<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; จี้รัฐบาล เร่งออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อม รองรับการส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 64 -&amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดันพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจว่า จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ประกาศผลักดันให้พืชกระท่อมของไทย สามารถส่งออกไปสู่ตลาดโลก หรือโกอินเตอร์ได้นั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายมีความคาดหวัง เพราะเมื่อมีการปลดล็อคพืชกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว ก็ต้องการให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย &amp;nbsp;สามารถแปรรูป ส่งออก เป็นรายได้นำเงินตราเข้าสู่ประเทศ ตอนนี้เกษตรกรมีความตื่นตัว เรื่องการปลูกพืชกระท่อม และจำหน่ายใบกระท่อมกันอย่างแพร่หลาย นับว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในภาวะวิกฤตโควิด-19ได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้มีปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐ ยังไม่สามารถปรับตัว ออกกฎระเบียบ เพื่อรองรับการพัฒนา ส่งเสริมพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ การออกระเบียบของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นไปด้วยความล่าช้า จนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถใช้พืชกระท่อมผสมเป็นอาหาร &amp;nbsp;หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp;เพื่อจัดจำหน่ายได้ ยังคงเพียงอนุญาตให้มีการบริโภคแบบกินใบสด หรือต้มกินเองได้เท่านั้น จึงไม่มั่นใจว่า พืชกระท่อมจะโกอินเตอร์ หรือส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้อย่างไร เพราะรัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับ หรือส่งเสริม พืชกระท่อม ให้มีการแปรรูปในด้านอุตสาหกรรมได้เลย ดังนั้น ขอให้รัฐบาลได้เร่งผลักดันพ.ร.บ.พืชกระท่อม และออกระเบียบ ประกาศกฏกระทรวง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร หรือสนับสนุนอุตสาหกรรม การแปรรูปพืชกระท่อม ให้เป็นยาสมุนไพร เครื่องดื่มชูกำลังหรืออาหารเสริมได้ ถูกกฎหมายต่อไป&amp;quot; อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119227</URL_LINK>
                <HASHTAG>เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863f9f9b621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ขอบคุณนายกฯแก้น้ำมันแพง แซะ&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ทองไม่รู้ร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จากกรณีที่ พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจ และติดตามความเคลื่อนไหวของการขึ้นราคาน้ำมันด้วยตัวเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ได้ติดตามปัญหาการขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และได้แสดงความเห็น เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเข้ามาดูแลมาก่อนหน้านี้ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาแรมเดือน จนนายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และเตรียมหามาตรการช่วยเหลือโดยการใช้มาตรการช่วยเหลือจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ ไม่ให้มีความผันผวนมากจนเกินไป เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขึ้นราคาน้ำมันมีผลกระทบกับต้นทุนของการผลิตทุกอย่าง ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้การขึ้นราคาน้ำมันลอยตัวไปตามยถากรรม หรือตามกลไกตลาดราคาน้ำมันโลก&amp;nbsp; ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในระดับรากหญ้าจะเดือดร้อนมากที่สุด การตรึงราคานำ้มันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ30บาท เป็นสิ่งจำเป็น แต่รัฐบาลก็ต้องควบคุมการขึ้นราคาของน้ำมันเบนซินด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครออกมา เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในเรื่องนี้เลย ทั้งที่มีการขึ้นราคาน้ำมันในเดือนกันยายน ถึง5-6 ครั้ง และไม่มีแนวโน้มจะลดราคาลงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอขอบคุณ พลเอกประยุทธ์ ที่ได้เข้ามารับรู้ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จนต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยตัวเอง ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานโดยตรง แต่กลับวางเฉย ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนจริงๆ&amp;quot; นายเทพไท ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองไม่รู้ร้อน, น้ำมัน, บิ๊กตู่, สุพัฒนพงษ์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; เสนอรัฐบาลขุดแม่น้ำสายใหม่ แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า &amp;nbsp;ผมอยากจะรื้อฟื้นความจำ เมื่อวันที่12 พฤศจิกายน 2554 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ผมได้เสนอญัตติ และอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยการเสนอโครงการขุดคลอง หรือแม่น้ำสายใหม่ จากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ มาลงอ่าวไทย ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการเวนคืนที่ดินกว้าง 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อทำคลองระบายน้ำ กว้าง 300 เมตร และมีพื้นที่2ข้างคลอง กว้าง 100 - 350 เมตร เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อนำรายได้มาลงทุนในโครงการนี้ สามารถก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีตและมีประตูน้ำ ควบคุมการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท ระบุว่า ถ้ามีการก่อสร้างโครงการนี้ได้สำเร็จ ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ 6 ด้านคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นคลองระบายน้ำที่มีศักยภาพสูง แก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เป็นเมกะโปรเจค ก่อให้เกิดการสร้างงานอย่างมหาศาล เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก มีการจ้างงานในทุกสาขาอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะเป็นแหล่งน้ำสำคัญ เพื่อใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค และใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ร่วมกับกรมชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำ ที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า การลำเลียงขนส่งผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อมาส่งสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ สามารถก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีต ก็จะปรับใช้เป็นถนนกว้างขนาด 20 ช่องจราจร ในช่วงหน้าแล้งได้
&amp;nbsp;
6.สามารถพัฒนาพื้นที่2ข้างแม่น้ำสายใหม่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ พัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และสร้างทัศนียภาพ เป็นจุดแลนด์มาร์คระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าโครงการเกิดขึ้นได้จริง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขอเสนอให้รัฐบาลกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตใช้พระนามเป็นชื่อคลอง เพื่อใช้เรียกชื่อว่า คลองภูมิพล หรือแม่น้ำภูมิพล เพื่อเป็นสิริมงคลของประเทศ ผมจึงขอเสนอแนวความคิดนี้ ต่อรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่า ถ้าโครงการนี้มีความสำเร็จ จะสร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงมากที่สุด&amp;rdquo; นายเทพไท ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดคลอง, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135740379a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; โวยน้ำมันขึ้นราคามหาโหด จี้ รมว.พลังงาน สนใจปัญหาพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ก็จะเห็นการแชร์ข่าว ราคาน้ำมันขึ้นราคา จนเกิดการผวาไปตามๆกัน เพราะมีการขึ้นราคาน้ำมันเกือบทุกวัน สำหรับภายในเดือนนี้ มีการขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะวันเว้นวัน จนต้องควักกระเป๋าจ่ายค่านำ้มันเพิ่มขึ้นทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นการซ้ำเติมปัญหาค่าของชีพของประชาชน ในยามที่ต้องประสบกับปัญหาการระบาดของโควิด-19 ไม่มีรายได้ธุรกิจต้องหยุดกิจการ ตกงาน ถูกเลิกจ้าง สารพัดปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;quot;

&amp;quot;แม้ว่าในตอนนี้ผู้คนในสังคมจะให้ความสนใจกับข่าวการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และข่าวน้ำท่วมเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;จนทำให้ข่าวการขึ้นราคาน้ำมันขาดความสนใจ ไม่มีใครเหลียวแลก็ตาม ผมจึงขอใช้โอกาสนี้บอกกล่าวถึงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หันมาให้ความสนใจปัญหาน้ำมันขึ้นราคาอย่างมหาโหด โปรดได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนด้วย&amp;quot; นายเทพไท ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118360</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปัตย์, รมว.พลังงาน, ราคาน้ำมัน, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155930c7ada0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;จี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการรับมือพืชกระท่อมล้นตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ผู้ปลูกพืชกระท่อม ซึ่งส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ กับการที่รัฐสภาได้ออกกฏหมายปลดล็อคพืชกระท่อม ทำให้เกษตรกรมีอาชีพใหม่ เช่น การเพาะพันธุ์ ตอนกิ่ง จัดจำหน่ายพืชกระท่อมกันอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; มีเกษตรกรหลายราย มีอาชีพใหม่ ทำธุกิจเปิดขายใบกระท่อม และต้นกระท่อมไปทั่วประเทศ หลังจากนี้จะทำให้มีปริมาณพืชกระท่อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อปริมาณพืชกระท่อมล้นตลาดได้ จึงอยากจะให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือ เกี่ยวกับพืชกระท่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของเกษตรกร โดยการเร่งออกกฎหมาย พ.ร.บ.พืชกระท่อม และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการแปรรูป และนำพืชใบกระท่อมเป็นส่วนผสมของอาหาร ออกมาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลจะออกประกาศมีข้อกำหนดให้พืชกระท่อมใช้เพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการอนุญาต หรือส่งเสริมให้แปรรูป เป็นยาสมุนไพร เครื่องดื่มชูกำลัง หรือส่วนผสมของอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ ก็จะทำให้ปัญหาพืชกระท่อมล้นตลาด เกิดขึ้นเหมือนกับผลิตผลการเกษตรของเกษตรกรตัวอื่นๆตามมาอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117158</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, รัฐบาล, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121d3b6c99fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; เอือมท่านผู้ทรงเกียรติ ทำสภาล่ม 2 ครั้งติดต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ได้เห็นข่าวการประชุมรัฐสภาล่มถึง2ครั้งติดต่อกัน ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันนิติบัญญัติ และทำให้สมาชิกรัฐสภาขาดความเชื่อถือ และความมั่นจากพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ประชาชนได้เลือกตัวแทนของเขา คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา ควบคู่กับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน จึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติให้ดีที่สุด แต่ที่ผ่านมามีสมาชิกรัฐสภาบางส่วน ไม่เข้าร่วมการประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ และต้องปิดประชุมไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งครั้งล่าสุด คือเมื่อวานนี้ มีวาระการพิจารณากฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาของชาติ คือ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;.แต่กลับ ก็ไม่สามารถพิจารณาจนแล้วเสร็จได้ ยังต้องคาราคาซัง ค้างการพิจารณาต่อไป เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ถ้าหากองค์ประชุมครบ และมีการลงมติผ่านในวาระแรกไปแล้ว ช่วงปิดสมัยประชุมก็คงจะทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;.มีความคืบหน้าลุล่วงไปด้วยดี และเมื่อเปิดสมัยประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ก็สามารถนำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;.เข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อขอมติในวาระ3ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่น่าเสียดาย เมื่อสมาชิกรัฐสภาบางส่วน ขาดความรับผิดชอบ ไม่ตระหนักหนักถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความสำคัญของการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ไม่มีความคืบหน้า และต้องล่าช้าออกไปอย่างน่าเสียดาย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117086</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สภาล่ม, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_606140c1160ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; ชี้เปรี้ยงกติกาเลือกตั้งใหม่เสร็จ &#039;เพื่อไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ เฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์การเมืองหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุว่า หลังจากที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการใช้บัตรเลือกตั้งสองใบและมี ส.ส.ระบบเขต จำนวน 400 คน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 100 คนนั้น ยังเป็นที่ค้างคาใจ ของสมาชิกรัฐสภาบางส่วน บางพรรค บางกลุ่ม ที่อาจจะใช้สิทธิ์ยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถ้าหากมีคำวินิจฉัยว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะมีการบังคับใช้ในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีพรรคการเมือง ที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะมีดังนี้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่ได้ประโยชน์ จากกติกาใหม่นี้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมาการใช้บัตรใบเดียว ทำให้พรรคเพื่อไทยมีเฉพาะ ส.ส.ระบบเขตเท่านั้นไม่มี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเลย เมื่อแก้ไขกติกาใหม่ ก็จะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 30-40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคการเมืองใหญ่ ก็จริงแต่จะได้รับประโยชน์จากกติกาใหม่ไม่มากนัก เพราะการใช้กติกาเก่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ให้กับ พรรคพลังประชารัฐมากที่สุด เพราะสามารถเอาชนะในระบบเขตมาแล้ว และมี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากพอสมควรในการแก้กติกาใหม่ ไม่มีรับประกันว่า พรรคพลังประชารัฐ จะมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่อาจจะประเมินภายในพรรคว่า เมื่อตอนนี้เป็นพรรคขนาดใหญ่แล้ว ถ้าใช้กติกาเก่าอาจจะมีผลกระทบต่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเหมือนกับพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเจ้าของร่างแก้ไขธรรมนูญในครั้งนี้ ที่พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล แต่จะไม่มีได้รับประโยชน์จากกติกาใหม่มากนัก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ จะเลือกตั้งในระบบบัตร 2 ใบหรือบัตรใบเดียว ก็จะไม่มีผลกระทบต่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากนัก เพราะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ มีฐานเสียงค่อนข้างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคการเมือง ที่เน้นตัวผู้สมัครระบบเขตเป็นหลัก ทำให้คะแนนของพรรคมีน้อย ถ้าใช้ระบบบัตรใบเดียว ก็จะมีคะแนนจากผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต มารวมกัน ทำให้มี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากขึ้นตามมาด้วย แต่เมื่อกติกาใหม่เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็จะมีผลกระทบต่อจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. พรรคก้าวไกล ในกติกาใหม่ ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า จะเป็นผลดี หรือผลเสียกับพรรคก้าวไกล เพราะพรรคก้าวไกลมุ่งเน้นสร้างกระแสพรรคเป็นหลัก ถ้าประชาชนศรัทธาในแนวทางของพรรคก้าวไกล จะทำให้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากขึ้นโดยปริยาย เพราะ ส.ส.ระบบเขต จะเป็นคนหน้าใหม่ มีโอกาสได้รับเลือกตั้งน้อย เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะไม่เสียเปรียบในกติกาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พรรคการเมืองขนาดเล็ก จะมีผลกระทบโดยตรง ต่อจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออย่างแน่นอน ถ้าหากออกระเบียบใช้เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ในการคิดจำนวนระบบบัญชีรายชื่อด้วย ยิ่งทำให้ ส.ส.ปัดเศษ หรือมีคะแนนรวมไม่ถึงเกณฑ์ จะไม่มีที่นั่งของ ส.ส.ในสภาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. พรรคการเมืองตั้งใหม่ จะมีฐานคะแนนของพรรคน้อย จะมีโอกาสได้ ส.ส.ระบบเขต ที่มีตัวผู้สมัครโดดเด่นเท่านั้นส่วนคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จะมีจำนวนน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการแก้กติกาการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญ ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และมีวิธีการคิดจำนวนที่นั่ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ ปี2540 ย่อมมีผลการได้เปรียบ เสียเปรียบในระหว่างพรรคการเมืองต่างๆเกิดขึ้นแน่อน แต่ถ้ามีการใช้ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ แต่ใช้วิธีคิดจำนวนที่นั่งสัดส่วนผสม เหมือนรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ก็จะไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกติกาการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญเปลี่ยนใหม่ ทำให้ทฤษฎีแตกแบงก์ย่อย หรือตั้งพรรคสาขาหมดไป ดังนั้น แนวโน้มและสถานการณ์การเมืองของพรรคการเมืองแต่ละพรรค ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคใดได้ พรรคใดเสีย ก็น่าจะพอมองเห็นอนาคตกันบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116348</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, เทพไท เสนพงศ์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60863f9f9b621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
