<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกอมกระชายไม่ต้านโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันลูกอมรสกระชายผสม ZINC ไม่สามารถต้านโควิด-19 ได้ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม จึงเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาว่าสามารถต้านเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง อาจเสียเงินเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค.64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการตรวจพบข่าวปลอมเพิ่มเติม 1 กรณี คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีลูกอมรสกระชายผสม ZINC สามารถต้านโควิด-19 ได้นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นอาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม ไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่สามารถประเมินประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค จึงขอเตือนประชาชนอย่าเชื่อการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หากผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน เพื่อหวังผลในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;(โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง อาจเสียเงินเปล่าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โทรสายด่วน 1556 และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th โดยเรื่องนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นอาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม และไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่กล่าวอ้าง และผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกอมกระชาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย., อย่าหลงเชื่อ, เตือนประชาชน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ต้านโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อลดอย่าเพิ่งดีใจ ย้ำถ้าคลายล็อกดาวน์ ประชาชน &quot;การ์ดอย่าตก ยกให้สูงไว้เป็นนิสัย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27เม.ย.63-พญ. พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์โรคโควิด 19 จะพบผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเข้มการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรคอย่างเคร่งครัด หากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ &amp;ldquo;การ์ดอย่าตก ยกให้สูง เป็นนิสัย&amp;rdquo; ทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากพบการระบาดระลอกสองในหลายประเทศหลังจากผ่อนคลายมาตรการ จึงต้องคงการปฏิบัติตัวช่วงมีการระบาดโรคโควิด 19 ให้เป็นนิสัยในการใช้ชีวิตประจำวันตลอดไป (New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ. พรรณพิมลกล่าวต่อว่า สถานที่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือแหล่งชุมนุมชน เช่น ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งประชาชนมีความจำเป็นต้องไปซื้อหาอาหาร ของใช้ จึงขอความร่วมมือทุกตลาดปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยเจ้าของตลาดและผู้ปฏิบัติงานในตลาด กำหนดทางเข้าออก เพื่อคัดกรองคนเข้าตลาด อาทิ วัดอุณหภูมิ สังเกตอาการ ไอ จาม หายใจลำบาก จัดจุดล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ล้างตลาดตามหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งจัดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เช่น เสียงตามสาย บอร์ด ป้าย เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนผู้ขาย ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ทำความสะอาดแผง/ร้านค้า อุปกรณ์ของใช้ด้วยน้ำยาทำความสะอาด/น้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน เมื่อกลับถึงบ้านควรเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที และไม่ควรนำของใช้ในตลาดกลับบ้าน สำหรับผู้ซื้อ ต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า รักษาระยะห่างระหว่างกันไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 70% ทั้งก่อนและหลังเข้าตลาด หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้า ตา จมูก ปาก วางแผนการซื้อ และมาตลาดสัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อใช้เวลาในตลาดให้น้อยที่สุด ที่สำคัญ ไม่พาเด็ก ผู้สูงอายุมาตลาด เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการรับเชื้อได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กรมอนามัยได้จัดทำ Application Stopcovid-19 (http://stopcovid.anamai.moph.go.th) &amp;nbsp;โดยให้ผู้ประกอบการตลาดที่ปฏิบัติตามมาตรฐานประเมินตนเองและปักหมุดร้าน ส่วนผู้บริโภคสามารถตรวจสอบเลือกการใช้บริการ และร้องเรียนเสนอแนะผ่านช่องทางเดียวกันได้ รวมทั้งจากการสำรวจ Thaistopcovid ในตลาดจำนวน 342 แห่ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 พบว่า มีการปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing ระหว่างผู้ขายของกับผู้บริโภคร้อยละ 88.99, พ่อค้า แม่ค้า พนักงานตลาด และผู้บริโภคได้ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าร้อยละ 98.84,จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 96.81 &amp;nbsp;และมีการทำความสะอาดแผง โต๊ะจำหน่ายอาหารด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน ร้อยละ 95.65&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64419</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, เตือนประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6a55f129f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจไทยคู่ฟ้าแจ้งเตือนประชาชนระวัง&#039;ทองโคลนนิ่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจไทยคู่ฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62-เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;#ไทยคู่ฟ้า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เตือนประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทองโคลนนิ่ง&amp;rdquo; ที่มีการออกมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ไม่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับทองแท้มากที่สุด แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกมาจากทองชุบ ทองเค เพื่อหวังผลทางการตลาดเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองชุบ, ทองเค, ทองโคลนนิ่ง, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, เตือนประชาชน, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da3cc39f3660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่ม14-18มี.ค.! เตือนอีสาน-เหนือ-กลาง-ตะวันออกรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะเกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะอากาศของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรก และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ช่วงระหว่างวันที่ 14 &amp;ndash; 18 มีนาคม 2562 โดยจะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 14 &amp;ndash; 18 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;โดยจัดเจ้าหน้าที่มิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย อีกทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชนให้อยู่ในสภาพปลอดภัย เพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้ กรณีสถานการณ์รุนแรงได้เน้นย้ำให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายชยพล กล่าวเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;ภาคกลาง และภาคตะวันออก ให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง งดเว้นการใช้โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดบริเวณที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เพื่อป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย อีกทั้งห้ามหลบพายุบริเวณใต้ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ ตลอดจนห้ามเข้าใกล้บริเวณที่มีสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้ม เพราะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูด ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31217</URL_LINK>
                <HASHTAG>14-18มี.ค., ปภ., พายุฤดูร้อน, เตือนประชาชน, เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf46e535cdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
