<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลกับการปกครองท้องถิ่นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 จะมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศหลังจากที่ห่างหายไปประมาณ 7 ปีแล้ว ดังนั้น วันนี้เราลองมาทบทวนความรู้เกี่ยวกับ &amp;ldquo;เทศบาล&amp;rdquo; ซึ่งนับเป็น 1 ใน 5 ของรูปแบบการปกครองท้องถิ่นไทย อันประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา โดยเทศบาลเป็นการปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีความเป็นชุมชนเมือง เทศบาลจึงมีลักษณะการทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและมีประเด็นต่างๆที่นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศบาลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยองค์กรแรก &amp;nbsp;มีประวัติความเป็นมาจากพระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงรับทราบจากพวกชาวต่างประเทศที่มักจะติเตียนว่าพระนครยังสกปรกและไม่มีถนนหนทาง จึงมีผู้กราบทูลให้จัด &amp;ldquo;มุนิสิเปอล&amp;rdquo; แต่ทรงโปรดให้เริ่มต้นที่ &amp;ldquo;สุขาภิบาล&amp;rdquo; ก่อน เพื่อให้ทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายประชาชนค่อยๆ เรียนรู้การปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นของใหม่ จากนั้นก็มีวิวัฒนาการเรื่อยมา ผ่านรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 (ทรงทดลองระบบเทศบาลในเมืองจำลอง &amp;ldquo;ดุสิตธานี&amp;rdquo;) และรัชกาลที่ 7 (ทรงเตรียมยกร่างกฎหมายจัดตั้งเทศบาล)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 เมื่อหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง กฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการปรับปรุงแก้ไขมาจนบัดนี้ถึงฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2552)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศบาลเป็นท้องถิ่นไทยรูปแบบเดียวที่แบ่งออกเป็น 3 ขนาด หรือ 3 ประเภท &amp;nbsp;การจัดตั้งเทศบาลเป็นไปตามจำนวนและความหนาแน่นของประชากร เศรษฐกิจ และศักยภาพของท้องถิ่นนั้นๆ โดยมี 3 ประเภท (สามารถเปลี่ยนแปลง ยุบ ควบรวม หรือเลื่อนขึ้นลงได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด) &amp;nbsp;ปัจจุบันมีเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง และ เทศบาลนคร 30 แห่ง ภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณของเทศบาลทั่วประเทศในปัจจุบันน่าจะไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสองพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศบาลเป็นที่มาของการให้ประชาชนเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง &amp;nbsp;เดิมการเลือกผู้บริหารองค์กร-ปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม กล่าวคือ หลังจากเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นแล้ว สภาดังกล่าวต้องลงมติเลือกตัวนายกองค์กรปกครองท้องถิ่นจากสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้น เป็นการเลียนแบบระบบรัฐสภา (Parliamentary System) เช่นที่เป็นอยู่ในระดับชาติ แต่ที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นดังกล่าวของเทศบาล มักจะเกิดความวุ่นวายระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายสภา เช่น การซื้อตัวให้ย้ายข้าง การตีรวนเมื่อข้อบัญญัติงบประมาณเข้าสภา ฯลฯ ทำให้รัฐบาลได้เสนอแก้ไขกฎหมายแยกการเลือกตั้งผู้บริหารกับสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้เป็นการเลือกตั้งโดยตรงทั้งคู่ พร้อมทั้งวางหลักป้องกันปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวไว้ อย่างไรก็ดี นับเป็นเรื่องแปลกอยู่ไม่น้อยที่มีการนำระบบประธานาธิบดี (Presidential System)&amp;nbsp;
มาใช้ปะปนในระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบเทศบาล ปัญหาของการปกครองท้องถิ่นไทยมีสารพัด&amp;nbsp;
แต่กล่าวเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทศบาล คือ (1)การกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจ บทบาทหน้าที่
ที่น้อยเกินไปและซ้ำซ้อนกับกระทรวง กรม จังหวัด และอำเภอ &amp;nbsp;(2)ความซ้ำซ้อนของภารกิจและพื้นที่กับองค์การ-บริหารส่วนจังหวัด &amp;nbsp;(3)รายได้ไม่เพียงพอต่อการบริหาร การพัฒนาพื้นที่ และการให้บริการที่ดีแก่ประชาชน เนื่องจากปัญหาการแบ่งรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่น &amp;nbsp;(4)การควบคุมกำกับดูแลจากส่วนกลางและภูมิภาค&amp;nbsp;
มีมากและไม่สู้จะมีมาตรฐาน ในขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องนี้ก็ดูจะน้อยเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวโน้มในอนาคตที่ควรจะเป็น &amp;nbsp;(1)ให้เทศบาล (Municipality) เป็นรูปแบบการปกครองท้องถิ่นหลัก โดยกำหนดภารกิจ โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ให้หลากหลาย มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ &amp;nbsp;(2)ปรับปรุงการเงินการคลังท้องถิ่น ให้เทศบาลมีรายได้เพียงพอต่อการจัดบริการสาธารณะในพื้นที่โดยการกำหนดประเภทภาษีท้องถิ่นเสียใหม่ การแบ่งรายได้จากภาษีของรัฐเพิ่มเติม การจัดสรรเงินระหว่างท้องถิ่นรูปแบบอื่นกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมทั้งจัดเงินอุดหนุนประเภทให้คิดเองทำเองเป็นก้อน (Lump Sum) ให้มากกว่าเดิม &amp;nbsp;(3)ส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่เพื่อการพัฒนาและให้บริการแก่ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เช่น การควบรวมระหว่างเทศบาลขนาดเล็กกับเทศบาลขนาดเล็ก หรือกับเทศบาลขนาดใหญ่กว่า รวมทั้งการควบรวมกับองค์การบริหารส่วนตำบล หรือการควบรวมระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลด้วยกันเพื่อยกฐานะเป็นเทศบาลระดับตำบลหรือเมือง &amp;nbsp;(4)สร้างเวทีและเครื่องมือเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่สามารถควบคุมกำกับดูแลการดำเนินงานของเทศบาลได้มากยิ่งขึ้น เช่น เวทีพลเมือง สภาประชาชน ฯลฯ ให้เกิดความรู้สึกว่าการปกครองท้องถิ่นเป็น &amp;ldquo;ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน&amp;rdquo; อย่างแท้จริงตามปรัชญาของการปกครองตนเองอย่างที่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทราบความสำคัญของเทศบาลดั่งนี้แล้ว ผู้ที่อยู่ในเขตเทศบาลอย่าลืมไปตรวจรายชื่อและใช้สิทธิ์ใช้เสียงเพื่อเลือก &amp;ldquo;คนที่ใช่&amp;rdquo; มาเป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลของเรานะครับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงศ์โพยม วาศภูติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94108</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงศ์โพยม วาศภูติ, เทศบาล, เทศบาลกับการปกครองท้องถิ่นไทย, เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_603608c79d1a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
