<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลในฐานะ Start-up Nation</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไปตระเวนประเทศอิสราเอลมาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปเมืองหลวงเยรูซาเลม (เมืองศักดิ์สิทธิ์ของโลกสำหรับคริสต์, มุสลิมและยิว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปท่องเทล อาวิฟ ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการพาณิชย์ และปักหลักหลายวันที่เมืองไฮฟา เมืองทางเหนือสุดของประเทศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ประกาศตนเป็น &amp;ldquo;ฮับแห่งนวัตกรรม&amp;rdquo; ของประเทศ และมีความประสงค์จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ของโลกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางครั้งนี้ผมได้รับเชิญโดยท่านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ท่าน Meir Shlomo ให้ไปร่วมคณะกับผู้ประกอบการสตาร์ทอัฟจาก 10 ประเทศเพื่อไปเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนและองค์กรของอิสราเอลที่มีส่วนทำให้ประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่มีจำนวน startups มากที่สุดในโลก...หากวัดต่อตารางเมตรหรือรายได้ต่อหัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีผู้ได้รางวัลโนเบลสูงสุดของโลก...หากวัดรายได้ต่อหัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งประเทศ อิสราเอลมีผู้ชนะรางวัลโนเบล 12 คน เฉพาะที่ไฮฟาที่มีประชากรประมาณ 300,000 คนแห่งเดียวมีถึง 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้นั่งตั้งวงกับศาสตราจารย์, นักวิจัย, นักศึกษาและนักนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย Technion หรือชื่อเต็ม Israel Institute of Technology และ University of Haifa ที่นั่น จึงเริ่มจะเข้าใจว่าทำไมอิสราเอลจึงมีความโดดเด่นทางด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรมระดับสากลอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานที่ผมได้รับเชิญมีชื่อ Start Haifa 2-6.12.18 อันเป็นการระดมให้ผู้ทำ startups ในประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลอิสราเอลจัดให้มีการประกวด คนที่ได้รางวัลชนะเลิศได้รับเชิญมาร่วมงานนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจะได้ร่วมพบปะเรียนรู้จากส่วนต่างๆ ของไฮฟาที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ecosystem หรือระบบและสิ่งแวดล้อมทุกๆ ด้านที่เอื้อต่อการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะกระโจนลงมาก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เปลี่ยนโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชิญสื่อของบางประเทศไปร่วมเพื่อจะได้ตั้งคำถามและขับเคลื่อนความคิดอ่านไปข้างหน้าด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้มาจากหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, อุรุกวัย, เบลเยียม, อินเดีย, กรีซ, ฟิลิปปินส์, อาร์เจนตินา, ยูเครน, อุซเบกิสถาน และเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผม นี่คือโอกาสที่ผมจะได้ถามไถ่หาคำตอบว่าอิสราเอลสร้างชาติมาด้วยนวัตกรรมได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบการศึกษาของเขาเป็นเช่นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมสถาบันทหารของเขากลายเป็นที่สร้างนวัตกรรมและส่งเสริมให้คนกล้าตั้งคำถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ, มีพื้นที่จำกัด, มีภัยรอบด้าน, ศัตรูรอบตัว, เพิ่งประกาศตั้งเป็นรัฐเมื่อ 70 ปีก่อนจึงสามารถสร้างประเทศให้อยู่แนวหน้าด้านเศรษฐกิจ, วิทยาศาสตร์และการทหารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้อ่านหนังสือ Startup Nation : The Story of Israel&amp;rsquo;s Economic Miracle และ Technion Nation : &amp;nbsp;Technion&amp;rsquo;s Contribution to Israel and the World ย่อมจะต้องการลงพื้นที่เพื่อเจาะลึกลงไปถึง &amp;ldquo;เคล็ดลับ&amp;rdquo; และจุดแข็งจุดอ่อนของประเทศนี้เพื่อประกอบความเข้าใจต่อโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลึกๆ แล้วผมหวังว่าบทเรียนที่ได้จากการเสวนากับคนในวงการต่างๆ ของอิสราเอลจะช่วยเตือนสติคนไทยว่าเราต้องทำอะไรเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างคนให้ได้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลเช่นนี้ได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าไม่มีสองประเทศใดมีความเหมือนและต่างไปในแนวทางเดียวกันได้ แต่หากประเทศที่มีประชากรเพียง 9 ล้านคน มีประวัติศาสตร์หลายพันปี แต่เพิ่งตั้งเป็นรัฐของตัวเองได้เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางภัยคุกคามที่วี่วันสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ถึงชั้นนี้ ก็น่าจะทำคนไทยได้เรียนรู้จากเขาไม่น้อยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อแรกที่ผมได้รับทราบเกือบจะทันทีที่ก้าวลงสู่สนามบินเทล อาวิฟ ก็คือว่าคนอิสราเอลรู้จักประเทศไทยอย่างดียิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนที่นี่บอกผมว่า &amp;ldquo;คนอิสราเอลกว่าครึ่งประเทศไทยไปเมืองไทยแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคนหนึ่งบอกผมทีเล่นทีจริงว่า &amp;ldquo;คุณจะไม่เจอคนอิสราเอลที่ไม่เคยไปประเทศไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อชาวยิวอีกคนหนึ่งแจ้งกับผมว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หนุ่มสาวอิสราเอลส่วนใหญ่ เมื่อออกจากการเป็นทหารสองปีก็จะคิดไปประเทศไทยเพื่อพักผ่อนก่อนจะกลับบ้านมาทำงานทำการอย่างเป็นเรื่องเป็นราว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรู้สึกผูกพันระหว่างคนอิสราเอลต่อประเทศไทยจึงค่อนข้างเหนียวแน่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ผมจะเขียนในคอลัมน์นี้ต่อไปจึงเป็นบางส่วนบางบทที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศนี้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยในหลายๆ มิติด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24902</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, อิสราเอล, เทล อาวิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
