<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องสาวคิม จองอึน กร้าวใส่สหรัฐล่วงหน้ารมต.เยือนเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวเตือนสหรัฐอย่าได้ก่อเรื่องที่จะทำให้นอนไม่หลับไปอีก 4 ปี ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐคุยกับญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารและออกแถลงการณ์ร่วมปรามจีนถึงพฤติกรรมบีบบังคับและบั่นทอนเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน และคิม โยจอง น้องสาว ขณะร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 (Photo by Korea Summit Press Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของน้องสาวคิมซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้แก่พี่ชาย มีออกมาก่อนหน้าที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ในวันพุธ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเยือนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของรัฐมนตรีทั้งสองในรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีเป้าหมายรวบรวมพันธมิตรทางทหารเพื่อเป็นปราการต่อต้านจีนและประสานแนวร่วมต่อต้านเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้เริ่มการซ้อมรบร่วมประจำฤดูใบไม้ผลิเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจำกัดไว้แค่การจำลองทางคอมพิวเตอร์เนื่องจากภาวะโรคระบาด หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของคิม โยจอง วิจารณ์การซ้อมรบดังกล่าวว่า &amp;quot;คำแนะนำต่อคณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐที่กำลังดิ้นรนแพร่กระจายกลิ่นดินปืนบนแผ่นดินของเราจากอีกฝั่งมหาสมุทร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสหรัฐต้องการหลับสนิทในช่วง 4 ปีข้างหน้า ก็เป็นการดีกว่าที่สหรัฐจะไม่สร้างปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นที่จะทำให้นอนไม่หลับ&amp;quot; คำแถลงของคิม โยจอง ซึ่งเป็นการกล่าวถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยชื่อของผู้นำสหรัฐโดยตรงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายต่างประเทศแบบแหวกขนบในยุคของทรัมป์เริ่มต้นด้วยการด่าทอและขู่ทำสงครามกับคิม จองอึน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาญาติดีและจัดประชุมสุดยอดกับคิมหลายครั้ง แต่สุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว ก่อนพิธีสาบานตนของไบเดน คิมกล่าวถึงสหรัฐว่าเป็นศัตรูสำคัญอันดับหนึ่ง ในพิธีสวนสนาม เกาหลีเหนือยังเปิดตัวขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องสาวของคิมผู้นี้มีบทบาทสำคัญระหว่างที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งลงท้ายด้วยการที่เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิน บอมชุล นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อยุทธศาสตร์แห่งชาติเกาหลี ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ คล้อยหลังคำประกาศของน้องสาวคิมก็จะมีการดำเนินการติดตามมาจากทางการเปียงยาง เกาหลีเหนือเห็นว่าสหรัฐคงไม่ยอมโอนอ่อนให้ จึงได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้าที่บลิงเคนและออสตินมาเยือนเกาหลีใต้ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการยั่วยุทางทหารจากเกาหลีเหนือระหว่างการเยือนและคล้อยหลังการเยือนของรัฐมนตรีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสตินและบลิงเคนเดินทางถึงกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ และในวันอังคารทั้งคู่ได้หารือกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง โดยเตือนว่าคลังแสงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของสหรัฐและญี่ปุ่นเตือนจีนด้วยว่า &amp;quot;พฤติกรรมของจีน ซึ่งไม่สอดคล้องกับระเบียบระหว่างประเทศที่มีอยู่ แสดงถึงการท้าทายทางการเมือง, เศรษฐกิจ, การทหารและเทคโนโลยี&amp;quot; และว่ารัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นคัดค้านพฤติกรรมบีบบังคับและทำลายเสถียรภาพที่กระทำต่อชาติอื่นๆ ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี บลิงเคนปฏิเสธที่จะให้ทัศนะต่อคำกล่าวของคิม โยจอง แต่เขาบอกว่า สหรัฐกำลังพิจารณาว่ามาตรการกดดันเพิ่มเติมต่างๆ จะได้ผลหรือไม่ หรือมีหนทางการทูตที่สมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยที่วอชิงตันว่า รัฐบาลสหรัฐพยายามติดต่อกับเกาหลีเหนือผ่านหลายช่องทางตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงผ่านช่องทางนิวยอร์ก ซึ่งหมายถึงทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ แต่ &amp;quot;จนถึงบัดนี้เรายังไม่ได้รับการตอบสนองจากเปียงยาง&amp;quot; จาลินา พอร์เตอร์ รองโฆษกกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96247</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม โยจอง, น้องสาวคิม, ลอยด์ ออสติน, เกาหลีเหนือ, เตือนจีน, เตือนสหรัฐ, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60507fb187564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำฮ่องกงเตือนสหรัฐอย่าแส่ - จีนยัวะ รมว.เยอรมันพบ &#039;หว่อง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง กล่าวเตือนสหรัฐอเมริกาอย่า &amp;quot;แทรกแซง&amp;quot; กิจการภายในของฮ่องกง ขณะจีนพิโรธ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีพบ &amp;quot;โจชัว หว่อง&amp;quot; ระบุเป็นการไม่เคารพอธิปไตยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 / Anthony WALLACE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันอาทิตย์ที่่ผ่านมา ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ซึ่งชุมนุมประท้วงมานาน 14 สัปดาห์ ได้เดินขบวนไปยังสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำฮ่องกง เพื่อเรียกร้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยปลดปล่อยฮ่องกง และขอให้สภาคองเกรสของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายแสดงความสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายที่ว่านี้อาจกระทบต่อสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกง หากมีข้อบังคับให้ต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าทางการฮ่องกงเคารพกฎหมายพื้นฐาน ที่เป็นหลักประกันสถานะเขตกึ่งปกครองตนเองของฮ่องกง หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 10 กันยายน 2562 กล่าวว่า แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน กล่าวเตือนสหรัฐว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างฮ่องกงกับสหรัฐ จะคุกคาม &amp;quot;ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะแทรกแซงกิจการของฮ่องกง&amp;quot; แลมกล่าวกับนักข่าว &amp;quot;ดิฉันหวังว่าจะไม่มีชาวฮ่องกงคนไหนอีกที่กระตือรือร้นร้องขอสหรัฐให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ก็กล่าวเตือนในลักษณะเดียวกันว่า จีนหวังว่าสหรัฐจะถอนมือมืดที่ชักใยเบื้องหลังฮ่องกงกลับไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นักการเมืองอังกฤษมากกว่า 150 คน เรียกร้องรัฐมนตรีต่างประเทศ โดมินิ ราบ ให้เสนอสัญชาติที่ 2 และสิทธิในการพักอาศัยแก่ชาวฮ่องกง โดยบอกว่าจะเป็นการส่งสารที่หนักแน่นถึงจีนว่า ประชาชนชาวฮ่องกงไม่ได้โดดเดี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่กรุงเบอร์ลิน โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนดังของฮ่องกงวัย 22 ปี ได้พบกับไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหว่องได้ลงภาพถ่ายของเขากับมาสในทวิตเตอร์ บอกว่าพวกเขาได้พูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมประท้วง และเป้าหมายของผู้ประท้วงที่ต้องการการเลือกตั้งอย่างเสรีและประชาธิปไตยในฮ่องกง ทั้งคู่พบกันในงานที่จัดโดยหนังสือพิมพ์บิลด์ของเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจชัว หว่อง (ซ้าย) พูดคุยกับไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี ระหว่างที่ทั้งคู่ร่วมงาน &amp;quot;บิลด์ 100&amp;quot; ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 / Michael Kappeler / dpa / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หว่องกล่าวด้วยว่า เขามีแผนจะพูดคุยกับนักการเมืองเยอรมันอีกหลายคนระหว่างอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ หว่องจะร่วมเวทีอภิปรายสาธารณะที่มหาวิทยาลัยฮุมโบลต์ในช่วงค่ำวันพุธ แล้วจากนั้นเขาจะเดินทางต่อไปยังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ที่รัฐมนตรีเยอรมันผู้นี้พบกับหว่อง หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงกล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า จีนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เป็นเรื่องผิดอย่างยิ่งที่สื่อเยอรมันและนักการเมืองเยอรมันจะสร้างความสัมพันธ์กับพวกขบวนการแบ่งแยกดินแดนต่อต้านจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการไม่เคารพอำนาจอธิปไตยของจีน และแทรกแซงกิจการภายในของจีน&amp;quot; เธอกล่าว พร้อมย้ำว่า กิจการฮ่องกงก็เป็นกิจการภายในของจีนโดยแท้ รัฐบาลต่างชาติ หรือองค์กร หรือบุคคลใด ไม่มีสิทธิแทรกแซง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45458</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี, ฮ่องกง, เตือนสหรัฐ, แคร์รี แลม, แทรกแซงกิจการภายใน, โจชัว หว่อง, ไฮโก มาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d77aa1d49476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิบรอลตาร์ปล่อยเรือน้ำมัน &#039;เกรซวัน&#039;  อิหร่านเตือนสหรัฐ หากยึดเรือเจอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่มีน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล ออกเดินทางผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมุ่งหน้ากรีซแล้วเมื่อวันจันทร์ ภายหลังศาลยิบรอลตาร์สั่งปล่อยเรือ รัฐบาลอิหร่านเตือนสหรัฐอย่าคิดยึดเรือน้ำมันลำนี้ มิฉะนั้นจะเจอผลลัพธ์ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธงอิหร่านโบกสะพัดบนเรือบรรทุกน้ำมันอาเดรียนดาร์ยา หรือเรือเกรซวันเดิม ขณะทอดสมอนอกชายฝั่งยิบรอลตาร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือบรรทุกน้ำมัน เกรซวัน ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นอาเดรียนดาร์ยาวัน และเปลี่ยนสัญชาติจากปานามาเป็นอิหร่าน ถอนสมอออกจากยิบรอลตาร์เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม (04.00 น.วันจันทร์ของไทย) ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเส้นทางเดินเรือ มารีนทราฟฟิก กล่าวว่า เรือลำนี้กำลังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือคาลามาตาของกรีซ คาดว่าจะเดินทางถึงที่นั่นในวันอาทิตย์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังนาวิกโยธินของกองทัพเรืออังกฤษบุกจู่โจมยึดเรือน้ำมันอิหร่านลำนี้ใกล้กับยิบรอลตาร์ ซึ่งเป็นดินแดนของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม โดยสงสัยว่าเรืออิหร่านกำลังบรรทุกน้ำมันดิบไปส่งให้ซีเรีย ซึ่งเป็นการละเมิดการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (อียู) เหตุการณ์นี้เพิ่มความตึงเครียดภายในเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย ไม่ถึงสองสัปดาห์ต่อมา กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ก็ยึดเรือบรรทุกน้ำมันสเตนาอิมพีโรของอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซ อ้างว่าเรือลำนี้ทำผิดกฎหมายการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการยิบรอลตาร์ยกเลิกคำสั่งกักเรืออิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว แต่หนึ่งวันถัดมา ศาลสหรัฐในกรุงวอชิงตันออกคำสั่งให้ยึดเรือลำนี้, ยึดน้ำมันที่เชื่อว่ามีราว 2 ล้านบาร์เรล และเงินอีกเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ ทว่าเมื่อวันอาทิตย์ ยิบรอลตาร์ยืนยันว่าไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอของสหรัฐได้ เนื่องจากยิบรอลตาร์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐต้องการให้ยิบรอลตาร์ควบคุมเรือลำนี้ไว้ต่อไป โดยอ้างว่าเกี่ยวโยงกับไออาร์จีซี ซึ่งสหรัฐขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ อับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวถึงคำสั่งของศาลยิบรอลตาร์ที่ให้ปล่อยเรือลำนี้ว่า แสดงให้เห็นว่าความพยายามคว่ำบาตรโดยฝ่ายเดียวของสหรัฐไม่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อิหร่านได้มีคำเตือนไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐผ่านช่องทางการติดต่ออย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐในอิหร่าน ว่าอย่าได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดแบบนั้น เพราะจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง&amp;quot; โฆษกอิหร่านเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43807</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิบรอลตาร์, ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน, อาเดรียนดาร์ยาวัน, อิหร่าน, เกรซวัน, เตือนสหรัฐ, เรือบรรทุกน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aaedeb0bfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
