<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกกรุ๊ปซื้อโรงไฟฟ้า&#039;ลินเดน โคเจน&#039; ปักธงสหรัฐอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.พ. 2564 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัท เอ็กโก ลินเดน ทู แอลแอลซี (EGCO Linden II, LLC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอ็กโกถือหุ้นทั้งหมด ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท เออีไอเอฟ ลินเดน เอสพีวี แอลแอลซี (AEIF Linden SPV, LLC) และบริษัท ไฮสตาร์ แคปปิตอล จีพี โฟร์ แอลพี (Highstar Capital GP IV, L.P.) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 28 ในบริษัท ลินเดน ทอปโก้ แอลแอลซี (Linden Topco LLC) โดยคาดว่าการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 หลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในการปิดรายการซื้อขายแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงไฟฟ้า &amp;ldquo;ลินเดน โคเจน&amp;rdquo; ขายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าแก่ระบบและโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐนิวยอร์ก (NY-ISO Zone J) และตลาดซื้อขายไฟฟ้าพีเจเอ็ม พีเอส นอร์ธ (PJM PS North)ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นตลาดไฟฟ้า 2 แห่ง ที่มีความต้องการไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าสำรองสูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า &amp;ldquo;ลินเดน โคเจน&amp;rdquo; ยังมีสัญญาขายไอน้ำและไฟฟ้าระยะยาวกับผู้รับซื้อรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่น่าลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพรัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;การซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าลินเดน โคเจน นับเป็นการเข้าลงทุนครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาของเอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งเป็นตลาดพลังงานขนาดใหญ่ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศมากกว่า 1,100 กิกะวัตต์ มีโอกาสในการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอีกมาก รวมทั้งยังส่งเสริมการ ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติด้วย ดังนั้น การลงทุนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเอ็กโก กรุ๊ป ในการเปิดเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา และสร้างฐานการลงทุนเพื่อต่อยอดสู่โอกาสการลงทุนใหม่ในสหรัฐอเมริกาต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91620</URL_LINK>
                <HASHTAG>เทพรัตน์ เทพพิทักษ์, เอ็กโก กรุ๊ป, โรงไฟฟ้า “ลินเดน โคเจน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60177df7e0f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EGCO แจงพนักงานติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ยันไม่กระทบบริษัท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรายงานการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของพนักงานสำนักงานใหญ่ จำนวน 1 คน ซึ่งผู้ติดเชื้อทราบผลและได้รับการยืนยันจากแพทย์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 และปัจจุบันเข้ารักษาตัวตามกระบวนการควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ทันทีที่ทราบเรื่องดังกล่าว บริษัทได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จำนวน 31 คน เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลการตรวจ พบว่า 28 คน ไม่พบการติดเชื้อ และอีก 3 คน อยู่ระหว่างรอผลการตรวจ อย่างไรก็ตาม ยังคงให้พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดกักตนเอง (Self-Quarantine) เพื่อสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและพ่นยาฆ่าเชื้อทุกพื้นที่ของสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ บริษัทได้ปฏิบัติตามแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) โดยประกาศให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work from Home) ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด เอ็กโก กรุ๊ป ยังสามารถดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ธุรกิจทั้งสำหรับสำนักงานใหญ่และโรงไฟฟ้าต่างๆ และจนถึงปัจจุบัน โรงไฟฟ้าทุกแห่งในกลุ่มเอ็กโกทั้งในและต่างประเทศ ยังคงเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88790</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO), เทพรัตน์ เทพพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2dd9304949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกยิ้มกวาดกำไรไตรมาส3ทะลุ2,800ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.2563 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 &amp;nbsp;ปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีกําไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี การด้อยค่าของสินทรัพย์ การวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า) จำนวน 2,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2562 โดยสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพาจู โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา และโรงไฟฟ้าเคซอน เป็นต้น ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีกําไรจากการดำเนินงาน จำนวน 7,641 ล้านบาท ลดลง 432 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลให้หลายประเทศมีแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง &amp;ldquo;กังดง&amp;rdquo; กำลังการผลิตติดตั้ง 19.8 เมกะวัตต์ ในเกาหลีใต้ ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังได้ร่วมกับบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้แก่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลงนามสัญญา Joint Development Agreement (JDA) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน &amp;ldquo;กวางจิ 1&amp;rdquo; กำลังการผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 รวมทั้งยังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ จำนวน 7,800 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาและก่อสร้างโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โครงการ ซึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงาน ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล &amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; ในไต้หวัน ก่อสร้างแล้วเสร็จ 61% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ &amp;ldquo;น้ำเทิน 1&amp;rdquo; ใน สปป.ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จ 78% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 นอกจากนี้ ยังมีโครงการธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง 1 โครงการ ได้แก่ โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 50% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 4 ปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา นายเทพรัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและให้บริการด้านพลังงาน ครอบคลุมธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลัก ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงและระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันบริษัทเตรียมยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยจะนำเข้า LNG เพื่อมาใช้ในโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท ในปริมาณราว 200,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ความคืบหน้าในการลงทุนในธุรกิจ Smart Energy Solution ในฐานะผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมพลังงานอย่างครบวงจร ได้แก่ โครงการพัฒนา &amp;ldquo;นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง&amp;rdquo; ปัจจุบันโครงการผ่านการประเมินการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว และได้รับการอนุมัติจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้สามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ลักษณะ Smart Industrial Estate อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ แล้ว โดยจะเข้าสู่กระบวนการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการกับ กนอ.ต่อไป โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค ภายใน 2 ปี และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ &amp;ldquo;Solar Solution Provider&amp;rdquo; เพื่อให้บริการด้านผลิตภัณฑ์และระบบโซลาร์เซลล์ระดับพรีเมี่ยมอย่างครบวงจร โดยจะเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะซีอีโอใหม่ ผมมองเป้าหมายเรื่องการมาต่อยอดและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับเอ็กโก กรุ๊ป โดยใช้จุดแข็งและศักยภาพที่บริษัทมีอยู่แล้วในการขยายการลงทุนทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังธุรกิจเชื้อเพลิงและระบบสาธารณูปโภคเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเติบโตต่อเนื่องและแข่งขันได้ในสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไฟฟ้าในปัจจุบัน&amp;rdquo; นายเทพรัตน์ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลดำเนินงานไตรมาส 3, เทพรัตน์ เทพพิทักษ์, เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4612d57c393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกตั้ง “เทพรัตน์ เทพพิทักษ์” ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย. 2563 บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ &amp;nbsp;17 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ จะเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของเอ็กโก กรุ๊ป ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยจะสานต่อการดำเนินธุรกิจของเอ็กโก กรุ๊ป ตามวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เป็นบริษัทไทยชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจที่จะธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม&amp;rdquo; มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ต่อยอดไปสู่การลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งยังแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ อายุ 54 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (2561 &amp;ndash; ปัจจุบัน) และก่อนหน้านั้น ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (2560 &amp;ndash; 2561) ตลอดจนมีประสบการณ์ด้านเทคนิควิศวกรรม การพัฒนาและบริหารจัดการโรงไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติด้านการศึกษา นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ สาขา Electricity Industry Management and Technology มหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์ (University of Strathclyde) ประเทศสกอตแลนด์ และปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งยังผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69036</URL_LINK>
                <HASHTAG>เทพรัตน์ เทพพิทักษ์, เอ็กโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeadbf00c97c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง  ชูจุดเด่นเรียนรู้พลังงานไฮโดรเจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซน EGAT Energy Quest&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) &amp;nbsp; ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนวียน ที่จะทำให้เกิดเข้าใจเบื้องหลัง ของการค้นหาและแปรสภาพก่อนมาเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงพลังงานอื่นๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยภายในศูนย์การเรียนรู้จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 โซน ได้แก่ 1. โซน Plaza Nova สำหรับลงทะเบียนเป็นเหล่าผู้กล้าร่วมผจญภัยในโลกพลังงานร่วมกับหุ่นยนต์ H-bot มาสคอตประจำศูนย์การเรียนรู้ 2. โซน Lamtakong Energy Quest ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนลำตะคองผ่านภาพยนตร์แบบ 7 มิติ 3. โซน New Frontier สนุกสนานกับเกมที่จะให้ผู้เข้าชมได้สวมบทบาทเป็นกระแสลมในทุ่งกังหันลมยักษ์ เรียนรู้พลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าใต้ดินแบบ สูบกลับแห่งเดียวของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และ 4. โซน New Discovery เรียนรู้นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงานแบบไฮโดรเจนจากกังหันลมสู่การผลิตไฟฟ้า 5. โซน EGAT Energy Quest ชมภารกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยตั้งแต่ยุคบุกเบิกถึงปัจจุบัน 6. โซน The Balance ร่วมประลองฝีมือการจัดสรรเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าผ่านโมเดลจำลองโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าชีวมวล และ 7. โซนม่วนซื่นลำตะคอง เรื่องราวการอยู่ร่วมกันของชุมชนที่อาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้าและลุ่มน้ำลำตะคองที่พึ่งพาอาศัยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซน1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซน2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซน3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซน4
&amp;nbsp;สุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ นับว่าเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องพลังงานที่มีประโยชน์ และได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่านการนำเสนอที่น่าสนใจ อย่าง ด้านนวัตกรรมที่มีการผสมผสานระหว่างพลังงานน้ำ ลม และโซลาเซลล์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการผลิตพลังงาน และยังอยู่ใกล้กับบริเวณที่สามารถทำให้เข้าใจเรื่องราวของพลังงานมากขึ้น &amp;nbsp;ในการเรียนรู้ควบคู่ไป คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ การผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม และเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานระบบไฮโดรเจนไฮบริด จะทำให้เด็กหรือเยาวชนได้เข้าใจการเก็บพลังไฮโดรเจน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพลังงานในอนาคต และจะถูกใช้เป็นพลังงานสำรองมากขึ้น &amp;nbsp;ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีทุ่งกังหันลมและสินค้าชุมชนมากมาย ที่สามารถไปแวะเยี่ยมชมได้ ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. กล่าวว่า &amp;nbsp;เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาพลังงานไฟฟ้าควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า และพลังงานในรูปแบบอื่นผ่าน ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง ซึ่งเป็น 1 ในศูนย์การเรียนรู้ 6 แห่ง ทั่วประเทศ ของ กฟผ. เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาด้านพลังงาน ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนรู้่พลังงานไฮโดรเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;rdquo;ไฮไลท์ของศูนย์การเรียนรู้ กฟฝ. ลำตะคอง คือการนำนวัตกรรมจากระะบบไฮโดรเจนไฮบริด ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บไฟฟ้า จากกังหันลมในรูปแบบของก๊าซไฮโดรเจนมาผลิตพลังงานไฟฟ้า และนำมาใช้ร่วมกับเซลล์เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า 300 กิโลวัตต์ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่มาก และนำมาจ่ายไฟใช้ที่ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมแห่งแรก ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย นอกจากนี้ ภายในศูนย์ฯ ยังมีเทคโนโลยีสุดทันสมัย ทั้งโรงภาพยนตร์ 7 มิติ นวัตกรรมการผลิตไฟฟ้า และเกมส์จำลองต่างๆ ทั้งยังมีตัวอาคารที่ตกแต่งด้วย Wall Building Wind Power ทำให้ผนังตึกพลิ้วไหวตามแรงลมสวยงามด้วย&amp;rdquo; เทพรัตน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กังหันลมเขายายเที่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ศูนย์การเรียนรู้ กฟฝ.ลำตะคอง ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 09.00 -17.00 น. ยกเว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54931</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล, ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง, เทพรัตน์ เทพพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21abc93a2d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
