<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;Living with Water&#039; สถานีเรียนรู้รับมือกับภัยพิบัติทางน้ำ จากงานดีไซน์ของ น.ศ. สู่การก่อสร้างจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเป็นผลมาจากพายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางตอนบน ทำให้สังคมไทยตั้งคำถามตัวโตต่อมาตรการรับมือน้ำท่วมของภาครัฐอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส หากแต่ภาพความเสียหายได้ทำให้คนกรุงเทพมหานคร (กทม.) หวาดผวา และหวนคืนความทรงจำอันเลวร้ายจากมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางความรู้สึกไม่มั่นใจ ประชาชนจำนวนมากได้ลุกขึ้นมาสร้างระบบเฝ้าระวัง ตลอดจนสร้างนวัตกรรมในการอยู่ร่วมกับน้ำ หรือ &amp;ldquo;Living with Water&amp;rdquo; ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในนั้นคือ &amp;ldquo;Am (phi) bious&amp;rdquo; ผลงานรางวัลชนะเลิศ จากการประกวดแบบสถานีเรียนรู้การรับมือกับภัยพิบัติทางน้ำ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;Save Ubon&amp;rdquo; โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งขณะนี้กำลังจะถูกก่อสร้างและติดตั้งจริงในโรงเรียนบ้านหนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนบ้านหนองกินเพล ถือเป็น &amp;ldquo;โมเดลต้นแบบ&amp;rdquo; ของการปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำที่พื้นที่อื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทของตัวเอง โดยโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงประถมศึกษา หากไม่มีสถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่ของโรงเรียนจะถูกใช้ไปเพื่อให้เด็กๆ ทำกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายธนบดี ธนะทักษ์ และ นายนราชิต โครตพรหม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองเห็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ในโรงเรียนเพื่อรับมือกับน้ำท่วม จึงได้ร่วมกันออกแบบสิ่งปลูกสร้างใหม่ขึ้นมา ในลักษณะ &amp;ldquo;อาคารลอยน้ำ&amp;rdquo; ซึ่งผู้คน 20-30 ชีวิต สามารถเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน มีทั้งแปลงผัก อาหาร และน้ำสะอาดเพียงพอต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารดังกล่าว ยังมีโซนห้องทำกิจกรรมสำหรับให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงข้อมูล และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเหมาะสมเมื่อเกิดอุทกภัยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนบดี เล่าว่า รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมได้ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น โดยรูปแบบการลอยน้ำของอาคารจะเหมือนกับแพที่มีถังน้ำมันอยู่ข้างล่าง ตัวอาคารเป็นระบบโมดูลาร์ทำให้สัดส่วนและขนาดของงานสถาปัตยกรรมมีความง่ายในการจัดการ และสามารถใช้วัสดุขนาดมาตรฐานที่หาซื้อได้ทั่วไป เพื่อลดปริมาณของวัสดุและลดค่าใช้จ่ายในเรื่องวัสดุลง ทำให้ต้นทุนของงานไม่บานปลายและเพิ่มความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;น้ำดื่มเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต เราจึงออกแบบระบบเพื่อแยกน้ำสำหรับดื่มออกจากน้ำสำหรับใช้ทั่วไป และมีพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวที่ไม่ต้องนำไปแปรรูปหรือปรุงแต่ง เมื่อเกิดน้ำท่วมก็สามารถนำพืชผักส่วนนี้มาดำรงชีวิตได้เลย โดยความจุในการรองรับคนเพื่อมาพักพิงขณะเกิดน้ำท่วมอยู่ที่ประมาณ 20-30 คน&amp;rdquo; นายธนบดี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า ผลงาน &amp;ldquo;Am (phi) bious&amp;rdquo; ได้รับความสนใจ และได้รับการต่อยอดเพื่อให้เกิดการก่อสร้างจริง แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดเพียง 2 แสนบาท ทำให้ในการก่อสร้าง ต้องปรับลดขนาดลงกว่าครึ่ง เปลี่ยนโครงสร้างบางส่วน จากแบบเดิมที่พักได้ 20-30 คน จึงเหลือแค่ประมาณ 10 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โชคดีที่ตอนออกแบบครั้งแรกใช้วัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นขนาดที่สั่งทำพิเศษ จึงไม่ต้องปรับลดอะไรมากนัก หลังสร้างเสร็จอาคารนี้จะถูกตั้งไว้บริเวณหน้าโรงเรียน ขณะสถานการณ์ปกติจะเป็นจุดนัดรับเด็กนักเรียนกับผู้ปกครองได้&amp;rdquo; นายธนบดี อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษา มธ. รายนี้ เล่าอีกว่า ได้นำความรู้ที่เรียนจากมหาวิทยาลัยทั้งหมดมาใช้ในการออกแบบ แต่เมื่อมาเจอหน้างานจริงก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยต้องสอดคล้องและยึดประโยชน์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก ซึ่งในกระบวนการการก่อสร้างนั้น อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ ได้เข้ามาช่วยดูเรื่องวัสดุโครงสร้างเพื่อทำให้ราคาถูกลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างสถานีเรียนรู้การรับมือกับภัยพิบัติทางน้ำ &amp;ldquo;Am (phi) bious&amp;rdquo; ขณะนี้พูดคุยกับผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้ว และมีการประสานงานไปยังมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้ช่วยดูแลเรื่องการก่อสร้างด้วย เพราะอยู่ใกล้พื้นที่การก่อสร้างจริง โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นงานการออกแบบชิ้นแรกที่รับรางวัลและได้สร้างจริงๆ แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ออกแบบแค่ในชั้นเรียน โดยปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นถือเป็นประสบการณ์สำคัญมากๆ ส่วนตัวรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้ออกแบบ และยืนยันที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนสังคมต่อไปอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นักศึกษารายนี้ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนบดี ธนะทักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นราชิต โครตพรหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119155</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัตกรรม, เตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ff4e4eb9d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุเตือนฝนยังหนัก 10จังหวัดจมบาดาลต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุฯ แจ้งฝนตกหนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เหนือ-อีสาน-ใต้-กทม.และปริมณฑล&amp;quot;&amp;nbsp; เตือน ปชช.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก &amp;quot;ปภ.&amp;quot; สรุปผลกระทบ &amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; เกิดอุทกภัย 14 จว. 55 อำเภอจมบาดาล เดือดร้อน 13,930 ครัวเรือน ดีขึ้นแล้ว 4 จว. เหลืออีก 10 จว.ระดับน้ำยังสูง&amp;nbsp; &amp;quot;บขส.&amp;quot; แจ้งหยุดเดินรถหลายเส้นทาง &amp;quot;ทร.&amp;quot; นำเรือเร่งผลักดันน้ำคลองสาขาออกเจ้าพระยาเตรียมรับมวลน้ำเหนือ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่ง ตร.ดูแลบ้าน ปชช.หวั่นขโมยลักทรัพย์สินซ้ำเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลาง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียง ใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้&amp;nbsp; และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ตั้งแต่วันที่ 23-26 ก.ย. เกิดอุทกภัยใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง&amp;nbsp; ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผล กระทบ 13,930 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก) ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานการณ์ 10 จังหวัดนั้น จ.สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีนคร อำเภอคีรีมาศ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอกงไกรลาศ อำเภอบ้านด่านลานหอย และอำเภอศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอคีรีมาศ และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึง นาราง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม และอำเภอดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอเนินสง่า และอำเภอบ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จว.พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนัก น้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอพิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย และอำเภอมัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำ ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว จ.อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันอำเภอเมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับ น้ำทรงตัว จ.นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลาดยาว อำเภอหนองบัว อำเภอชุมแสง อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมตาบง อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน อำเภอตาคลี อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp; อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบัน ระดับน้ำทรงตัว จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปภ.ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวถึงการเดินรถในพื้นที่น้ำท่วมว่า ได้สั่งกำชับไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายสถานีเดินรถในส่วนภูมิภาคให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย. ได้รับแจ้งจากสถานีเดินรถหล่มสัก และสถานีเดินรถเพชรบูรณ์ว่าเส้นทางช่วงพุขาม-พุเตย ทั้งขาขึ้นและขาล่องน้ำท่วมสูงรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ จึงต้องหยุดวิ่งให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-หล่มสัก (เที่ยวไป-กลับ) จำนวน 4 เที่ยวชั่วคราว และให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าไว้แล้วสามารถเลื่อนการเดินทางหรือคืนตั๋วโดยสารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางสถานีเดินรถสุโขทัย ได้รายงานว่าระดับน้ำในจังหวัดสุโขทัย และเส้นทางเข้า-ออกสถานีขนส่งฯ มีน้ำท่วมสูง รถโดยสารไม่สามารถเข้าใช้สถานีขนส่งฯ ได้ จึงให้รถโดยสารสายอุตรดิตถ์ สาย 100 ใช้เส้นทาง นครสวรรค์-พิษณุโลก-อำเภอกงไกรลาศ-สุโขทัยแทน และให้รับ-ส่งผู้โดยสารที่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ใกล้แยกบางแก้ว (แยกโตโยต้า) เป็นการชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเดินรถชัยภูมิได้รายงานว่าระดับน้ำในจังหวัดชัยภูมิและเส้นทางเดินรถโดยสารสายที่ 5 และสายที่ 29 มีระดับน้ำท่วมสูง ช่วงหนองบัวโคก-จัตุรัส ทล.201 รถโดยสารไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงให้รถโดยสารสายกรุงเทพฯ-หนองบัวลำภู และกรุงเทพฯ-เชียงคาน ใช้เส้นทาง ทล.202 ผ่านอำเภอสีดา เข้าจังหวัดชัยภูมิแทนเป็นการชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับให้พนักงานขับรถ เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่และเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารก่อนออกเดินทาง หากพบเส้นทางใดมีน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทันที&amp;quot; กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส.กล่าว
ระบายเจ้าพระยารับน้ำเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนลำคันฉู ต.โคกเพชรพัฒนา อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ได้ทยอยปล่อยน้ำจากเขื่อน ส่งผลให้โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์น้ำท่วมทันทีถึงหลังคา รถฉุกเฉิน อาคารบ้านเรือนหลายตำบลท่วมจมบาดาล ถนนทุกเส้นทางผ่าน อ.บำเหน็จณรงค์ถูกตัดขาด รถยนต์ทุกประเภทเข้า-ออกไม่ได้แล้วตั้งแต่ช่วงค่ำ ชาวบ้านต่างเร่งขนสิ่งของขึ้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.อ.อัศมัย นรินรัตน์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำของกองทัพเรือ พร้อมกำลังพลสังกัดกรมอู่ทหารเรือ พระจุลจอมเกล้า ได้ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ เข้าประจำการตามคลองต่างๆ ซึ่งจุดระบายน้ำที่สำคัญรวม 5 จุด ได้แก่ คลอง 4 ต.บางปลา, คลองสุวรรณภูมิ หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ ต.บางโฉลง, คลองกิ่งแก้ว คลองขุด ตำบลบางพลีใหญ่ และคลองสำโรง โดยจะทำการผลักดันน้ำวันละ 16-20 ชั่วโมงต่อวัน รองรับปริมาณน้ำที่จะระบายลงมาจากหลายจังหวัดทั้งอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร และพายุ ซึ่งภารกิจผลักดันน้ำจะสามารถเพิ่มการไหลเวียนของมวลน้ำไปยังประตูระบายน้ำได้เร็วขึ้น โดยเรือผลักดันน้ำจะทำงาน 16-20 ชั่วโมงต่อวัน โดยทาง อบต.บางพลีใหญ่ ได้สนับสนุนน้ำมันดีเซลวันละ 1,000 ลิตรในภารกิจผลักดันน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อัศมัยกล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากนายอำเภอบางพลี ทางกองทัพเรือได้นำเรือผลักดันน้ำจำนวน 26 ลำเข้ามาทำการผลักดันน้ำตามคลองสายหลักในการระบายน้ำในเขตอำเภอบางพลี ซึ่งในการดำเนินการในครั้งนี้ต้องมีการร่วมกันพิจารณาหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอำเภอบางพลี และหน่วยงานท้องถิ่นและชลประทาน เพราะว่าหน้าที่เราคือมาให้การสนับสนุนการเร่งระบายน้ำ เพราะฉะนั้นผู้นำท้องถิ่นจะรู้ดีว่าจุดไหนมีน้ำท่วมขังนาน และเราก็จะไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระบายน้ำ เพราะทำการวางจุดเรือผลักดันน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เพื่อตรวจตราบ้านเรือนประชาชน ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้กำชับให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ ยานพาหนะต่างๆ เพื่อรองรับภารกิจอย่างเร่งด่วน รวมถึงประชาสัมพันธ์การติดต่อขอรับความช่วยเหลือการสอบถามเส้นทางการจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามเส้นทางการจราจร สามารถโทรศัพท์สอบถามมายังสายด่วน 191,&amp;nbsp; สายด่วน 1193 หรือสายด่วน 1599&amp;nbsp; ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุ, น้ำท่วม, ฝนตกหนัก, พายุเตี้ยนหมู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61506917b07fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
