<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ &quot;สวนของพ่อ&quot;มอบให้เกษตรกรจันทบุรี                                          </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดชมวิวมุมหนึ่งของ&amp;quot;สวนของพ่อ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จ.จันทบุรี จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรศูนย์พัฒนาไม้ผลฯ โดยในปี2521 ในหลวงร.9 ทรงเสด็จมาจันทบุรี และทรงเห็นว่าจันทบุรีเป็นแหล่งปลูกผลไม้สำคัญของประเทศ &amp;nbsp;และทรงเห็นว่าในอนาคตจะมีการขยายการทำสวนผลไม้เพิ่มขึ้นอีกมาก และถึงแม้จังหวัดจันทบุรีจะมีปริมาณฝนมาก &amp;nbsp;จนเกิดน้ำไหลหลากท่วมจังหวัดจันทบุรีเป็นประจำ แต่ฤดูแล้งก็จะขาดแคลนน้ำ &amp;nbsp; หากไม่ดูแลแหล่งน้ำให้ดี ภาคเกษตรก็จะมีปัญหาได้ ทรงเห็นว่าควรช่วยเหลือราษฎร โดยการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และป้องกันน้ำท่วมในอนาคต และมีพระราชกระแสให้คณะทำงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ สำรวจพื้นที่ และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินสวนไม้ผล ซึ่งมีลำคลองไหลผ่านพื้นที่ ในอำเภอมะขาม จำนวน 109 ไร่ เพื่อเตรียมวางโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาด เล็กไว้เป็นตัวอย่าง ในการใช้ประโยชน์ของราษฎร แต่ราษฎรไม่เข้าใจจึงทรงยกเลิกโครงการทำเป็นแหล่งน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต่อมาในปี พ.ศ.2524 ทรงมีพระราชดำริกับคณะทำงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ให้ตั้งศูนย์ศึกษาพัฒนาไม้ผล เพื่อเป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพแก่ราษฎร และสร้างแหล่งน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสวนไม้ผล 60 ไร่ สระเก็บน้ำ 12 ไร่ และพื้นที่ว่างเปล่า 37 ไร่ เพื่อทำการศึกษาและทดลองทางการเกษตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และให้ประสานกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี สำนักงานพืชสวนจังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการปรับปรุงบำรุงดิน พัฒนาระบบการส่งน้ำและการปลูกไม้ผลตามหลักวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาผลไม้ตามพระราชดำริ จันทบุรี &amp;nbsp;ได้พัฒนาตนเองจนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่นเช้ามาศึกษาเรียนรู้ นำไปแบบอย่างลดต้นทุนการผลิต และพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค รักษาสภาพแวดล้อม &amp;nbsp; เป็นตัวอย่างประกอบอาชีพ ตัวอย่างการปรับปรุงบำรุงดิน &amp;nbsp;และตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้กับสวนผลไม้ได้อย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวงร.9 ทรงเห็นว่าอนาคตจังหวัดจันทบุรี จะเป็นแหล่งผลิตพืชผลเกษตร โดยเฉพาะแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศ แต่ปัญหาสำคัญคือแหล่งน้ำ เริ่มแรกทรงจะให้ที่นี่เป็นตัวอย่างบริหารจัดการแหล่งน้ำ แต่ต่อมาทรงจัดแปลงสาธิต 4แปลงที่นี่ไว้เป็นตัวอย่างกับประชาชน &amp;nbsp;ในเวลาต่อมาก็มีการพัฒนาขยายพื้นที่แปลงเกษตรออกไปเรื่อยๆจนกลายเป็นสวนผลไม้ 60ไร่ และขยายเพิ่มในส่วนสวนผลไม้ใหม่อีก 37ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในปี2557 ทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์พัฒนาฯ ทำหน้าที่พัฒนาปลูกพืชเกษตร เต็มรูปแบบ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแม่งาน ส่วนคนจันทร์ ก็เรียกว่าที่นี่ว่า&amp;quot;สวนของพ่อ &amp;nbsp;&amp;quot; นายสุวิวัฒน์ วงษ์สกุลไชยะเจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน หัวหน้างานวิชาการเกษตรศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนลำใยในศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลไม้หลักของสวนในศูนย์พัฒนาฯ ก็คือ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และลำไย รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืขของจันทบุรี โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์โบราณหายากไว้มากมายหลายสายพันธุ์ &amp;nbsp;การปลูกก็มีการใช้วิชาการ เทคโนโลยีควบคุม จัดการสวนผลผลิต เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ และปลอดภัย เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนที่มาศึกษาเรียนรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานชิ้นโบว์แดง ของศูนย์พัฒนาฯ ขณะนี้ ก็คือการทำลำไยออกนอกฤดูกาล สามารถกำหนดให้ผลผลิตออกเมื่อไหร่และเก็บผลผลิตเมื่อไหร่ก็ได้ โดยควบคุมระบบน้ำและปุ๋ย ให้พร้อมให้ผลผลิต ในวันเวลาที่ต้องการได้ ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะปลูกที่ภาคตะวันออกอย่างจังหวัดจันทบุรีได้ ก็สามารถปลูกได้และให้ผลผลิตดีมากอีกด้วย &amp;nbsp; ผลผลิตที่ได้เป็นระดับคุณภาพส่งออก ให้ผลผลิตต่อต้นสูงกว่าที่ปลูกในภาคเหนือ &amp;nbsp;จนปัจจุบันจันทบุรีได้กลายเป็นแหล่งผลิตลำใยแหล่งใหญ่ของประเทศไปแล้ว นอกเหนือจากภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำใยที่บังคับออกนอกฤดูกาล ระดับคุณภาพส่งออก จะมีการเด็ดลูกออก เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพลูกโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้คนปลูกลำใย ที่้ลำพูน เชียงใหม่ ยังมาอบรมเรียนรู้กับเรา ทำอย่างไรถึงจะให้ลำใยออกนอกฤดูและลูกโต ขนาด 1ช่อมีประมาณ 50-70ลูก ลูกใหญ่ประมาณเหรียญ 10บาท รสชาติดี &amp;nbsp;เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เรานำมาใช้และถ่ายทอดให้เกษตรกรก็คือ การปรับปรุงบำรุงดิน การควบคุมปริมาณน้ำ การใช้ปุ๋ย ซึ่งจะทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม ใน1ต้น ลำใย1ช่อ ควรมีลูกไม่เกิน50-70ลูก เราไม่ปล่อยไปตามธรรมชาติ เรามีกระบวนการควบคุมตั้งแต่ทำให้เป็นดอกและเป็นผล ซึ่งจะทำให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการ แม้เราจะเป็นเกษตรเคมี แต่เป็นเกษตรปลอดภัย ระดับ GMP&amp;quot; นายสุวิวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะแหล่งใหญ่ผลิตทุเรียนของประเทศ &amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาฯได้ร่วมกับวิจัยพืชสวนจันทบุรี ผสมพันธุ์ทุเรียนจนเกิดสายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ จันทบุรี 1 จันทบุรี2และจันทบุรี3 โดยจันทบุรี 1เกิดจาก พ่อแม่หมอนทองผสมกับชะนี &amp;nbsp;จันทบุรี 2 พันธุ์พวงมณีผสมกับพันธุ์ชะนี และจันทบุรี 3เกิดจากพันธุ์ก้านยาว ผสมชะนี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกทุเรียนกำลังเบ่งบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พันธุ์จันทุบรี 1เนื้อจะแน่น กลิ่นไม่แรง แม้แต่ลูกที่หล่นจากต้นก็จะไม่ค่อยสุกเร็ว เนื้อไม่เละ แต่ขณะนี้ ยังไม่แพร่หลายเพราะคนยังชอบพันธุ์เดิมๆอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวบรวมทุเรียนสายพันธุ์โบราณ พันธุ์หายาก พื้นบ้านของไทยไว้หลายสายพันธุ์ &amp;nbsp;อาทิ พันธุ์กระดุม พันธุ์ชะนี พันธุ์ก้านยาว พันธุ์กบชายน้ำ พันธุ์กบแม่เฒ่า พันธุ์กบเล็บเหยี่ยว พันธุ์ฝอยทอง พันธุ์สาลิกา พันธุ์สาวน้อยเรือนงาม เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความรู้จากศูนย์พัฒนาฯ ได้ถ่ายทอดสู่ประชาชน ซึ่งมีเกษตรกรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นำพันธุ์ทุเรียนจากจันทบุรีไปปลูก แต่ไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ก็มาศึกษาดูงานที่นี่ &amp;nbsp;นอกจากนี้หลายๆ อปท.ก็นำประชาชนที่นำพันธุ์จันทบุรีไปปลูก &amp;nbsp;แต่ไม่ค่อยโต ก็มาดูงานที่นี่&amp;quot; &amp;nbsp;นายสุวิวัฒน์ กล่าวว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;quot;สวนของพ่อ&amp;quot; มีหลายๆหน่วยงานร่วมกันรับผิดชอบดูแล ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานกรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp; การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งเสริมอาชีพสวนผึ้ง มาช่วยบูรณาการจัดการ นำเทคโนโลยีมาใช้การผลิต &amp;nbsp;ตลอดจนมีการนำหลักธรรมชาติมาใช้แทนสารเคมี เช่นตัว ชันโรง มาช่วยผสมเกษตร &amp;nbsp; นำชีวพันธุ์บางอย่างมาทดแทนการใช้สารเคมี เช่นเชื้อรา ไตรกูเดอร์มา ซึ่งเป็นเชื้อรา เป็นสิ่งมีชีวิต มาใช้แทนเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี้ยงตัวชันโรงที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้&amp;nbsp; ทั้งดอกทุเรียนและลำใยในสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาการใช้สารเคมีของเกษตรกรที่นี่ เราคงไปบังคับไม่ได้ เราทำได้เพียงแค่สร้างจิตสำนึกให้กับเขา อาชีพการเกษตรเขาหวังผลไว้ระดับสูง แต่ถ้าการทดแทนเคมี จากกระบวนการธรรมชาติ ใช้ชีวพันธุ์มีความปลอดภัย เพราะเราผลิตได้เอง เท่ากับลดต้นทุน &amp;nbsp;ถ้าเขาไปใช้แล้วได้ผล จะมีการบอกต่อ คิดว่ารายเล็กๆน่าจะใช้ชีวพันธุ์สำเร็จแต่รายใหญ่อาจจะยากสักหน่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จันทบุรี &amp;nbsp;ได้อบรมความรู้เกษตรกร ถ่ายทอดวิชาการใหม่ๆให้กับเกษตรกรปีละประมาณ 300ราย &amp;nbsp;พร้อมกับทดลององค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้เกษตรกรเชื่อมั่น นำความรู้รมไปใช้ได้จริง &amp;nbsp; ตลอดจน ขยายงานส่วนที่เป็นชีวพันธุ์ทดแทนสารเคมีมากยิ่งขึ้น เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;รวมทั้ง นำมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เข้ามามีส่วนร่วม โดยมองว่า มหาวิทยาลัยยังเป็นจุดเกิดให้คนรุ่นใหม่ มีความรู้ความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้จากศาสตร์พระราชา มาใช้กับสังคมและชีวิตประจำวันได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี้ยงผึ้งช่วยผสมเกสรผลไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า &amp;nbsp;ในหลวงร.9 ทรงห่วงว่าพื้นที่จันทบุรีจะมีปัญหาแหล่งน้ำ เพราะฝนไม่ได้ตกตามฤดูกาลเสมอไปทุกปี แล้วก็มีปัญหจริงๆ บางปีเกิดปัญหาแล้ง ฝนไม่ตก ส่วนพื้นที่ศูนย์พัฒนาผลไม้ฯ เป็นที่ดินส่วนพระองค์ &amp;nbsp;ทรงทำให้เป็นแบบอย่างเกษตรกรเรื่องความรู้การเกษตร แม้จะเริ่มปี2524 แต่กว่าโครงการจะเป็นรูปเป็นร่างก็ใช้เวลานาน เพราะเป็นพื้นที่ห่างไกล เมื่อก่อน 40ปีที่แล้วทุรกันดารมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจันทบุรีกลายเป็นแหล่งผลิตผลไม้ให้กับประเทศ และต้องยอมรับว่าเกษตรกรจันทบุรีมีการใช้สารเคมีกันมาก &amp;nbsp;เป็นที่รู้กันในหมู่วงการผู้ค้าสารเคมีเกษตรว่า หากจะทดลองสินค้าตัวใหม่ ต้องมาที่จังหวัดจันทบุรี &amp;nbsp;แม้หน่วยงานรัฐจะพยายามแนะนำลดหรือเลิกใช้ ก็อาจไม่เป็นผล เพราะการตลาดเกษตรเคมีมีการลดแลกแจกแถม มีการโหมโฆษณา และเกษตรกร หวังผลผลิตมากยิ่งทุเรียนมีราคาดี ก็ทำให้หวังผลมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ทำใด้ในขณะนี้ คือ เราทำได้คือย้ำไปย้ำมา ให้เห็นว่าเกษตรเคมี มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และผลเสียต่อร่างกาย &amp;nbsp;และพยายามบอกว่า เกษตรอินทรีย์ เป็นศาสตร์พระราชา ที่ควรน้อมนำมาใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็อยากให้เกษตรกรจันทบุรีมีความยั่งยืน ไม่ต้องโค่นทุเรียนมาปลูกยาง หรือโค่นยางมาปลูกทุเรียนเพราะราคาดีกว่า ยิ่งทุเรียนราคาดี ก็ใช้กันมาก ทำให้เห็นว่า ถ้าเราไม่มีศาสตร์พระราชาจะแย่กว่านี้อีก ในฐานะข้าราชการเราได้แต่บอกเกษตรกรว่า ถ้ารักพ่อ ก็ต้องช่วยกันตรงนี้ ลดใช้สารเคมี ดังนั้น ศาสตร์พระราชา จึงเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดี ที่ควรน้อมนำมาใช้ &amp;quot;พ่อเมืองจันทบุรีกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23742</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จังหวัดจันทบุรี, การใช้เทคโนโลยีบังคับผลไม้ออกนอกฤดูกาล, ศาสตร์พระราชา, ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จ.จันทบุรี, เทคโนโลยีพัฒนาเกษตร, เศรษฐกิจพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181207/image_mid_5c0a77a388353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
