<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเขาไฟปะทุเถ้าธุลีปกคลุมเซนต์วินเซนต์เกือบทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟในเซนต์วินเซนต์ปะทุครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ทำให้เถ้าธุลีปกคลุมประเทศที่เป็นเกาะในทะเลแคริบเบียนแห่งนี้เมื่อสุดสัปดาห์ และยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับและน้ำประปาไม่ไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเขาไฟลาซูฟิแยร์ในประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศที่เป็นหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ปะทุขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 9 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น เป็นการปะทุครั้งแรกนับแต่ปี 2522 หรือ 42 ปีที่แล้ว ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวมหาวิทยาลัยเวสต์อินดีส์เผยว่า ภูเขาไฟลูกนี้พ่นเถ้าภูเขาไฟร้อนและควันขึ้นสู่อากาศสูงราว 6,000 เมตร จากนั้นปะทุครั้งที่ 2 ในบ่ายวันเดียวกัน พ่นเถ้าภูเขาไฟสูงราว 4,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เถ้าถ่านจากภูเขาไฟลาซูฟิแยร์พัดไปทางทิศตะวันออกถึงเกาะบาร์เบโดสที่อยู่ห่างออกไป 175 กิโลเมตร สำนักจัดการเหตุฉุกเฉินบาร์เบโดสแถลงเตือนให้ประชาชนอยู่ในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงเถ้าภูเขาไฟหนาที่อยู่ในอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนสายต่างๆ, บ้านเรือนและอาคารในเซนต์วินเซนต์ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านจากภูเขาไฟลาซูฟิแยร์ สำนักข่าว 784.com รายงานว่า เช้าวันเสาร์ เกาะที่มีประชากรมากกว่า 110,000 คนแห่งนี้ เป็นเหมือนกับฤดูหนาวในดินแดนมหัศจรรย์ จากเถ้าภูเขาไฟปกคลุม ทัศนวิสัยในบางพื้นที่เป็นไปอย่างจำกัดมาก เถ้าจากภูเขาไฟทำให้เกิดฝุ่นหมอกหนาปกคลุมกรุงคิงส์ทาวน์เมืองหลวงของเซนต์วินเซนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักจัดการเหตุฉุกเฉินเซนต์วินเซนต์ทวีตว่า ทั้งประเทศตื่นขึ้นมาพบกับเถ้าภูเขาไฟที่ตกปกคลุมทั้งเมืองอย่างหนักมาก และกลิ่นกำมะถันที่รุนแรงมาถึงเมืองหลวงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีราล์ฟ กอนซัลเวส ของเซนต์วินเซนต์ เผยเมื่อวันเสาร์ว่า เหตุภูเขาไฟปะทุทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศน้ำประปาไม่ไหล และต้องปิดน่านฟ้าเนื่องจากเถ้าถ่าน เนโม องค์กรจัดการเหตุฉุกเฉินของเซนต์วินเซนต์ทวีตเมื่อวันอาทิตย์ว่า ภูเขาไฟลาซูฟิแยร์ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเขาไฟปะทุ, ภูเขาไฟลาซูฟิแยร์, เซนต์วินเซนต์, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, เถ้าภูเขาไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072efa1ea2a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเขาไฟตาอัลปะทุ ฟิลิปปินส์สั่งอพยพ-ระงับบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟตาอัลใกล้กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์เริ่มแสดงพลัง พ่นเถ้าธุลีสูง 15 กิโลเมตรเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ยกระดับการเฝ้าระวังและสั่งอพยพชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงราว 8,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านมองดูภูเขาไฟตาอัลปะทุพ่นเถ้าธุลีสู่ท้องฟ้าเมื่อวันอาทิตย์ (Photo by Ezra Acayan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาอัลเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังแสดงพลังของฟิลิปปินส์ อยู่บนเกาะกลางทะเลสาบตาอัล ห่างจากกรุงมะนิลาทางใต้ 65 กิโลเมตร ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 2520&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ยกระดับการเฝ้าระวังการปะทุของภูเขาไฟตาอัลลูกนี้เพิ่มเป็น &amp;quot;ระดับ 4&amp;quot; จากสูงสุด 5 ระดับ เนื่องจากพบการเคลื่อนไหวของแมกมาภายในปล่องภูเขาที่อาจนำไปสู่การปะทุที่เป็นอันตรายภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งยังเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดคลื่นสึนามิภูเขาไฟ และการหลากอย่างรวดเร็วของแก๊สร้อนและหินตะกอนภูเขาไฟ ต่อพื้นที่โดยรอบทะเลสาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของ Phivolcs แนะนำให้ประชาชนราว 8,000 คนที่พักอาศัยใกล้กับภูเขาไฟ และชุมนุมที่มีความเสี่ยงสูง 2 ชุมชนในจังหวัดบาตังกัส อพยพออกจากพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการจัดการและบรรเทาความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การอพยพชาวบ้านในพื้นที่เริ่มขึ้นแล้ว โดยชาวบ้านอพยพออกแล้วประมาณ 6,000 คนถึงช่วงค่ำวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีรายงานว่าเถ้าภูเขาไฟขึ้นสูงถึงระดับ 50,000 ฟุต (15 กิโลเมตร) และเถ้าภูเขาไฟลอยไกลถึงกรุงมะนิลา ทำให้หน่วยงานด้านการบินมีคำสั่งให้ระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินระหว่างประเทศนีนอยอากีโน อย่างน้อยจนถึงวันจันทร์ เนื่องจากเถ้าธุลีปกคลุมรันเวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนในพื้นที่โดยรอบถูกสั่งให้ยกเลิกการเรียนการสอนในวันจันทร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่แนะนำชาวบ้านให้อยู่ภายในเคหสถาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ภูเขาไฟตาอัล, ภูเขาไฟปะทุ, ยกเลิกเที่ยวบิน, อพยพชาวบ้าน, เถ้าภูเขาไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1b324de8f15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
