<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทักษิณGood Monday&#039;ว่าด้วยเรื่องสั่งออนไลน์ เอาผักกวางตุ้ง เนื้อหมู 2 กิโล ขายดิบขายดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;จัดรายการ &amp;quot;Good Monday&amp;quot; EP5 รับมือโลกยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ กับโมเดลธุรกิจที่ใช่ ระบุว่า &amp;quot;สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรักครับ วันนี้จะมาเล่าเรื่องการทำมาหากินโดยใช้เทคโนโลยีที่ผมไปเห็นไปเจอไปคุยมานะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแรกที่อยากจะเล่าก็คือ ผมไปเจอเด็กหนุ่มคนจีนคนนึง เขาบอกว่าเขาจบปริญญาเอกทางด้านโรบอทหรือหุ่นยนต์เนี่ยนะครับ และเขาสร้างหุ่นยนต์ 2 ประเภท หุ่นยนต์ประเภทหนึ่งเรียกว่าเป็นหุ่นยนต์บริการ กับอีกประเภทหนึ่งเขาเรียกหุ่นยนต์ขนส่ง เขาก็บอกว่าคือปกติเนี่ย เทคโนโลยีมันถูกครึ่งเดียวนะ รูปแบบของการทำธุรกิจ หรือ Business Model เนี่ยเป็นอีกครึ่งหนึ่ง ถ้าคุณมีเทคโนโลยี แต่ Business Model หรือรูปแบบการทำธุรกิจเนี่ยไม่ดีพอก็เจ๊ง เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นเนี่ยเด็กคนนี้เขาไปมีความคิดที่ว่า ถ้าจะไปเช่าร้านเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต มันต้องใช้พื้นที่เยอะแล้วก็แพง ค่าเช่าแพง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองใหญ่ๆ ยิ่งแพงใหญ่ แกก็เลยมีความคิดว่า แกไปเอาคอนเทนเนอร์ลากไป แล้วเอาของซุปเปอร์มาร์เก็ตเนี่ยไปใส่ในคอนเทนเนอร์ เป็นตู้ลากใหญ่ๆ แล้วก็ใส่ของ ใส่คอนเทนเนอร์ ใส่ไปแล้วไปจอดตามลานจอดรถ หรือตึกต่างๆ ซึ่งเท่ากับว่าไปเช่าที่จอดรถเพียง 7-8 คัน ก็ล็อกเอาคอนเทนเนอร์ไปตั้งไว้ แล้วเสร็จแล้วแกก็มีเปิดให้คนสั่งซื้อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เมืองจีนนะครับคนใช้การสั่งซื้อของออนไลน์มาก แล้วก็จ่ายตังค์ทางออนไลน์มากเหลือเกิน บางครั้งซื้อข้าวแค่ประมาณ 40 บาท หรือ 8 หยวน ก็ใช้ออนไลน์ปั๊บ ใช้โทรศัพท์มือถือเราเนี่ยผ่าน WeChat ผ่าน AliPay บ้างเนี่ย แป๊บเดียวเขาจ่ายเรียบร้อย คือคนจีนเนี่ยแทบจะไม่ใช้เงินสด แล้วใช้ออนไลน์เยอะที่สุด นี่ก็เขาทำไง เขาก็เปิดร้านออนไลน์ แล้วก็จอด แล้วบอกให้คนในตึกหรือคนในบริเวณย่านนั้นรู้ว่ารถเขามาจอดที่นี่นะ มีสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าอาหารทั้งหลาย อาหารแห้ง อาหารสด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์อะไรเนี่ยมีมาจอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเสร็จแล้วคนก็สั่งทางออนไลน์เลยครับ สั่งว่าจะเอาเนื้อหมู 2 กิโล เอาผักกวางตุ้ง ผักอะไรเขาจะบอกหมดเรียบร้อยก็สั่ง พอสั่งเสร็จปุ๊บ เครื่องคอมพิวเตอร์เขาก็จะไปทำให้หุ่นยนต์เก็บว่าออเดอร์ที่ 1 ประกอบด้วยอะไรบ้าง เนื้อหมู 3 กิโล ผักกวางตุ้ง 2 กิโล เขาก็ไปหยิบๆๆ ตัวโรบอทที่บริการก็หยิบๆๆ เสร็จแล้วก็มาใส่ถุง โรบอทขนส่ง ก็จะหยิบถุงไปไว้ในกล่องที่เป็นกล่องรับ เอาไปหย่อนในกล่องที่เป็นของเขา มีอยู่กี่กล่องก็แล้วแต่ เขาวางให้คนมารับ พอกล่องหย่อนปุ๊บก็ปิด คนที่มารับก็จะได้รับรหัสทางมือถือนี่เลยครับ ส่งเป็นรหัสไปเลยว่า ของคุณอยู่กล่องที่ 1 นะ รหัสคืออย่างนี้ &amp;nbsp;ถ้าคนอื่นมาถึงก็เอาไปไม่ได้เพราะไม่รู้รหัส ก็เอาไปก็ไม่ผิดตัวเพราะว่าใครสั่งอะไรก็ได้รหัสอันนั้นออกไป ปรากฎว่าขายดิบขายดี เพราะไปบริการแล้วมันไปถึงที่ ไปใกล้บ้าน เสร็จแล้วมันก็ไม่ต้องไปเช่าร้านแพงๆ แล้วขายได้ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมก็เลยมีความคิดว่า เอ๊ะ!!อย่างนี้ถ้าเรามาช่วยคนตัวเล็กตัวน้อยในเมืองไทย ท่าจะดี เช่นว่าเอาของมาขายรวมกันอย่างนี้นะครับ หรือไม่ก็เป็นไอเดียว่าใครอยากทำธุรกิจแบบนี้น่าสนใจครับ ก็มี Service Robot กับมี Logistic Robot ที่เขาใช้กัน คือมีโรบอทด้านบริการและโรบอทด้านขนส่ง อันนี้มันเป็นทั้งเทคโนโลยี และ Business Model หรือว่ารูปแบบการทำธุรกิจที่มันสอดเข้ากับเวลาพอดีนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โรบอทเนี่ย อย่าไปคิดว่าโรบอทมันจะมาแย่งงานเราทำนะ เราต้องใช้งานมัน หุ่นยนต์เมื่อล่าสุด ผมได้ข่าวว่าโรงแรมที่ญี่ปุ่น Lay off คือปลดระวางหุ่นยนต์ 20 กว่าตัว เพราะอะไร? มันล้าสมัยแล้ว เพราะฉะนั้นหุ่นยนต์ก็มีล้าสมัย คนก็เหมือนกัน คนก็มีว่าหมดความเชี่ยวชาญ ความเชี่ยวชาญไม่พอ ไม่ถึง หรืออายุมากไป เพราะฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัว ต้องพัฒนาตัวเองหมดนะครับ แม้กระทั่งโรบอทยังไม่เหลือเลย เพราะฉะนั้นที่ผมเล่าให้ฟังก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอันนึง ในเรื่องของการใช้โรบอทให้เกิดประโยชน์ และการเข้าใจหารูปแบบทางธุรกิจในช่องว่างที่มันเกิดขึ้นนะครับ ว่ามันแข่งขันกันไม่ได้ เพราะหาที่เช่ามันแพงก็ใช้วิธีนี้อะไรอย่างนี้นะครับ แล้วก็ใช้โรบอทเข้ามาช่วย มันก็เป็น Gimmick ที่ทำให้คนสนใจจะซื้อมากขึ้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอันที่ไปเจอเขามาอีกรายนึงก็คือ มีคนเกาหลีมาพบผมที่ดูไบ 2 คน เขาบอกว่าเขามีความเชี่ยวชาญเรื่อง Blockchain ซึ่งบล็อกเชนเนี่ยจริงๆ แล้ว มันก็เป็นเวอร์ชั่น อีกเวอร์ชั่นหนึ่งเหมือนอินเทอร์เน็ต &amp;nbsp; อินเทอร์เน็ตเราเรียกว่า World Wide Web of Information แต่บล็อกเชนเนี่ยมันคือ World Wide Ledgers of Value นะครับ มันเป็นเรื่องที่จริงๆ แล้วสรุปก็คือว่า อินเทอร์เน็ตเนี่ยมันมีมานาน แต่มันต้องผ่านตัวกลาง เช่น ธนาคารบ้างอะไรบ้าง เลยทำให้ตัวกลางรวยเอารวยเอา แล้วมันไม่กระจายรายได้เท่าที่ควร แต่ว่าเขาเลยไปคิดบล็อกเชนขึ้นมา&amp;nbsp;
บล็อกเชนเนี่ยมันเป็นอะไรที่มันไม่ต้องผ่านตัวกลาง มันเป็นลักษณะที่เราติดต่อกันโดยตรง เพราะมันใช้ระบบคำนวน ความจริงมันต้องมีเวลาอธิบายมากกว่านี้ แต่ว่าวันนี้ผมเอาสั้นๆ แล้วกัน มันเป็นระบบที่มีการเข้ารหัสที่มีความปลอดภัยสูง เขาเลยใช้สำหรับเรื่องการเงิน เรื่องที่เป็นความลับพิเศษ เป็นเรื่องคน 2 คน ที่อยากจะเปิดเผยความลับต่อกันได้ คนอื่นไม่รู้เรื่อง เช่นว่าผมอยากจะจ่ายตังค์ให้นาย ก. นาย ก. ก็จะรู้ว่าได้รับเงินจากผม &amp;nbsp;นาย ก. ก็ไม่ต้องมารู้เรื่อง นาย ข. นาย ค. แต่ว่าเมื่อวันนึงนาย ก. ก็อยากจะรู้เรื่องของ นาย ข. ก็ตกลงเป็นเรื่องการดีล การตกลงกัน คือมันเป็นลักษณะที่เป็นความลับที่ไม่ผ่านตัวกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ อาลีบาบาเนี่ย แจ็คหม่าเขาเคยไปแนะนำให้ที่รวันดา ประเทศรวันด้า ประเทศในแอฟริกา ผลิตเม็ดกาแฟขึ้นมาเนี่ย ขายไม่ออกมีเม็ดกาแฟหลากหลาย ตอนหลังมาเนี่ยเขาก็แนะนำให้ใช้บล็อกเชนเนี่ยแหละ ปรากฎว่า บล็อกเชนก็สามารถที่จะทำให้พวกเกษตรกรที่ปลูกกาแฟ ติดต่อโดยตรงกับผู้ซื้อเลยครับ &amp;nbsp;ผู้ซื้อก็สั่งซื้อ แล้วบัญชีก็ทำกัน เพราะในนั้นมันจะมี &amp;nbsp;Smart &amp;nbsp;Contracts มีบัญชีมีอะไรพร้อมหมด มีสัญญาให้เสร็จ ในลักษณะของบล็อกเชนเนี่ยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเกาหลีคนนั้นก็มาคุยกับผมว่าเขาชำนาญเรื่อง การสร้าง Platform บนบล็อกเชนแต่ผมก็แนะนำเขาไปว่า ถ้าคุณไม่มี Business Model ดีๆ เนี่ย Blockchain ก็ไม่รู้จะ..คนที่มี Platform ตัวนี้เนี่ยก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นคุณต้องสร้าง Business Model ดีๆ &amp;nbsp;ผมก็มาเห็นตัวอย่างอันนึงที่ &amp;nbsp;รวันด้าเนี่ยครับ แล้วผมเองเรื่องนี้ผมก็ได้พูดในรายการของผมไปแล้วครั้งนึงว่า ต่อไปข้างหน้าเนี่ย คนทำสินค้าเกษตรเนี่ย สามารถขายสินค้าโดยตรงให้กับเชฟ Michelin star ที่ประเทศไหนก็ได้ ถ้าเขารู้ว่าเราผลิตของที่ถูกต้อง แล้วตกลงกันผ่านทางบล็อกเชนไม่ต้องมีนายหน้าเลยนะครับ ก็ส่งของไปโดยวิธีการที่จ้างพวกบริษัทมืออาชีพเนี่ยส่งของส่งอะไรไปก็ตามกัน&amp;nbsp;
บล็อกเชนถูกสร้างขึ้นมาแล้วก็ใช้กันในเรื่องของ Bitcoin คือ Bitcoin เนี่ยใช้ Platform ของบล็อกเชนนะครับ แล้วก็การคำนวนเขาละเอียดยิบยับ ทีนี้ตอนหลังมาเนี่ยคนก็มาถามว่า แล้วบล็อกเชนเนี่ยที่เขาใช้กันมากๆ ก็ใช้เรื่องของ เขาเรียกกันว่า Digital Money หรือ Cryptocurrency อะไรเนี่ยคือ Bitcoin เป็นตัวเริ่ม เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ในอนาคตมันจะถูกเป็นลักษณะที่เป็นเงินสกุลที่อ้างอิงถึงทรัพย์สิน เช่นว่าทางนักเศรษฐศาสตร์ของแบงก์ชาติอังกฤษ &amp;nbsp; ก็เคยแนะนำว่า อังกฤษน่าจะออกเงินดิจิทัล หรือ Crypto Money เนี่ยของตัวเอง โดยที่รัฐเป็นคนออกเอง และมีเหมือนกับออกธนบัตร แต่ออกแบบนี้เหมือนที่ผมเคยอธิบายไปครั้งนึง แล้ววันนั้นคนเกาหลีมา ผมก็แนะนำว่าทำไมคุณไม่ลองทำเกี่ยวกับเรื่อง Property เพราะที่ดูไบเนี่ยมีตึกมีห้องอพาร์ทเม้นท์ มีบ้านเหลือเยอะเลย เพราะเขาสร้างเยอะ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้ Concept ที่ว่าเอา Crypto Money แล้วก็ไปซื้อทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้มาโดยตีราคาดีๆ ถ้าราคาทรัพย์สินขึ้น ค่าเงิน ค่า Coin เนี่ยก็จะขึ้นตาม พอขึ้นตามปุ๊บ ใครจะขายใครจะซื้อก็อยู่ในวงการนี้ แต่ว่าทั้งหมดเนี่ยเป็น Platform ของบล็อกเชนที่ผมพูดอย่างนี้เนี่ย อยากจะแนะนำว่าคนรุ่นใหม่เนี่ยลองไปศึกษาบล็อกเชนดีๆ เพราะมันกำลังจะสร้างเศรษฐีใหม่เหมือนกับตอนอินเทอร์เน็ตเปิดใหม่ แล้วสร้างเศรษฐีใหม่บนอินเทอร์เน็ต ตอนนี้มันกำลังจะสร้างเศรษฐีใหม่บนบล็อกเชน
บล็อกเชนก็ออกมาหลายปีแล้วแต่ว่าจริงๆ แล้วมันยังไม่กว้างขวาง เพราะว่าคนยังไม่เข้าใจ คนไปติดอยู่กับอินเทอร์เน็ต ผมเลยแยกให้เห็นว่า Internet เนี่ยเขาใช้สำหรับ Information แต่อันนี้ใช้สำหรับเรื่องการเงินการทองหรือสิ่งที่เป็นความลับพิเศษ เพราะความปลอดภัยของข้อมูลเนี่ยสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ก็อยากจะเล่าว่า เมื่อเราจะหากินจากเทคโนโลยีเนี่ย ผมก็อยากเอาประสบการณ์ให้ฟังว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้ไหมว่าเทคโนโลยีเนี่ยมันมีการเสื่อม มีอายุการใช้งานเร็วกว่าที่เราคิด ยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ อย่างนี้ วันนี้ที่ประมูลกัน 4G ทั้งหลายหมดไปเป็นแสนๆ ล้านนี่นะครับ แล้วก็จะต้องติดตั้งระบบอีกเป็นแสนล้านเหมือนกันเนี่ย &amp;nbsp;มันจะอยู่ได้อีกกี่ปี &amp;hellip; 5G กำลังออกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีและอเมริกาทดลองแล้ว แล้วก็จีนก็กำลังจะใช้ เพราะฉะนั้น 5G มันจ่อหลังแล้ว ถามว่า 4G จะใช้ได้อีกกี่ปี สมมติว่า 4G ลงทุนไปสองแสนล้าน ใช้ได้ 7 ปีอ่ะ &amp;nbsp;7 ปีเนี่ย ก็หักค่าเสื่อมได้ปีละสามหมื่นล้าน แล้วก็ต้องทิ้ง แต่การทำบัญชีเนี่ย ที่เขาเรียกว่า US ตาม US เนี่ย เขาบอกว่าหักค่าเสื่อมได้ 10 ปี &amp;nbsp;แต่ของไทย GAAP เนี่ย หักค่าเสื่อมได้ 20 ปี นะครับ 20 ปี &amp;nbsp;ทางบัญชีนะ แต่เราทำบัญชีหักค่าเสื่อม 10 ปีบ้าง หักค่าเสื่อม 20 ปีบ้าง แต่อายุการใช้งานของเครื่องเนี่ย ของเทคโนโลยีเนี่ยมันล้าสมัยเร็ว เพราะฉะนั้นทางบัญชีดูกำไร แต่ข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้กำไรอย่างที่คิด สมมติว่าได้กำไรสองแสนล้าน ใน 7 ปี แต่ค่าเสื่อมก็ดี ค่าทุกอย่างก็ดี หมดสภาพ มันต้องทิ้งของไปแล้ว สองแสนล้านก็คือไม่กำไร แต่ทางบัญชีเนี่ยสมมติว่าหัก 20 ปีเนี่ย มันก็กำไรอยู่ ทั้งๆ ที่ของมันเลิกใช้ไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันต้องลงทุนเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคโนโลยีใหม่ก็ลงทุนเพิ่มอีกนะครับ เลยอยากจะบอกว่าการลงทุนทางเทคโนโลยีเนี่ย ต้องคิดให้ดีระหว่างค่าเสื่อมจริง เพราะว่าเทคโนโลยีล้าสมัย กับค่าเสื่อมทางบัญชี มันเขย่งกันอยู่ มันจะทำให้เราหลงทางไป นึกว่าธุรกิจมีกำไร แต่จริงๆ แล้วไม่มีกำไร เพราะเงินขาดก็ไปกู้แบงก์ อันนี้ต้องระวังการทำธุรกิจทางด้านของเทคโนโลยีนะครับ ก็วันนี้คงเล่าให้ฟังแค่นี้ก่อนครับ แล้วคราวหน้าพบกันใหม่ครับ ขอบคุณมากครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, รายการ &quot;Good Monday&quot;, เทคโนโลยีโมเดลใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c60d93c36ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
