<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot;มอบสอศ.ปั้นเด็กอาชีวะเป็นเถ้าแก่ หลังเรียนจบสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19เม.ย.64-&amp;quot;ตรีนุช&amp;quot; มอบ การบ้าน สอศ. มุ่ง ทำให้เด็กอาชีวศึกษาสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที พร้อมเดินหน้าต่อ โครงการอาชีวศึกษายกกำลังสอง &amp;nbsp;&amp;quot;สุเทพฯ ยอมรับยอดนักเรียนอาชีวะ อาจพลาดเป้า แต่ไม่ห่วง เพราะจะเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในประเด็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการอาชีวศึกษา ซึ่งตนได้รายงานการดำเนินงาน เรื่อง อาชีวศึกษายกกำลังสอง ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ. ได้ขับเคลื่อนมา ซี่งนางสาวตรีนุช ก็เห็นด้วยกับนโยบายการจัดอาชีวศึกษายกกำลังสอง เพราะถือเป็นโยบายที่ดีจึงพร้อมสนับสนุนให้มีการเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไป โดยเฉพาะแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา หรือ Excellent Center ที่ตอบโจทย์กลุ่มอาชีพในการพัฒนาประเทศ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม FirstS-Curve &amp;amp; New S-Curve ประกอบไปด้วย ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังมีความประสงค์ที่จะให้ผู้เรียนจบอาชีวศึกษาสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที โดยในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พร้อมรับนโยบายมาดำเนินการ เนื่องจากการดำเนินงานในเรื่องนี้ สอศ.มีหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการใหม่ไว้อยู่แล้ว รวมถึงการตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ในสถานศึกษาต่างๆ ที่จะให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้ามาฝึกอบรมจับกลุ่มทำโครงการด้วยการฝึกเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน เพราะเมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาไปแล้วสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที ดังนั้น สอศ.จะขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของรมว.ศธ. ในเรื่องการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนได้ว่ามาเรียนอาชีวศึกษาแล้วมีงานทำมีรายได้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2564 ของสอศ.นั้น เรากำหนดเป้าหมายสัดส่วนการเพิ่มผู้เรียนไว้เท่าเดิม คือ สายอาชีพ 50 สายสามัญ 50 แต่คิดว่าคงไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ผมไม่กังวล เพราะปีนี้ สอศ.มุ่งเน้นปีแห่งการเน้นเรื่องคุณภาพนำปริมาณ ซึ่งเชื่อว่าหากเราดำเนินการด้านคุณภาพอย่างเข้มข้นแล้ว จะดึงดูดผู้เรียนให้มาเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้นได้เองในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ. กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99960</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวศึกษา, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง, สุเทพ แก่งสันเทียะ, เถ้าแก่น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606440a3aff34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อะโฮมสวีทเค้ก’ ร้านขนมหวานอร่อยละมุนลิ้น ฝีมือหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขนมเค้ก&amp;rdquo; กลายเป็นขนมยอดนิยม โดยเฉพาะเด็กและหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เป็นสาวกขนมเค้กมักตามหาร้านเค้กเจ้าอร่อยเพื่อซื้อมารับประทานกันแทบทุกวัน ไม่ได้มีแค่เฉพาะวันสำคัญหรือช่วงเทศกาลเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ร้านขนมเค้กอร่อยๆจึงเกิดขึ้นมากมาย แต่ร้านเค้กที่ดีก็ต้องมีความอร่อยคือ นุ่ม หอม กลมกล่อม อร่อยลงตัวไม่หวานจนเลี่ยนหรือจืดชืดเกินไป มีหน้าตาน่ารับประทาน ใช้วัตถุดิบสดใหม่มีคุณภาพ การจัดตกแต่งร้านสวยงามและสะอาด และที่สำคัญคือราคาเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านเค้กที่จะขอแนะนำมีชื่อว่า &amp;ldquo;A home sweet cake&amp;rdquo; ตั้งอยู่ใกล้ซอยประชาสงเคราะห์ 33/1 เจ้าของร้านคือ พิมลพัชร นะวะมะวัฒน์ หรือ น้องป่าน และ สิรวิชญ์ กีรติมนัสชัย หรือ น้องกาย สองหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เพิ่งเรียนจบหมาดๆแล้วหันมาเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือจะบอกว่าจบปุ๊บก็ก้าวเข้าสู่การเป็นเถ้าแก่น้อยก็ว่าได้ ทั้งคู่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เลือกเรียนตามความฝันที่อยากมีธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องป่านเล่าว่า หลังจากเรียนจบ ม.3 แล้วเข้าโรงเรียนจิตรลดาสายวิชาชีพ ระดับม.ปลาย ด้านอาหารและโภชนาการมีทั้งทำอาหารและขนม และได้มีโอกาสขายขนมเอง เป็นแม่ค้าตั้งแต่ชั้น ม.4 จากนั้นก็ศึกษาต่อที่วิทยาลัยดุสิตธานี ก็ได้มีโอกาสทำขนมเค้กขายเพื่อนในวิทยาลัย มีเสียงชมว่าอร่อย ผลตอบรับดี ก็ขยายตลาดไปเรื่อยๆเน้นขายผ่านทางออนไลน์ ลูกค้าถามหาหน้าร้านก็ตัดสินใจเปิดร้านริมถนนประชาสงเคราะห์ ติดกับซอย 33/1&amp;nbsp;ย่านห้วยขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มกันตัวขนมเค้กร้านนี้ที่ขายดีก็คือ &amp;ldquo;เค้กหน้านิ่ม&amp;rdquo; เริ่มต้นชิ้นละ 25 บาทราคาเบาแต่คุณภาพอัดแน่น เด็กและผู้ใหญ่ก็ซื้อได้ เค้กหน้านิ่มที่ขายดีคือ ช็อคโกแลต ใครไม่ชอบกินช็อคโกแลตอาจต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ลองชิมเค้กร้านนี้ กับเค้กหน้าฝอยทองใครกินก็ติดใจย้อนกลับมาซื้ออีก ตัวแป้งนุ่มละมุนลิ้นไม่แข็งกระด้างฝืดติดคอ ส่วนตัวฝอยทองความหวานฉ่ำกำลังดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก็มีเค้กมะพร้าวอ่อน ใช้มะพร้าวสดใหม่ทุกวัน เค้กหน้าชาเขียว หน้าไทย หน้าส้ม รสชาติหอมกลิ่นส้มอมเปรี้ยวนิดๆหวานกำลังดี เค้กหน้านม เป็นเค้กที่ไม่ค่อยมีใครทำมากนัก ตัวเนื้อเค้กละมุนลิ้น กินแล้วกินต่ออย่างอื่นได้ไม่ต้องกลัวเลี่ยน แถมราคาก็ไม่แพง สามารถเลือกซื้อได้หลายชิ้นหลายรสชาติให้กินแบบไม่มีหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขนมอื่นๆภายในร้านก็มีมาการอง , บานอฟฟี่ , บราวนี่ , ขนมปัง , แซนวิช , วาฟเฟิลราดช็อคโกแลตหรือราดน้ำผึ้ง รวมทั้งเครื่องดื่มหวานเย็นทั้งหลายอย่างชานมไข่มุกที่อร่อยชื่นใจในราคาย่อมเยา แก้วละ 30-40 บาทเท่านั้น รวมทั้งอาหารก็มีสปาเก็ตตี้และมักกะโรนี โดยทางร้านยังรับจัดเลี้ยงหลายราคาให้ลูกค้าได้เลือกตั้งแต่ 1 พันบาทจัดส่งฟรี แต่ละวันก็จะเปลี่ยนเมนู โดยเข้าไปดูเพจเฟซบุ๊ก A home sweet cake หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.098-831-1948 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น.&amp;nbsp;หยุดวันจันทร์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47495</URL_LINK>
                <HASHTAG>A home sweet cake, ขนมเค้กอร่อย, ธุรกิจร้านขนมเค้ก, พิมลพัชร นะวะมะวัฒน์, ร้านเค้กย่านห้วยขวาง, อะโฮมสวีทเค้ก, เค้กหน้านิ่ม, เถ้าแก่น้อย, โรงเรียนจิตรลดาสายวิชาชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ac0b33835c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เถ้าแก่น้อย เล็งแตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ลดความเสี่ยงธุรกิจสาหร่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เถ้าแก่น้อย เล็งแตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร หวังลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสาหร่ายเพียงอย่างเดียว เหตุการแข่งขันสูง แต่ตลาดโตน้อย เร่งลุยร้านค้าปลีกของตัวเอง ปั้มครบ 100 สาขาภายใน 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อเตรียมแตกไลน์ธุรกิจสู่ร้านอาหารญี่ปุ่น เบื้องต้นมองว่าจะเป็นการซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศญี่ปุ่น โดยรูปแบบมีทั้งอาหารคาวและของหวานเพื่อสุขภาพ &amp;nbsp;น่าจะเปิดได้ในปลายปี 2561 นี้ &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการทดลองตลาด หากพบว่ามีผลตอบรับที่ดีจะมีการขยายต่เนื่อง ถือเป็นการลดความเสี่ยงในการพึ่งพาธุรกิจจากสาหร่ายเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแข่งขันในตลาดสาหร่ายแปรรูปในไทยค่อนข้างสูง แต่เติบโตน้อย ไม่มากเหมือนในอดีต แม้ว่าเราจะเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 70% &amp;nbsp;ส่วนอันดับที่ 2 กับ 3 รวมกันก็กว่า 20% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 3,000 ล้านบาท เติบโต 8-9% ขณะที่ตลาดรวมสแน็กมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โตแค่ 5-6 % เท่านั้น เราก็ต้องปรับตัวเพื่อเพื่อรองรับกับการแข่งขันในตลาดเดิม ซึ่งจะต้องพึ่งนวัตกรรมมากขึ้น แต่ละปีเราจะมีสินค้าสาหร่ายนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 1-2 ตัว &amp;nbsp; และมองหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ&amp;rdquo; นายอิทธิพัทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนธุรกิจของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย จะรุกตลาดในช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัทมากขึ้น ควบคู่ไปกับช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรดกับเทรดดิชันนัลเทรด โดยแผนธุรกิจ 4 ปีเริ่มปี2561นี้ ตั้งงบการลงทุนขยายร้านรีเทลไว้รวม 150 - 200 ล้านบาท จะเปิดให้ครบ &amp;nbsp;100 สาขา ประกอบด้วย 1.ร้านเถ้าแก่น้อยมินิ &amp;nbsp;พื้นที่ 30 ตารางเมตร ลงทุน 1 ล้านบาทต่อสาขา 2.ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ พื้นที่ 50 &amp;ndash; 150 ตารางเมตร ลงทุน 2-3 ล้านบาทต่อสาขา &amp;nbsp;เน้นสินค้าในเครือเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ 3.เถ้าแก่น้อยแลนด์พลัส พื้นที่ 150 - 300 ตารางเมตร ลงทุน 2 -3 ล้านบาท มีสินค้าในเครือและสินค้านอกเครือ 50% เท่ากัน ทั้งสแน็ก ผลิตภัณฑ์กลุ่มสุขภาพ สปา ครีมบำรุงผิว สิ่งทอและของฝาก ของที่ระลึกอื่นๆ &amp;nbsp;และสินค้าท้องถิ่นของไทยด้วย มุ่งหวังให้เป็นร้านค้าที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่ต้องการซื้อของฝาก จะขยายโมเดลนี้ไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอย่างน้อย 80 แห่งทั่วประเทศ โดยสาขาแรกของโมเดลเถ้าแก่น้อยแลนด์ พลัส เปิดแล้วที่ เซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์ และจะเปิดอีกแห่งปลายปีนี้ที่ จังซีลอนภูเก็ต &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทุกโมเดล 20 สาขา และมีรายได้จากช่องทางร้านรีเทลของตัวเอง 300 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มเป็น &amp;nbsp;1,000 ล้านบาท ภายใน 4 ปีจากนี้ เมื่อมีครบ &amp;nbsp;100 สาขา แบ่งเป็น เถ้าแก่น้อยแลนด์พลัส 40 สาขา, &amp;nbsp;เถ้าแก่น้อยแลนด์ 30 สาขา และ เถ้าแก่น้อยมินิ 30 สาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพัทธ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เดิมลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านประมาณ &amp;nbsp;20 &amp;ndash; 30 นาที &amp;nbsp;มีการซื้อสินค้าไม่กว่า &amp;nbsp;400 &amp;ndash; 500 บาทต่อบิล &amp;nbsp;แต่เมื่อปรับมาเป็นพลัสแล้ว ทำให้ลูกค้าอยู่ในร้านนานขึ้นและจ่ายเพิ่มเป็น 600 บาทต่อบิล แต่เป้าหมายเราต้องการอยู่ที่ 800 - 1,000 บาทต่อบิล และลูกค้าอยู่ในร้านประมาณ 30 &amp;ndash; 60 นาที &amp;nbsp;โมเดลนี้ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนที่เป็นตลาดหลัก แม้ในช่วงที่ผ่านมาตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง &amp;nbsp;เพราะมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น คิดเป็นมากกว่า 70% ในกลุ่มต่างชาติ แต่ตอนนี้สถานการร์เริ่มดีขึ้น โดยปี 2560 บริษัทมียอดขายรวม 5,200 ล้านบาท และคาดว่ายอดขายรวมปีนี้จะทรงตัว มาจากต่างประเทศ 60% มาจากจีน 30% &amp;nbsp;และในไทย 40%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจสาหร่าย, ธุรกิจสู่ร้านอาหารญี่ปุ่น, อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์, เถ้าแก่น้อย, แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bda606b325fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TKN เร่งแผนโกลบอลแบรนด์ เล็งเปิดดิสเคาน์สโตร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เถ้าแก่น้อย&amp;rdquo; เดินหน้าสู่โกลบอลแบรนด์ เร่งทำตลาดครบ 100 ประเทศ เตรียมบุกอเมริกาเต็มสูบ หลังซื้อโรงงานเมื่อปลายปี 2560 พร้อมพัฒนาโมเดลร้านค้ารูปแบบเดียวกับดองกิโฮเต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
27 ก.พ. 61 - นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง &amp;nbsp;หรือ TKN เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2560 บริษัทได้ซื้อโรงงานในลอสแอนเจลิสด้วยเงิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำลังการผลิตคิดเป็นมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกเท่าตัว เบื้องต้นอยู่ระหว่างการวางแผนงานเพื่อลงทุนด้านเครื่องจักร ทีมงาน และระบบขนส่ง เน้นทำตลาดภายในประเทศเป็นหลัก คาดว่าอีก 18 เดือนยอดขายจะอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญต่อปี โดยอีก 3 เดือนจะเริ่มเดือนการผลิตวางจำหน่ายในรัฐแคลิฟอร์เนีย เดิมทีมีการจำหน่ายอยู่รัฐดังกล่าวแล้ว แต่ส่วนมากเป็นตลาดผู้บริโภคชาวเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความน่าสนใจของตลาดสแน็คในอเมริกาเนื่องจากมีขนาดใหญ่มูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญฯ โดยตลาดสาหร่ายมีอยู่ 200 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีขนาดเล็กแต่การเติบโตมากถึง 30-40% ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดหลักแล้ว 2 แบรนด์ และมีเฮ้าส์แบรนด์ที่ใช้ต่างประเทศผลิต คาดว่ายอดขายจากอเมริกาจะอยู่ที่ 10% จากยอดการส่งออกปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายังคงเดินหน้าสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์ที่จะมีการทำตลาด 100 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบัน 50 ประเทศ ตอนนี้เถ้าแก่น้อยเป็นแบรนด์ระดับเอเชียแล้ว แต่บริษัทยังคงเดินหน้าหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายยอดขาย 1 หมื่นล้านบาทภายในปี 2567&amp;rdquo; นายอิทธิพัทธ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจในไทย นอกเหนือจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว บริษัทยังเตรียมพัฒนารูปแบบร้านค้าเถ้าแก่น้อยแลนด์ในลักษณะคล้ายกับดองกิโฮเต้ หรือเรียกว่าดิสเคาน์สโตร์ ซึ่งจะไม่ได้จำหน่ายแค่เพียงอาหารอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึงเครื่องสำอางและนอนฟู้ดต่างๆ อีกด้วย เบื้องต้นน่าจะได้เห็นกันช่วงไตรมาส 4 ของปี 2561 งบลงทุน 5-10 ล้านบาทต่อสาขา จะต้องมีนอนฟู้ด 40% ต่างจากรูปแบบเดิมที่มีนอนฟู้ดไม่ถึง 5% และใช้เงินลงทุนต่อสาขาน้อยกว่าอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3972</URL_LINK>
                <HASHTAG>เถ้าแก่น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95027a7ff81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
