<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยกันยัน&quot;วัคซีนสัตว์&quot;กันพิษสุนัขบ้า ไม่ตกมาตรฐาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากdd-medic.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ -อย.ช่วยกันยืนยัน วัคซีนสัตว์มีประสิทธิภาพสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ ไม่ตกมาตรฐานอย่างที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ .ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข่าวคุณภาพวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า วัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยทั้งในคนและในสัตว์ มีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค และมีคุณภาพตามข้อกำหนด ผ่านการตรวจสอบทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงขอให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยง สุนัข แมวทุกตัวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี และหากถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัดหรือข่วน ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการฉีดวัคซีน ซึ่งผู้ที่ถูกกัดจะปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ.เจษฎา &amp;nbsp;โชคดำรงสุข ปลัด สธ. กล่าวว่า ในปีนี้พบว่าผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า ถูกสัตว์ที่เลี้ยงไว้กัด ข่วน และไม่ได้ไปฉีดวัคซีน ดังนั้นหากประชาชนเคยถูกสุนัข แมวกัดหรือข่วน แล้วยังไม่ได้ไปฉีดวัคซีน ขอให้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นการรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนพ. สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทย์ฯ ได้รับมอบหมายจาก อย.ให้ตรวจวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับคนทุกล็อตก่อนนำออก และจากการวิจัยร่วมกันในปี 2555 &amp;ndash; 2558 ระหว่าง 3 หน่วยงานคือกรมวิทย์ฯ อย. และกรมปศุสัตว์ มีความเห็นว่าควรมีการสุ่มตรวจวัคซีนสำหรับสัตว์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าวัคซีนทุกล็อตที่ออกมานั้นใช้ในประเทศมีคุณภาพ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้สัตว์ และสามารถปกป้องชีวิตคนไทยได้ หากตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐาน จะเรียกเก็บก็จะไม่ให้นำมาใช้อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอย. &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลสาเหตุที่โรคพิษสุนัขบ้าระบาดมาจากวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ไม่ได้คุณภาพและถูก อย. เรียกคืน 3 ล็อตในปี 2559 นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แจ้ง อย. เกี่ยวกับผลวิเคราะห์ยา DOG-VAC RABIA Reg.No.1F 6/53 (B) รุ่นการผลิตที่ 225THF030A ซึ่งได้เก็บตัวอย่างจากคลินิกรักษาสัตว์ในจังหวัดนครสวรรค์ ตามโครงการประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพของวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับสัตว์ฯ พบความแรง (Potency) ต่ำกว่ามาตรฐานนั้น สำนักยา อย. จึงไปเก็บตัวอย่างยาดังกล่าวซึ่งนำเข้ามาจากประเทศสเปน จำนวน 3 รุ่นผลิต ส่งตรวจวิเคราะห์ และผลวิเคราะห์พบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความแรงต่ำกว่ามาตรฐาน ดังนั้น อย. จึงเรียกเก็บยาคืนทั้ง 3 รุ่น ตั้งแต่ปลายปี 2559 และให้บริษัทฯ ผู้นำเข้าทำลายยาดังกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ของ อย. ไปกำกับดูแลการทำลายยาเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้นำเข้า ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน อย. ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมปศุสัตว์ ได้มีการสุ่มตรวจวิเคราะห์วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่พบว่ามีการตกมาตรฐานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย. จะดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพของวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างเข้มงวดต่อไป โดยกำหนดให้มีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของวัคซีนก่อนกระจายไปใช้ในสัตว์ เพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในคนด้วย ซึ่งหากพบการตกมาตรฐาน อย. จะใช้มาตรการส่งคืนหรือทำลายทันที ขอให้ประชาชนวางใจในการดำเนินงานของ อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าได้วิตกกังวล ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กระทรวงสาธารณสุข, วัคซีนสัตว์, อย., เตือนภัยโรคพิษสุนัขบ้าไม่หายเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab8c48bc22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วัคซีนพิษสุนัขบ้าตกมาตรฐาน-ฉีดไม่ทั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสวนา &amp;ldquo;ฝ่าวิกฤตโรคพิษสุนัขบ้า&amp;rdquo; ชี้ภาครัฐตื่นตัวมากขึ้น แต่สัตว์กลับเป็นโรคมากขึ้น สาเหตุหลักมาจากการให้วัคซีนไม่ทั่วถึง ทำได้แค่60%&amp;nbsp; ของประชากรสัตว์ หนำซ้ำเจอวัคซีนตกมาตรฐานอื้อ&amp;nbsp; เตรียมแก้กม.ให้กรมวิทย์ฯตรวจสอบคุณภาพวัคซีนสัตว์ที่นำเข้า ก่อนขึ้นทะเบียนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มีการเสวนาเรื่อง&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฝ่าวิกฤตโรคพิษสุนัขบ้า&amp;rdquo; โดยมี ศ.สพ.ญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ รองคณบดีนโยบายและแผน&amp;nbsp; และอาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ สพ.ญ.เบญจวรรณ สิชฌนาสัย ผอ. สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กกม. น.สพ.วีระ เทพสุเมธานนท์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒินายสัตวแพทย์ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และคุณบุญโฮม แสนเมืองชิน ผู้แทนกลุ่มสานสายใยชีวิต SOS ร่วมกันเสวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.สพ.ญ.ดร.สันนิภา กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่พบในประเทศไทยมาตลอด เกิดจากการสัมผัสหรือถูกกัดจากสัตว์ที่เป็นพาหะ โดยเชื้อกว่า 90% เกิดจากสุนัข&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้ได้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชน&amp;nbsp; เพราะตั้งแต่ต้นปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวแล้ว 4 คน และในช่วง3-4 ปีนี้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557-2560 จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์พบว่ามีการกระจายตัวในวงกว้าง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในภาคใต้สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการที่พบเชื้อมากขึ้น อาจเป็นเพราะการายงานในสื่อโซเชียลที่รวดเร็ว&amp;nbsp; ทำให้เกิดการตื่นตัว&amp;nbsp; ซึ่งแม้ว่าโรคจะมีความรุนแรงแต่สามารถป้องกันได้ด้วยการให้วัคซีน&amp;nbsp; โดยในประเทศไทยค่อนข้างให้ความสำคัญในการป้องกันโรคโดยการให้วัคซีนต่อเนื่องแก่สุนัขทุกปี แต่จากข้อมูลปีที่ผ่านๆมาพบว่า ภาครัฐจะมีการให้วัคซีนแก่สุนัข 10 ล้านโดส ต่อประชากรสุนัขทั่วประเทศที่มีประมาณ 10 ล้านตัว แต่กลับได้ใช้วัคซีนเพียงปีละ 5-6&amp;nbsp; ล้านโดส&amp;nbsp; และ บางตัวได้รับเกิน 1 เข็ม&amp;nbsp; ทำให้มีประชากรสุนัขได้รับวัคซีนเพียง 30-50 % เท่านั้น&amp;nbsp; จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมีการให้วัคซีนทุกปีแต่กลับพบเชื้อมากขึ้น โดยจากข้อมูลการระบาดวิทยาระบุว่าการที่จะควบคุมโรคได้ สุนัขต้องได้รับวัคซีน 70% ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ได้มีการเสนอให้มีการเพิ่มวัคซีนเป็น 20 โดส&amp;nbsp; แต่ก็ได้รับการทักท้วงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) แต่ในที่สุดกระทรวงมหาดไทยก็มีการออกกฏหมายออกมาว่าสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความตื่นตัวในระดับประเทศจะดีขึ้น แต่ก็ยังพบวิกฤติ เพราะในปี 2559 อย.ได้มีการเรียกคืนวัคซีนที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 3 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.สพ.ญ.ดร.สันนิภา กล่าวอีกว่า ในการพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัขที่ตายและถูกส่งมาตรวจในห้องปฏิบัติการ พบว่าตั้งแต่ปี 2557-2560 มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปี 2557พบ 250 ตัว ปี2558 พบ 330 ปี 2559 พบ ตัว 617 ตัว และปี2560 พบ 846 ตัวตามลำดับ และในปี&amp;nbsp; 2561 ผ่านมาเกือบ 3 เดือน พบแล้ว 347 ตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชากรสุนัขเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การให้วัคซีนยังไม่ทั่วถึง อีกทั้ง ยังพบปัญหาวัคซีนมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่ามาตรฐาน ดังนั้น จึงควรมีการระดมการให้วัคซีนแก่สุนัขจรจัดก่อน โดยสุนัขที่มีเจ้าของเคยได้รับวัคซีนแล้ว เจ้าของก็ไม่ควรตื่นตระหนกจนรีบนำสุนัขไปฉีด รอไปก่อนได้จนกว่าสัตวแพทย์จะนัดไปฉีดซ้ำแลภาครัฐก็ควรให้ความสำคัญในการจัดหาวัคซีนที่ได้มาตรฐานและฉีดป้อกันในสุนัขให้ได้ตามสัดส่วนที่สามารถป้องกันโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สพ.ญ.เบญจวรรณ กล่าวว่า หากดูสถานการณ์ย้อนหลังในเขต กทม. พบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะตั้งแต่ปี 2554 เริ่มไม่มีผู้เสียชีวิตมีเพียงปี 2555 และ 2559 ที่มีผู้เสียชีวิตปีละ 1 คน หลังจากนั้นก็ยังไม่พบผู้เสียชีวิต แต่จากกระแสข่าวว่าพบผู้ติดเชื้อเสียชีวิต 6 ราย นั้นไม่เป็นความจริง เพราะ 6 รายนั้น คือ พบในสัตว์ไม่ใช่คน และจากปี 2552 -2561 ในภาพรวมของประเทศที่พบสุนัขติดเชื้อถึงปีละ 500- 600 ตัวนั้น กทม.พบเพียง 20-30 ตัว&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีการดำเนินการป้องกัน โดยมีทีมเฝ้าระวังและสอบสวนโรคพิษสุนัขบ้าเคลื่อนที่เร็วลงไปฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมวจรจัดใน 50 เขต แบ่งเป็น 10 วันทำการ ลงไปวันละ 50 จุด 10 วัน ก็เป็น 500 จุดทั่ว กทม.&amp;nbsp; โดยมีการดำเนินการตั้งแต่ มี.ค.- ก.ย 60 และมีการทำหมันในสุนัขและแมวจรจัดทุกตัวทั้งเพศผู้เพศเมียทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ เพื่อลดประชากร โดยมีการทำหมันปีละ 2-3 หมื่นตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสัตว์ที่พบว่ามีการสัมผัสเชื้อและสงสัยว่าจะติดเชื้อ ก็จะนำส่งสถานควบคุมและพักพิงสุนัขเพื่อให้การดูแลจนกว่าจะหมดอายุขัยตามที่มีประชาชนร้องขอ โดยไม่ต้องมีการทำลายเพราะหากติดเชื้อสุนัขก็จะตายไปเองภายใน 10 วัน ซึ่งจากการดูสถิติย้อนหลัง ที่มีการทำลายสุนัขเพื่อตัดวงจรโรคก่อนที่จะมีการดำเนินการด้วยวีดังกล่าว พบว่าไม่ได้ทำให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงได้ หากเป็นการทำหมันจะสามารถลดประชากรใหม่ และตัวที่ทำหมันเวลาผ่านไปก็จะตายไป ก็จะลดการเกิดโรคให้น้อยลงไปด้วย อย่างไรก็ตามในแต่ละปีในพื้นที่ที่มีการระบาดของ กทม.จะไม่ซ้ำกัน อาจเป็นเพราะในกทม. มีการเปลี่ยนแปลงของประชากรตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.วีระ กล่าววว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาข้อมูลการระบาดวิทยาของเชื้อพิษสุนัขบ้าที่ตายแล้วทั้งหมด 24 แห่งกระจายทั่วประเทศ ในกทม.มี 2 แห่ง ที่สถานเสาวภา และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ โดยหากมีสัตว์ตายหรือสงสัยว่าติดเชื้อพิษสุนัขบ้าสามารถส่งตรวจได้ ส่วนภูมิภาคสามารถส่งซากสัตว์ให้แก่ปศุสัตว์จังหวัดให้นำไปตรวจสอบ หากสุนัขเกิดอาการป่วย แต่ไม่มีอาการซึมเศร้ามาก่อน และเกิน 10 วันยังไม่ตาย ให้สงสัยไว้ก่อนว่ายังไม่มีการติดเชื้อสุนัขบ้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผอ.สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลว่าสาเหตุที่โรคพิษสุนัขบ้าระบาดน่าจะมีสาเหตุจากวัคซีนไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเมื่อปี 59-60 ถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียกคืน3 ล็อต ว่า ที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายบังคับให้เราต้องตรวจสอบวัคซีนในสัตว์&amp;nbsp; โดยเชื่อใบรับรองจากประเทศต้นทาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเกิดเหตุว่าพ่อค้าสุนัขที่ตลาดนัดจตุจักร เกิดติดเชื้อพิษสุนัขบ้าทั้งๆ ต้องมีการฉีดวัควีนป้องกันพิษสุนัขบ้าก่อนขายให้ลูกค้า&amp;nbsp; รวมถึง มีการติดเชื้อในแถบภาคเหนือทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องคุณภาพวัคซีน กรมวิทย์ฯ เลยร่วมมือกับอย.และกรมปศุสัตว์ ทำการสำรวจคุณภาพของวัคซีนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; ซึ่งมีวัคซีนนำเข้าจากบริษัทต่างประเทศ 7-8 แห่ง ก็พบว่ามีวัคซีนจาก 1 บริษัทที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงส่งเรื่องให้อย.เรียกคืน&amp;nbsp; ซึ่งได้ส่งเข้ามา 5 ล็อต ซึ่งอย.ก็ต้องเรียกคืนทั้งหมด ส่วน 3 ล็อตที่เป็นข่าวว่าถูกเรียกคืนในปี 59-60 นั้น ก็เป็นล็อตที่เราตรวจเจอในครั้งนั้น ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น และอย.กับกรมวิทย์ฯ กำลังคุยกันว่าจากนี้ อย.จะมีการออกกฎหมาย หรือออกเป็นประกาศเพื่อให้อำนาจกรมวิทย์ฯ&amp;nbsp; ในการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนในสัตว์ ก่อนจะอนุญาตขึ้นทะเบียนในไทย จากเดิมที่เราไม่มีอำนาจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5095</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีนสัตว์, เตือนภัยโรคพิษสุนัขบ้าไม่หายเอง, เสวนาโรคพิษสุนัขบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa72745a0f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เร่งหามาตรการตระหนัก&quot;ฉีดวัคซีน&quot;ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมควบคุมโรคเผย 14 มีนา เตรียมประชุมร่วม เพื่อหามาตรการสร้างความตระหนักฉีดวัคซีนสุนัขบ้า เผยอปท.จัดสรรงบฯฉีดวัคซีนทั่วประเทศแล้ว 310ล้าน แจงพื้นที่เสี่ยงกับพื้นที่ระบาดแตกต่างกัน ชี้สุนัขที่พบเชื้อตาย 50 % มีเจ้าของและสุนัขที่ไปกัดคนส่วนใหญ่เป็นสุนัขมีเจ้าของ ผู้ถูกกัดสามารถเอาผิดเจ้าของได้ตามกม.ทั้งแพ่งและอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;12 มี.ค.- ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวถึงเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าว่า &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันที่ 14 มี.ค.จะมีการหารือร่วมกันหามาตรการทำอย่างไร &amp;nbsp;ในการสร้างความตระหนักเรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp;ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ &amp;nbsp;มีผู้เข้าประชุมประกอบด้วย กรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมประชาสัมพันธ์ และวันที่ &amp;nbsp;15 มี.ค.ก็จะมีการประชุมโครงการพระปณิธาน คือ &amp;nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี &amp;nbsp;ซึ่งทรงเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์นั้น ที่เคยมีปัญหาแต่ขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ได้จัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นทั่วประเทศดำเนินการ เป็นจำนวน 310 ล้านบาท และกรมปศุสัตว์เองก็ได้ตั้งงบประมาณในการดำเนินการในเชิงระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีความเข้าใจข้อมูลคลาดเคลื่อน ระหว่างพื้นที่เสี่ยงกับพื้นที่ระบาด ซึ่งขอย้ำเพื่อไม่ให้เกิดความแตกตื่น พื้นที่เสี่ยง คือพื้นที่ที่มีกรณีคนเสียชีวิตขึ้น เพื่อจัดการระดมให้มีคนไปจัดการ แต่พื้นที่ระบาดประกาศเพื่อวัตถุประสงค์ 3 ประการ ดังเช่นในจ.นนทบุรี และ กทม.ที่ตรวจพบสัตว์ตายและพบเชื้อแต่ยังไม่พบคนเสียชีวิต &amp;nbsp;คือ 1.ห้ามย้ายสัตว์เข้ามา 2.ห้ามย้ายสัตว์ออกไป และ3.กรณีสัตว์เสียชีวิตต้องจัดการให้เป็นไปตามาตรการ ทั้งนี้สำหรับกรณีมีผู้เสียชีวิต ล่าสุดยังคงเป็น 3 ราย คือ ที่จ.สงขลา สุรินทร์ และตรัง จังหวัดละ 1 ราย ส่วนรายอื่นๆยัง ต้องอาศัยในเรื่องของการสอบสวนโรค และผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังบอกไม่ได้ว่า มากหรือน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่พบผู้เสียชีวิต11 ราย เพราะเพิ่งผ่านมาเกือบ 3 เดือนยังต้องพิจารณาหลายปัจจัย แต่ที่อยากสื่อสารคือ หากถูกกัด หรือมีความเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ต้องรีบมา เพราะตัวเลขที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากมารับการฉีดวัคซีนช้าเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดี คร. กล่าวว่า ในการควบคุมสัตว์ในพื้นที่ระบาด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายจะเป็นบทบาทของกรมปศุสัตว์ ปัญหาคือ จะมีทั้งสัตว์ที่มีเจ้าของกับที่ไม่มีเจ้าของ ซึ่งบางส่วนที่ไม่ยอมนำสัตว์เลี้ยงมาฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของ พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 ทั้งนี้สุนัขที่กัดคนและเสียชีวิตมักพบว่า เป็นสุนัขมีเจ้าของ และข้อมูลระบุว่าสุนัขที่ตายและพบเชื้อกว่าร้อยละ 50 เป็นสุนัขมีเจ้าของ ดังนั้น หากสุนัขมีเจ้าของไปกัดคนอื่น ผู้ที่ถูกกัดฟ้องได้ทั้งแพ่งและอาญา หรือแม้แต่เจอสุนัขไปเพ่นพ่าน ก็มีกฎหมายที่เอาผิดในเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสะอาด ซึ่งทั้ง 2 ส่วน ได้มอบอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการดำเนินการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4810</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า, เตือนภัยโรคพิษสุนัขบ้าไม่หายเอง, โรคพิษสุนัขบ้าระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa64f88b1542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าเข้าใจผิด !โรคพิษสุนัขบ้าหายเอง ตายแล้ว3รายจากแค่ลูกหมาข่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจพบ ประชาชนร้อยละ 60 เข้าใจผิดคิดว่าโรคพิษสุนัขบ้ารักษาหายได้ และที่สำคัญผู้เสียชีวิตในปีนี้ ถูกสุนัขที่เลี้ยงกัดหรือข่วน เพราะเชื่อว่าสุนัขไม่ป่วย ขอความร่วมมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงปฏิบัติตาม พรบ.โรคพิษสุนัขบ้า หากถูกสุนัข แมว กัดหรือข่วน รีบทำความสะอาดแผล พบแพทย์ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาส &amp;nbsp; การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.เจษฎา &amp;nbsp;โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งในปี 2561 นี้ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ที่ จ.สุรินทร์ สงขลา และตรัง โดย 2 รายลูกสุนัขกัด มีแผลเล็กน้อย ส่วนอีก 1 รายเป็นสุนัขมีเจ้าของกัด ทั้ง 3 รายไม่ไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน จึงขอย้ำเตือนประชาชนว่า หากถูกสุนัข แมวกัด หรือข่วน แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านหรือเป็นลูกสุนัข มีโอกาสเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ ต้องฉีดวัคซีนให้ครบชุดและตรงตามนัด จึงจะได้ผลเพราะหากติดเชื้อพิษสุนัขบ้า และปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท แสดงอาการป่วยแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตทุกราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงคือผลสำรวจความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าจากประชาชน 11,369 คน พบว่า ระดับความรู้ของประชาชนในจังหวัดที่พบผู้เสียชีวิตหรือพบสุนัขบ้า แตกต่างจากพื้นที่ที่ไม่พบโรค ที่น่าตกใจคือร้อยละ 60 คิดว่าโรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ ร้อยละ 34 ไม่ทราบว่าหากฉีดวัคซีนไม่ครบชุด ไม่ตรงตามกำหนดนัด อาจตายได้ถ้าสุนัขที่มากัดเป็นสุนัขบ้า ส่วนร้อยละ 32 ไม่ทราบว่า การล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง และทายาเบตาดีน ช่วยลดเชื้อที่บาดแผลได้ จึงได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด เร่งให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน เน้นการสร้างความตระหนักในการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และผู้ถูกกัด หรือข่วนต้องฉีดวัคซีนให้ครบเพื่อป้องกันการเสียชีวิต&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาสกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันป้องกันโรค &amp;nbsp;พิษสุนัขบ้า โดยนำสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมวไปฉีดวัคซีน ครั้งแรกเมื่อมีอายุ 2&amp;ndash;4 เดือน และฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี ตาม พรบ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 ไม่ปล่อยสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้านเพราะอาจติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ เลือกซื้อสัตว์เลี้ยงที่มีประวัติพ่อแม่ของสัตว์ ประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรค หลังซื้อให้รีบพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามเกณฑ์อายุ นอกจากนี้ ให้ยึดหลัก 5 ย.ลดความเสี่ยงถูกสุนัขกัด คือ 1.อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห 2.อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือทำให้ตกใจ 3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบ ชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และ5.อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้สุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ นอกบ้าน ที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากถูกสุนัข แมว กัด ข่วน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านหรือสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อเช่นเบตาดีน ซึ่งจะช่วยลดอัตราเกิดโรคได้ถึงร้อยละ 80-90 และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เร็วที่สุด หากสัตว์เลี้ยงมีอาการซึม ไม่กินข้าว แอบอยู่ในที่มืด เห่าหอนผิดปกติ หรือพบเห็นสัตว์ที่มีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า อย่าเข้าไปใกล้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือผู้นำชุมชน หรือหากเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน ให้ขังไว้ 14 วันหากสัตว์เลี้ยงตาย &amp;nbsp;ให้สงสัยว่าใช่ ขอให้ส่งหัวสัตว์เลี้ยงไปตรวจ ในพื้นที่กทม.ส่งที่สถานเสาวภา สภากาชาดไทย หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ต่างจังหวัดส่งที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอ &amp;nbsp; . &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, เตือนภัยโรคพิษสุนัขบ้าไม่หายเอง, โรคพิษสุนัขบ้าระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa33966b1e87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
