<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคโนโลยีเฟมโตเลสิก เพรสบียอน  ช่วยแก้ปัญหาสายตายาวตามอายุ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.ฐิดานันท์ รัตนธรรม จักษุแพทย์ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาสายตายาวมี 2 แบบคือ 1.สายตายาวโดยกำเนิด เป็นอาการผิดปกติทางสายตาที่มีผลจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม 2.สายตายาวตามอายุ (สายตาสูงอายุ) กรณีนี้เป็นไปตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น มักเกิดในคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุเกิดจากการเลนส์แก้วตาที่แข็งขึ้น ความยืดหยุ่นน้อยลงตามอายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนล้าลง ทำให้เลนส์แก้วตาไม่สามารถปรับตัวให้พองขึ้นหรือแบนลงเพื่อช่วยในการโฟกัสภาพได้เหมือนเดิม ทำให้ไม่สามารถมองเห็นภาพในระยะใกล้ได้ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายตายาวที่เกิดขึ้นหากปล่อยไว้ไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้กิจกรรมหรืองานที่ต้องการทำได้อย่างไม่เต็มที่ ความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง ดังนั้น การพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการและตรวจสายตาเป็นสิ่งจำเป็น โดยจักษุแพทย์จะแนะนำวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคนไข้แต่ละคน ดังนี้ 1.ใส่แว่นตาสำหรับคนสายตายาว มองใกล้ไม่ชัด อาจใส่แว่นสำหรับสายตายาวระยะเดียวเพื่อช่วยสำหรับการมองระยะใกล้ เช่น การอ่านหนังสือ แต่ว่าชีวิตประจำวันโดยทั่วไปมักมีการมองทั้งในระยะใกล้-ไกล สลับกันตามกิจกรรม ทำให้ผู้มีสายตายาวมักมีปัญหากับการต้องใส่ๆ ถอดๆ แว่น แก้โดยการใส่แว่นสายตาชนิดมองเห็นหลายระยะ หรือ Progressive lens เพื่อการมองเห็นชัดทั้ง 2 ระยะคือ มองไกลและมองใกล้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.การใช้เทคโนโลยีแก้ไขปัญหาสายตายาวตามอายุโดยไม่ต้องพึ่งพาการใส่แว่นตา ประกอบด้วย 1) Near Vision CK การใช้คลื่นวิทยุแทนเลเซอร์ เพื่อให้ความร้อนเป็นจุดเล็กๆ ส่งผ่านไปยังบริเวณเนื้อเยื่อกระจกตา และทำให้กระจกตาโค้งนูนขึ้น แต่มีข้อเสียคือ ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวร ประมาณ 1-2 ปี ผลของการรักษาก็จะคลายหายไป 2) Near Vision (Monovision) การรักษาด้วยวิธีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขสายตาด้วยแสงเลเซอร์ให้ตาข้างที่ถนัดสามารถมองเห็นในระยะไกลชัดขึ้น ส่วนตาข้างที่ไม่ถนัดจะแก้ไขให้เหลือสายตาสั้นไว้เล็กน้อย เพื่อใช้ในการมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน และ 3) Scleral expansion คือ การผ่าตัดเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อวงแหวนตาเกิดการหดตัว ช่วยให้การมองใกล้ชัดขึ้น แต่วิธีนี้ผลที่ได้ก็อยู่ไม่นาน และบอกได้ยากว่าจะได้ผลแค่ไหนในแต่ละคน และ 4) การทำเลสิกโดยใช้เลเซอร์เฟมโตเลสิก เพรสบียอน FemtoLASIK Presbyond เป็นการแก้ไขปัญหาสายตายาวตามอายุ สายตาสั้น สายตาเอียง ได้พร้อมกันในคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การทำเฟมโตเลสิก เพรสบียอน (FemtoLASIK Presbyond) ในสายตายาวตามอายุ จะไม่สามารถแก้ไขให้เลนส์แก้วตาที่แข็งขึ้นตามอายุให้อ่อนนุ่มลง ไม่สามารถแก้ไขให้กล้ามเนื้อตาที่อ่อนล้าลงกลับมาทำงานได้ดีเท่าตอนอายุยังน้อย แต่เลเซอร์จะไปช่วยแก้ไขกระจกตาให้มีความโค้งเพิ่มขึ้นได้ เพื่อการมองใกล้ได้ชัดขึ้น แต่การมองไกลอาจไม่ชัดที่สุด ซึ่งการรักษาในรูปแบบนี้จะคงประสิทธิภาพได้ประมาณ 7-8 ปี ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาและเลนส์แก้วตาของคนไข้แต่ละคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้สายตายาวไม่สามารถป้องกันได้ แต่มีวิธีที่จะช่วยปกป้องดวงตาและการมองเห็นของเราได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ 1.สูตรพักสายตา 20:20:20 หลังทำงานไปแล้ว 20 นาที ลองพักสายตาด้วยการมองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อถนอมดวงตา และยังช่วยป้องกันอาการตาล้า ตามัว ตาแห้ง ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สายตามากเกินไปได้ 2.ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ 3.เลือกแว่นสายตาที่เหมาะสมกับตนเอง 4.หมั่นสังเกตความผิดปกติของดวงตา อาทิ ตาข้างใดข้างหนึ่งมองเห็นไม่ชัด ตามัว เห็นจุดดำ เห็นเป็นรังสีหรือรุ้งรอบๆ ดวงไฟ เป็นต้น หากพบอาการต่างๆ ควรพบแพทย์ 5.สวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน 6.รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพดวงตา เช่น ผักโขม ผักคะน้า แครอต แคนตาลูป 7.ในการอ่านหนังสือควรเปิดไฟ หรืออ่านในที่แสงสว่างพอเหมาะ เพื่อช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น ไม่ต้องเพ่งตามากจนเกินไป เป็นต้น.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97804</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, เทคโนโลยีเฟมโตเลสิก เพรสบียอน  ช่วยแก้ปัญหาสายตายาวตามอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60631c2779ccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
