<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เมิน&#039;เทพไท&#039;อยากยื่นยุบพปชร.ก็ยื่นไป เป็นเรื่องของคนๆเดียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;16 มี.ค.64- &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายเทพไท เสนพงษ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐว่า ก็ยื่นไป อยากยื่นก็ยื่นไป &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นการแก้แค้นที่พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้งซ่อมที่จ.นครศรีธรรมราช เบียดกับพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไปแก้แค้นอะไร ก็รู้กันอยู่แล้วว่าแพ้ ชนะ เป็นเรื่องของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่านายเทพไท ย้อนคำพูดของพล.อ.ประวิตร ด้วยที่เคยบอกว่าประชาธิปไตยต้องมาก่อนมารยาท พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ใช่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯยืนยันว่า &amp;ldquo;ไม่มีๆ ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของคนคนเดียว ที่ไม่มีความคิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าได้คุยเรื่องนี้กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือยัง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า &amp;nbsp;โอ้ย ไม่มีอะไร ตนคุยกันเรียบร้อยดี เมื่อถามว่าแล้วพรรคพลังประชารัฐได้ไปใส่ร้ายตามที่เขากล่าวหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;nbsp;ใส่ร้ายเรื่องอะไร ตนจะไปรู้ได้อย่างไร ใครไปใส่ร้ายใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าหากมีการเลือกตั้งซ่อมครั้งต่อไปในภาคใต้พรรคพลังประชารัฐจะส่งคนลงแข่งหรือไม่ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ แล้วแต่ผม แล้วแต่พรรค ไม่รู้ๆๆ ถามอะไรก็ไม่รู้ ถามข้างหน้าเรื่อยเลย&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุบพปชร., เทพไท เสนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efaad7c1d157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; ร่ายยาวโต้ทุกดอกก่อนขอหย่าศึก &#039;เทพไท&#039; อย่าใช้น้ำลายทำลายคนเห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพาดพิงให้ได้รับความเสียหายว่า จริงๆ แล้วตนไม่อยากจะตอบโต้นายเทพไท เพราะถึงแม้ตนจะเป็นนักการเมืองตัวเล็กๆ ไม่มีอำนาจบารมีคับเมืองเหมือนนายเทพไท แต่ตนก็ตั้งใจที่จะทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชน เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทราบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำหน้าที่ปกป้องส่วนได้ส่วนเสียของพรรคเท่านั้น อะไรที่พาดพิงตนให้เสียหายก็พยายามจะไม่สนใจ แต่เมื่อนายเทพไทพาดพิงตนให้ได้รับความเสียหายเป็นข้อๆ ก็คงต้องขอชี้แจงเป็นข้อๆ เช่นกันว่า 1.นายเทพไทระบุว่า ชี้แจงแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เพราะตนเป็นมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น&amp;nbsp;นายเทพไทน่าจะอ่านภาษาไทยไม่แตก เพราะนายอภิสิทธิ์พาดพิงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ตนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐย่อมต้องออกมาปกป้องเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิดเป็นธรรมดา จึงเหมือนว่านายเทพไทเอานายอภิสิทธิ์มาอ้างเพื่อจะได้พ่นน้ำลายไปเรื่อยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายเทพไทระบุว่ารักษามารยาทในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และไม่มีอคติต่อพล.อ.ประยุทธ์นั้น เรื่องนี้คงไม่ต้องรอให้นายเทพไทชี้แจง เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายเทพไทมันฟ้องตัวมันเองได้ดีอยู่แล้วว่า นายเทพไทรักษามารยาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้ดีขนาดไหน ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ถึงได้ตักเตือนอยู่หลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า 3.นายเทพไทยอมรับว่าได้เป็นส.ส.เพราะสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และรักษาอุดมการณ์พรรคอย่างเคร่งครัดนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่ยอมรับความจริงว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ช่วยให้ได้เป็น ส.ส. แต่รักษาอุดมการณ์พรรคอย่างเคร่งครัดนั้น ตนไม่แน่ใจ เพราะที่ผ่านมาแทบไม่เห็นข่าวว่ามีคนของพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะเห็นก็แต่ข่าวการทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กล่าวหาว่าตนไปจำคำพังเพยใครมาเหน็บแนมคนอื่นนั้น ถ้านายเทพไทยังหยิบคำพังเพย มวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย มักพูดอยู่บ่อยๆ มาใช้ได้ ก็ไม่ควรที่จะกล้ากล่าวหาคนอื่น 5.ไม่จำเป็นต้องโฆษณาผลงาน เพราะคนนครศรีธรรมราชรู้ดีนั้น น่าจะเป็นความจริง ทั้งการเสนอย้ายอนุสาวรีย์วีรไท หรืออนุสาวรีย์พ่อจ่าดำ หรือเสนอย้ายหอจดหมายเหตุ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คนนครศรีธรรมราชจำได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เรื่องคดีความนายเทพไทนั้นอย่าเบี่ยงเบนประเด็น เพราะที่ตนพูดคือ สุดท้ายได้ขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ และเป็นเรื่องจริงที่คนเป็นนักการเมืองย่อมมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นคดีความที่เกิดจากการตรวจสอบการทุจริตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เกิดจากการปากพร่อยหมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวด้วยว่า 7.ทฤษฎีเห็บหมานั้น นายเทพไทเองไม่ใช่หรือที่หยิบยกมาเปรียบเทียบพาดพิงตน ซึ่งตนก็บอกให้นายเทพไทเก็บไว้ใช้เอง ไม่ได้พาดพิงเรื่องกลุ่มก๊วนหรือมุ้งอะไรในพรรคประชาธิปัตย์เลย ส่วนที่บอกว่าจะอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวนั้น นายเทพไทย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า ทำไมถึงต้องขออยู่กับพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ที่บอกว่าตนถูกปลดจากโฆษกพรรคนั้นก็ไม่เป็นความจริง แต่ตนแสดงสปิริตเอง เพราะตนรู้จักพอ ไม่เหมือนคนบางคนที่อยากเป็นรัฐมนตรีจนตัวสั่น แต่เมื่อไม่ได้ก็พาลดิสเครดิตพล.อ.ประยุทธ์รายวัน และที่บอกว่าตนทิ้ง 4 กุมารกลับไปหากลุ่มสามมิตรนั้น ต้องขอบอกนายเทพไทว่า คนอย่างตนมีศักดิ์ศรี เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ไม่เคยทิ้งใคร ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และที่ผ่านมามีแต่ผู้ใหญ่เมตตาตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับนายเทพไทยให้เสียเวลาอีก เพราะชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์อะไร นายเทพไทมีความรู้ความสามารถ ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนจะดีกว่า ไม่ได้ใช้เพื่อทำลายคนเห็นต่างหรือทำลายนักการเมืองรุ่นน้องเพียงแค่เขาไม่ยอมศิโรราบทางความคิดให้ เปิดใจให้กว้าง ใจนักเลง เพื่อเป็นส.ส.แบบอย่างที่ดีให้กับนักการเมืองรุ่นหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้ายตนขอยกคำสอนของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร เตือนสติว่า การยกโทษ อาจดูเหมือนเราโง่ เหมือนเราแพ้ เหมือนเรายอม แล้วเขากำเริบ เราเสียเปรียบ ความจริงไม่ใช่ เรากำลังบำเพ็ญบารมีขั้นสูงคืออภัยทาน อันเป็นทานบารมีอันสูงสุด อภัยทานคือคำสอนของพระพุทธเจ้า&amp;nbsp;หวังว่านายเทพไทจะเข้าใจและจบเพียงแค่นี้&amp;quot;นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, เทพไท เสนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d58081ae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.โอดมีโกงให้ร้องเรียน &#039;เทพไท&#039;ชงรัฐบาลแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แสวง บุญมี&amp;rdquo; รองเลขาธิการ กกต.สุดทน โพสต์เฟซบุ๊กระบายที่สุดของการเลือกตั้ง 24 &amp;nbsp;มี.ค. ชี้มีระบบป้องกันโกงดีที่สุดในระดับโลก และยังมีคนจ้องการหย่อนบัตรกว่า 1 ล้าน ข้องใจไม่สุจริตและเที่ยงธรรมแต่มีเรื่องร้องเรียนแค่ระดับร้อย ซ้ำร้ายเอาข่าวโซเชียลมาใส่ร้ายแต่ไม่กล้าบอกชื่อ &amp;ldquo;อ๋อย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โผล่ยก 12 เหตุผลไม่ไว้วางใจ กกต. ไล่ตั้งแต่ที่มาจนถึงการค้าความ &amp;quot;สมชัย&amp;quot; โชว์กึ๋นอดีต กกต.บอกมีแค่ 14 พรรคได้ปาร์ตี้ลิสต์ &amp;ldquo;เทพไท&amp;rdquo; มาแปลกชงรัฐบาลแห่งชาติ ดันนายหัวชวนคุม ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 8 เม.ย. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อภาคสอง &amp;ldquo;ที่สุดแห่งการเลือกตั้ง : กกต.จัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใสจริงหรือ&amp;rdquo; ไล่เป็นข้อๆ &amp;nbsp;คือ 1.ระบบที่ป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งที่ดีที่สุด ตั้งแต่กระบวนการพิมพ์บัตร ขนหีบบัตร การจ่ายบัตร การเก็บรักษาบัตร การลงคะแนน และการนับคะแนน อาจกล่าวได้ว่าระบบการเลือกตั้งของไทยมีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกเท่าที่เปรียบเทียบกับประเทศอื่น 2.มีผู้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากที่สุด &amp;nbsp;มีกรรมการเขตทุกเขตเลือกตั้ง 350 เขต มีกรรมการประจำหน่วย กปน.ทุกหน่วยเลือกตั้งกว่า 92,300 &amp;nbsp;หน่วย ยังมีลูกเสืออาสา กกต. ผู้สังเกตการณ์ การเลือกตั้งของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ผู้สื่อข่าว &amp;nbsp;องค์กรตรวจสอบการเลือกตั้งทั้งจากในและนอกประเทศรวมกว่า 1 ล้านคน&amp;nbsp;
3.มีขั้นตอนในการเลือกตั้งที่สลับซับซ้อนที่สุด ต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 350 แบบ 4.ให้เวลาลงคะแนนมากที่สุด โดยให้เพิ่มอีก 2 ชั่วโมงจากเคยปิดหีบเวลา 15.00 น. เป็น 17.00 น. 5.มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด คือ 51 ล้านคน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 6.มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด ทั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้าและในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 กว่า 79% มากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมานับแต่มีรัฐธรรมนูญ 2540 7.มีผู้สมัครและพรรคการเมืองส่งผู้สมัครมากที่สุด โดยมี 81 &amp;nbsp;พรรคการเมือง ผู้สมัครกว่า 12,000 คน จากที่เคยส่งผู้สมัคร 2,000-3,000 คน มีพรรคการเมืองส่งแค่ &amp;nbsp;20-30 พรรคการเมืองด้วย
8.มีขั้นตอนการประกาศผลที่มากที่สุด 9.มีการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่สลับซับซ้อนที่สุด เพราะตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดวิธีคำนวณต่างจาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับก่อนๆ เป็นอย่างมาก 10.มีจำนวนเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะเดิมจะมีเรื่องร้องคัดค้านเป็นหลักพันหรือหลายพันเรื่อง แต่ครั้งนี้มีแค่หลักร้อยเท่านั้นเอง และ 11.มีการกล่าวหา กกต.โดยไม่มีข้อเท็จจริงมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีการตั้งข้อสงสัย พยายามกล่าวหา กกต.ว่าจัดการเลือกตั้งไม่โปรงใส โดยมีความพยายามทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเลือกตั้ง แต่ กกต.ก็ชี้แจงที่มาที่ไปได้ทุกเรื่อง และส่วนมากการกล่าวหาก็ไม่ปรากฏนามผู้กล่าวหา เป็นการกล่าวหาในโซเชียล และได้นำข้อกล่าวหาตามโซเซียลมาใช้ประโยชน์ในการอื่น &amp;nbsp;ถ้ามีหลักฐานอยู่บ้างตามที่กล่าวหา กกต.คงอยู่ไม่ได้แล้ว โดยหากมีหลักฐานว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมก็ชอบที่จะยื่นเรื่องให้ กกต.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จะได้ร่วมมือกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ไม่ใช่นำข้อสงสัยดังกล่าวมากล่าวหา กกต.เองทั้งที่ปราศจากมูลความจริง&amp;rdquo; นายแสวงโพสต์ทิ้งท้าย
ยก 12 เหตุผลไม่ไว้ใจ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันในหัวข้อ &amp;quot;เหตุใด กกต.จึงไม่เป็นที่เชื่อถือของสังคม&amp;quot; โดยได้ยกเป็นข้อๆ เช่นกันว่า 1.กกต.ชุดนี้มีที่มาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่มาโดยการแทรกแซงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2.มักมีข่าวทำนองว่าผู้นำ คสช.และผู้นำรัฐบาลมอบเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ กกต.ไปทำอยู่บ่อยๆ กกต.ก็ไม่เคยทักท้วงว่ามอบไม่ได้ สั่งไม่ได้ เท่ากับยอมรับว่าพร้อมทำตามคำสั่งของ คสช.และรัฐบาล 3.ที่ผ่านมา คสช.ได้ออกคำสั่งที่มีผลแก้กฎหมายเกี่ยวกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส.หลายครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ให้คุณและโทษแก่พรรคการเมืองอย่างไม่เท่าเทียมกัน แต่ กกต.ไม่เคยทักท้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.คสช.สั่งให้แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่อย่างกะทันหัน กกต.ก็ดำเนินการตามสั่งไปอย่างไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์ 5.กกต.ออกระเบียบว่าด้วยการจัดรายการที่เกี่ยวกับการหาเสียงทางสื่อต่างๆ ที่กลายเป็นข้อจำกัดทำให้สื่อต่างๆ ไม่กล้าจัดรายการกันเสียเป็นส่วนใหญ่ 6.รัฐบาลใช้งบประมาณแจกจ่ายในโครงการต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองอย่างชัดเจน แต่ กกต.ไม่เคยทักท้วง เมื่อมีคนร้องเรียนหรือวิพากษ์วิจารณ์ กกต.ก็ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นตรวจสอบ 7.มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีพรรคการเมืองจัดงานเลี้ยงหาเงินสนับสนุนพรรค โดยมีข้อร้องเรียนว่ามีรัฐวิสาหกิจร่วมบริจาคด้วย ซึ่ง กกต.ตรวจสอบแล้วสรุปว่าไม่ผิด เนื่องจากไม่มีชาวต่างชาติบริจาคซึ่งไม่ตรงประเด็นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ระหว่างหาเสียงมีรองนายกฯ บางคนพูดในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ อธิบายถึงความจำเป็นที่นายกฯ ต้องเป็นนายกฯ ต่อไป เท่ากับวางตัวไม่เป็นกลาง กกต.ก็ไม่ได้ตรวจสอบ 9.ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง มีนักการเมืองเสนอนโยบายลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นสิทธิ์โดยชอบ ผู้บัญชาการทหารบกออกมาไล่ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่เป็นกลางทางการเมือง กกต.ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ 10.กกต.เปิดเผยผลการเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้งล่าช้าผิดปรกติ &amp;nbsp;จนบัดนี้ กกต.ก็ยังชี้แจงเรื่องนี้ไม่ได้ 11.หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้ว กกต.ยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจะคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองด้วยหลักเกณฑ์วิธีการอย่างไร และ 12.กกต.กำลังวางตัวเป็นผู้ที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ ทั้งๆ ที่ กกต.เป็นองค์กรของรัฐที่พึงถูกตรวจสอบได้ แต่กลับเที่ยวไล่ดำเนินคดีกับผู้ที่ตำหนิติชมการทำงานของ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แค่นี้ก็น่าจะพอที่จะแสดงว่า กกต.ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ และ กกต.ควรรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์และรับไปปรับปรุงตนเอง ดีกว่าจะไปเที่ยวดำเนินคดีกับใครๆ และอยากย้ำว่าเนื่องจากกฎกติกาที่เขียนไว้ให้ผู้นำ คสช.ได้เปรียบในการตั้งรัฐบาล แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาแล้วยังไม่มีความชัดเจนว่าใครสามารถตั้งรัฐบาลได้ บทบาท กกต.จึงเป็นเรื่องสำคัญ สังคมจึงอยากเห็นการทำงานของ กกต.ที่โปร่งใสและเป็นกลาง ซึ่ง กกต.ควรพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ&amp;rdquo; นายจาตุรนต์โพสต์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) &amp;nbsp;ได้แถลงถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามขั้นตอนของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 &amp;nbsp;ตั้งแต่ (1) ถึง (7) ว่า การคำนวณต้องยึดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ซึ่งสูตรที่คำนวณได้แตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
ชี้ 14 พรรคได้ปาร์ตี้ลิสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สูตรผมจะมีพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 พรรค แต่ต้องตัดพรรคเพื่อไทยออก เนื่องจากได้ ส.ส.เขต 137 คน เกินกว่า ส.ส.พึงมี 111 คน และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส.พึงมีที่ 6.8316 แต่ได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน จึงเท่ากับเหลือพรรคการเมืองที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 14 พรรคการเมือง&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าวและว่า เมื่อนำมาปรับสัดส่วน 150 คนแล้ว &amp;nbsp;14 พรรคจะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนี้ พรรคพลังประชารัฐ 21 คน, พรรคอนาคตใหม่ 56 &amp;nbsp;คน, พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน, พรรคภูมิใจไทย 13 คน, พรรคเสรีรวมไทย 11 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน, &amp;nbsp;พรรคชาติพัฒนา 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวว่าจะนำสูตรคำนวณนี้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนจะถึงวันที่ 9 พ.ค.ที่ กกต.ต้องประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 95% จึงอยากให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญมาก็ยินดี และสุดท้ายเมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนค่อยตัดสินใจว่าสูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้เอาการติดยึดกับประโยคที่บอกว่าถูกแล้วออกไปจากหัวก่อน ไม่อยากให้ กกต.ติดยึดสิ่งที่เคยเผยแพร่ไป ควรเปิดกว้างรับฟังก่อน ไม่มีใครกดดัน กกต. ท่านต้องตัดสินใจเองว่าจะเลือกใช้สูตรใดและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจด้วย เพราะหากคำนวณผิดก็ถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการบกพร่องที่เจตนาหรือไม่เจตนาต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง หากบกพร่องโดยตั้งใจทั้งๆ ที่สังคมพยายามสะท้อนถึง กกต.แล้วก็ต้องรับผลที่ตามมา&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าวและว่า หากคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อผิดก็ไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะสามารถแก้ไขผลลัพธ์ให้ถูกต้องได้ ส่วนข้อเสนอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น เห็นว่าก่อนวันที่ 9 พ.ค.ไม่มีช่องทางส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ กกต.ต้องตัดสินใจเอง อยากให้ กกต.ยึดหลักไม่มีเขา ไม่มีเรา ไม่มีหน้าตาที่ต้องเสีย แต่ต้องให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ &amp;nbsp;อย่าติดยึดเรื่องการเสียหน้า เมื่อผิดก็แก้ไข เชื่อว่าสังคมเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จะนำเรื่องการคำนวณ ส.ส.ของ กกต.ที่ระบุว่าจะมีพรรคอย่างน้อย 25 พรรคได้ปาร์ตี้ลิสต์เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 10 เม.ย. เพราะเห็นว่าวิธีการคำนวณของ กกต.น่าจะคลาดเคลื่อนจากรัฐธรรมนูญกำหนด โดยหากที่ประชุมเห็นตรงกันจะทำหนังสือยื่นคัดต้าน กกต.อย่างเป็นทางการ ซึ่งถ้า กกต.ยังฝืนจะทำก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช.กล่าวว่า ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 11.00 น.จะเข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาและเสนอความเห็นไปยังศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.62 เป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ามีหลายประแด็นที่ยังสับสนหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งเรื่องการนับคะแนน 100% ที่ กกต.ประกาศแต่ละครั้งไม่ตรงกัน, การไม่นำบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์มานับรวม และการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงมีกลุ่มนักศึกษา มข.และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ในนามเครือข่ายนักศึกษาติดตามการเลือกตั้ง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์และจัดเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;บัตรเขย่ง เราขยับ&amp;rdquo; เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง
ชงปลุกนายหัวชวนคัมแบ็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงษ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ทางการเมืองและทางออกของประเทศว่า วันนี้ยังไม่มีการประชุม ส.ส.เพราะยังไม่มีการรับรอง ส.ส. จึงยังไม่มีมติใดๆ ทั้งนี้มีทางออก 3 ทาง คือ 1.เมื่อสองขั้วการเมือง คือขั้วสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ กับขั้วพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ในที่สุดจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อความปรองดอง ซึ่งคนที่จะเป็นนายกฯ ไม่ควรเป็น พล.อ.ประยุทธ์เพราะเป็นคู่ขัดแย้ง โดยต้องเป็นคนกลางที่ทุกพรรคทุกฝ่ายยอมรับ โดยนายกฯ เฉพาะกิจมีกำหนดเวลา 2 ปีพร้อมภารกิจว่าต้องทำอะไรบ้างที่เป็นเรื่องเร่งด่วน จากนั้นก็ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนใหม่โดยไปสู่การเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวอีกว่า 2.เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อเช่นนี้ ไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาลหรือยังหาข้อยุติไม่ได้ &amp;nbsp;คสช.อาจใช้มาตรา 44 ยกเลิกการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งใหม่ และ 3.ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มองว่าการใช้มาตรา 44 ทำให้ คสช.เปลืองตัวหรือมีข้อครหาจากฝ่ายต่างๆ ก็ให้ใครไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาการเลือกตั้ง 24 มี.ค.มีเหตุอันควรเป็นโมฆะหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์การเมืองตอนนี้ออกได้ 3 หน้า หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จะมีปัญหามาก เพราะแม้เอาพรรค ปชป.ไปร่วมรัฐบาล แต่ก็ไม่สามารถรวบรวม ส.ส.ได้ครบ 250 เสียงหรือครึ่งหนึ่งของสภาล่าง จะทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ได้ ขณะที่ขั้วเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลต้องไปรวบรวม 375 เสียงให้ได้ ซึ่งแม้รวมพรรค ปชป.เสียงก็ปริ่มน้ำทั้งสองข้าง จึงเกิดเดดล็อกหรือทางตันทางการเมือง&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทยังกล่าวถึงท่าทีหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า มีผู้เสนอตัวและผู้ถูกกล่าวถึงอย่างน้อย 3 คน คือ 1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้า 2.นายกรณ์ จาติกวนิช รักษาการหัวหน้าพรรค และ 3.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตประธานกรรมการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งทั้ง 3 คนมีความสามารถคนละรูปแบบ นายจุรินทร์แหลมคมทางการเมือง นายกรณ์มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ และนายอภิรักษ์มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง จึงขอเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะสถานการณ์พรรคขณะนี้ไม่ต่างกับสถานการณ์การเมืองของประเทศเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนเปรียบเทียบนายชวนกับมหาเธร์ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่มีอายุ 92 ปียังกลับมาเป็นนายกฯ ได้ แต่นายชวนอายุแค่ 82 ปีถือว่าเหมาะสม หากท่านกลับมาจะเรียกศรัทธาทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น เมื่อพรรครวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วค่อยหาหัวหน้าพรรคคนใหม่เพื่อต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าต่อไป&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33227</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พรรคไทยรักษาชาติ, ภูมิธรรม เวชยชัย, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab5a15ad898.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ยอม!&#039;ยิ่งลักษณ์&#039; สั่งทนายบี้ &#039;ศิริโชค&#039; คงโพสต์ขอโทษจนถึงวันพิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61 - นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเจรจาเพื่อถอนคำฟ้องฏีกาในคดีหมิ่นประมาทโฟร์ซีซั่นส์และนำมาซึ่งการหารือกันระหว่างทีมทนายกับจำเลยว่า จำเลยทั้ง 3 คน คือนายศิริโชค โสภา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต และนายเทพไท เสนพงษ์ ได้ติดต่อผ่านนายวัฒนา เมืองสุข ขอให้โจทก์ยื่นคำร้องถอนฏีกาในคดีหมิ่นประมาทที่จำเลยทั้ง 3 ถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่ามีความผิดจริงตามฟ้อง สั่งลงโทษจำคุกและปรับ โดยจำเลยทั้ง 3 ได้สำนึกผิดในการกระทำที่เกิดขึ้น และขออภัยต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่5 ต.ค. นายศิริโชค โสภา จำเลยที่ 2 ได้เป็นตัวแทนจำเลยอีก 2 คน โพสต์ข้อความเป็นจดหมายเปิดผนึกแสดงความสำนึกผิดและขออภัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านเฟสบุ๊กของนายศิริโชคเป็นระยะเวลา 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คดีดังกล่าวอดีตนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อความเป็นธรรมและเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีส่วนบุคคล เมื่อศาลพิจารณาข้อเท็จจริงตัดสินว่า การกระทำของจำเลยมีความผิดจริง แล้วจำเลยมาขอโทษด้วยความสำนึกผิดจริง พร้อมกับขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีให้อภัยต่อจำเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมจะให้อภัย และไม่ปรารถนาที่จะเห็นครอบครัวของจำเลยทั้ง 3 ต้องเผชิญกับความทุกข์ ดั่งที่เราได้เห็นจากกรณีที่นักโทษทางการเมืองหลายคนได้รับไปก่อนหน้านี้ แม้แต่ตัวท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวเองก็ได้รับผลกระทบและได้รับความทุกข์ที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวด้วยเหตุทางการเมือง&amp;rdquo;นายนรวิชญ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรวิชญ์กล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวในการเจรจาในวันนี้ทางทนายประกอบไปด้วยตน กับนายสมหมาย กู้ทรัพย์จึงต้องการให้จำเลยคงข้อความขอโทษผ่านเฟซบุ๊กของจำเลยที่ 2 จนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาของวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจของจำเลยทั้งสามว่ามีความสำนึกผิดและมีเจตนาที่จะให้โจทก์ให้อภัยต่อจำเลยทั้งสามอย่างแท้จริงในส่วนขั้นตอนการดำเนินการถอนคำร้องฏีกาหลังจากได้มีการหารือและเซ็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วทางทนายความจะได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอถอนฏีกา ภายในวันที่ 19 ต.ค. ต่อไปทั้งนี้ทั้งนั้นการดำเนินการหลังจากยื่นจะขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของทางศาลในการพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, ยิ่งลักษณ์, ศิริโชค โสภา, สายล่อฟ้า, เทพไท เสนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb2eed50e94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
