<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยัน​ดูแลเดินทางช่วงปีใหม่เต็มที่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ขณะนี้หน่วยงานราชการดูแลเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งทหาร ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย โดยให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดดูแลในเรื่องของการเดินทางต่างๆ และรักษากฎระเบียบการจราจรให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีมาตรการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยใช่หรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;nbsp;เราระมัดระวังกันอยู่แล้ว ซึ่งอยากบอกประชาชนว่าให้ช่วยดูแลตัวเองและต้องรักษาตัวเองด้วย ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้ ทั้งการรักษาระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือให้สะอาด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88378</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, เดินทาง, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec146516d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดพ่นพิษ!สถานีขนส่งด้ามขวานสุดหงอย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - ที่ จ.สงขลา บรรยากาศการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ตามสถานีขนส่งต่างๆยังค่อนข้างเงียบเหงามาก เช่นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่แห่งที่ 2 หรือคิวตลาดเกษตร ย่านหาดใหญ่ใน (หาดใหญ่ใน) ซึ่งเป็นคิวรถตู้และรถมินิบัสใน 8 จังหวัดและส่วนใหญ่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ทั้งสตูล ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี และทุกเส้นทางยังเปิดเดินรถตามปกติ การเดินทางก่อนวันหยุดยาวปีใหม่ผู้โดยสารบางตาและน้อยกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ในทุกปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคนขับรถตู้สายหาดใหญ่ทุ่งหว้าและปากบารา จ.สตูลบอกว่าบอกว่าปกติช่วงปีใหม่ประชาชนจะเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมแต่ตอนยังน้อยมาก ต้องรอลุ้นในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันหยุดว่าผู้โดยสารจะมากน้อยแค่ไหนแต่จากสถานการณ์โควิดเชื่อว่าการเดินทางน่าจะไม่คึกคักเพราะบางส่วนงดเดินทางไปท่องเที่ยว จากที่เคยวิ่ง3เที่ยวต่อวันเหลือแค่1เที่ยวเท่านั้น เช่นเดียวกับคนรถตู้สายบางแก้ว จ.พัทลุง บอกว่าเที่ยวเช้าได้ผู้โดยสารมาแค่สองคนเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงโควิดระบาดในส่วนของรถตู้ขณะนี้ยังคงรับผู้โดยสารเต็มจำนวน 13 คน แต่ให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยทุกคนและใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนขึ้นรถ และหากมีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารก็พร้อมปฏิบัติตามเพราะขณะนี้แม้จะยังไม่จำกัดจำนวนผู้โดยสารก็มีที่ว่างเหลือเพราะคนน้อย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88362</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรยากาศการเดินทาง, สถานีขนส่ง, เทศกาลปีใหม่, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febed0b72009.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว!การจราจรถนนสายเอเชียรถเริ่มหนาแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 &amp;nbsp;เช้าวันนี้ ถนนสายเอเชีย ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท สภาพการจราจรฝั่งขาขึ้นภาคเหนือ มีปริมาณรถมาก &amp;nbsp; แต่ยังคล่องตัว ใช้ความเร็วได้ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp;คาดว่าในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ &amp;nbsp;จะมีปริมาณรถหนาแน่นมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; โดยแขวงทางหลวงชัยนาท ได้ทำการปิดจุดกลับรถบนถนนสายเอเชีย &amp;nbsp;จำนวน 4 จุด ได้แก่ &amp;nbsp; 1. จุดกลับรถวัดสมอ กิโลเมตรที่ 113+800 &amp;nbsp; &amp;nbsp;2. จุดกลับรถวัดมะปราง กิโลเมตร 115+325 &amp;nbsp; &amp;nbsp;3. จุดกลับรถโรงสีแก้วสว่าง &amp;nbsp;กิโลเมตร 136+300 &amp;nbsp; 4. จุดกลับรถบางตาลาย &amp;nbsp;กิโลเมตร 141+500 &amp;nbsp; เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายเอเชีย &amp;nbsp; แต่จุดกลับรถแยกหางน้ำสาคร และจุดกลับรถทางลอดใต้สะพาน รวม 8 จุด ยังคงเปิดให้ใช้กลับรถตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณหลักกิโลเมตร &amp;nbsp;137+650 &amp;nbsp;ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ &amp;nbsp; หน่วยราชการในจังหวัดชัยนาท ได้มีการตั้งจุดบริการประชาชน &amp;nbsp;โดยมีห้องน้ำ ผ้าเย็น กาแฟ และน้ำดื่ม ไว้บริการ &amp;quot;ฟรี&amp;quot; รวมทั้งมีทีมซ่อมฉุกเฉิน MOBILE SERVICE CHAINAT ไว้คอยบริการช่วยเหลือรถยนต์ที่เกิดขัดข้องระหว่างทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; จึงได้มีการจำกัดทางเข้าออกภายในจุดบริการประชาชน &amp;nbsp;มีการตั้งฉากกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มาใช้บริการ &amp;nbsp;และติดตั้งเครื่อง Thermo Scan ตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าใช้บริการ &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล เว้นระยะห่าง และสแกนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ &amp;nbsp;ก่อนเข้าใช้บริการทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88358</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินทาง, ชัยนาท, ถนนสายเอเชีย, ภูมิลำเนา, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febe50329676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวย7วันอันตรายสุดดุแค่2วันดับเกินร้อยแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.2562 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;28 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ 35.49% ขับรถเร็ว 30% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;74.57% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง 43.53% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน &amp;nbsp;30.98% ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. 26.47% &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ &amp;nbsp;50 ปีขึ้นไป 26.98%
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (27 - 28 ธ.ค.62) เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็ว และง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;
ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการ &amp;nbsp;เพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;
ขณะที่นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ.เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน ท้ายนี้ ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, ปภ., รองปลัดกระทรวงคมนาคม, ศปถ., ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, สถิติอุบัติเหตุ, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c072d8b47ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงโทษหนักเมาขับชนตาย เตือนมีสติหวังลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตรวจความพร้อมขนส่งหมอชิต รองรับ ปชช.เดินทางช่วงปีใหม่ เตือนให้มีสติหวังช่วยลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ &amp;nbsp; &amp;quot;มูลนิธิเมาไม่ขับ&amp;quot; เสนอแก้ กม.เมาขับชนคนตายติดคุกไม่รอลงอาญา ตร.ระดมกำลัง 8 หมื่นนายดูแล เส้นทางสายเหนือ-อีสานรถเริ่มหนาแน่น &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; เปิดทางพิเศษช่องเขาตากิ่วช่วยระบายรถเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 สถานีขนส่งหมอชิต วันที่ 26 ธ.ค. เวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ &amp;quot;ปลอดภัย เมาไม่ขับ&amp;quot; โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ น.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ประธานคณะกรรมการจัดโครงการปีใหม่ เมาไม่ขับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.แท้จริงรายงานว่า สถิติอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่เมื่อปี 2562 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 463 คน บาดเจ็บ 3,892 คน สาเหตุหลักใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ และขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด การไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.แท้จริงกล่าวว่า มูลนิธิเมาไม่ขับได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อขอเสนอให้พิจารณาแก้ไขบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับชนคนตาย จากจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี เป็นจำคุกตั้งแต่ 12-15 ปี แม้ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ก็ยังต้องถูกจำคุกอย่างน้อย 5 ปี ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถรอลงอาญาได้ อันจะส่งผลให้ผู้ที่เมาแล้วขับเกิดความเกรงกลัวมากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะเช่นไร ก็จะได้รับโทษที่รุนแรงคือโทษจำคุกเสมอหน้ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้แล้ว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ทางมูลนิธิได้เสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการกับสถานประกอบการ ร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มกินแล้วไปเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาสถานประกอบการร้านค้าไม่ได้รับบทลงโทษใดๆ ทั้งที่กฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี&amp;quot; นพ.แท้จริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกรัฐมนตรีฟังรายงานจาก นพ.แท้จริงเสร็จ ก็ได้กล่าวแซวว่า &amp;quot;ถ้าไม่แน่จริงคงไม่ชื่อนี้ ผมอยากจะเปลี่ยนชื่อเหมือนกัน เป็นจริงใจ เข้าท่าไหม เพราะใจนายกฯ ไม่มีอะไร มีแต่อยากให้ทุกคนปลอดภัยและเดินไปข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า สำหรับมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยนั้น ไม่ใช่แค่เทศกาลปีใหม่ แต่ต้องหามาตรการที่เหมาะสมทุกอย่าง โดยการผสมผสานบูรณาการจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงในเรื่องการจราจรและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนเห็นยังมีความขัดแย้งบ้าง เช่น เมาแล้วบอกไม่เมา ขนาดเป่าแล้วเดินไม่ตรงก็ยังบอกไม่เมา เจ้าหน้าที่ก็โดนเล่นงาน แต่ตอนนี้ดีที่มีกล้องจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออย่าขัดแย้ง แต่ต้องช่วยกันป้องปราม ที่สำคัญคือต้องแก้ที่ต้นทาง ขณะที่วันนี้มีการสูญเสีย 30 ต่อ 1 แสนคน ซึ่งตามปฏิญญามอสโกต้องลดลงให้เหลือ 20 คน แต่สำหรับผมไม่ว่าจะ 10 คน หรือ 20 คน หรือจำนวนเท่าไหร่ ก็รู้สึกเสียใจทั้งสิ้นที่เห็นคนพิการนั่งรถเข็น อีกทั้งการสูญเสียก็มีทั้งผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ รถส่วนตัวและรถโดยสาร ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ควรสูญเสียต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
บิ๊กตู่ย้ำมีสติลดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ต่อให้มีเครื่องมือมากมายหรือมีมาตรการใดออกมาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ หากไม่เริ่มแก้ที่จิตสำนึกทุกคน โดยยึด 3 อย่าง คือ รักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่นที่ขับรถบนท้องถนน ต้องไม่ดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะพลขับ เพราะไม่ได้ตายคนเดียว จะพาคนอื่นตายด้วย จึงต้องรับผิดชอบคนอื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคนต้องมีสติ ไม่เช่นนั้นพระก็ช่วยไม่ได้ ถ้าขับเกิน 80 พระไม่อยู่หลวงพ่อคูณก็กระโดดแล้วบอกกูก็ไม่อยู่หรอก อย่างไรก็ตาม ปัญหาทุกปัญหาเกี่ยวพันยึดโยงกันทั้งหมด ซึ่งปัญหาประเทศชาติมีมากมาย รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง แต่ทุกอย่างต้องแก้ด้วยความร่วมมือพวกเราทุกคน ผมคาดหวังว่าปีใหม่นี้ต้องลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้ได้มากที่สุดเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ จะได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เริ่มติดตามผลแล้ว ขอให้ลดให้ได้มากที่สุด หรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งถึงความห่วงใยมาถึงประชาชนชาวไทย ดังนั้นขอให้ทุกคนช่วยรักษาความปลอดภัยในทุกเทศกาล โดยต้องลดการบาดเจ็บสูญเสียให้ได้ ขอให้ทุกคนน้อมรับไว้ใส่เกล้าฯ ซึ่งปี 63 ขอของขวัญปีใหม่คนไทยทุกคน ให้มีสติ ขับรถปลอดภัย ไม่ดื่มสุรา ไม่คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ถ้าทำได้ ปีใหม่จะเป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง และหวังว่าปีหน้าเราจะมีความสุขมากกว่าปีนี้ ซึ่งความสุขอยู่ที่ใจ และอยู่ที่ความพอเพียง ซึ่งน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าคนรวยที่ทุจริต นอกจากนี้เน้นย้ำเรื่องการขับรถเร็ว และขับอย่างคึกคะนอง ขณะที่รถทัวร์โดยสารตนอยากฝากให้ช่วยคิดว่า รถมีความสูงเกินไปไม่เหมาะเดินทางไกลหรือไม่ ควรปรับให้ปลอดภัยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่พูดอะไรให้เสียหาย แต่เราทุกคนต้องปรับตัว ทั้งรัฐ เอกชนและประชาชน เพราะวันนี้โลกไม่เหมือนเดิม ขอให้เทศกาลปีใหม่นี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนน และมีความสุขกันที่บ้าน วันนี้ทุกอย่างต้องสร้างความเข้าใจ เราจะขัดแย้งกันไม่ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคงและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละ รวมถึงกำลังทหารกว่าหมื่นนายที่ดูแลชายแดน เขาอยู่มาเป็นปีๆ ไม่ได้กลับบ้าน ถือเป็นการเสียสละ ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเรา มีการสูญเสียมากกว่านี้ รวมถึงเรื่องอธิปไตยอะไรต่างๆ เพราะนี่คือครอบครัวคนไทย ใครตายแม้แต่คนเดียวผมเสียใจ เพราะทุกคนเป็นคนไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทักทาย รวมทั้งเยี่ยมบูธต่างๆ ที่มาให้บริการประชาชน ก่อนเดินไปดูการทดลองการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่บริเวณชานชาลา 1-3 โดยได้ทำการตรวจวัดนายจงกลรัตน์ ฉ่ำมณี พนักงานขับรถดีเด่นของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งจากการทดสอบก็ผ่านเกณฑ์ ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ทดลองเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยตนเอง พร้อมกับกล่าวทีเล่นทีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไงก็ชัวร์ ชัวร์ว่าไม่เมาเหล้า หลายคนบอกผมเมาหมัด ระวังเถอะ ระวัง&amp;rdquo; จากนั้นนายกฯ ได้เป่า และพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ &amp;quot;แต่จริงๆ ผมว่าน่าจะติดลบด้วยซ้ำไป เพราะไม่ได้ดื่มเหล้า&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ทดลองเครื่องป้องกันการหลับใน ซึ่งจะสั่นเมื่อผู้ขับขี่หลับและสัปหงก ก่อนที่จะขึ้นไปบนรถ บขส. เพื่อตรวจความเรียบร้อย และเดินขึ้นมาบนชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเป็นชั้นพักคอยของผู้โดยสารเพื่อเดินทางต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้เดินทักทายพร้อมแจกชุดยาสำหรับเดินทางรวมทั้งลูกอมให้กับผู้โดยสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า อีสานบ้านเฮา ตนก็เป็นคนอีสาน แต่เว้าไม่ค่อยได้ ลืมเกือบหมดแล้ว แต่กินปลาร้าเป็น กินข้าวเหนียวแล้วต้องจับหู ก่อนจะอวยพรขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย และมีความสุขตลอดไป พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้รักประเทศชาติ รักประเทศไทย และระวังกระเป๋า อย่าให้ถูกมิจฉาชีพขโมย
ตร.8หมื่นนายดูแลปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ช่วงหนึ่งระหว่างเดินทักทายมีประชาชนแสดงออกผ่านสีหน้าว่าไม่พอใจ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยื่นของที่ระลึกให้ ซึ่งประชาชนรายนั้นก็รับของไว้ และนายกฯ ถามว่า &amp;ldquo;เบื่อนายกฯ ใช่ไหม&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนคนดังกล่าวพยักหน้ารับ จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;เบื่อใช่ไหม โอเค ไม่เป็นไร คุณเบื่อผมอย่างไร ผมก็เบื่อคุณไม่ได้ เพราะคุณเป็นคนไทย จำไว้ ไม่เป็นไร ขอบคุณที่เบื่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 80,000 นาย และภาคีเครือข่ายพร้อมปฏิบัติงานลดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยทางศูนย์ฯ จะติดตามสภาพการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด และดำเนินการต่อเนื่องถึงวันที่ 3 ม.ค.2563 ซึ่งจากการติดตามขณะนี้ยังไม่พบปัญหาในเส้นทางใด แต่จะเฝ้าระวังใกล้ชิดในเส้นทางที่มักมีปัญหาการจราจรติดขัด เช่น ช่วงถนนมิตรภาพ กลางดง รวมถึงในพื้นที่จังหวัดที่มีตัวเลขการสูญเสียสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะเริ่มมีการเดินทางแล้ว และคาดว่าวันที่ 27 ธ.ค. จะมีการเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะเน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงเส้นทางรอง เส้นทางเลี่ยง และเตรียมเปิดช่องทางพิเศษไว้แล้ว จึงขอให้ประชาชนศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางด้วย สำหรับปีนี้ได้สั่งการให้จัดพนักงานสอบสวนส่วนหน้าประจำในเส้นทางหลัก กรณีที่หากเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุ ให้เข้าไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ พร้อมเร่งคลี่คลายสถานการณ์แยกคู่กรณีโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาการจราจร&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนการตั้งด่านในช่วงปีใหม่ จะเน้นถนนสายรอง เพื่อบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก และการตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะจากสถิติปีที่ผ่านๆ มา อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดมากบนถนนสายรอง รวมทั้งเพื่อไม่ให้กระทบการจราจรบนถนนสายหลักด้วย ส่วนมาตรการยึดรถจากผู้เมาแล้วขับ ได้ให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หากจำเป็นหรือเห็นว่ารถนั้นๆ เป็นหลักฐานในการกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินการยึดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจจะเพิ่มการตั้งด่าน จุดสกัด ทั้งเพื่อความปลอดภัย ความมั่นคง และป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะ รวมทั้งทางการข่าวยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยการจัดงานปีใหม่และสวดมนต์ข้ามปีอย่างเต็มที่&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 แถลงผลการระดมกวาดล้างตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดและอาวุธปืนก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 487 คน ในจำนวนนี้มี 15 เครือข่าย ผู้ต้องหารายสำคัญ 25 ราย ผู้ต้องหาในคดีสมคบ 11 ราย พร้อมยึดของกลางยาบ้า 13,096 เม็ด, ไอซ์ 2,627.09 กรัม, กัญชา 68 กิโลกรัม 365.60 กรัม, พืชกระท่อม 3,418.40 กรัม, เคตามีน &amp;nbsp;661.35 กรัม และยังตรวจยึดอาวุธปืน 11 กระบอก, กระสุนปืน จำนวน &amp;nbsp;77 นัด ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 12,209,816 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นการดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก เน้นปราบปรามยาเสพติดเครือข่ายรายสำคัญในพื้นที่ ที่ผ่านมาได้มีการสืบสวนขยายผลจากผู้เสพไปยังผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ถึงระดับจังหวัด และผู้กระทำผิดที่อยู่ในเรือนจำ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาสมคบและสนับสนุน และศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิด ซึ่งผู้กระทำผิดในข้อหานี้ส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับของกลางในรูปแบบตัวยาโดยตรง แต่จะเกี่ยวข้องในลักษณะมีความสัมพันธ์ทางการเงิน ไปจนถึงระดับสั่งการ ส่วนเครือข่ายยาเสพติดแฝดทมิฬ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและลพบุรี ที่แม้ว่าคู่แฝดจะถูกวิสามัญฯ ไปแล้ว แต่ก็ยังมีเครือข่ายที่เหลือยังอยู่ยังกระจายตัวลักลอบค้ายาเสพติด&amp;quot; ผบช.ภ.1 กล่าว
เส้นเหนือ-อีสานเริ่มคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. เส้นทางขึ้นเหนือถนนสายเอเชียเริ่มมีปริมาณรถทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่เขตรอยต่อของอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ตลอดเส้นทางผ่านอำเภอไชโย ก่อนเข้าเขตของอำเภอพรหมบุรี &amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี การจราจรเริ่มกลับมาคึกคัก มีรถเพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมาก แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ โดยความเร็วอยู่ที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งประชาชนบางส่วนเริ่มหยุดงาน และการลาพักผ่อนล่วงหน้า ต่างได้พากันทยอยเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะเพื่อเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการจราจรในวันที่ 27 ธ.ค. ที่คาดว่าจะมีจำนวนรถปริมาณมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเส้นทางภาคอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว เปิดเส้นทางพิเศษช่องเขาตากิ่ว เชื่อมต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อเป็นเส้นทางเลี่ยงและทางเลือกให้กับประชาชนที่จะเดินทางทั้งไปและกลับระหว่างภาคตะวันออก-ภาคอีสานตอนล่าง ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อเป็นการระบายรถไม่ให้เกิดปัญหาแออัดหรือติดขัดสะสม จากปกติประชาชนที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกจะนิยมใช้ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่หลายจังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง เช่น บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี แต่ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ทุกปีจะมีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพการจราจรแออัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ถนนอีกสายคือทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 348 ที่เป็นถนนสายรองไปยังภาคอีสานตอนล่าง แต่ช่วงเทศกาลทุกปีก็จะมีรถสัญจรหนาแน่นไม่ต่างจากถนนสายหลัก โดยเฉพาะช่วงช่องเขาตะโก ที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง กับ อ.ตาพระยา ซึ่งเป็นช่องเขาที่แคบและทางลาดชัน ถึงแม้จะแค่ช่วงสั้นๆ ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ก็ทำให้รถติดยาวเหยียด และถ้าหากมีอุบัติเหตุก็จะยิ่งทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตนานหลายชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเลี่ยงช่องเขาตากิ่วเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอีกเส้นทาง ซึ่งจะเปิดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ปกติจะไม่เปิดให้รถสัญจรผ่าน เนื่องจากเป็นถนนสายความมั่นคงติดชายแดน หากใครต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดในช่วงเทศกาล ก็สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ก็จะมีป้ายแนะนำตลอดเส้นทาง และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเป็นระยะๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงระหว่างเขาตะโกระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างแคบและลาดชัน หากมีรถติดสะสมปริมาณมาก ก็จะเปิดให้รถวิ่งสลับขึ้นลงทางเดียวครั้งละประมาณ 30 นาที เพื่อลดความแออัดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย&amp;quot; ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เปิดศูนย์ปฏิบัติการและปล่อยขบวนรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางบกและทางน้ำ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 พร้อมปล่อยขบวนรถทหาร รถตำรวจ รถพร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาล EMS รถกู้ชีพกู้ภัย ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 และปล่อยขบวนรถรณรงค์ช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวว่า จากสถิติที่ผ่านมา พบว่าขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิ และเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ผู้นำท้องที่ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมมือกันบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะตามมาตรการ เพื่อความปลอดภัย 10 รสขม ได้แก่ 1.ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5.ไม่มีใบขับขี่ 6.แซงในที่คับขัน 7. เมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปีใหม่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มูลนิธิเมาไม่ขับ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลปีใหม่, เมาขับชนคนตายติดคุกไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04b5aba0871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ขอบคุณตำรวจทุ่มเทกำลังกายใจดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62- พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึง การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตามพื้นที่ต่างๆสำหรับการจัดงานเฉลิมฉลอง ช่วงเทศกาลปีใหม่2562 ในทุกพื้นที่ ว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ในการทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ อย่างเต็มความสามารถเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามจุดที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งการจัดงานในภาพรวมเรียบร้อยดี โดยถือได้ว่าเป็นของขวัญปีใหม่2562ให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภารกิจยังถือว่าไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากหลังการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยว ประชาชนก็จะทยอยเดินทางกลับกันเป็นจำนวนมาก ผบ.ตร.ยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนายทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางขากลับจากภูมิลำเนาหรือกลับจากสถานที่ท่องเที่ยว ให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ประชาชนทำการศึกษาเส้นทางหลัก ทางรอง ทางเลี่ยงในการเดินทางกลับ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ตำรวจทางหลวง กรมการขนส่งทางบก และที่เกี่ยวข้องต่างๆ พร้อมทำการตรวจเช็คสภาพรถ ความพร้อมของผู้ขับขี่ การพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและลดการเกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ผบ.ตร. ได้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกนายมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2562 เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับมาจากช่วงวันหยุดยาวอย่างสวัสดิภาพ และปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนประสบเหตุร้ายเหตุด่วนสามารถแจ้งสายด่วน 191 ,1197 ,1193 ทั่วประเทศ หรือแจ้ง ผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่นโปลิศไอเลิสยู (police I lert you) ได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, จักรทิพย์ ชัยจินดา, ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, ผบ.ตร., รองโฆษก ตร., เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90ebdb3c9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็คอินทั่วไทย 31 ธ.ค.วันส่งท้ายปีเก่า 2561 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยกาศวันส่งท้ายปีเก่า 2561 ทั่วประเทศ เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ที่เดินทางไปพักผ่อนตามจุดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ ที่บริเวณท่าเรือทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะชาวจีนและชาวยุโรป เดินทางลงเรือที่ท่าเรือทับละมุ เพื่อเดินทางไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะสิมิลัน และเกาะสุรินทร์กันอย่างคึกคัก เพื่อไปดำน้ำดูปะการัง และชมความงามของหาดทราย ท้องทะเลใส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ จ.สงขลา ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางมา แม้เพิ่งผ่านเหตุระเบิดในพื้นที่แหลมสมิหลา แต่โดยภาพรวมก็ยังได้รับความสนใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัย ของบรรดานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางที่วัดพระนอนวัดแหลมพ้อ หมู่ที่ 4 ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา &amp;nbsp;เพื่อกราบไหว้พระนอนปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่างไม่ขาดสาย โดยจะแวะมาไหว้พระ ทำบุญถวายสังฆทาน ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวภายในวัดพระนอนวัดแหลมพ้ออีกจุดหนึ่ง ก็คือ ประติมากรรมปลากะพงขาว ซึ่งเป็นประติมากรรมวิถีชีวิตชุมชนเกาะยอ &amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและได้มีการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งเป็นจุดชมวิวทะเลสาบสงขลา นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพโดยมีสะพานติณสูลานนท์ตั้งเด่นตระหง่านให้ชวนถ่ายภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ จ.ตรัง &amp;nbsp;บริเวณศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเพลินพิทักษ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองตรัง ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวตรัง ชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งวัน ทำให้ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวผู้คนที่ศรัทธาต่อองค์ศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าท่ามก๋งเยี่ย ต่างได้มีการจุดธูป เทียน ตะเกียงน้ำมัน พร้อมนำผลไม้ เป็ด ไก่ มาถวาย ส่วนผู้ที่มีฐานะดี หรือประสบความสำเร็จในอาชีพการงานก็จะนำหมูย่างมาถวายขณะที่บางคนที่ต้องการโชคลาภก็จะมีการเสี่ยงเซียมซี รวมทั้งถวายประทัด ตามความเชื่อ และศรัทธาของผู้ที่มากราบไหว้องค์ศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ จ.จันทบุรี แหล่งท่องเที่ยว ที่เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดจันทบุรีแห่งใหม่ คือ เจดีย์กลางน้ำ และจุดชมวิวเนินนางพญา ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ พบบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังมีประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างพาครอบครัวมาท่องเที่ยวชมเจดีย์กลางน้ำ และจุดชมวิวเนินนางพญา เพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นทะเลในมุมสูงที่สวยงาม หลังจากในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ท้องฟ้าเปิดไม่มีฝนตกลงมา ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จุดชมวิวเนินนางพญา ที่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก และเป็นถนนแห่งการท่องเที่ยวก็พบว่า บรรยากาศคึกคักไม่แพ้กับชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง ตลาดซื้อขายของสด ตลาดสวนมะม่วง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีประชาชนมาเดินเลือกซื้ออาหารทะเลกลับไปรับประทานกันในครอบครัวกันเป็นจำนวนมาก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25477</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันส่งท้ายปีเก่า, เทศกาลปีใหม่, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c299e7e87e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
