<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเตือนอเมริกันในจีนระวังไวรัสปอดอักเสบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตสหรัฐอเมริกันประจำกรุงปักกิ่งออกคำเตือนพลเมืองสหรัฐในจีนหลีกเลี่ยงอยู่ใกล้กับสัตว์และสัมผัสคนป่วย เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสปริศนาที่ก่อโรคปอดอักเสบ มีผู้ป่วยหลายสิบรายในเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการจีนเพิ่งรายงานว่ามีการระบาดของไวรัสลึกลับชนิดนี้ที่เมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน โดยการติดเชื้อเกิดระหว่างวันที่ 12-19 ธันวาคมปีที่แล้ว และจนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 59 ราย แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนปฏิเสธแล้วว่า ไวรัสที่ก่ออาการปอดอักเสบนี้ไม่ใช่ไวรัสที่ก่อกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยแพร่ระบาดเมื่อสิบกว่าปีก่อน คร่าชีวิตผู้ป่วยในจีนและฮ่องกงหลายร้อยราย และปลอดเชื้อจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2547&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม 2563 กล่าวว่า สถานทูตสหรัฐออกคำแนะนำด้านสาธารณสุขแก่พลเมืองอเมริกันในจีน โดยขอให้ใช้ความระมัดระวังและป้องกันไว้ก่อน ผู้ที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่นหากรู้สึกตัวว่ามีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของไวรัสปอดอักเสบครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันตรุษจีน ที่ชาวจีนหลายล้านคนจะเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวด้วยรถโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน วันหยุดยาวช่วงเทศกาลนี้ก่อความวิตกถึงไต้หวันด้วย โดยรองนายกฯ เฉิน ฉือไม่ ของไต้หวันเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มมาตรการควบคุมการกักกันโรคที่สนามบิน และให้วางแผนอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของไต้หวันยังออกคำแนะนำประชาชนที่มีแผนเดินทางไปอู่ฮั่นหรือพื้นที่ใกล้เคียง ควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฮ่องกง ทางการเผยว่ามีผู้ป่วย 30 รายเข้าโรงพยาบาลหลังเดินทางกลับจากอู่ฮั่นแล้วมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด แต่ไม่มีรายใดที่ยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสปริศนาชนิดใหม่นี้ คำแถลงเมื่อวันอังคารเผยว่า ผู้ป่วย 13 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว กระนั้นเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มระดับเฝ้าระวังเป็นขั้น &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; และออกมาตรการเฝ้าสังเกตเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นกล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยรายใดเสียชีวิต แต่มี 7 รายอาการหนัก ผู้ป่วยทุกรายได้รับการรักษาแบบแยกกักกัน และไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อจากคนสู่คน นอกจากนี้ยังตัดความเป็นไปได้ที่เชื้อนี้จะเป็นไข้หวัดนกหรือเมอร์สด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซาร์ส, สถานทูตสหรัฐ, อู่ฮั่น, เตือนพลเมือง, เมอร์ส, ไวรัสปอดอักเสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลตื่นภัยคุกคาม แนะพลเมืองเผ่นหนีศรีลังกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิสราเอลออกคำแนะนำพลเมืองของตนที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในศรีลังกาให้ออกจากประเทศนี้ อ้างมีภัยคุกคามที่เป็นรูปธรรมซึ่งมีเพิ่มมากขึ้น ภายหลังระเบิดโจมตีโบสถ์และโรงแรมในวันอีสเตอร์ ที่ทำให้ล้มตายเกือบ 360 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารรักษาความปลอดภัยด้านนอกโบสถ์เซนต์แอนโธนีในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า คำแนะนำด้านการเดินทางจากสำนักงานต่อต้านการก่อการร้ายของอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2562 ระบุไว้ว่า คำเตือนให้พลเมืองอิสราเอลออกจากศรีลังกานั้นผ่านการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศแล้ว การออกคำเตือนครั้งนี้สืบเนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงย่ำแย่ลง และความกลัวว่าเหตุการณ์ยังไม่ยุติ หรือมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้เสนอให้ความช่วยเหลือแก่ทางการศรีลังกา ภายหลังกลุ่มมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งในกรุงโคลัมโบ และโบสถ์คริสต์ 3 หลัง ระหว่างประกอบพิธีมิสซาวันอีสเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน สังหารชีวิตผู้คนเกือบ 360 คน โดยมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยหลายสิบราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลศรีลังกายอมรับว่ามีความบกพร่องด้านข่าวกรอง หลังจากมีรายงานของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 เมษายน อ้างคำเตือนจากสำนักงานข่าวกรองของอินเดีย ระบุว่ากลุ่มอิสลามิสต์เตาฮีตญะมาอัตแห่งชาติ (เอ็นทีเจ) กำลังวางแผนก่อการร้าย แต่รายงานฉบับนี้ไม่ได้ส่งถึงนายกรัฐมนตรีและบุคคลระดับสูงในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศรีลังกากล่าวโทษกลุ่มอิสลามิสต์ในประเทศว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนองเลือดที่สุดในรอบ 10 ปีของศรีลังกา แต่ก็เชื่อว่ามีเครือข่ายต่างชาติร่วมมือด้วย ขณะที่กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่ามือระเบิดเป็นคนของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจและทหารอาศัยอำนาจตามประกาศภาวะฉุกเฉินจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้ว 75 คน แต่ยังมีผู้ต้องสงสัยจำนวนมากที่ยังลอยนวล ทำให้สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะตึงเครียด สามเหล่าทัพได้ส่งกำลังทหารมาเสริมปฏิบัติการค้นหาเพิ่มอีก 9,000 นาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีลังกา, ออกจากศรีลังกา, อิสราเอล, เตือนพลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1bee810ce1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
