพลังแผ่นดิน 3 จะเปิดได้อีก 1,800 เตียง&amp;nbsp;โรงพยาบาลกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน จะเพิ่มศักยภาพจาก 320 เตียงเป็น 400 เตียง โดยจะพยายามนำตัวเลขมาแสดงให้เห็นถึงภาพรวมว่ามีกระจายอยู่ในพื้นที่ใด เขตใดบ้าง ประชาชนจะเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ทางนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ได้เน้นย้ำตลอดว่าขอให้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ประชาสังคม และต้องขอขอบคุณอย่างมากที่โรงพยาบาลเอกชนหลายๆแห่งให้ความร่วมมือดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ และต้องขอขอบคุณสมาคมโรงพยาบาลเอกชน&amp;nbsp;กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขที่ช่วยกันประสานงานทำให้เห็นภาพการขยายเตียง มีความร่วมมือของโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คาดหวังว่าประชาชนจะสามารถได้รับบริการที่เข้าถึงได้เร็วยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการตายที่บ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเพิ่มศักยภาพขึ้นมาเป็นหลายพันเตียง แต่ยังทำไม่ทัน ทำไม่พอ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อไปที่ 1.5 หมื่นแล้ว ซึ่งบุคลากรสาธารณสุข ทั้งของ กทม. ปริมณฑล พื้นที่ทุกภาคส่วนก็ยังไม่ย่อท้อ แม้เราจะต้องปรับแผนเป็น&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;ต้องเพิ่มศักยภาพเตียงเหลืองแดง ในที่สุดก็คือเพื่อรักษาชีวิตประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111157</URL_LINK>
                <HASHTAG>เตียงโควิด, โควิด, โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb8b6ac2020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลตำบลบ้านใหม่ เมืองปทุมฯ เปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดสีเขียว 100 เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ก.ค.64 - ที่ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี&amp;nbsp;นายมนตรี ลังกาพินธุ์ นายอำเภอสามโคก&amp;nbsp;พล.ต.ต.พงศ์พิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ ผบก.ตชด.ภาค 1 นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอเมืองปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนามชุมชนหรือศูนย์พักคอย (Community Isolation)&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เตียงของเทศบาลตำบลบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเทศบาลตำบลบ้านใหม่ที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนแห่งนี้ขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ได้เฝ้าระวังแล้วก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราจะต้องแยกคนไข้ที่ไม่สะดวก บ้านที่มีผู้ติดเชื้อและอยู่กันหลายคน ก็จะนำมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ดูแลก่อน เมื่อถึงวันเอ็กซเรย์ ก็จะนำรถของเทศบาลมารับไปเอ็กซเรย์ โดยทุกอำเภอจะมีสถานที่พักคอยเพื่อรอเตียง มีบุคลากรทางการแพทย์และทุกภาคส่วนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน มีการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp;และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation)&amp;nbsp;ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกัน ฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี กล่าวว่าศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;Community Isolation&amp;nbsp;คือ การดูแลตนเองในระบบชุมชนให้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ผู้ที่สามารถเข้ารับบริการได้ ได้แก่ ผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ที่ยังอยู่ในระหว่างการรอเตียง และกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI)&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ขยายวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ติดโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค อำเภอเมืองปทุมธานี โดยเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;จึงตั้งศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนแห่งนี้จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว)&amp;nbsp;ไว้รองรับผู้ป่วยในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดในชุมชนโดยขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชน ใส่หน้ากากอนามัย ทุกครั้งที่เดินทางออกจากบ้าน โดยเว้นระยะห่าง ไม่ใกล้ชิดกันในระยะ1-2เมตร เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนสักนิด แล้วเราจะผ่านวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากธารน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบทุนให้กับเทศบาลตำบลบ้านใหม่ นำอาคารเอนกประสงค์ของเทศบาล นำมาพัฒนาปรับปรุงและเตรียมความพร้อมให้เป็นโรงพยาบาลสนามชุมชน ขนาด 100เตียง และได้น้ำใจของผู้คนในชุมชนที่ผนึกกำลังกันมาช่วยดูแลผู้ป่วย มุ่งลดการแพร่ระบาดเชื้ออย่างรวดเร็วในชุมชน และลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล &amp;ldquo;Community Isolation&amp;nbsp;จะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ เราจำเป็นต้องแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุดในศูนย์แห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้ป่วยตลอด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน มีกล้องวงจรปิดดูแลตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง มีWi-Fi,&amp;nbsp;โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสารกับผู้ป่วย ช่วยให้เห็นหน้าคนไข้ สามารถสังเกตอาการเหนื่อยหอบขณะพูดคุยได้ มีบุคลากรทางการแพทย์ ใส่ชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;ครบถ้วนตามมาตรฐานเข้าไปสร้างความเข้าใจการทำกิจกรรมแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาเทศบาลตำบลบ้านใหม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ จำนวน 6 คน เราจะตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในพื้นที่ เบื้องต้นเราจะพาผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อยมาที่ศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;(Community isolation)&amp;nbsp;ชุมชนเทศบาลตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;โดยมีแพทย์คอยดูแลและให้คำแนะนำ ศูนย์แห่งนี้เราได้ช่วยกันทำงาน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลตำบลบ้านใหม่ ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุน ดูแล อยากให้ท้องถิ่นทุกท้องถิ่นเปิดศูนย์ดูแล&amp;nbsp;COVID-19 ชุมชนในทุกพื้นที่ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, ศูนย์พักคอย, เตียงโควิด, เทศบาลตำบลบ้านใหม่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f918da78408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ฮึ่ม! สั่งแก้ปัญหาผู้ป่วยโควิดรอเตียงอยู่ข้างถนน จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22&amp;nbsp;ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&amp;nbsp;ปฏิบัติงานเวิร์คฟอร์มโฮม&amp;nbsp;(WFH)&amp;nbsp;ที่บ้านพัก&amp;nbsp;โดยเมื่อ เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบศ.ครั้งที่&amp;nbsp;3/2564&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&amp;nbsp;เพื่อหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;และมาตรการเยียวยาในพื้นที่ปรกาศล็อคดาวน์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองามรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอนุทินชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรมว.พาณิชย์&amp;nbsp;นายดอน&amp;nbsp;ปรมัตถ์วินัย&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รมว.คลัง&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษธูกิจและสังคม&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รมว.มหาดไทย&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่นรมว.แรงงาน&amp;nbsp;นายสุริยะ&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี&amp;nbsp;นายเศรษฐพุฒิ&amp;nbsp;สุทธิวาทนฤพุฒิ&amp;nbsp;ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;อังอุบลกุล&amp;nbsp;ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายสุพันธุ์&amp;nbsp;มงคลสุธี&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายผยง&amp;nbsp;ศรีวณิช&amp;nbsp;ประธานสมาคมธนาคารไทย&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;เจียรวนนท์&amp;nbsp;ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายชำนาญ&amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ช่วงหนึ่งของการประชุม&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขอทุกหน่วยงานทำทุกวิถีทางลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่รออยูที่บ้าน&amp;nbsp;และผู้ที่คอยรถมารับจะต้องไม่ให้ไปอยู่ตามถนนหนทาง&amp;nbsp;ต้องไม่ให้เห็นภาพนี้อีกต่อไปอีก&amp;nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบของทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ไม่ใช่แค่สาธารณสุขเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;ให้ช่วยกันทำและคิด&amp;nbsp;ว่าทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วยเหล่านี้ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110706</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เตียงโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f910bcd58f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นพ้องให้ รมต.ตั้งรพ.สนามในพื้นที่ตัวเอง รับผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19ภายในประเทศ หลังเริ่มมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัดโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงสถานการณ์การครองเตียงผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เริ่มรับไม่ไหว เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น จึงเสนอแนวคิดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีแต่ละคนดูความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ของตัวเอง โดยรัฐมนตรีหลายคนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ระบุว่าพร้อมดูแลเรื่องการส่งผู้ป่วยไปรักษาที่ภูมิลำเนาในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงจังหวัดในอีสานใต้ ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ แสดงความเห็นว่า ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรถมูลนิธิร่วมกตัญญูอยู่สามารถใช้ในการเคลื่อนย้ายส่งกลับภูมิลำเนาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวกับที่ประชุมว่า ปัจจุบันมีรถการแพทย์ฉุกเฉินของท้องถิ่นอยู่สามารถนำมาใช้ตรงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์สยาม ได้แจ้งว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมรับผิดชอบเรื่องระบบขนส่ง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ขัดข้องกับแนวคิดดังกล่าว เพราะงบประมาณมีเพียงพอ และมอบหมายให้นายอนุทิน เป็นผู้รับผิดชอบ โดยสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดประสานงานกับรัฐมนตรีแต่ละคนต่อไป โดยย้ำว่าต้องมีการหารือจนได้ข้อสรุปภายใน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้ และต้องดูขีดความสามารถของแต่ละพื้นที่ รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุด ต้องให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ต้องมีการสอบถาม หรือสื่อสารทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจตั้งโรงพยาบาลสนามในแต่ละพื้นที่ โดยอย่าไปสร้างกลางชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุม ครม.เห็นพ้องต้องกันและมีความเห็นร่วมกันว่ารัฐมนตรีสมควรที่จะลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่ปัจจุบันมีการติดเชื้อมากขึ้น โดยไปช่วยประสานงานในลักษณะของการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การดำเนินการประสานจัดหาเตียงให้ผู้ติดเชื้อ รวมถึงจะมีการรับผู้ป่วยจาก กทม. ปริมณฑล ที่มีความสมัครใจจะไปรักษาตามภูมิลำเนา โดยให้ ครม.ประสานกับหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯยังได้แจ้งที่ประชุม ครม.ว่า จากกรณีที่นายกฯ รัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้สละเงินเดือนนั้น มีความคิดที่จะนำเงินดังกล่าวไปทำกล่องยังชีพ โดยในกล่องจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับบุคคลที่คิดว่าตัวเองติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ให้ได้รับการดูแลเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว ยารักษาโรค ทั้งพาราเซตมอล ฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เพื่อส่งมอบไปยังประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นายกฯได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสื่อสารกับประชาชนถึงขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อผ่านเครื่องตรวจโควิด-19&amp;nbsp;แบบแรพิด แอนติเจน เทสต์ ให้มีความชัดเจน ทั้งการจัดซื้อ จัดหาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เมื่อตรวจแล้วพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อจะต้องทำอย่างไร นายกฯขอให้เขียนลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนว่าการรักษาตัวที่บ้านมีขั้นตอนอย่างไร และเมื่อมีอาการมากขึ้นต้องติดต่อกับคณะแพทย์อย่างไรระหว่างการรักษาตัวที่บ้าน หรือหากไม่สามารถรักษาตัวที่บ้านได้ก็ให้ไปรักษาตัวของชุมชน จึงขอให้ออกขั้นตอนให้ประชาชนรับทราบเพื่อให้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง นอกจากนี้ นายกฯยังเร่งเรื่องการรอเตียงเพื่อให้ได้เข้ารับการรักษาโดยเร็ว อยากให้ดำเนินการเพื่อลดประเด็นผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ โดยขอให้หน่วยงานในพื้นที่ กทม. ไปดำเนินการที่จะให้ทุกอย่างดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110486</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.สนาม, วัคซีนโควิด, เตียงโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6c10d329c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยเตียงผู้ป่วยโควิดสีแดงในกทม.ว่าง 10% ยารักษายังมีเพียงพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ ผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข และ นพ.วิทูรย์ อนันกุล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน แถลงข่าวในประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรด้านเวชภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทยฺ ในสถานการณืโรคโควิด-19 นพ.กรกฤช กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกแรก มีการตั้งศูนย์การบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ โดยมี นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธาน เพื่อบริหารจัดการ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.ยาที่มี 2 รายการหลัก คือ ฟาวิพิราเวียร์ และ เรมเด็บซิเวียร์ และ 2.อุปกรณ์ป้องกัน เพื่อให้มีการจัดการให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กรกฤช กล่าวว่า ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ก.ค. มียาเหลือในประเทศ แบ่งเป็น 1.ฟาวิพิราเวียร์ 4,017,781 เม็ด ซึ่งอยู่ในองค์การเภสัชกรรม (อภ.) 2,170,782 เม็ด สำนักงานปลัด สธ. ที่ดูแลภูมิภาค กระจายอยู่ในทุกจังหวัด 1,015,284 เม็ด กรมการแพทย์ ดูแลในกรุงเทพมหานคร 801,567 เม็ด และ กรมควบคุมโรค 30,148 เม็ด และ 2.ยาเรมเด็บซิเวียร์ มีอยู่ใน อภ. จำนวน 1,613 ซึ่งสามารถสนับสนุนให้กับพื้นที่ได้อย่างเพียงพอและยังมีการสนับสนุนผ่านเครือข่ายทุกวัน ซึ่งเป็นไปตามปริมาณใช้จริง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากรสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กรกฤช กล่าวว่า แผนการจัดหาที่วางไว้เดือนก.ค.-ก.ย.จำนวน 21 ล้านเม็ด อย่างไรก็ตาม เดือนนี้เรามีผู้ป่วยจำนวนมาก จึงจะมีการจัดซื้อรวม 16 ล้านเม็ด เดือนสิงหาคม 2 ล้านเม็ด และ เดือนกันยายนอีก 2 ล้านเม็ด ทั้งนี้ หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราสามารถจัดหาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการติดต่อไว้กับผู้ผลิตในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กรกฤช กล่าวว่า ในส่วนของอุปกรณ์ป้องกัน 10 รายการ มีการจัดซื้อมาอย่างเสมอภายใต้งบประมาณเงินกู้ โดยเฉพาะก้อนล่าสุดรวม 1,900 ล้านบาท ปัจจุบัน ข้อมูลคงคลังเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากาก N95 จำนวน 1.9 ล้านชิ้น ชุดโคฟเวอร์ออล 4.2 ล้านชิ้น อย่างไรก็ตาม เรามีการจัดสรรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีอุปกรณ์ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรเตียง ต้องทำให้ปริมาณเตียงในระดับต่างๆและการนำผู้ป่วยเข้าสู่การรักษามีความสัมพันธ์กัน สำหรับ กทม.พบว่า เตียงสำหรับผู้ป่วยสีเขียวว่าง 20 ถึง 24%, เตียงสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Cohort Ward) ว่าง 6% ห้องแยกว่าง 13% และเตียงสำหรับผู้ป่วยสีแดงโดยรวมว่าง 10% ซึ่งการบริหารจัดการในเตียงสำหรับผู้ป่วยแต่ละระดับ คือ การเพิ่มสมรรถนะเตียงสำหรับผู้ป่วยสีเขียวให้สูงขึ้นเพื่อดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้เพิ่มมากขึ้น โดยทดแทนเตียงสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว โดยจะมีระบบให้กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวสามารถดูแลรักษาที่บ้านหรือที่ชุมชนแทนภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดและปรับเพิ่มเตียงสีแดงมากขึ้นเท่าที่จะดำเนินการได้ การลดจำนวนผู้ป่วยที่จะกลายเป็นสีแดงเป็นเป้าหมายหลักในการบริหารจัดการ &amp;nbsp;การจะลดจำนวนผู้ป่วยสีแดงจากการศึกษาข้อมูลพบว่า กลุ่มเสี่ยงได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และ กลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค การระดมฉีดวัคซีนทั้ง 2 กลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุดครอบคลุม 80% ของประชากรในกรุงเทพมหานคร จะช่วยให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ มีภูมิต้านทานที่จะลดระดับของความรุนแรงของโรคลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า สถานการณ์เตียงในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศยังเป็นปัญหาสำคัญ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯเตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 2,470 เตียง ว่าง 500 เตียง คิดเป็นเตียงว่างร้อยละ 20 ฮอสปิเทล ทั้งหมด 17,823 เตียง ว่าง 4,201 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 24 ยังมีเตียงว่างสำหรับผู้ป่วยสีเขียว ตอนนี้พยายามปรับให้ฮอสปิเทลให้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ป่วยสีเขียวจะทดแทนเตียงที่หายไปด้วยการใช้แนวทางโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) และ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (Communication Isolation)เตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ.ทั้งหมด 6,834 เตียง ว่าง 415 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 6 ห้องแยก ทั้งหมด 3,526 เตียง ว่าง 449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 13 และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 217 เตียง ว่าง 31 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 14 Modified AIIR ทั้งหมด 538 เตียง ว่าง 49 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 9 Cohort ICU ทั้งหมด 323 เตียง ว่าง 37 เตียงคิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่จะดูแลเตียงสีแดงให้เพียงพอ พยายามจำกัดหรือลดการเจ็บป่วยที่จะกลายเป็นสีแดง เพราะฉะนั้น กลุ่มผู้ป่วยเป็นสีแดงเร็วคือผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรค จึงอยากให้มารับวัคซีน เพราะลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยได้ในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนี้ โดย สธ.ปรับยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนในกทม.เพื่อระดมฉีดให้ 2 กลุ่มนี้ ให้ครอบคลุม ร้อยละ 80 ของประชากร 2 กลุ่มนี้ ในกรุงเทพฯ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า ส่วนทั่วประเทศไม่รวมกรุงเทพฯ จากที่มีคนที่กลับภูมิลำเนา พบว่าภาพรวมประเทศทรัพยากรที่ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองลดลงเร็วมาก หมายความคนที่กลับจากกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคส่วนใหญ่เป็นสีเขียวแก่ถึงสีเหลือง เพราะฉะนั้นจะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด เพราะฉะนั้นหลักการเคลื่อนย้ายต้องถูกต้องตามวิธีการและมีหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยดูแล หากต้องการเดินทางกลับสามารถติดต่อ สายด่วน 1330 ในการขอกลับภูมิลำเนา จะมีการจัดหารถ การส่งตัวกลับอย่างปลอดภัย กรณีกลับเองจะมีคำแนะนำและไปยังจุดที่กำหนดในแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ทรัพยากรเตียงและทรัพยากรที่ใช้ดูแลผู้ป่วยสีแดงในภูมิภาคสัดส่วนยังเพียงพอ ยังสามารถดูแลได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยสีแดงแต่ละส่วนยังมีเหลือ ร้อยละ 30 ซึ่งสามารถเพิ่มขยายได้ในศักยภาพที่ สธ.ดูแลอยู่ และมีการติดตามให้ทรัพยากรเพียงพอ ในส่วนเตียงผู้ป่วยสีเขียว รพ.สนามทั้งหมด 27,111เตียง ว่าง 11,423 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 42 ฮอสปิเทล ทั้งหมด 13,625 เตียง ว่าง 5,116 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 38 เตียงผู้ป่วยสีเหลือง COHORT รพ. ทั้งหมด 29,795 เตียง ว่าง 5,449 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 18 ห้องแยก ทั้งหมด 15,257 เตียง ว่าง 3,752 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 25 และเตียงผู้ป่วยสีแดง AIIR ทั้งหมด 483 เตียง ว่าง 140 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 29 Modified AIIR ทั้งหมด2,201 เตียง 645 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 29 Cohort ICU ทั้งหมด 868 เตียง ว่าง 267 เตียง คิดเป็นเตียงว่าง ร้อยละ 31&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดบภาพรวม 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ทั้งหมด 89,337 เตียง ว่าง 26,792 เตียง แยกรายเขต ดังนี้ เขต 1 ทั้งหมด 4,036 เตียง ว่าง 3,067 เตียง เขต 2 ทั้งหมด 4,393 เตียง ว่าง 1,749 เตียง เขต 3 ทั้งหมด 2,115 เตียง ว่าง 387 เตียง เขต 4 ทั้งหมด 14,284 เตียง ว่าง 2,668เตียง เขต 5 ทั้งหมด 11,480 เตียง ว่าง 1,548 เตียง เขต 6 ทั้งหมด 22,947 เตียง ว่าง 7,118 เตียง เขต 7 ทั้งหมด 2,723 เตียง ว่าง 647 เตียง เขต 8 ทั้งหมด 3,609 เตียง ว่าง 1,250 เตียง เขต 9 ทั้งหมด 4,885 เตียง ว่าง 1,385 เตียง เขต 10 ทั้งหมด 3,174 เตียง ว่าง 1,146 เตียง เขต 11 ทั้งหมด 3,901 เตียง ว่าง 2,437 เตียง เขต 12 ทั้งหมด 11,790 เตียง ว่าง 3,390 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พบว่าเขตสุขภาพหลายแห่งใช้ทรัพยากรเกิน ร้อยละ 80 ต้องเป็นแผนวางล่วงหน้าในการป้องกันการขาดแคลนทรัพยากรในส่วนของเตียง ส่วนทรัพยากรอื่นๆได้เตรียมไว้อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นการขาดแคลนทรัพยากจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนการบริหารจัดการเตียง ในเขตจะบริหารเตียงอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่รพ.สามารถดูแลประชาชนที่มีการติดเชื้อช่วงนี้ และถ้าปฏิบัติตามข้อแนะนำและการควบคุมการเคลื่อนย้ายตามแนวทางที่รัฐบาลได้สั่งการไป เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109706</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, เตียงโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eecf1eca300.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
