<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; www.thaipost.net &amp;quot;ปัจจุบันแม้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่สถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วง มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ไทยเองแม้จะประสบความสำเร็จแต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง การผ่อนคลายต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ต้องการให้การติดเชื้อระลอกสอง ด้วยเหตุผลความจำเป็น ทุกหน่วยจึงเห็นพ้องต้องกันให้ขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือนเพื่อให้ครอบคลุมห้วงระยะเวลาเดือน มิ.ย.ทั้งเดือน&amp;quot; พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. ยันชั่งน้ำหนักทุกมิติแล้ว โดยยึดข้อมูลด้านสาธารณสุขเป็นหลัก เล่นเอาหงายเงิบผิดคาดไปตามๆ กัน เพราะก่อนหน้านี้ เลขาฯ สมช.เคยยอมรับกับสื่อที่ถามว่าสิ้นเดือน พ.ค.นี้ก็มีแนวโน้มยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเอ่ยปากเองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนก็เป็นสิ่งมองข้ามไม่ได้ แต่ที่แปลกคือการประชุมครั้งนี้ไม่ยักพูดถึงโพล ทั้งที่การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่หมดอายุลงวันที่ 30 เม.ย. กลับยกผลสำรวจประชาชนมาเป็นเหตุผลสนับสนุน แต่ก็ไม่แปลกใจนักถ้าดูจากผลโพลที่ออกมาในช่วงนี้ อย่างนิด้าโพล เสียงส่วนใหญ่เกือบ 36% เห็นด้วยให้ยกเลิก แว่วมาว่าฝ่ายมั่นคงตั้งธงไว้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องขยายเวลาต่อไปอีก ถึงแม้สถานการณ์โควิดเวลานี้ตัวเลขติดเชื้อจะดีมีแค่หลักหน่วย แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพียงแต่จะยืดไปนานแค่ไหนเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ เล่นเอาขาประจำ &amp;quot;วัฒนา เมืองสุข&amp;quot; ปรี๊ด ประชาชนต้องทนอยู่กับรัฐบาลโง่เป็นพิเศษ! ฉะรัฐบาลฉวยโอกาสปิดประเทศต่อเพราะกลัวคนไล่ อันนี้แค่น้ำจิ้มของแกนนำเพื่อไทยที่อยู่นอกสภา อีก 5 วันสภาก็จะกลับมาเปิดฉากอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังปิดไปเกือบ 3 เดือน เชื่อขนมกินได้เลยว่าประเด็น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นหนึ่งในเรื่องหลักที่ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละในการอภิปรายพระราชกำหนดกู้เงิน 3 ฉบับแน่ๆ งานนี้เรียงคิวกันขย่ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แน่ ยิ่งเตะฝุ่นกันมาหลายเดือนตั้งแต่โควิดระบาดหนัก ก็ไม่เหลือที่ว่างให้พ่นน้ำลายรายวัน ถึงว่าให้เวลา 3 วันยังไงก็ไม่พอ ทุกคนก็กระเหี้ยนกระหือรืออยากจ้อออกสื่อกันทั้งนั้น วันพุธหน้าเป็นต้นไปก็หวังจะเห็น 6 พรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของ &amp;quot;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ให้สมกับชีวิตวิถีใหม่ ไม่ซ้ำเติมคนไทยที่กำลังผจญกับโรคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ อนาคตของ &amp;quot;บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)&amp;quot; หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 19 พ.ค. เห็นชอบให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาลล้มละลาย และประเด็นผ่าตัดใหญ่การบินไทยที่ให้ความสำคัญมากก็คือเรื่องการคัดสรรมืออาชีพเข้ามาเป็น &amp;quot;ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ&amp;quot; ที่นายกฯ ขีดเส้นให้กระทรวงคมนาคมเสนอรายชื่อสัปดาห์หน้า โดยมีข่าวว่าเจ้ากระทรวง &amp;quot;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;quot; จะเสนอถึง 30 ชื่อ เพื่อให้บิ๊กตู่เฟ้นเองให้เหลือ 15 คน ก่อนส่งศาลล้มละลายกลางพิจารณา ซึ่งเวลานี้ทุกฝ่ายต่างจับตา 15 อรหันต์ ประหนึ่งโผ ครม.ยังไงยังงั้น โดยตอนนี้ก็มีบางชื่อว่อนออกมาว่าเป็นตัวเต็ง เช่น &amp;quot;เทวินทร์ วงศ์วานิช&amp;quot; อดีตซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ที่ว่ากันว่าเป็นคนที่บิ๊กตู่ให้ความสำคัญอย่างมากในการขอรับฟังความเห็น มุมมองเรื่องทางเศรษฐกิจพลังงาน และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจที่มีนายกฯ นั่งหัวโต๊ะก็เพิ่งตั้งเทวินทร์นั่งประธานอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็มีชื่อ &amp;quot;จรัมพร โชติกเสถียร&amp;quot; อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย - &amp;quot;ชาติชาย พยุหนาวีชัย&amp;quot; ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่กำลังจะครบวาระในเร็วๆ นี้ - &amp;quot;ชาญศิลป์ ตรีนุชการ&amp;quot; อดีตซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อเร็วๆ นี้ เรียกว่าแต่ละรายชื่อมีโปรไฟล์เคยผ่านการบริหารงานในองค์กรขนาดใหญ่ มีมูลค่าสินทรัพย์และขนาดธุรกิจระดับเป็นหลักหมื่นล้านแสนล้านบาท อีกทั้งก็เป็นคนที่ฝ่ายรัฐบาลเวลานี้ก็คุ้นเคยมาก่อน เลยทำให้ถูกมองว่ายังไงก็ต้องอาจมีบางคนถูกทาบทามให้มารับภารกิจหินนี้ เพื่อกู้ซากการบินไทย ผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการฯ ..ท่ามกลางกระแสข่าวว่าให้จับตาดูกันให้ดี เพราะเรื่องนี้ บางพรรคการเมืองในรัฐบาลอาจขอมีส่วนร่วมในการจัดโผผู้บริหารแผนฟื้นฟูการบินไทยไม่มากก็น้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66555</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, ลี้คิมฮวง, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, เทวินทร์ วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เผยกำไรครึ่งปีหด 9.8%ชี้ขายกองทุน-บาทอ่อน SPRC ปลื้มทำเงิน 2 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เผยกำไรครึ่งปีแรก หด 9.89% ทำได้ 6.98 หมื่นล้านบาท หลังขายกองทุนและผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่า คาดราคาน้ำมันทั้งปีขยับอยู่ในกรอบ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ด้านเอสพีอาร์ซีปลื้ม Q2/61 ทำกำไร 2.3 พันล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2561 ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มมีกำไรสุทธิรวม 69,817 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.89% ที่ทำได้ 77,485 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากกองทุนลดลงหลังมีการขายกองทุนรวม EPIF ออกไป รวมทั้งเป็นผลจากกำไรจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจาก 7,822 ล้านบาท เป็น 2,276 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งผลประกอบการครึ่งปีแรกเฉพาะในส่วนของ ปตท. มีกำไร 33,218 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ราคาน้ำมันน่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบันอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ราคาจะเคลื่อนไหวไม่ผันผวน โดยทรงตัวอยู่ในระดับบวก/ลบ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ทั้งปีเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 3 ปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล&amp;rdquo;นายเทวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. กล่าวถึงความคืบหน้าการประมูลรถไฟความเร็วสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เชื่อม 3 สนามบิน ว่าโครงการนี้เป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่ง ปตท. ได้มอบให้บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (ประเทศไทย) หรือเอ็นโก้ ซื้อซองแล้ว อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาศึกษารายละเอียด ยังไม่มีสรุปว่าเอ็นโก้จะลงทุนหรือไม่ ลงทุนกับใคร คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเปิดให้มีการประมูลในช่วงเดือนพ.ย.2561โดยบริษัทได้มีการหารือกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่จำนวนมากจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ปตท.เองก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุน โดยตั้งเป้าจะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ(สมาร์ท ซิตี้) ด้านการใช้พลังงานในพื้นที่ ทั้งนี้จะเป็นการเปิดประมูลในรูปแบบรัฐร่วมกับเอกชน(พีพีพี) ให้เอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเวลาศึกษาแผนพัฒนาของรฟท. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้มีความชัดเจนก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. (บอร์ด) พิจารณา คาดว่าจะมีความชัดเจนในการดำเนินงานภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิโมธี อลัน พอตเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ เอสพีอาร์ซี เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2561 ว่าบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 2,323 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 61 รวม 4,896 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 2/61 บริษัทฯ มีความพร้อมของหน่วยการผลิตสูงสุด 100% ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในด้านความเชื่อถือได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพของอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมัน ส่งผลให้มีปริมาณการผลิตในหอกลั่นน้ำมันดิบ และหน่วยแตกโมเลกุลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาอยู่ในระดับที่สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.5928 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไรสุทธิในครึ่งปีแรกของปี 61 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 13 ก.ย. 61
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไรครึ่งปี, งอัตราแลกเปลี่ยน, บมจ.ปตท., ผลดำเนินงาน, เทวินทร์ วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d2669ec461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.พร้อมโอนทรัพย์สินให้โออาร์ 2 ก.ค. มั่นใจไอพีโอไตรมาส 2ปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ยันโอนทรัพย์สินพีทีทีโออาร์ 2 ก.ค.นี้ ด้านบอร์ด ไฟเขียวขยายเวลาส่วนลดขายเอ็นจีวีรถเมล์ พร้อมลงนามก่อสร้างท่อก๊าซเส้นที่ 5 ระยะ 2 คาดเสร็จปี 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้เป็นต้นไป ปตท.จะเริ่มทยอยโอนบุคลากรและทรัพย์สินในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกของ ปตท. ไปยังบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ พีทีทีโออาร์ ซึ่งหลังจากนี้พีทีทีโออาร์จะเริ่มดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกทันที &amp;nbsp;คาดจะสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ภายในไตรมาส 4/2561 และยืนยันจะสามารถเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่ประชาชน (ไอพีโอ) ได้ในช่วงไตรมาส 2/2562 แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ขยายเวลาการให้ส่วนลดราคาขายปลีกเอ็นจีวีสำหรับรถโดยสารสาธารณะไปอีก 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2561 ภายในกรอบวงเงิน 2,900 ล้านบาท จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.นี้ วงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท. ได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 กับ บริษัท JSC &amp;quot;OGCC KazStroyService&amp;quot; (KSS) จำกัด ระยะทางจากฉะเชิงเทรา-นนทบุรี รวม 200 กิโลเมตร กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 64 โดยเป็นอีกหนึ่งโครงการของกลุ่ม ปตท. ที่เข้าร่วมในโครงการข้อตกลงคุณธรรม ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อแสดงถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอแจ้งว่าคณะกรรมการ ปตท.สผ. ในการประชุมครั้ง ที่ 10/2561/444 วันที่ 28 มิ.ย.2561 ได้มีมติแต่งตั้งนายพงศธร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเป็น กรรมการปตท.สผ. อีกตำแหน่งหนึ่ง แทนนายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ที่จะเกษียณอายุการทำงานในวันที่ 30ก.ย.2561โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.2561เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้น, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด, ปตท., พีทีทีโออาร์, เทวินทร์ วงศ์วานิช, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d2669ec461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดปตท.หนุน GPSC ซื้อหุ้น GLOW</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมบอร์ดปตท.มีมติสนับสนุน GPSC เข้าถือหุ้นใน GLOW จำนวน 1,010 ล้านหุ้น พร้อมทำเทนเดอร์อีก 451 ล้านหุ้น ชี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อขายกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แนะนักลงทุนรอความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย. 61 - นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 61 ได้มีมติสนับสนุนบมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ในการเข้าทำธุรกรรม การได้มาซึ่งหุ้นในบมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) ทั้งทางตรงและทางอ้อม จำนวนทั้งสิ้น 1,010,976,033 หุ้น หรือประมาณ 69.11% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW และธุรกรรมการทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ GLOW อีกจำนวนทั้งสิ้น 451,889,002 หุ้น หรือ 30.89% ของหุ้นที่ออกจาหน่ายได้แล้วทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ปตท. เข้าใจว่า GPSC อยู่ในขั้นตอนของการเจรจาสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติ และอยู่ในระหว่างการขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการของ GPSC เพื่อการเข้าทำธุรกรรมการได้มา ในระหว่างนี้ ปตท. ขอให้ผู้ลงทุนใช้วิจารณญาณในการใช้ข้อมูลตามข่าวที่ เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และแนะนำให้รอการเปิดเผยข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องภายหลังจากที่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ปตท., ผู้ถือหุ้น, เทวินทร์ วงศ์วานิช, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a5ffd6e94e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ขู่เอาผิดคนปล่อยข่าวลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เดินหน้าเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จในโซเชียล ยันราคาน้ำมันต่ำกว่าต่างชาติ ชี้บอยคอตปั๊มน้ำมันปตท.กระทบดีลเลอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค. 61 - นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการส่งต่อข้อความเท็จในโซเชียลมีเดีย เช่น ต่อต้านไม่เติมน้ำมันปั๊มปตท. และมีการฉ้อฉลนั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ตั้งใจส่งข้อความเท็จ เนื่องจากปัจจุบันการส่งต่อข้อความในโซเชียลมีความรวดเร็ว ซึ่งการที่ตัดสินใจดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ผู้ที่ตั้งใจส่งข้อมูลเท็จเหล่านี้ได้รับการลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังทำให้คนไทยมีวินัยในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันของปตท. ยืนยันว่าราคาต่ำกว่าปั๊มน้ำมันต่างชาติ โดยจากสถิติในปี 60 ปตท. มีการปรับราคาน้ำมันขึ้น 21 ครั้งและปรับราคาน้ำมันลง 21 ครั้ง ซึ่งมีราคาขายน้ำมันราคาต่ำกว่าปั๊มต่างชาติ 20 วัน จากทั้งหมด 365 วัน และไม่ได้ขายน้ำมันในราคาที่แพงกว่าปั๊มอื่นแน่นอน ขณะเดียวกัน ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. - 28 พ.ค. 61 ที่เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น ได้ปรับราคาน้ำมันขึ้น 6 ครั้ง และปรับราคาน้ำมันลง 1 ครั้ง ส่งผลให้ราคาขายปลีกต่ำกว่าราคาปั๊มน้ำมันต่างชาติอยู่ที่ 9 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลกระทบจากกระแสต่อต้านการเติมน้ำมันปั๊มปตท. ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ปตท.กำไรน้อยลง เนื่องจากสัดส่วนรายได้น้ำมัน และรายได้ที่ไม่ได้มาจากน้ำมัน (นอนออยล์) อยู่ที่ประมาณ 10% ของกำไรทั้งกลุ่มปตท. แต่ที่น่ากังวล คือ ปั้มน้ำมันปตท. ทั้งหมดประมาณ 1,500 แห่ง มีสัดส่วน 90% ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนปตท.ดำเนินการเองเพียง 10% เท่านั้น จึงเป็นห่วงดีลเลอร์ว่าจะได้รับผลกระทบ จึงต้องออกมาชี้แจง แต่หากผู้บริโภคจะไม่เติมน้ำมันปั๊มปตท. จากการบริการที่ไม่ดี คุณภาพน้ำมันไม่ดี ยังพอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเกิดจากความเข้าใจผิด ข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็ต้องชี้แจง อีกทั้งยังยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน ตามที่มีกระแสข่าวออกมาแน่นอน&amp;rdquo; นายเทวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10172</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTT, ปตท., ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท., ราคาน้ำมัน, เทวินทร์ วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bb02918f83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องอ่านทุกบรรทัด!&#039;ซีอีโอ ปตท.&#039;แจงยิบเรื่องดรามาน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ได้โพสต์ชี้แจงผ่านหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Tevin at ptt โดยตั้งหัวข้อเรื่องว่า &amp;rdquo;หยุดเติมน้ำมัน ปตท.&amp;rdquo; อารมณ์ เหตุผล หรือเจตนาแอบแฝง? มีเนื้อหาว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และ LPG สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกด้วยเช่นกัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ มีค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น &amp;nbsp;ผู้ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้คือประเทศผู้ส่งออกพลังงาน ซึ่งก็เคยประสบปัญหารายได้หายไปเมื่อราคาพลังงานดิ่งลงตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว เป็นวัฏจักรที่มีการขึ้นลงเช่นเดียวกับอุสาหกรรมอื่นๆที่มีการลงทุนขนาดใหญ่และมี lead time นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจธุรกิจพลังงานและกลไกตลาดโลก จึงเริ่มมองหาจำเลยที่จะระบายความโกรธแค้นที่เขาต้องเดือดร้อน ใกล้ตัวที่สุดคือผู้ค้าขายน้ำมัน โดยเฉพาะ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ค้าสำคัญในประเทศไทย จนถึงขั้นมีขบวนการรณรงค์ให้หยุดเติมน้ำมัน ปตท. และบิดเบือนต่ออีกว่า ปตท. ก็ไม่เดือดร้อนเพราะขายน้ำมันต่างประเทศเป็นหลัก ในส่วนที่ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้จงใจบิดเบือนข้อมูล หมิ่นประมาท และสร้างความเสียหายกับองค์กร ขอแยกไว้ก่อนนะครับ เรามาวิเคราะห์สาเหตุกันดีกว่าว่าเพราะอะไร ถึงเป็น ปตท. ผมรวบรวมได้ 8 ข้อ ถ้าสนใจและมีเวลา อ่านคำตอบด้านล่างนะครับ แล้วจะเห็นว่า ข้อกล่าวหาต่างๆนั้นไม่ตรงกับความจริง ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆหลายคนที่ช่วยออกมาอธิบาย และเตือนสติการใช้อารมณ์เกาะตามกระแสที่จะสร้างความเสียหายกับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงต่างๆเหล่านี้ ได้มีการชี้แจงกับสังคมมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีขบวนการที่ตั้งใจโจมตีปตท.มาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ต้องคิดต่อว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- เขาไม่เข้าใจพื้นฐานของอุตสาหกรรมพลังงานจริงๆหรือ ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- ใครได้ประโยชน์อะไรจากการที่ทำให้บริษัทพลังงานของชาติเสียหายและอ่อนแอลง !
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;- เราจะลงโทษพวกที่ชอบสร้างกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย จากความเท็จ หรือพูดจริงครึ่งเดียวยังไงดี ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ที่อ่าน Hate Speech ของขบวนการนี้แล้วคล้อยตาม ตกเป็นเครื่องมือในการบั่นทอนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และทำลายองค์กรไทยด้วยกันเอง ผมเขียนเรื่องนี้ เพื่อจุดประกายให้เพื่อนๆตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี &amp;nbsp;1. หยุดเติม ปตท. ตามกระแส 2. ตั้งสติ ใช้ปัญญา พิจารณาเหตุผล และแชร์ข้อเท็จจริงในเครือข่าย ตามที่เห็นว่าเหมาะสม 3. ปกป้องสังคม ด้วยการประจานและต่อต้านผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงสิทธิในการเลือกเป็นของทุกคนครับ ขอให้เลือกโดยใช้ปัญญาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงด้วยเหตุและผล เพื่อประโยชน์ส่วนรวมนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมขอยืนยันว่า ผมและชาว ปตท.ทุกคน ตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของคนไทยอย่างยั่งยืน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่แคร์คนไทย และจะปลดพนักงาน ตามที่มีเพจลงข้อความที่เป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหา 8 ประเด็น
1. ปตท. ขายน้ำมันแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ?&amp;nbsp;
ตอบ: มีทั้งแพงกว่าและถูกกว่า&amp;nbsp;
- เมื่อเปรียบเทียบราคากับเพื่อนบ้าน มาเลเซียต่ำที่สุด สิงคโปร์สูงที่สุด ในขณะที่ประเทศอื่นๆใกล้เคียงกับเรา&amp;nbsp;
- ปัจจัยของราคาขายปลีกคือ ต้นทุนเนื้อน้ำมันและค่าการตลาดของผู้ค้าที่จะไม่ต่างกัน ที่แตกต่างมากคือภาษีที่แต่รัฐบาลแต่ละประเทศกำหนด&amp;nbsp;
- มาเลเซียมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซมาก จึงแทบไม่เก็บภาษีผู้ใช้ในประเทศ
- สิงคโปร์เก็บเยอะ เพราะต้องการจำกัดการใช้รถยนต์
- ไทยและประเทศอื่นๆเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน จึงเก็บภาษีสรรพสามิตมาเป็นงบรัฐ สำหรับสร้าง/ซ่อมถนน และพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้คนส่วนใหญ่
- สำหรับราคาในประเทศไทย ปั๊ม ปตท. ไม่เคยสูงกว่าปั๊มต่างชาติ และจะต่ำกว่าเป็นบางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปตท. ส่งออกน้ำมันถูกกว่าที่ขายในประเทศ ?
ตอบ: ราคาส่งออกใกล้เคียงกับราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายในประเทศ
- ราคาที่ ปตท. ส่งออกเป็นราคาตลาดในภูมิภาค ซึ่งจะสะท้อนราคาเนื้อน้ำมันเป็นหลัก ยังไม่รวมภาษีสรรพามิต&amp;nbsp;
- เพื่อนบ้านที่ซื้อไป ก็ขายที่ปั๊มในราคาที่สูงขึ้น เพราะต้องบวกภาษีในประเทศเขา
- สิงคโปร์ ซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น ก็ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในราคาที่ต่ำกว่าที่ขายในประเทศเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปตท. แอบขึ้นราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยไม่บอกประชาชน ?
ตอบ: ไม่จริง&amp;nbsp;
- การขึ้นราคาขายปลีกในประเทศเป็นไปตามราคาตลาดโลก&amp;nbsp;
- ไทยมีโรงกลั่นเอง แต่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น
- ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา น้ำมันดิบโลกมีราคาสูงขึ้น 20 %&amp;nbsp;
- ปตท.ปรับราคาขายปลีกเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาค่าการตลาดประมาณ 1.60-1.80 บาทต่อลิตร&amp;nbsp;
- ตั้งแต่ 6 เม.ย. ปตท. ปรับขึ้นราคา 6 ครั้ง ราคาต่ำกว่าปั๊มต่างประเทศรวม 9 วัน
- ในอดีต ปตท.เป็นหนึ่งในผู้ค้าไม่กี่รายที่ประกาศการปรับราคาล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค&amp;nbsp;
- ตั้งแต่ 26 เม.ย. กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ค้าทุกรายไม่ให้ประกาศล่วงหน้าเพื่อสร้างการแข่งขันด้านราคา ปตท. จึงปฏิบัติตาม โดยไม่มีเจตนาปิดบังแต่อย่างใด
- ปัจจุบัน กระทรวงพลังงานได้ผ่อนผันเรื่องนี้ ปตท.จึงกลับมาประกาศล่วงหน้าสำหรับการปรับราคาลงในวันที่ 26 พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ปตท. กำไรเยอะ จากการผูกขาดขายน้ำมันแพง ?
ตอบ: ไม่จริง&amp;nbsp;
- ธุรกิจค้าขายน้ำมันเป็นตลาดเสรี มีผู้ค้ามากมายกว่า 30 ราย แต่ละรายมีสิทธิตั้งราคาเอง&amp;nbsp;
- ค่าการตลาด 1.60-1.80 บาท/ลิตร แบ่งให้ Dealers เจ้าของปั๊มแล้ว ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ทุกปั๊มจึงต้องเปิดร้านสะดวกซื้อและร้านค้าอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อหารายได้เสริม&amp;nbsp;
- กำไรทั้งหมดของปตท.มาจากธุรกิจน้ำมันเพียง 10 % ที่เหลือเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมากในธุรกิจก๊าซ สำรวจและผลิต โรงกลั่นและปิโตรเคมี&amp;nbsp;
- ณ สิ้นปี 2560 ปตท. มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น (Total Assets) 2.23 ล้านล้านบาท มีกำไร 135,000 ล้าน คิดเป็นผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 6 % ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของการทำธุรกิจทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปตท. ผลิตก๊าซและน้ำมันในประเทศมากมาย ควรเอามาอุดหนุนราคา ?
ตอบ: ไม่ควร&amp;nbsp;
- เพราะ ปตท.สผ. (บ.ลูกของ ปตท.) มีสัดส่วนการผลิตก๊าซและน้ำมัน 30% ของผู้ผลิตในประเทศ เทียบเท่าเพียง 10% ของการใช้พลังงานทั้งหมด&amp;nbsp;
- รายได้จะไม่เพียงพอที่จะนำมาอุดหนุนราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;
- นอกจากนั้นยังต้องสำรองรายได้สำหรับการขยายการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. คุณภาพน้ำมันและบริการของ ปตท. ต่ำกว่ามาตรฐาน ?
ตอบ: ไม่จริง
- ปตท. พัฒนาคุณภาพน้ำมันสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ทั้งเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ปตท. เป็นผู้นำด้านการสรรหาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวก ปลอดภัยของลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปตท. มุ่งแต่ทำกำไร ไม่เคยช่วยเหลือสังคม ?
ตอบ: ไม่จริง
- ปั๊ม ปตท. เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ชาวนา ชาวสวนนำผลิตภัณฑ์มาวางขายตรงให้ลูกค้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- ปั๊ม ปตท. จัดกิจกรรม เช่น ห้องน้ำ 20 บาท โครงการแยกขยะ เพื่อนำรายได้ไปช่วยสถานศึกษาในชุมชน
- ปตท. ตั้งบริษัท Social Enterprise เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้สร้างรายได้ร่วมกับธุรกิจของ ปตท.
- ปตท. ร่วมกิจกรรมดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ปลูกป่า หญ้าแฝก รางวัลลูกโลกสีเขียว โรงเรียนวิทยาศาสตร์กำเนิดวิทย์ สถาบันวิทยสิริเมธี ป่าในกรุง ฟื้นฟูคุ้งบางกะเจ้า จัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ทุกปี สนับสนุนสมาคมกีฬา 5 ประเภท ทำโครงการ Pride of Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. นายทุน / นักการเมือง เป็นเจ้าของ ปตท. ?
ตอบ: ไม่จริง
- รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการคลังและกองทุนวายุภักษ์ ถือหุ้น ปตท. ประมาณ 63.5 %
- อีก 32 % ถือโดยสถาบันการเงิน/กองทุน&amp;nbsp;
- ที่เหลือ 4.5 % คือนักลงทุนรายย่อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10116</URL_LINK>
                <HASHTAG>Tevin at ptt, กรรมการผู้จัดการใหญ่, น้ำมัน, บมจ.ปตท., อารมณ์, เจตนาแอบแฝง, เทวินทร์ วงศ์วานิช, เฟซบุ๊ก, เหตุผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0ab48656ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เปิดยิบโครงสร้างองค์กรใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.2561 - นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ออกประกาศ ปตท. จำกัด (มหาชน) เรื่อง โครงสร้างองค์กร อำนาจหน้าที่ และสถานที่ติดต่อ เผยแพร่ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 37 ง ราชกิจจานุเบกษา 17 พฤษภาคม 2561 แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรื่อง โครงสร้างองค์กร อำนาจหน้าที่ และสถานที่ติดต่อ ลงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2544 นั้น ด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและกรอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่ให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การดำเนินการต่าง ๆ ของทางราชการอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จึงเห็นควรทำการปรับแก้ไข ตามการจัดแบ่งส่วนงาน เรื่อง โครงสร้างองค์กร อำนาจหน้าที่ และสถานที่ติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวยังได้ลงรายละเอียดโครงสร้างองค์กรของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อย่างละเอียดยิบไล่มาตั้งแต่ส่วนการบริหาร กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ และกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9397</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้จัดการใหญ่, ปตท., ราชกิจจานุเบกษา, สถานที่ติดต่อ, อำนาจหน้าที่, เทวินทร์ วงศ์วานิช, โครงสร้างองค์กร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
