<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G จะสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้เฟื่องฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีการสื่อสารยุค 5G มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่มันคือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของมนุษย์โลกเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เพราะ 5G มันคือ ยุคของการเชื่อมต่อสิ่งของทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน เนื่องจากมันมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากยุค 4G อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความหน่วงที่ลดลง(Latency) ซึ่งก็หมายถึงการตอบสนองต่อคำสั่งที่ไวขึ้น สามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว หรือแทบจะทันที ไม่เกิน 0.001 วินาที รวมถึงการส่งสัญญาณที่ไวขึ้นสูงสุดกว่า 10 Gbps รวมถึงมีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น 1,000 เท่าในแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญที่สุด คือ การประหยัดพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น มันแสดงให้เห็นชัดว่า โลกของคน กับ เครื่องจักร แทบจะกลายเนื้อเดียวกัน คนสามารถสั่งงานเครื่องจักรได้อย่างง่ายดายแทบจะเรียลไทม์ ซึ่งในยุค 5G เราอาจจะเห็นการใช้งานเครื่องจักรแทนคนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกว่า &amp;quot;โรบอต&amp;quot; หรือ หุ่นยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เมื่อก่อนการได้ชมภาพยนตร์ไซไฟ เราจะเห็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ และ ปัญญาประดิษฐ์มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และยุค 5G จะถือเป็นยุคเริ่มต้นในการพึ่งพาหุ่นยนต์กับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดี ประเทศที่ทุ่มเทงบประมาณ และวิจัยพัฒนาด้านหุ่นยนต์มากที่สุดชาติหนึ่งในโลก อย่างญี่ปุ่น ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน โรบอต และ ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่คล้ายมนุษย์) มาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เป็นตัวขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;อย่างเมื่อเร็วๆนี้บริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่อย่าง NTT DOCOMO ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี NS Solutions พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยใช้สัญญาณ 5G เป็นสื่อขับเคลื่อน ซึ่งหุ่นนี้มีชื่อว่า 5G FACTORY III หน้าที่ของมัน คือ หุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมโดยชุดสูตรของมนุษย์ โดยแนวคิดของการพัฒนาหุ่นนี้ ก็เพื่อทำงานในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ไม่สามารถทำงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับหุ่น 5G FACTORYIII มีคุณสมบัติในการถ่ายทอดภาพจากกล้องให้ผู้ควบคุมมองเห็นได้แบบ 3 มิติ และควบคุมผ่านถุงมือซึ่งติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามนิ้ว ทำให้หุ่นยนต์ขยับมือและแขนตามท่าทางของผู้สวม นอกจากนี้ มือของหุ่นยังติดตั้งเซ็นเซอร์สำหรับถ่ายทอดสัมผัส เช่น น้ำหนักของวัตถุที่หยิบจับ เพื่อให้ผู้ควบคุมรู้สึกเหมือนตัวเองทำงานอยู่ในสถานที่จริง ซึ่งทั้งหมดใช้เทคโนโลยี 5G เป็นตัวสื่อสารระหว่างคนกับอุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียว ที่เกิดขึ้นจากการทดลองหลายร้อยเคสในโลกนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในเร็วๆนี้ หุ่นยนต์จะมีบทบาทต่อวงการอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล และจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่จะยอมลงทุนกับการซื้อหุ่นยนต์มาทำงาน มากกว่าการจ้างคนมาทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อันที่จริงในปัจจุบัน บรรดาโรงงานในประเทศไทยก็มีการลงทุนในส่วนของเครื่องจักรและหุ่นยนต์กันมาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มแขนกล แต่ในอนาคตการลงทุนในเครื่องจักร จะมีมากขึ้น เฉพาะแค่ในวงการอุตสาหกรรม จะมีการประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่มีความสามารถหลากหลายและทำงานได้หลายหน้าที่พร้อมกัน ออกวางจำหน่ายสู่ตลาดมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มของโรงงานอุตสาหกรรม จะถูกยกระดับไปเป็นโรงงานอัจฉริยะ  ซึ่งทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยงอุปกรณ์ IoT เข้าด้วยกันมากมาย และ 5G ของสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งผ่านข้อมูล และจัดการคำสั่งในการทำงานได้ถูกต้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นเรื่องของหุ่นยนต์ กับ เทคโนโลยี 5G กลายเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก ในแวดวงธุรกิจทั่วโลก เพราะค่อนข้างชัดเจนว่า 2 เทคโนโลยีนี้ มีความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันชนิดที่แยกไม่ออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สังเกตได้จากการจัดงาน MWC Barcelona 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าในวงการโทรคมนาคมครั้งใหญ่ ซึ่งเพิ่งจัดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภายในงานจะเห็นนวัตกรรมมากมาย และหุ่นยนต์ ก็กลายเป็นส่วนสำคัญ ในงานนี้ ยกตัวอย่าง K.T. Corporation ผู้ให้บริการรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ก็มีการนำเสนอ หุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะ ทำหน้าที่ ชงกาแฟ ให้ลูกค้า โดยการใช้งานก็ไม่ซับซ้อน ลูกค้าแค่เชื่อมต่อบริการผ่านสมาร์ทโฟน และเข้าไปยืน ณ จุดที่รอสินค้า หุ่นยนต์จะรับออเดอร์ และจัดการส่วนผสม ในการทำเครื่องดื่มแต่ละแก้ว อย่างพอดี ซึ่งทำได้หลากหลายเมนู  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หรืออย่างบริษัท Cloudminds ก็มีการผลิตหุ่นยนต์ AI ที่มีระบบการประมวลผลอยู่บน Cloud ซึ่งจะต้องใช้ 5G เป็นตัวที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถเชื่อมต่อกับสมองบน Cloud ในการทำงานภารกิจต่างๆ ซึ่งทางผู้ผลิตเห็นว่า ความรู้ AI นั้น ไม่สามารถบรรจุลงในไปหุ่นขนาดเท่ามนุษย์ได้หมด ดังนั้นการฝากสมองไว้บน Cloud และใช้ 5G เป็นตัวเชื่อมต่อ ในการตอบสนองคำสั่งงานต่างๆ น่าจะเป็นไปในทิศทางทีดีกว่า ซึ่งทำให้หุ่นยนต์มีความฉลาดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฉะนั้นเมื่อรู้ว่า  5G นั้นช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ประเทศไทยก็ควรจะต้องมีการ มองถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะประเทศไทยเราเอง ก็มีนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 และกำลังทำงานอย่างหนักในการดึงดูดอุตสาหกรรม S-curve เข้ามาลงทุนในบ้านเรา รวมถึงอุตสาหกรรมทางด้านหุ่นยนต์ด้วย ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำเข้าสินค้ากลุ่มหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเฉลี่ยถึงปีละ 6,300 ล้านดอลลาร์ หรือปีละเกือบ 200,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และหากไทยสามารถปักธงอุตสาหกรรมโรบอต ได้ก่อนใคร โดยมีเทคโนโลยี 5G สนับสนุน เชื่อว่า นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียเงินตราออกไปต่างประเทศได้แล้ว ไทยเรายังมีโอกาสที่จะเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปต่างประเทศได้ โดยเฉพาะมีการพบว่า ประเทศในเอเชีย มีการสั่งซื้อสินค้าหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติถึง 40% ของโลก ซึ่งเชื่อว่า ไทยเราจะได้โอกาสอย่างมหาศาล ในอุตสาหกรรมนี้ โดยมี 5G อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้หากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สามารถผลักดันแผนการประมูลคลื่น สำหรับ 5G ได้เร็ว ก่อนใคร ไทยเราก็จะนำขบวนสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ในภูมิภาคนี้ให้เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38472</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, MWC Barcelona 2019, NTT DOCOMO, กสทช.., หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมทางด้านหุ่นยนต์, เทคโนโลยี NS Solutions, โรบอต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0206764260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
