<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เตือนอย่าหลงเชื่ออาหารเสริม&quot; ดีคอนแทค&quot;รักษาโรคทางตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ค.61-อย. เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร &amp;ldquo;ดีคอนแทค&amp;rdquo; โฆษณารักษาโรคทางตาผ่านทางสื่อต่าง ๆ และใช้บุคคลมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พบเป็นการโฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ อย. ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว โดยจักษุแพทย์ยืนยันไม่มีหลักฐานทางวิชาการใด ๆ ที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวสามารถรักษาโรคทางตาได้&amp;nbsp;ขอให้ผู้บริโภคตระหนัก ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากต้องการรักษาโรคที่เกิดกับดวงตาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร &amp;ldquo;ดีคอนแทค&amp;rdquo; อวดอ้างสรรพคุณช่วยรักษาโรคที่เกิดกับดวงตาทางสื่อต่าง ๆ โดยมีการระบุสรรพคุณสามารถป้องกันรักษาโรคทางตา เช่น ต้อกระจก , ต้อหิน , ต้อเนื้อ , วุ้นตาเสื่อม และเบาหวานขึ้นตา นั้น อย. ห่วงใยผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางตา เกรงหลงเชื่อโฆษณาดังกล่าว ทำให้ขาดการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เกิดความเสี่ยงได้ ทั้งนี้ อย. ขอชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ &amp;ldquo;ดีคอนแทค&amp;rdquo; ได้รับอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลขสารบบอาหาร 10-1-15456-0001 จึงไม่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคตามที่กล่าวอ้าง ส่วนการขออนุญาตโฆษณามีเนื้อหาเพียง ดีคอนแทค เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และระบุคำเตือนว่า อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย.&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนอกจากจะต้องขอ เลขสารบบอาหาร หรือที่เข้าใจกันทั่วไปว่า เลข อย. ของตัวผลิตภัณฑ์แล้ว หากประสงค์จะโฆษณาจะต้องขออนุญาตโฆษณาด้วย อย่างไรก็ตาม อย. จะไม่อนุญาตให้โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะในทางรักษาโรคเด็ดขาด ทั้งนี้&amp;nbsp;ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ ซึ่งเป็นองค์กรทางการแพทย์ ได้ทำการค้นหาหลักฐานทางวิชาการแล้วพบว่า ไม่มีหลักฐานทางวิชาการใด ๆ ที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร &amp;ldquo;ดีคอนแทค&amp;rdquo; สามารถรักษาโรคทางตาได้ และขอยืนยันว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวใดมีสรรพคุณรักษาโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา&amp;nbsp;ดังนั้น ขอให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางตา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อย่าหลงเชื่อไปใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ซึ่งไม่มีสรรพคุณในการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ อาจทำให้โรคตาที่เป็นอยู่มีความรุนแรงขึ้น สูญเสียการมองเห็นก็เป็นได้ วิธีการที่ดีที่สุด คือผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพราะดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ อย. ได้แจ้งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป ซึ่งการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดทางกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท หรือถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการโฆษณาสรรพคุณโอ้อวดเกินจริง หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร จะมีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี หรือปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้บริโภคพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ขอให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.&amp;nbsp;1556&amp;nbsp;หรือ ผ่านทาง&amp;nbsp;Oryor Smart Application&amp;nbsp;หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14147</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ดีคอนแทค”, ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์, อย., เตือนอาหารเสริมรักษาโรคทางตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5945bee67e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
