<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครั้งแรก! &#039;เต่ามะเฟือง&#039; วางไข่นอกฤดูที่หาดท้ายเหมือง เหตุแม่เต่าสมบูรณ์กินแมงกะพรุนชุกทะเลอันดามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากนายหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปีหาดท้ายเหมืองอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ว่าในระหว่างการทำกิจกรรมเก็บขยะชายหาดบริเวณเขาหน้ายักษ์ แนวหาดท้ายเหมือง เจ้าหน้าที่ได้พบร่องรอยบนพื้นทรายมีลักษณะเหมือนการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเลบริเวณพิกัด N943943 E413226 จึงรีบเดินทางลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ เมื่อพิจารณาแล้วคาดว่ารอยดังกล่าวเป็นร่องรอยของเต่ามะเฟือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดความกว้างของพายคู่หน้าได้ 170 เซนติเมตร ความกว้างอก 60 เซนติเมตร วัดระยะห่างจากหลุมไข่ถึงทะเลได้ 18 เมตร ต่อมาได้ทำการสักและขุดหาจนเจอไข่เต่า วัดความลึกของหลุมไข่ได้ 80 เซนติเมตร จากนั้นได้ถมทรายกลับเช่นเดิมและทำคอกกั้นเพื่อป้องกันภัยคุกคามตามธรรมชาติเช่น สัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงปักไม้ทำแนวกันคลื่น โดยอุทยานฯ จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณหลุมไข่จนกว่าจะฟัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองนอกฤดูการวางไข่ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ตนทำงานด้านนี้ ก่อนหน้านี้มีการพบร่องรอยของเต่าทะเลขึ้นมาที่อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน และขึ้นมาที่หาดท้ายเหมืองเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นเต่าตัวเดียวกัน&amp;nbsp;เนื่องจากรอยที่พบมีขนาดเท่ากันและบริเวณที่พบการขึ้นวางไข่อยู่ในพื้นที่โซนเดียวกัน ส่วนการวางไข่ในช่วงนี้นั้นอาจเป็นเพราะแม่เต่ามีความสมบูรณ์มาก เนื่องจากในช่วงนี้มีการพบแมงกะพรุนจำนวนมากในทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นอาหารของเต่ามะเฟือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ครบโหลแล้วจ้า จู่ๆก็มาเฉยเลย แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่เป็นรังที่ 12 ของปีนี้ที่อุทยานหาดท้ายเหมือง เจ้าหน้าที่ไปทำ beach cleaning เจอรอยแล้วตกใจก่อนร้องเย้ ปีนี้ปีแห่งเต่า 7วัน 3 ชนิด 3 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เต่ามะเฟืองวางไข่ฤดูนี้ด้วยหรือ ? คำตอบคือแปลกดีครับ&amp;nbsp;อาจเป็นเหตุผลนานัปการ แต่สุดท้ายเราเจอรังแล้ว ไข่เพียบอ้วนกลม แต่มีกี่ใบไม่รู้เพราะไม่กล้าย้ายรัง&amp;nbsp;เอาเป็นว่ามาลุ้นกันว่ารังนี้จะออกมากี่ตัว แต่เชื่อว่าน่าจะมีเยอะ เพราะรอยแม่เต่าตัวใหญ่ใช้ได้เลย รอยครีบกว้างตั้ง 1.7 เมตร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานจัดสร้างคอกเรียบร้อย เตรียมชุดช่วยดูแล ขอบคุณมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เรามีแม่เต่าขึ้นวางไข่ 3 ที่ เต่ากระที่สมุย (สุราษฎร์) เต่าตนุที่บางสะพาน (ประจวบ) และเต่ามะเฟืองที่ท้ายเหมือง (พังงา)
7 วัน 3 ชนิด 3 จังหวัด&amp;nbsp;ทะเลไทยปีนี้ปีแห่งเต่าจริงๆ หวังว่าปีหน้าจะเป็น year of the turtles ต่ออีกสักปีสองปี หรือทางที่ดีตลอดไป&amp;nbsp;ช่วยกันลดขยะพลาสติก ช่วยกันเที่ยวแบบนิวนอร์มอล รักทะเลให้มากกว่าเดิม&amp;nbsp;ทำเช่นนั้นแล้ว เต่าจะยกทัพจากทะเลขึ้นมาวางไข่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70251</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง, เต่าทะเลวางไข่, เต่ามะเฟือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc723e663c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทะเลไทย&quot; น่าห่วง 4 กิจกรรมถลุงใช้ทรัพยากร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยว 1 ใน 4 กิจกรรมหลักใช้ประโยชน์ทะเล แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตทะเลไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของโลก เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทว่า ปัจจุบันสัตว์น้ำลดลงไปมากอย่างน่าใจหาย การหาปลาไม่ได้ง่ายแล้ว เพราะประมงไทยต้องแล่นเรือจากฝั่งไปไกลมากขึ้น แล้วยังหนีไปทำสัมปทานจับปลาจากประเทศอื่น หรือล่าสุดกรณีมีการนำเสนอข่าวในโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกต &amp;quot;ปลาทูในทะเลไทยหายไป&amp;quot; นำมาสู่คำถามมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ยังไม่พูดถึงประเด็นร้อนแรง &amp;quot;ขยะทะเล&amp;quot; ที่ไทยปล่อยลงสู่ทะเลติดอันดับ 6 ของโลก ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่ม ส่งผลขยะตกค้างชายหาด ป่าชายเลน เต่าทะเลกินขยะพลาสติกตายก็มีให้เห็นเป็นระยะ แล้วยังมีปัญหาไมโครพลาสติกในทะเลที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา เพราะกระทบต่อสุขภาวะประชาชน ตลอดจนกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันที่บูมสุดขีด สร้างความเสื่อมโทรมของทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก&amp;nbsp;สร้างความเสื่อมโทรมทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์ทะเลไทยปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จัดโครงการ &amp;quot;สถานการณ์ทะเลไทยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; ขึ้น เมื่อวันก่อน ณ เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้แทนมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ผู้ประกอบการเกาะทะลุ ไอส์แลนด์ รีสอร์ท และชาวประมงที่คร่ำหวอดจับปลาในอ่าวไทย ตัว ก ร่วมตีแผ่วิกฤติทะเลไทยและแนะทางรอดทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีกิจกรรมการใช้ทะเลที่หลากหลาย ย้อนไปสิบปีก่อนตัวเลขมูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเลของไทย 7.5 ล้านล้านบาท แต่จากข้อมูลสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ปี 2557 เพิ่มสูงถึง 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และมีแนวโน้มมากขึ้นต่อเนื่องในอนาคต แต่ผลประโยชน์ทางทะเลกลับไม่ได้ตกอยู่ในมือคนไทยในสัดส่วนที่ควรจะเป็น และไทยไม่เคยคิดถึงต้นทุนของกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทะเลและชายฝั่งที่แท้จริง ขณะที่ทรัพยากรที่เป็นฐานของกิจกรรมเกิดความเสื่อมโทรมทั้งปริมาณและคุณภาพ เพราะแยกส่วนกิจกรรมใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยจาก &amp;quot;การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับย่อในประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย&amp;quot; ที่ ศ.ดร.เผดิมศักดิ์เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สกว. หรือ สกสว. ในปัจจุบัน ให้ภาพชัดกิจกรรมที่ถลุงใช้ทะเลไทย 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ การขนส่งและพาณิชยนาวี การผลิตพลังงาน การท่องเที่ยว และการประมง จากข้อมูลสรุปว่า ไทยมีแนวโน้มของกิจกรรมการใช้ทะเลเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและรูปแบบ ถ้ายังปล่อยให้ตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้น่าเป็นห่วง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปะการัง ฐานทรัพยากรสำคัญ หากเสียหายกระทบนิระบบเวศและการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ กล่าวว่า การประมงของไทยยิ่งจับปลา จำนวนปลาก็ลดลงเรื่อยๆ รวมถึงขนาดก็เล็กลง ซึ่งเกิดจากการจับปลามากเกินศักยภาพในการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำและเครื่องมือประมงพาณิชย์ที่มีความก้าวหน้า กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามไม่ทัน ขณะที่ประชากรเพิ่มมากขึ้น ความต้องการก็มากขึ้น เรื่องนี้จะแก้ได้ต้องทำประมงเอาคุณภาพมากกว่าปริมาณหรือทำมากได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการท่องเที่ยว คนมาดำน้ำดูปะการัง ถ้าไม่ดูแลรักษา เหยียบย่ำปะการังพังเสียหาย เที่ยวแล้วทำลายฐานทรัพยากรจนเกินขีดความสามารถในการฟื้นตัว จะทำให้ปะการังหมดไป ปลาก็หายไป เพราะปะการังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ดี ผู้ประกอบการก็ต้องพยายามพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสม และรักษาศักยภาพของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลไทยยังเป็นเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูมให้เป็นตลาดการขนส่งทะเลร่วมอาเซียน กองเรือพาณิชย์ทั้งไทยและต่างชาติ ท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น ซ้ำเติมทะเลไทย นักวิชาการจุฬาฯ ระบุว่า จำนวนท่าเทียบเรือที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของชายฝั่ง อีกปัญหาที่ไทยละเลยการจัดการน้ำอับเฉาเรือ น้ำอับเฉาเป็นน้ำที่ใช้ปรับจุดศูนย์ถ่วงเรือให้ทรงตัวได้ดี การสูบถ่ายน้ำสร้างปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานสู่ทะเลไทย เราอ้างไม่ได้จัดการ เพราะขาดเทคโนโลยี กระทบนิเวศท้องถิ่น ประมง นี่คือต้นทุนทรัพยากรความหลากหลายทางธรรมชาติที่ไทยสูญเสียไป&amp;nbsp; ไทยเป็นภาคีอนุสัญญาน้ำอับเฉาเรือ ต้องควบคุมและบังคับใช้จริงจัง อันตรายมากมาย ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะทุกวันนี้การขนส่งไทยยังต้องพึ่งเรือต่างชาติเป็นหลัก เสียรายได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์&amp;nbsp;เยี่ยมชมโครงการปกป้องเต่าทะเลที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการผลิตพลังงาน ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ บอกว่า ต้องมีแผนใช้พลังงานทดแทนเชื่อมโยงไปถึงมีทิศทางบริหารจัดการนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ต้องวางแผนรองรับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมในทะเล ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 400 แท่น และอยู่ในทะเลไทยมากกว่า 20-30 ปี เนื่องจากเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีสิ่งมีชีวิตเกาะติดจำนวนมาก มีปลาว่ายน้ำตามชั้นต่างๆ อาจมีผลประโยชน์ในทะเล จะต้องหาองค์ความรู้ก่อนรื้อถอนเป็นเศษเหล็กเฉยๆ และหาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับมือในอนาคต มีรายงานการศึกษาต่างประเทศระบุว่า แท่นเป็นตัวเชื่อมต่อระบบนิเวศชายฝั่งและนอกชายฝั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปัจจุบันไทยยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ จะต้องปิดรูรั่วทั้ง 4 กิจกรรมใช้ประโยชน์ทางทะเลไทย วางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลในภาพรวม โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งพาณิชยนาวีวางจุดยืนของประเทศ พัฒนาระบบขนส่งชายฝั่งให้ดีแทนที่จะยกตัวเองเป็นจุดเชื่อม 2 มหาสมุทร ส่วนการท่องเที่ยวลดกิจกรรมกระทบทรัพยากรโดยตรง ส่วนขยะทะเลทางรอดเสนอแนวคิดเปลี่ยนขยะเป็นเงิน และจัดการขยะตั้งแต่บนบก&amp;quot; วันนี้ต้องสร้างดัชนีชี้วัดที่ยากขึ้น รายงานความสำเร็จฟื้นฟูทะเลไทยต้องไม่ขึ้นกับปริมาณลูกปลาที่ปล่อย ปะการังที่ปลูก วางปะการังเทียมกี่ก้อน ปลูกป่าชายเลนกี่ต้น หรือสร้างเขื่อนกันแนวชายฝั่งความยาวกี่เมตร จะต้องมองผลลัพธ์คือ ระบบนิเวศที่ฟื้นคืนมา สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ชาวประมงมีอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ขณะนี้เริ่มพูดถึงดัชนีมหาสมุทรในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ที่ 5 ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วัดตั้งแต่ทะเลกักเก็บคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำที่สะอาด การดูแลชายฝั่ง โอกาสของประมงพื้นบ้าน และมีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยว ต้องรอดูจะนำมาปฏิบัติอย่างไร&amp;quot; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ กล่าวทางรอดทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฟื้นคืนนิเวศทางทะเล โดยการขยายพันธุ์ปะการังโดยท่อพีวีซีที่เกาะทะลุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เจ้าของเกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท ผู้สืบต่อปณิธานของพ่อ ปรีดา เจริญพักตร์ ในการอนุรักษ์ทะเลไทย และดูแลมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม กล่าวว่า เกาะทะลุเคยมีปะการังที่สมบูรณ์ หลังเจอพายุเกย์ปี 2532 ปะการังถูกพายุหอบขึ้นบก กลายเป็นสุสานปะการังทุกวันนี้ จากนั้นปะการังเสียหายจากการประมง เมื่อเข้าสู่ยุคท่องเที่ยวบูมมาก มีการดำน้ำตื้นดูปะการัง ส่งผลให้ทรัพยากรเสื่อมโทรม ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ บวกกับเรือขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้า-ออก ระบบนิเวศเสียหาย ที่เกาะทะลุมีรีสอร์ตแห่งเดียว เราทำมาหากินกับธรรมชาติ ก็ต้องพยายามรักษาทรัพยากรทางทะเลเอาไว้ อย่างเรื่องโครงการขยายพันธุ์ปะการังโดยใช้ท่อพีวีซี ทำร่วมกับวีนิไทย เกาะทะลุร่วมปลูก 10,000 กิ่ง จากทั้งหมด 80,000 กิ่งในพื้นที่อ่าวไทย อัตราเติบโตปีละ 10 เซนติเมตร ถือว่าน่าพอใจ ปีนี้จะขยายความร่วมมือต่อไป เพราะฟื้นฟูได้จริง เราปลูกปะการังรอบเกาะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ทางรีสอร์ตยังมีกิจกรรม Skin Dive เพื่อฝึกทักษะการทำน้ำเบื้องต้น เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ถูกวิธี ฝึกการลอยตัว มีสติและเอาตัวรอด เมื่อมีทักษะแล้วกลุ่มคนเหล่านี้จะช่วยแนะนำเพื่อนได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวดำน้ำอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายปะการังใต้น้ำ ปัจจุบันตลาด Skin Dive ขยายตัวมากขึ้นด้วย&amp;quot; เผ่าพิพัธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เจ้าของเกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท&amp;nbsp;และเลขามูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มเจ้าของเกาะทะลุยังบอกด้วยว่า เมื่อฟื้นฟูระบบนิเวศปะการัง มีการจัดการขยะและรักษาชายหาด เต่ากลับมา เดิมไม่มีรายงาน โดยพบแม่เต่ากระขึ้นทำรังวางไข่บนชายหาดเกาะทะลุปี 2552 เต่ากระเป็นสัตว์ทะเลหายาก เราช่วยดูแลให้รอด อนุบาลเลี้ยงลูกเต่าให้โตแข็งแรง โดยปล่อยกลับสู่ทะเลสำเร็จปี 2554 จนถึงปัจจุบันปล่อยเต่าทะเลไปแล้ว 6,000 ตัว จากแม่เต่า 10 แม่ ซึ่ง จนท.ฝังไมโครชิปที่แม่เต่า ภายใต้โครงการปกป้องอนุรักษ์เต่าทะเล ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีนี้ก็พบแม่เต่าขึ้นวางไข่ จะมีการเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์เต่า ปัจจุบันที่เกาะทะลุเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในพื้นที่อ่าวไทย เราพยายามขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม เพราะนี่คือความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม่เต่ากลับมาวางไข่ที่อ่าวเทียน เกาะทะลุ เมื่อวันที่&amp;nbsp; 22 มิ.ย.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวของเกาะทะลุไม่ได้พิเศษกว่าโครงการไหนๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แค่สะท้อนเรื่องการใช้ประโยชน์ทางทะเลและการอนุรักษ์เชื่อมโยงกัน และเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเกิดปัญหาสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงเห็นเป็นรูปธรรมว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน คนในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ทะเลไทยดีขึ้น.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะทะเล, ทะเลไทย, ปลาทูหายไป, ผลประโยชน์ทางทะเล, มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม, ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์, สกสว., เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์, เกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท, เต่ากระ, เต่าทะเลวางไข่, เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20d1dcd3b6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจออีกแล้ว! เต่ามะเฟืองวางไข่ชายหาดพังงาครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองว่า ได้รับแจ้งจากนายอุไร นาหาญ และ นางมณี นาหาญ ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ว่าเมื่อช่วงเช้าได้พบรอยเดินของเต่าทะเลขนาดใหญ่ขึ้นวางไข่บนชายหาดใกล้กับวัดท่าไทร จึงรีบนำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบพร้อมด้วย นายประถม รัศมี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (สบทช.8) นายสุนทร วิมาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย ฝ่ายปกครองอำเภอท้ายเหมือง นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นักวิชาการจากศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เข้าตรวจสอบพบหลุมไข่เต่ามะเฟือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจร่องรอยการขึ้นวางไข่ โดยวัดขนาดความกว้างระหว่างปลายขาคู่หน้าได้ 160 เซนติเมตร ความกว้างช่วงอก 120 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม หลุมไข่เต่ามีความลึก 75-110 เซนติเมตร คาดว่ามีไข่ประมาณ 80-100 ฟอง เจ้าหน้าที่กลบฝังไข่เต่าที่เดิมและได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิเพื่อติดตามการพัฒนาการของไข่เต่า สำหรับมาตรการเฝ้าคุ้มครองไข่เต่าได้กั้นเขตเพื่อป้องกันสัตว์และไม่ให้คนเข้าไปรบกวน โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมร่วมมือกับอำเภอท้ายเหมืองและ อบต.นาเตย ในการเฝ้าระวังเป็นเวลา 2 เดือน รวมถึงการจัดกำลังเฝ้าติดตามการวางไข่ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทะเลไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ภายหลังรับทราบว่ามีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่อีกครั้งในรอบ 10 วัน โดยเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา พบเต่าทะเลวางไข่บริเวณชายหาดเขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ &amp;ldquo;Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า &amp;quot;แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่อีกแล้วครับ หนนี้เป็นที่บ้านท่าไทร อำเภอท้ายเหมือง พังงา ห่างจากจุดเดิม 39 กม. ยังคงเป็นเขตนอกอุทยานเหมือนครั้งแรก เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลฯ เข้าพื้นที่เพื่อดูแลแล้ว โดยมีทีมงานจากกรมอุทยานช่วยสนับสนุน ผมบินด่วนลงมาพื้นที่แล้วครับ แม่เต่าวางไข่ตอนตีห้าครึ่ง เหนือระดับน้ำขึ้นสูงสุด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ต้องย้ายไข่เหมือนครั้งแรก (ครั้งแรกแม่เต่าวางไข่ในจุดที่ระดับน้ำขึ้นถึง จึงจำเป็นต้องย้าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าเป็นแม่เต่าตัวเดิมหรือตัวใหม่ รอข้อมูลยืนยันอีกครั้ง แม่เต่าตัวเดิมกระดองกว้าง 90 เซนติเมตร วัดได้แน่นอนเพราะเราเจอตัว แต่ตัวนี้ประเมินจากรอยกว้าง 1 เมตร แต่เป็นการดูจากรอยอาจผิดพลาดได้นิดหน่อย เราไม่ได้วัดจากตัวเพราะไม่มีใครเจอตัว ชาวบ้านเจอแต่รอยจึงรีบมาบอก หากเป็นตัวเดิม ปกติแม่เต่าจะขึ้นวางไข่ 10-12 วันครั้ง หวังว่ายังจะมีหนต่อไป ถ้าเป็นตัวใหม่ ยิ่งต้องดูแลให้หนัก เพราะเรามีหวังกับลูกเต่าเพิ่มขึ้นอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เปิดเผยว่า เต่ามะเฟืองตัวนี้ เป็นตัวแรกในรอบ 5 ปี ที่กลับขึ้นมาวางไข่ในโซนหาดท้ายเหมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะพบครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2556 คาดว่าเป็นเพราะธรรมชาติที่กลับมาสมบูรณ์ และมีการจัดการเรื่องปัญหาขยะในทะเลมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่พบจะได้รับรางวัลเป็นเงินสด 20,000 บาท จากโครงการความร่วมมือกันของกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัย มูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาวศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 2 จังหวัดภูเก็ต และอุทยานฯเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ซึ่งจะมอบรางวัลให้กับผู้ที่พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ในพื้นที่หาดท้ายเหมือง จ.พังงา จนถึงหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต ในอัตราเต่าขนาดเล็กรังละ 10,000 บาท เต่าขนาดใหญ่รังละ 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, อำเภอท้ายเหมือง, อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง, เต่าทะเลวางไข่, เต่ามะเฟือง, เต่ามะเฟืองวางไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c23599656a31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
