<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศเตือนภัยพายุดีเปรสชัน&#039;โกนเซิน&#039;ฉบับสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - เมื่อเวลา 11.00 น. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัย พายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo; ฉบับที่ 16 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้าย โดยระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ย. 64) พายุดีเปรสชัน &amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo; บริเวณชายฝั่งของเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไป จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116535</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฉบับสุดท้าย, ฝนตกหนัก, พายุดีเปรสชัน, เตือนภัย, โกนเซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ee85a5c339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัยเครื่องอัลเทอราปีเถื่อน เป็นเหยื่ออยากสวยยังต้องเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีกรณีเกี่ยวกับเครื่องอัลเทอราปีปลอมระบาด อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียหายและมีหลายสื่อออกมาเตือนภัยเพื่อให้ผู้บริโภคระมัดระวังและรอบคอบในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์และคลินิกที่จะใช้บริการ รวมถึงตัวผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น และแม้ว่าผู้บริโภคหลายคนจะระวังตัวกันมากแล้ว แต่ก็ยังไม่วายโดนหลอกซ้ำ จากผู้ที่ฉวยโอกาสนำเข้าเครื่องอัลเทอราปีเถื่อนมาให้บริการ ซึ่งหากผู้บริโภครู้ไม่เท่าทันก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและร่างกายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีนี้ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผู้นำเข้าเครื่องอัลเทอราปีลิขสิทธิ์แท้เจ้าเดียวในประเทศไทยจากประเทศเยอรมัน ได้เชิญ แพทย์หญิง อัจจิมา สุวรรณจินดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดผิวหนัง มะเร็งผิวหนังและเลเซอร์ผิวหนัง คุณเกศิณี ปิ่นเจริญ บิ้วตี้บล็อกเกอร์เจ้าของเพจ Florence room มาร่วมเตือนภัยและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเข้ารับบริการทรีทเมนต์อัลเทอราปี เพราะตอนนี้ได้มีผู้ฉวยโอกาสยกระดับจากเครื่องปลอมมาเป็นการนำเข้าเครื่องเถื่อน โดยไม่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้องจากองค์การอาหารและยา ซึ่งอาจจะนำความเสี่ยงมาสู่ตัวผู้เข้ารับบริการได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ ได้เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของวงการปรับรูปหน้าด้วยเครื่องอัลเทอราปี ว่า &amp;ldquo;3 ปีให้หลังมานี้ บริการปรับรูปหน้าด้วยเครื่องอัลเทอราปีได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น แต่นั่นกลับเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามที่ไม่เป็นทางการบางรายฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค ในปีที่แล้วเกิดการระบาดของ &amp;ldquo;เครื่องปลอม&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครื่องที่ทำเลียนแบบตัวเครื่องอัลเทอราปี แต่ไม่เหมือนและเคลมว่าเป็นนวัตกรรมเครื่องอัลเทอราปีแท้ ซึ่งทางเมิร์ซ เอสเธติกส์ ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนถึงการใช้เครื่องมือหรือหัตถการที่ผ่านการรับรองว่าเป็นเครื่องจริงเท่านั้น แต่ในปีนี้ค้นพบว่า &amp;ldquo;เครื่องเถื่อน&amp;rdquo; กลับเข้ามาตีตลาดแทนเครื่องปลอม ซึ่งเป็นการหิ้วเครื่องที่อาจจะผ่านการใช้งานแล้วและเป็นเครื่องเก่า นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ โดยไม่สามารถการันตีได้ว่าเครื่องนั้นเป็นนวัตกรรมของอัลเทอราปีจริงแต่ไม่ได้รับการอัปเดตรุ่น หรือเป็นเครื่องที่ทำเลียนแบบขึ้น รวมทั้งยังนำเข้ามาในไทยอย่างผิดกฏหมาย บางรายไม่ได้สั่งซื้อหัวที่ยิง จากทาง เมิร์ซ เอสเธติกส์ เพื่อหวังฟันกำไรจากผู้บริโภค ทำให้ตัวเครื่องทั้งหมดไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บางกรณีอาจเกิดจากความไม่ชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเนื่องจากไม่ได้รับการอบรมหรือรับรองจากทาง เมิร์ซ เอสเธติกส์ ซึ่งหากผู้บริโภครู้ไม่เท่าทัน ก็อาจจะต้องแบกรับความเสี่ยงโดยใช้ใบหน้าเป็นตัวทดลอง สุดท้าย คือ ไม่เห็นผลในการยกกระชับใบหน้า ทำให้เกิดความเสียหายด้านทรัพย์สิน และอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิว จนกลายเป็นแผลเป็นบนใบหน้าได้อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์หญิง อัจจิมา สุวรรณจินดา ชี้แจงเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเข้ารับบริการจากแพทย์ คลินิกเสริมความงาม และเครื่องอัลเทอราปีที่ไม่ได้การรับรอง ว่า &amp;ldquo;เครื่องนั้นมีความซับซ้อนมาก นอกจากความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความรู้และความเข้าใจในการใช้เครื่องมือนั้นถือว่าสำคัญมากเช่นเดียวกัน การเข้ารับบริการทรีตเมนต์อัลเทอราปีแล้วเจอกับเครื่องเถื่อน ผลที่ได้จะแตกต่างกันไป อาทิ เกิดอาการหน้าไหม้ มีอาการแสบร้อนหลังรับบริการ หลายรายมีอาการร้ายแรง อย่างใบหน้าบิดเบี้ยวและผิดรูป ความสำคัญอยู่ที่หัวยิงอัลเทอราปี ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของทรีตเม้นต์อัลเทอราปี พบว่าในปัจจุบันมีการฉวยโอกาสของหลายคลินิก นำหัวยิงอัลเทอราปีปลอมเข้าร่วมให้บริการและเวียนใช้หัวยิงอัลเทอราปีซ้ำ ทั้งที่ถึงกำหนดเวลาต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ซึ่งนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ที่เข้ารับบริการไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง หรือผลของการรักษา ทำให้สูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์และอาจจะเกิดผลกระทบต่อผิวหน้าได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รู้แบบนี้แล้ว ใครที่อยากสวยไม่เสี่ยง ต้องมีสติ อย่าให้ราคาและโปรโมชั่นที่ถูกเกินจริงมาครอบงำ เพราะเราอาจจะตกเป็นเหยื่อและเสี่ยงหน้าพังไม่รู้ตัว! &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113196</URL_LINK>
                <HASHTAG>Florence room, คุณเกศิณี ปิ่นเจริญ, บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์, ปลอม, ผู้นำเข้าเครื่องอัลเทอราปีลิขสิทธิ์แท้, ผู้บริโภค, ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงาม, เครื่องอัลเทอราปี, เครื่องอัลเทอราปีเถื่อน, เตือนภัย, เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์, แพทย์หญิง อัจจิมา สุวรรณจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116665b1cfc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัยกู้เงินออนไลน์เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ แนะเลือกสถาบันการเงินน่าเชื่อถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัยกรณีการฉ้อโกงในรูปแบบของแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ และแอปพลิเคชันเงินกู้ที่มีการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย ว่า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและหันมาทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่าน Application บนโทรศัพท์มือถือมากขึ้น จึงมีเหล่ามิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสนี้แฝงตัวมาในรูปแบบของแหล่งเงินกู้ออนไลน์และได้กระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรูปแบบการกระทำความผิดหลักๆที่พบ จะมี 2 ลักษณะ คือลักษณะของ Application ที่หลอกว่าจะให้กู้เงินและใช้กลอุบายว่าทางผู้กู้จะต้องโอนเงินมาก่อนส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้ จากนั้นเมื่อผู้กู้โอนเงินไปก็ไม่ได้มีการโอนเงินมาให้ผู้กู้ตามที่ตกลงกันไว้ และอีกลักษณะหนึ่งคือ Application เงินกู้นั้น ให้กู้ยืมเงินจริงแต่มีการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย อย่างเช่น การโทรไปข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงกับผู้กู้ว่าหากไม่ชำระหนี้ตามที่กำหนด หรือการประจานต่อผู้อื่นให้ทราบถึงหนี้นั้นๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถิติของศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปน.ตร.) พบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 64 - 16 ก.ค. 64 มีการแจ้งการกระทำความผิดซึ่งเกี่ยวข้องกับ Application เงินกู้ออนไลน์มากถึง 263 เรื่อง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดําเนินการสืบสวนสอบสวน จับกุมผู้กระทําความผิดอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ Application ที่มีการหลอกให้โอนเงินมัดจำและไม่ให้เงินกู้จริง จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนการทวงหนี้โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง การใช้วาจาดูหมิ่นหรือการเปิดเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญและรับรู้ถึงพิษภัยของการกระทำความผิดดังกล่าว จึงได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้ทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิดต่างๆ บนโลกออนไลน์ รวมถึงเร่งทำการสืบสวน สอบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายและตัดโอกาสในการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเรียนประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมถึงแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันการถูกหลอกลวงในรูปแบบของ Application เงินกู้ออนไลน์ มายังพี่น้องประชาชนว่า ควรวางแผนการเงินและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด, หากจำเป็นต้องกู้เงินจริงๆ ควรเลือกกู้เงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ และศึกษารายละเอียดของผู้ให้กู้ให้ดี รวมถึงมีสัญญาการกู้ที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ หากพบเห็นความผิดปกติ หรือขอเสนอที่ดีเกินไปควรหลีกเลี่ยง และอย่าหลงเชื่อว่าตัวเองโชคดี นอกจากนี้หากพี่น้องประชาชนหากพบเบาะแสการทวงหนี้ผิดกฎหมายหรือการกระทำความผิดอื่นๆ สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, เตือนภัย, แอปเงินกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d70f0e72f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งจับแก๊งมิจฉาชีพหลอกจอง &#039;วัคซีนซิโนฟาร์ม&#039; พบผู้เสียหายแจ้งความหลายพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว ผู้แทนขายประกันชีวิต แจ้งจับแก๊งต้มตุ๋นจอง &amp;ldquo;ชิโนฟาร์ม&amp;rdquo; แต่งเรื่องหลอกล่อจนเชื่อ สั่งจองให้ตัวเองและคนสนิท 20 คน ก่อนสูญเงินให้มิจฉาชีพ 36,000 บาท ว่า กรณีดังกล่าวทราบจาก พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี รายงานว่า ผู้เสียหายมีอาชีพเป็นผู้แทนขายประกันชีวิต ในกรุงเทพมหานครและอุดรธานี ได้เข้าไปในกลุ่มไลน์ &amp;ldquo;Vaccine Sinopharm&amp;rdquo; คนร้ายอ้างว่ามีวัคซีนซิโนฟาร์ม เหลือจากที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สั่งซื้อจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในราคา 1 คน 2 เข็ม 1,800 บาท เมื่อเข้าไปในกลุ่มไลน์ของคนร้ายยิ่งให้ความเชื่อมั่น จากข้อมูลชัดเจน-รวดเร็ว อีกทั้งการแจ้งเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ &amp;ldquo;ระบบ IT วัคซีนทางเลือกสำหรับ ร.พ.&amp;rdquo; และยังมีภาพการจัดส่งรถ ไปรับคนมาฉีดวัคซีน และได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ จึงชักชวนคนรู้จัก และลูกค้าผู้ทำประกัน ที่ต้องการฉีดวัคซีนเร็วๆ รวม 20 คน ส่งสำเนาเอกสาร พร้อมโอนเงินส่วนตัวไปให้ 36,000 บาท เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เมื่อไปตรวจสอบรายชื่อ ที่รพ.เอกชนในจ.อุดรธานี กลับไม่มีรายชื่อตามที่แจ้งไว้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกแน่นอน และน่าจะทำเป็นขบวนการ และเมื่อตรวจสอบกลุ่มไลน์พบว่ามีสมาชิกกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพฤติการณ์ความเชื่อมโยงจากกรณีผู้แทนขายประกันชีวิต พบว่ามีผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ในอีกหลายท้องที่ คือ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ, สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, สภ.เมืองอุดรธานี, สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น, สน.เตาปูน, สน.สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดได้โอนเงินจองวัคซีนไปบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาแก่งคอย จ.สระบุรี ตนจึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างว่าจัดหาวัคซีนชิโนฟาร์มได้ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าต้องสั่งจองจากราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เท่านั้น ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายท่านใดที่หลงเชื่อไปแล้ว ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ที่มีการโอนเงิน

ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลายท้องที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) Police Cyber Taskforce หรือศูนย์ PCT ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ PCT เร่งดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, วัคซีนซิโนฟาร์ม, เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7b986a254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนภัยแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อนตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีที่มีการนำเสนอข่าวสตาร์บัคส์ ประเทศไทย เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อกรอกแบบสอบถามหลอกให้เงินทุนฟรี ว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบหนึ่งซึ่งกระทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยมิจฉาชีพจะทำการส่งลิงก์เว็บไซต์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือไปให้เหยื่อ ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้สถานการณ์ของประเทศในขณะนั้น เช่น โรคระบาด ภัยธรรมชาติ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หมายเลขบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต รหัสความปลอดภัยต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นการกระทำลักษณะดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญา 341 ความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ, และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5 &amp;nbsp;เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 7 เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน โทษจำคุกไม่เกิน &amp;nbsp;2 ปี หรือปรับไม่เกิน &amp;nbsp;40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 11 ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ปรับไม่เกิน 100,000บาท และมาตรา 14 (1)โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สนองนโยบายของรัฐบาล และให้ความสำคัญตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ จึงได้กำชับสั่งการให้ พล.ต.ท.กรไชย&amp;nbsp;คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการในการป้องกัน สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน หรือผู้ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ให้ถูกลอกหลวงจากผู้ที่ฉวยโอกาสในการกระทำความผิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโวคิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์เตือนไปยังพี่น้องประชาชน พึงระมัดรวังในการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ&amp;nbsp;ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในข้อความ หรืออีเมลที่ต้องสงสัย เพราะอาจจะเป็นเว็บไซต์ปลอมที่เตรียมไว้หลอกเอาข้อมูล ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนอย่างไรก็ตามหากท่านถูกหลอกได้หลงเชื่อให้ข้อมูลไปแล้ว รีบดำเนินการเปลี่ยนรหัสการทำธุรกรรม และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อขอทำการยับยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103296</URL_LINK>
                <HASHTAG>เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a35f197db7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนระวังมิจฉาชีพแฝงตัวปล่อยกู้ออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64- พ.ต.อ.ศิริวัฒน์&amp;nbsp; ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ขณะนี้พบว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวมาในลักษณะปล่อยเงินกู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้วิธีการเข้ามาขอเป็นเพื่อนผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือ ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆ ประกาศเชิญชวนให้ใช้บริการเงินกู้ โดยอ้างว่าสามารถกู้เงินได้โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน หรือ กู้ได้แม้จะติดเครดิตบูโร แถมอนุมัติเงินกู้ได้ภายใน 5 นาทีบ้าง 10 นาทีบ้าง แต่มีข้อแม้ว่าผู้กู้จะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียม เป็นเงิน 10% ของเงินที่จะขอกู้ก่อน หรืออาจอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เช่น ค่าดำเนินการ&amp;nbsp; ค่าประกันเงินกู้ ค่ามัดจำ ฯลฯ ตามแต่มิจฉาชีพจะกล่าวอ้างเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วโอนเงินดังกล่าวให้มิจฉาชีพ ล่าสุดปรากฎในสื่อพบมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งหลงกลตกเป็นเป็นเหยื่อ โดยได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้เสียหายประสงค์ที่จะกู้เงินจำนวน 30,000 บาทเพื่อมาใช้หนี้เก่าที่ดอกเบี้ยแพงกว่าจึงตัดสินใจกู้เงินจากมิจฉาชีพที่รับแอดมาทางเฟซบุ๊กที่เสนอตัวให้กู้เงิน แต่จะต้องจ่ายค่าต่าง ๆ ประกอบด้วย ค่าสมัครสมาชิก ค่าดำเนินการ ค่ามัดจำงวดแรก ค่านายหน้า ค่าพนักงานเดินเรื่อง ค่ายืนยันว่าขอกู้จริง ค่าเครดิตกับค่าคอมมิชชั่นพนักงาน ค่าสิ้นสุดการกู้ ค่ารับยอดกู้ ค่าเปิดบัญชี ก่อนถึงจะได้เงินกู้ดังกล่าว โดยโอนไปบัญชีโน้นบัญชีนี้รวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง เป็นเงินจำนวนเกือบ 6,000 บาทซึ่งเป็นเงินทุนก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้อ้างว่าจะให้เงินกู้ได้อีกซึ่งในทางคดีได้ประสานไปยัง ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ทราบว่าได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนเร่งรัดตรวจสอบว่ากลุ่มคนร้ายรายนี้เป็นผู้ใด ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยประชาชน จึงอยากจะเตือนภัยเงินกู้ที่มาในรูปแบบเงินกู้ออนไลน์ที่พบว่ามีการให้บริการมากมายในเวลานี้ โดยพบว่ามีทั้งสถานบันการเงินหรือธนาคารที่ถูกต้องทางกฎหมาย และมิจฉาชีพแฝงตัวมาในรูปแบบต่างๆ หากประชาชนมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินจริงๆ อยากจะให้ทำเรื่องขอกู้จากสถานบันการเงินที่ถูกต้องทางกฎหมายเป็นอันดับแรก ไม่ควรไปใช้บริการกู้เงินนอกระบบเด็ดขาด โดยเฉพาะการกู้เงินในรูปแบบออนไลน์ เพราะอาจถูกหลอกลวงเหมือนกรณีข้างต้นได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102772</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ออนไลน์, ตำรวจ, มิจฉาชีพ, เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cb0bef112e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศเตือนพายุฤดูร้อนฉบับที่2 มีผลกระทบ1-4มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 1 - 4 มีนาคม 2564) &amp;quot; ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยจะมีผลกระทบดังนี้ วันที่ 1 มีนาคม 2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 2-3 มีนาคม 2564 ภาคเหนือ: จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 มีนาคม 2564 ภาคเหนือ: จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในคืนนี้ (1 มี.ค. 64) ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฉบับที่2, พายุฤดูร้อน, เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c2e92ad9e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
