<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดปัตตานียังวิกฤตเตียงเริ่มไม่พอ พบผู้ป่วยใหม่อีก 215 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 11 ก.ค. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในจังหวัดปัตตานียังคงเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ทำให้เป็นพื้นทีการควบคุมสูงสุด โดยวานนี้ วันที่ 10 กค . มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 215 คน มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,281 &amp;nbsp;คน รักษาหายแล้ว 2,190 คน และวันคราชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 39 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงสูง อยู่ระหว่างรอผลตรวจอีกหลายพันคน ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย และใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะมีความกังวล และไม่กล้าออกนอกบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โรงพยาบาลปัตตานี ยังคงมีประชาชน กลุ่มเสี่ยงเดินทางมาตรวจเชื้อทุกวัน ซึ่งระหว่างรอผลจรวจจะต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน หากผลเป็นบวก(ติดเชื้อ) เจ้าหน้าที่จะมารับตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสนาม แต่วันนี้เนื่องจากพื้นที่จังหวัดปัตตานี พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลสนาม เตียงเริ่มจะรองรับผู้ติดเชื้อไม่เพียงพออีกครั้ง ทำให้จังหวัดได้มีการวางแผนรับมือใหม่ โดยจะนำผู้ป่วย(กลุ่มสีเขียว) แยกกักตัวอยู่ที่บ้าน โดยกลุ่มนี้จะต้องเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ไม่มีโรค ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีอาการรุนแรง และอยู่บ้านไม่ต่ำกว่า 1 คน ทั้งนี้บ้านผู้ติดเชื้อแต่ละหลังก็จะมีแผง และเชือกกั้นไว้ เพื่อความปลอดภัย และเป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้มีผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทำให้โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสนามต่างๆ ยังคงประสบปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเปิดรับสมัคร ทำงานเพียง 3 เดือน ล่าสุดมีนักศึกษาพยาบาล มอ.ปัตตานี จบใหม่ กว่า 20 คน ใจกล้า และอาสามาช่วยงาน ตามโรงพยาบาลสนามต่างๆ โดยไม่หวั่นที่ติดเชื้อโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวนูรูลฮูดา เจ๊ะแน อายุ 22 ปี นักศึกษาพยาบาลใจกล้าที่จบใหม่ เปิดเผยว่า การที่ได้มาทำงานที่นี้ก็ทราบข่าวจากพี่ๆพยาบาลปัตตานีที่ขออาสาสมัครน้องพยาบาลจบใหม่มาช่วยงานที่โรงพยาบาลสนาม พอตนทราบก็รีบคว้าโอกาสนี้เลย เพราะระหว่างที่รอบรรจุก็อยากมีประสบการณ์ก่อนที่จะไปทำงานจริง และรู้สึกยินดีมากที่ได้มาช่วยตรงจุดนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนก็กังวลกับการทำงานตรงนี้ เพราะเป็นโรคที่มีการติดเชื้อแพร่กระจาย แต่ตนก็รู้สึกภูมิใจที่ได้มาทำงานที่นี้ เพราะได้ช่วยเหลือพี่น้องบ้านเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านนางสาวไอณีย์ ยามะแล อายุ 22 ปี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า สำหรับพ่อแม่ และคนที่บ้านก็ค่อนข้างกังวล แต่ตนก็ไปว่าจะดูแล และป้องกันให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องงานก็มีเหนื่อยบ้าง เพราะแต่ละวันมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่เข้ามารักษา แต่ก็ไม่ทุกวัน แต่ทว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และรักษาหาย กลับไปใช้ฃีวิตที่บ้านได้ตามปกติ แค่นี้ก็รู้สึกดีใจมากแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109327</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด19, ปัตตานี, เตียงไม่พอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea7a6f0ae4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤตจริง &#039;รพ.จุฬาฯ&#039; ปิดตรวจโควิด 4 วัน เหตุไม่มีเตียงสำหรับคนไข้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า...คัดกรอง covid จุฬาปิด 4 วัน 24-27 ไม่มีเตียงรับ แต่คนไข้ก็มาที่ ER อยู่แล้ว เพราะไปที่อื่นก็ไม่ได้ตรวจเช่นกันเนื่องจากตรวจแล้วต้องรับก็ไม่มีเตียงไม่มีคนดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยกลายเป็น มีอาการก่อน จึงมา ER ชึ่งล้วนมีอาการปอดบวมแล้ว และอาการหนัก ไม่มีเตียง อยู่ดี ทุก รพ. น่าจะเหมือนกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1- โรงพยาบาลสนามสีแดง แคงแจ๋ เปิดได้แล้วที่รักษาคนไข้อาการหนัก จนกระทั่งสอดท่อใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือเอาหมอพยาบาลและเจ้าหน้าที่มาจากไหน เพราะแต่ละจังหวัดเตรียมตัวรับได้เลยอีกไม่นานอาจจะเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- การคัดกรองที่ทำมาตลอดเชิงรับตั้งแต่ปีที่แล้วถึงปัจจุบันมีรุกเป็นบางจุด ส่งผลให้เห็นชัดเจนว่าไม่สามารถป้องกันการระบาดได้และยกระดับเป็นอาการหนักทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3- วัคซีนที่ใช้ในโลกแห่งความจริง เห็นแล้วว่ามีติดได้ ถึงแม้จะน้อยลงแต่ข้อสำคัญคือเมื่อติดแล้วยังแพร่ต่อได้ปริมาณไวรัสมีจำนวนสูงจนน่าตกใจส่วนอาการอาจจะลดทอนลงบ้างแต่คงต้องห้ามทะนงตัวเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4- ทุกคนในโรงพยาบาลทั้งคนรักษาพยาบาลและคนป่วยมีสิทธิ์ติดเชื้อได้หมดแม้ดูเหมือนคนปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5- สถานการณ์โควิดในเชิงตั้งรับมาตลอดเช่นนี้มาหนึ่งปีครึ่ง เหมือนกับหลายประเทศที่ผ่านมา มนุษย์ไม่เคยเรียนจากความผิดพลาด ต้องการแต่คำสรรเสริญความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิด 4 วัน, ปิดรับตรวจโควิด, เตียงไม่พอ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1492c1161a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์โควิด-19 หนักขึ้น กทม.และปริมณฑลอ่วม เตียงไม่พอ รพ. ไม่รับตรวจเชื้อเริ่มกลับมาอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;เพจดัง Drama addict ได้แชร์โพสต์ของ &amp;nbsp;อ. นพ.ศุภโชค เกิดลาภ &amp;nbsp;อาจารย์สาขาวิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีเนื้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะขออนุญาตมาอัพเดตสถานการณ์ให้ฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะสังเกตว่ายอดคนไข้ใหม่รายวันนั้นไม่ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มเรื่อยๆ และแนวโน้ม admit ต่อวันก็ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Testing: PCR swab: หลายๆที่ก็ทำการตรวจได้จำกัด และบางสถานพยาบาลได้จำกัดการตรวจต่อวันจริง (ซึ่งเข้าใจและเห็นใจ เพราะบางรพตรวจกันจนเกินศักยภาพที่เจ้าหน้าที่ จะทำไหวแล้ว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็มีบางที่ที่ไม่ยอมตรวจให้คนไข้ เพราะก็กังวลว่าถ้า positive แล้ว จะให้ไปอยู่ที่ไหน จะต้อง admit ที่ไหน เตียงจะหาได้ไหมนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป เชื่อว่า ที่เห็นยอด 4000 คน/วันนั้น อาจจะไม่ใช่ยอดที่แท้จริง เพราะถ้าตรวจได้มากพอ อาจจะยอดติดเชื้อจริงสูงมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยมีคนพูดเรื่องระบบประสานงา(น) ที่รัฐบาลบอกว่า positive แล้วสามารถนำผู้ป่วยที่ positive เอาเข้า pool กลางผ่านระบบ co-linkได้ แต่ !!! เอาจริงๆ นะ ระบบประสานงานถ้ามันดีจริงนะ แล้วทำไมพอส่งไป คนไข้ก็ยังบ่นว่ารอเตียงอยู่นาน (จะเห็นว่าถึงกับต้องให้ดารา หรือ influencer หรือสื่อต่างๆช่วยประสานหาเตียงให้อีกหลายๆคน) และหลายๆครั้งเองที่หลายๆโรงพยาบาลส่งโควต้ารายชื่อเข้าระบบส่วนกลางเพื่อหาเตียง ตามความรุนแรงหนักเบา แต่พอส่งๆไป ปรากฎว่า คนไข้ไม่ได้ admit 3-4 วันจนอาการแย่ลง ท้ายสุด จนท ก็บอกปลายสายว่า &amp;ldquo;swab ที่ไหน ก็ไปนอนที่นั่นค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้าว พอแบบนี้ รพ หลายๆที่ก็ไม่กล้าตรวจเยอะสิ เพราะถ้าตรวจเยอะเกินกว่าศักยภาพในการรับ admit ผู้ป่วยได้ แล้วจะทำไง เพราะส่งส่วนกลางไป ก็วนกลับมาที่เก่าเหมือนบูมเมอแรง เหมือนกินซูชิหมุนเลยที่ส่งไปแต่ไม่มีใคร(ยอม)คับ จนวนกลับมาที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางโรงพยาบาลเริ่มบอกว่า &amp;ldquo;เราไม่รับตรวจแล้ว ให้ท่านไปตรวจที่อื่นเอง&amp;rdquo; เกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง คนต้องดิ้นรนกระจายตัวไปหาตรวจเอง แล้วพอเกิดการเดินทางไปๆมาๆ การแพร่กระจายเชื้อโรคก็ยิ่งไปกันใหญ่สิ คุมไม่ได้แน่ๆ
ทีนี้พอเตียงเต็ม/ล้น/ไม่พอ (แต่ก็งงที่รัฐชอบบอกว่ามีเตียงทิพย์ตลอดเวลา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไข้จากที่เป็นสีเขียว ก็กลายเป็นสีเหลือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสีเหลือง ก็กลายเป็นสีส้ม แดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอส้ม หรือแดง (อาการหนัก) &amp;hellip;ก็ต้องใช้ ICU/intermediate ward ต้องใช้ รพ ศักยภาพสูงมากอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เตียง ICU มันเต็มๆๆๆๆๆ จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ ICU 1 case นอนทีกินเตียง 2-4 weeks กันอย่างน้อย บางคนนอน 2 เดือน บางคนเอาท่อช่วยหายใจออกไม่ได้ ต้องเจาะคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเพิ่มศักยภาพอย่างไร ก็ไม่มีทางทำได้แล้ว พยาบาล หมอก็มีเท่าเดิม (และมีแต่จะลดลงเรื่อยๆ เพราะบางส่วนก็ติดเชื้อด้วย) จะเปิด รพ. สนามเพิ่มอีกกี่ที่ ก็ไม่ไหว ไม่มีคนแล้วววววว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ node ที่จะส่งต่อเคสที่หนักเมื่อเกินศักยภาพของแต่ละรพ. ก็เริ่มติดขัดฝืดเคืองมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็ไปต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีศูนย์ nursing home แห่งหนึ่งที่ติดเชื้อกว่า 40 คน และผู้สูงอายุอายุ 80-90ปี ทยอยแย่ลงเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถรับเข้าไปรักษาใน รพ ได้อีกแล้ว ในที่สุดมีผู้ป่วยบางส่วนเริ่มทยอยสิ้นลม และเปลี่ยนเป็นสถานที่ดูแลระยะสุดท้าย (palliative care) เหมือนในต่างประเทศที่เคยปรากฎมา และมันกำลังจะเกิดแบบนี้ในทุกๆที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการหาเตียง ทั้งสามัญและ ICU ในตอนนี้ของ กทมและปริมณฑลนั้นคือวิกฤตมากๆๆๆๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเราอาจจะเป็นแบบที่อินเดียประสบพบในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่คือยังไม่นับว่าสายพันธุ์เดลต้า (น้องอินเดีย) กำลังจะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับสายพันธุ์เบต้า(น้องแอฟริกาใต้) จากเจ้าตลาดเดิม (สายพันธุ์อัลฟา น้องอังกฤษ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้น คิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นเช่นไร??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐเคยดีใจกับอันดับ6ในการรักษา/จัดการ covid-19 แต่ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันของเราแซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว &amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวันละ2แสนคน/วัน เหลือแค่หลักพัน หลังฉีด high potency vaccine อย่าง Pfizer/Moderna/JJ ไปกว่า 150 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมามองที่เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราใช้ sinoVac (ที่มาแบบซื้อง่ายขายคล่อง)/ Astra (ที่มาแบบจำกัดจำเขี่ย) และอัตราการฉีดแบบม้าตีนต้น และจำนวนการฉีดยังน้อยมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังงงว่า ทำไมไม่หา 2P modification vaccine ที่สามารถต่อกรกับสายพันธุ์ใหม่ๆได้อย่าง Pfizer/Moderna/JJ มาให้ไวกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าว่าๆเราจะได้ Q4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แต่ทำไมประเทศอื่นๆ deal ได้ก่อนเรามากๆ?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เคยเชื่อว่าเราจะเปิดประเทศด้วย sinoVac ได้เลย เพราะเราก็เห็นตัวอย่างมากมายที่ฉีด sinoVac แล้วต้องกลับมา lock down กันมากมาย เหมือนที่ผมเคยได้กล่าวไว้หลายเดือนก่อน ช่วง vaccine forum&amp;nbsp;
และผมคิดว่า อะไรที่เรายังไม่มีข้อมูล ถ้าเป็นนักวิชาการที่ยังซื่อสัตย์กับ profession ของตัวเอง ก็จงอย่าพูดอะไรที่ยังไม่มีแม้แต่งานวิจัย หรือpublication มาพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไอ้ของที่ดี มีงานวิจัยรองรับมากๆ มีข้อมูล real world settingดีๆมาชัดเจน ประสบการณ์ใช้ที่มากพอ ทำไมไม่ยอมพูด ไม่ยอมใช้ และไม่ยอมพูดตามข้อมูลความจริงที่มีปรากฎ จนงงว่า เราจะนำพาประเทศไปแบบนี้หรือ
เราอยากมีคนอย่าง Dr Fauci ที่คอยให้คำปรึกษากับผู้มีอำนาจของประเทศไทย และเราก็ยังหวังลึกๆ ว่าเราจะมีคนแบบนี้มานำพาให้เราพ้นวิกฤตได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครขี้เกียจอ่าน สรุปในประโยคสั้นๆว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีมบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้ากำลังต่อสู้สงครามประหนึ่งชาวบ้านบางระจัน ที่ใส่ชุดตะเบงมานและเอาจอบ ขวาน มีด มาสู้ศึก ขอปืนใหญ่ไปแต่ไม่ได้มา ได้แต่ปืนแก๊บ และตอนนี้พยายามหล่อปืน ตีดาบใช้ตามมีตามเกิด&amp;rdquo;
อาเมน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม. และปริมณฑล, วิกฤต, เตียงไม่พอ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc05e4b8cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดรพ.สนามพรึ่บ หลังอ้างเตียงขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียกถกโรงพยาบาลเอกชนด่วน หลังเกิดเหตุไม่รับตรวจโควิด ผวาเตียงไม่พอเพราะแห่ตรวจวันละ 2 หมื่น &amp;ldquo;สธ.-กทม.&amp;rdquo; ประสานเสียงเตียงเพียงพอ ทบ.ผุด รพ.สนาม 2,220 เตียงทันควัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายน เกิดกรณีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 10 แห่ง งดให้บริการตรวจโควิด โดยเบื้องต้นพบว่ามีทั้ง รพ.ปิยะเวท,&amp;nbsp; รพ.พญาไท 1 และ 2, รพ.เจ้าพระยา, รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์, รพ.กรุงเทพ, รพ.รามคำแหง และ รพ.เปาโล เกษตร โดย รพ.เปาโล เกษตร แจ้งงดให้บริการตั้งแต่วันที่ 10-11 เม.ย. และจะกลับมาให้บริการตามปกติในวันที่ 12 เม.ย. ล่าสุด รพ.วิภาราม พัฒนาการ&amp;nbsp; และ รพ.สินแพทย์ ออกประกาศว่าจะกลับมาเปิดให้บริการตรวจหาเชื้อโควิดได้แล้วจนกว่าน้ำยาจะหมด โดยให้บริการตรวจทั้งไดรฟ์อินและวอล์กอิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยกล่าวภายหลังหารือว่า วันนี้ต้องลดความแออัดของโรงพยาบาลให้ได้ จึงต้องตั้งโรงพยาบาลสนาม เพราะหากอยู่ในโรงพยาบาลปกติก็จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่นอีก ก็ได้มีการหารือกันตรงนี้
&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลสนามสามารถตรวจได้แล้ว พร้อมดึงผู้ป่วยมารักษาที่ รพ.สนาม ต้องยอมรับตรงนี้ ไม่เช่นนั้น รพ.ก็จะเต็ม คนที่เป็นโรคอื่นก็ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ แพทย์ก็ยุ่งกันไปหมด การบริหารงานคนหมู่มากต้องเป็นแบบนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกระแสข่าวว่า รพ.เอกชนไม่สามารถตรวจสวอปได้ เนื่องจากน้ำยาตรวจเชื้อหมด ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้น ข้อเท็จจริงน้ำยาตรวจเชื้อยังมีอยู่ ไม่ได้หมด แต่ตัวแทน รพ.เอกชนที่ร่วมประชุมด้วยชี้แจงว่า ตามหลักเกณฑ์เดิมเมื่อใครตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ต้องนอนรักษาตัวที่ รพ. แต่ปัญหาคือเตียงผู้ป่วยเต็มแล้ว จึงไม่สามารถตรวจต่อได้ ขณะที่ กทม.แจ้งว่าสามารถขยายศักยภาพเตียงได้กว่า 5,000 เตียง และเพิ่มการรักษาในโรงแรมกรณีผู้ป่วยไม่มีอาการหนัก และยังมีความพร้อมเรื่อง รพ.สนามที่ รพ.บางขุนเทียน และบางกอกอารีนา โดยปลัด สธ.รับเรื่องไป จะประสานกับกรมการแพทย์ที่เป็นแม่งานเพื่อปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายกฯ จึงสั่งการให้ กทม. สธ. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประชุมเพื่อจัดการเรื่องนี้ &amp;nbsp;
ด้าน นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตามปกติมีข้อตกลงว่า หาก รพ.ใดรับตรวจโควิด-19 ต้องรับคนไข้ที่มาตรวจไว้ แต่ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อหลายร้อยคนต่อวัน ทำให้เตียงเต็ม จึงนำเรื่องมาปรึกษากับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าหาก กทม.และกองทัพบกเปิด รพ.สนาม ก็จะมีที่รองรับ ซึ่ง รพ.สนามของ รพ.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต จำนวน 470 เตียง จะเปิดรับในเย็นวันอาทิตย์ที่ 11 เม.ย.นี้ และหากกองทัพบก กองทัพเรือ และ กทม. เข้ามาช่วยจะได้ประมาณ 3,000 เตียง น่าจะเพียงพอ เพราะส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อยังอยู่ใน กทม. &amp;nbsp;
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าที่ รพ.ไม่รับตรวจเชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนมองภาพรวมว่าสถานการณ์วิกฤติแล้วใช่หรือไม่ นพ.เฉลิมกล่าวว่า ยอมรับว่าการระบาดในช่วงนี้อันตราย มีอัตราการติดเชื้อสูง เพราะเป็นเชื้อสายพันธุ์อังกฤษ ถ้าเป็นไปอย่างนี้และการจัดการเรื่องเตียงไม่ดี คนไข้อาจต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่ดี เพราะอาจทำให้ติดคนที่บ้านได้ และขณะนี้คนที่ติดอาจจะเป็นคนที่แข็งแรง ที่อาจจะเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ได้หากไม่กักตัวให้ดี
เมื่อถามว่า ขณะนี้สามารถเข้าไปรับการตรวจโควิด-19 ใน รพ.เอกชนได้ตามปกติใช่หรือไม่ นพ.เฉลิมกล่าวว่า ประเด็นหลักคือ รพ.ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยกรณีที่ตรวจแล้วพบเชื้อบวก ไม่ใช่เรื่องการขาดแคลนน้ำยาตรวจเชื้อ เพราะเท่าที่ทราบ ทั้ง รพ.รัฐและเอกชนขณะนี้มีการตรวจวันละเกือบ 20,000 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ปัญหาที่ไม่รับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐที่จะนำไปรักษาใช่หรือไม่ นพ.เฉลิม กล่าวว่า เรามีข้อตกลงเมื่อ 2 มี.ค.2563 ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือติดเชื้อเยอะ บางที่มากกว่า 10% ถือว่าสูงมากและไม่มีเตียงรับ ดังนั้นถ้าหยุดบริการเตียงจะโล่ง แล้วค่อยมาเปิดใหม่ &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า จะขอความร่วมมือผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงและยังไม่แสดงอาการไปอยู่ที่ รพ.สนามด้วยหรือไม่ เพื่อให้เตียงในโรงพยาบาลเพียงพอ นพ.เฉลิมกล่าวว่า คงเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ การติดเชื้อครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะใน กทม.บางคนที่มีกำลังจ่ายเห็นว่าไปกักตัวอยู่ในสถานที่รวมอาจไม่อยากไป ดังนั้น ถ้ามีอาการเบาควรไป รพ.สนาม หากอาการหนักให้มาที่ รพ. และ 80% ของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อังกฤษไม่ค่อยแสดงอาการ จึงอยากให้เตรียมสถานที่ใน รพ.ไว้สำหรับผู้มีอาการหนักมากกว่า
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า เตียงใน รพ.เอกชนยังไม่เต็ม โดยยอดเตียงของ รพ.ทั้งหมดในพื้นที่ กทม. 717 เตียง ยังเหลือว่างถึง 293 เตียง ซึ่งมาตรการโควิด-19 ในการตรวจหาเชื้อ เมื่อพบป่วยจะต้องรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ.ของตนเอง หากเกินขีดความสามารถให้ประสานโรงพยาบาลเอกชนในเครือข่าย ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2563 และตลอดทั้งปี 2563 ยังไม่พบปัญหาเตียงเต็มใน รพ.เอกชน โดยพบว่ามีอัตราการใช้เตียงแค่ 40%
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เครือข่าย รพ.รัฐและเอกชน รวมถึง รพ.สังกัดมหาวิทยาลัยและเหล่าทัพ ได้ประชุมและบริหารจัดการเตรียมกันทุกสัปดาห์ และยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ประสานโรงแรมจัดทำเป็น Hospitel มีเตียงเสริมสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ 500-1,000 เตียง และยังประสาน รพ.ธรรมศาสตร์ฯ จัดทำโรงพยาบาลสนามเสริมอีก 450 เตียง คาดว่าเปิดใช้ได้ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ยังได้เตียงเสริมอีก 40 เตียง จากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีด้วย ทำให้มีปริมาณเตียงเพียงพอรองรับผู้ป่วยแน่นอน
ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. กล่าวในเรื่องนี้ว่า รพ.ในสังกัด กทม. มีเตียงพร้อมรับผู้ป่วย 1,358 เตียง มีผู้ป่วยครองเตียง 208 เหลือเตียงรับได้ 1,150 เตียง หากรวม รพ.เอกชนและนอกสังกัดจะมีเตียงรับผู้ป่วยรวม 4,800 เตียง ซึ่งมีผู้ป่วยครองเตียงอยู่ 1,277 เตียง เหลือรับได้ 3,600 เตียง นอกจากนี้ ยังมีศูนย์กีฬาบางมดสามารถรับได้อีก 200 เตียง และ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน รับได้อีก 500 เตียง หากไม่เพียงพอ จะเปิด Hospitel เป็นโรงพยาบาลกึ่งสนาม มีโรงแรมพร้อมเข้าร่วมแล้ว 500 เตียง
พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ทบ.ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามระยะที่ 1 ใน 12 พื้นที่ รวม 2,220 เตียง เพื่อรองรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลโดยรอบ ระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ได้แก่ 1.ปตอ.1 กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (แจ้งวัฒนะ) 200 เตียง 2.สนามมวยค่ายบุรฉัตร กองพลทหารช่าง อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี 100 เตียง 3.สนามกีฬากลาง กรมการทหารช่าง อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี 400 เตียง 4.โรงพลศึกษา ศูนย์พัฒนาการกีฬา กรมการทหารช่าง อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี 120 เตียง 5.โรงรถ กองพันทหารช่าง กรมการทหารช่าง อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี 120 เตียง 6. ศูนย์ฯ 8 (วัฒนาแฟคทอรี 2) จ.สมุทรสาคร 1,000 เตียง 7.ศูนย์ฯ 9 (บ.วิท วอเตอร์ฯ) จ.สมุทรสาคร 485 เตียง 8.ศูนย์ฯ 10 (สภาอุตสาหกรรม) จ.สมุทรสาคร 500 เตียง 9.ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา 150 เตียง และ 10.รร.การบิน อาคารแผนกฝึก (ทอ.) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 120 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปตรวจความพร้อมการเตรียมการ รพ.สนามที่กรมพลาธิการทหารบก และกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ด้วย
ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณี รพ.เอกชนชนหลายแห่งปิดตรวจโควิด โดยระบุน้ำยาตรวจหมดว่า ขณะนี้น้ำยาตรวจโควิด-19 นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ที่ รพ.ไม่ตรวจ เพราะมีเงื่อนไขว่าหากตรวจผลเป็นบวกต้องรับผู้ป่วยไว้ใน รพ. ซึ่งทำให้เตียงเต็ม แต่ไม่เกี่ยวกับปัญหาน้ำยาตรวจขาดแคลนอะไร เพราะน้ำยาตรวจในประเทศนั้นมีประมาณ 3-4 แสนชุด ซึ่งไทยไม่เคยประสบปัญหาน้ำยาตรวจหาเชื้อไม่พอ โดยปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ตรวจและใช้น้ำยาไป 3 ล้านชุด ซึ่งช่วงปลายปีที่มีการระบาดของสมุทรสาคร ตรวจไป 1.5 ล้านชุด และการผลิตน้ำยาตรวจกรมวิทย์ได้ร่วมกับ บ.สยามไบโอไซเอนซ์ ทำให้ไม่ปัญหาน้ำยาตรวจไม่พอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98984</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงสาธารณสุข, ตรวจวันละ 2 หมื่น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รพ.สนาม, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตียงไม่พอ, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070656814d13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
