<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สานพลังสังคม-ชุมชน” ฝ่าวิกฤตโควิด !! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ผู้สูงอายุจากชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลนครขอนแก่นกับคูปอง &amp;lsquo;ปันกัน&amp;rsquo; ใช้ซื้ออาหารและของจำเป็นในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; ส่งผลทำให้มีการปิดโรงงาน&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; มีคนตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะความหิวไม่เคยปรานีใคร..!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; จึงผุดขึ้นมาหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีทั้งคนตกงาน&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; เด็กๆ ที่กินไม่อิ่มท้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นแกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ต้ม&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ขนมจีน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หรือแล้วแต่กำลังทุน&amp;nbsp; วัตถุดิบที่มี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปันกันอิ่ม&amp;nbsp; แบ่งกันกินยามยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผุสดี&amp;nbsp; ปั้นเลิศ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา &amp;nbsp;เขตประเวศ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนอยู่ในที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 67 ครอบครัว&amp;nbsp; ประมาณ 300 คน&amp;nbsp; เกือบทั้งหมดมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากินไปวันๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; มีรายได้วันละ 300-500 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากโควิดตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เพราะหลายครอบครัวมีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้น้อยลง &amp;nbsp;ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; ชุมชนจึงหาทางช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยนำเอาพืชผักต่างๆ ที่ปลูกบนที่ดินว่างในชุมชน (ปลูกก่อนโควิด&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา) เช่น&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; น้ำเต้า&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; ฟักทอง&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; ผักเคล&amp;nbsp; ผักน้ำ&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; กะเพรา&amp;nbsp; โหระพา&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาแจกจ่ายไปทำกับข้าว&amp;nbsp; แต่ก็ไม่พอ&amp;nbsp; แจกจ่ายไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอดีช่วงนั้น&amp;nbsp; มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวง พม.&amp;nbsp; พอช. มีโครงการสนับสนุนให้ชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; จัดทำครัวชุมชนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกิน&amp;nbsp; ชุมชนได้รับเงินสนับสนุน 1 แสนบาทจึงเอามาทำครัว&amp;nbsp; แต่แจกจ่ายไปชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันอีก 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เป็นกับข้าวต่างๆ&amp;nbsp; แต่ทำได้ 8 ครั้งก็หมดงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผุสดีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ครัวปันอิ่มที่ชุมชนเฟื่องฟ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์โควิดที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงวันนี้&amp;nbsp; เธอบอกว่า&amp;nbsp; ทุกครอบครัวก็ยังลำบากอยู่&amp;nbsp; คนที่เคยขายของในตลาดก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง&amp;nbsp; เพราะหากมีแม่ค้าพ่อค้าคนใดติดโควิด&amp;nbsp; ตลาดจะต้องถูกปิด&amp;nbsp; ทำมาหากินไม่ได้อีก&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีคนนั่ง&amp;nbsp; แต่ยังมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการทำครัวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพุทธิกา&amp;nbsp; และ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ) มอบงบประมาณสนับสนุนการทำครัวชุมชนในปีนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนก็เอาผักสวนครัวที่ปลูกมาทำอาหาร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟักต้มไก่&amp;nbsp; คะน้า-บวบ-เอามาผัด&amp;nbsp; ฟักทองเอามาแกงไก่-ผัดไข่&amp;nbsp; ชะอมชุบไข่ทอด&amp;nbsp; แกงส้ม&amp;nbsp; น้ำพริก&amp;nbsp; ผักลวก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp; ทำให้คนในชุมชนมีอาหารกิน&amp;nbsp; เด็กๆ กินอิ่มก็ไม่งอแง&amp;nbsp; ยิ้มหัวได้ทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ปีนี้เราจะทำให้ครัวชุมชนเดินไปได้ตลอด&amp;nbsp; เราจึงทำ &amp;lsquo;ครัวปันอิ่ม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ขายกับข้าวราคาถูก&amp;nbsp; ถุงละ 20 บาท&amp;nbsp; ถุงนึงจะใหญ่กว่าร้านข้าวแกงทั่วไป&amp;nbsp; ข้าวให้ฟรีไม่อั้น&amp;nbsp; และแจกฟรีสำหรับคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เด็กๆ&amp;nbsp; หรือครอบครัวไหนไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีๆ ทั้งข้าวและกับ&amp;nbsp; เราช่วยกันทำขายอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; มีกับข้าว 5-6 อย่าง&amp;nbsp; บางครอบครัวจะซื้อเอาไปใส่ตู้เย็นกินได้ทั้งอาทิตย์&amp;nbsp; คนนอกชุมชนรู้ข่าวก็มาซื้อ&amp;nbsp; ครั้งนึงจะขายได้ประมาณ 2-3 พันบาท&amp;nbsp; ขายได้เงินไม่มาก&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้กะจะเอากำไร&amp;nbsp; ถือว่าช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; แบ่งปันกันกิน&amp;nbsp; ข้าวเปล่าเราก็ให้ฟรี&amp;nbsp; พอให้มีเงินมาหมุนเวียน&amp;nbsp; ถ้าทำแจกฟรีคงจะได้ไม่กี่ครั้ง&amp;nbsp; แต่ถ้าทำขายแบบนี้&amp;nbsp; เราจะช่วยกันได้ตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอบอกถึงอนาคตของครัวปันอิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช่แต่จะเป็นเพียงผู้รับ&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ ยังใช้ที่ว่างในชุมชนที่พอเหลืออยู่&amp;nbsp; ปลูกสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษาโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ปลูกรวมแล้วกว่า 100 กระถาง&amp;nbsp; ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเก็บไปทำยาได้แล้ว&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะช่วยกันเอามาตากแห้ง&amp;nbsp; แล้วส่งไปให้ &amp;lsquo;ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน&amp;rsquo; นำเอาไปบดบรรจุใส่แคปซูล&amp;nbsp; เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนต่างๆ ที่จัดทำครัวปันอิ่มโดยการสนับสนุนของมูลนิธิพุทธิกาเช่นเดียวกับชุมชนเฟื่องฟ้าฯ แล้ว 13 ชุมชนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 7,792 ครัวเรือน &amp;nbsp;กระจายความช่วยเหลือได้ 28,033 คน&amp;nbsp; บางชุมชนขายอาหารราคาอิ่มละ 9-10 บาท&amp;nbsp; หรือสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp; 20 บาท&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เป็นหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน&amp;nbsp; มีสถาบันการศึกษา&amp;nbsp; โรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีย่านธุรกิจการค้าที่คึกคักเฟื่องฟูมาช้านาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็มีชุมชนผู้มีรายได้น้อยกระจายอยู่รอบเมือง&amp;nbsp; มีคนทุกข์ยาก&amp;nbsp; ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเช่าบ้าน&amp;nbsp; ต้องยึดเอาพื้นที่สาธารณะเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; (ปัจจุบันมีประมาณ 120 คน)&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้&amp;nbsp; พวกเขาต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้านงเยาว์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กงภูเวศน์ &amp;nbsp;ประธานชุมชนเหล่านาดี 12&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมทางรถไฟในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 มีทั้งหมด 135 ครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างในตลาด&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย ๆ&amp;nbsp; เมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; จึงคิดเรื่องทำอาหารขายให้คนในชุมชนเพื่อช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ขายในราคาถูก&amp;nbsp; จานละ 15 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวไก่&amp;nbsp; ข้าวมันไก่&amp;nbsp; ข้าวไข่เจียว&amp;nbsp; และอาหารตามสั่ง&amp;nbsp; เริ่มทำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราขาย 15 บาท&amp;nbsp; แต่กินอิ่มเท่ากับคนอื่นขาย&amp;nbsp; 30 บาท&amp;nbsp; คนนอกชุมชนก็มากินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เราก็ให้กินฟรี&amp;nbsp; คนที่รู้ข่าวก็มาสนับสนุน&amp;nbsp; เอาเงินมาช่วยให้ทำอาหารแจก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานในชุมชน&amp;nbsp; แม่บ้านที่ว่างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ให้มาช่วยกันทำครัว&amp;nbsp; หั่นผัก&amp;nbsp; ช่วยล้างจาน&amp;nbsp; พอให้มีรายได้วันละ 100-200 บาท&amp;nbsp; แล้วแต่ใครทำน้อย&amp;nbsp; ทำมาก&amp;nbsp; แต่ก็ช่วยให้มีรายได้&amp;nbsp; คนกินก็จะได้กินของถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้านงเยาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการจุดประกายของป้านงเยาว์&amp;nbsp; ทำให้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนและต่อยอดไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบางในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; พอช. เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม Hugtown เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบการช่วยเหลือมีหลากหลาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟนำพืชผักที่ปลูกมาแจกจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่นจัดตรวจคัดกรองเชื้อโควิดและฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนไร้บ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนคูปองปันกัน&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการคูปองปันกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในภาวะวิกฤตจากการตกงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายในเมืองขอนแก่นประมาณ&amp;nbsp; 300-500 คน&amp;nbsp; ให้มีเงินจับจ่ายซื้ออาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะจัดสรรคูปองอาทิตย์ละ 100 บาทให้แก่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้นำไปซื้ออาหารและสินค้าจำเป็น&amp;nbsp; และยังช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนด้วย&amp;nbsp; โดยมีชุมชนเข้าร่วม 11 ชุมชน&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ร้านค้าเข้าร่วมรับคูปอง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 26 ร้าน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการ &amp;lsquo;สร้างพื้นที่สะสมอาหาร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการจ้างงานกลุ่มคนไร้บ้านให้ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช็ดถูราวสะพานคนเดินข้าม&amp;nbsp; ให้ค่าตอบแทนวันละ 300 บาท&amp;nbsp; จ้างงานไปแล้วประมาณ 100 คนโดย พอช.สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท&amp;nbsp; และ พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; 360,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ศูนย์พักคอยรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการช่วยเหลือเรื่องปากท้องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 ยังร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; ขอใช้พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟชั่วคราวที่อยู่ใกล้ชุมชนจัดทำศูนย์พักคอยในชุมชน (Community&amp;nbsp; Isolation) หรือ CI เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่หนัก&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระของทางโรงพยาบาล&amp;nbsp; โดย CI แห่งนี้ใช้ห้องต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของสถานีรถไฟ&amp;nbsp; ปรับปรุงเป็นห้องพักสำหรับผู้ติดเชื้อหรือกักตัวดูอาการ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 7 ห้อง&amp;nbsp; รองรับได้ 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

ตู้ทำการภายในสถานีรถไฟชั่วคราวขอนแก่นนำมาปรับปรุงเป็น CI

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อดิเรก&amp;nbsp; แสงใสแก้ว &amp;nbsp;นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย&amp;nbsp; ในฐานะจิตอาสาที่มีบทบาทสนับสนุนการจัดวางระบบ CI &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ศูนย์พักคอยในชุมชน&amp;nbsp; หรือ CI &amp;nbsp;มีความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในสถานะสีเขียว&amp;nbsp; โดยผู้ป่วยจะต้องลงทะเบียนกับ สปสช.เพื่อรับยาและเวชภัณฑ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์และพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ telemedicine หรือให้คำแนะนำการรักษาตัวผ่านโทรศัพท์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;CI จึงเปรียบเสมือนกับโครงการแก้มลิงเพื่อพักคอยน้ำ&amp;nbsp; ไม่ให้น้ำท่วม&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะมีผู้ป่วยสีเขียวที่ต้องเข้าไปรอการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และถ้ารักษาช้าหรือรู้ตัวว่าติดเชื้อช้าก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; เชื้อก็จะแพร่กระจายได้มากขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดิเรกเปรียบความสำคัญของ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกว่า&amp;nbsp; การจัดตั้ง CI ในชุมชนนั้น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนจะต้องชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; และท้องถิ่น&amp;nbsp; เพราะบางคนอาจกลัวว่า CI จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกิดการต่อต้าน&amp;nbsp; ต้องมีการจัดวางระบบเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การวางเตียงควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการไอ จาม&amp;nbsp; นำสารคัดหลั่งที่มีเชื้อมาแพร่กระจาย&amp;nbsp; พื้นห้องควรทำความสะอาดได้ง่าย&amp;nbsp; ไม่มีรอยแยกหรือแตกเพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องมีระบบระบายอากาศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบพักน้ำ&amp;nbsp; โดยเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนระบายน้ำทิ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องอาบน้ำ&amp;nbsp; ห้องสุขาควรแยกจากกัน&amp;nbsp; จำนวน 1 ห้องต่อผู้ป่วย 10 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เน้นการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ชุมชนมีอยู่หรือสินค้ามือสองมาปรับปรุงเป็นอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อความประหยัด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การทำห้องความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกจากผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp; ซึ่งหากเป็นระบบแบบโรงพยาบาลอาจใช้งบประมาณนับล้านบาท&amp;nbsp; หากชุมชนทำเองอาจใช้เงินเพียง&amp;nbsp; 8,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง ใช้ศูนย์เด็กเล็กที่ปิดชั่วคราวทำ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ร่วมกับ พอช. สนับสนุนการจัดตั้ง CI ในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้จัดตั้งแล้วใน 8 ชุมชน &amp;nbsp;และกำลังทยอยจัดตั้งอีกหลายแห่ง &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองลัดภาชี&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; ชุมชนคลองลำนุ่น&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนตึกแดง&amp;nbsp; เขตบางซื่อ ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งหมดเป็น CI ขนาดเล็กตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ที่ทำการชุมชนหรือศูนย์เด็กเล็กมาปรับปรุง&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ประมาณ&amp;nbsp; 5-20 คน&amp;nbsp; แต่บางแห่งอาจรองรับได้มากกว่านี้ตามสภาพพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณแห่งละ 50,000-150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นการสานพลังสังคมและชุมชนเพื่อฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116918</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, Telemedicine, กลุ่ม Hugtown, กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน, คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน, ครัวชุมชน, ครัวปันอิ่ม, จังหวัดขอนแก่น, ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน, ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา, ชุมชนเหล่านาดี 12, ปันกันอิ่ม  แบ่งกันกินยามยาก, ป้านงเยาว์   กงภูเวศน์, ผุสดี  ปั้นเลิศ, พมจ., พมจ.ขอนแก่น, พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพุทธิกา, ศูนย์พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สร้างพื้นที่สะสมอาหาร, สสส., สานพลังสังคม-ชุมชน, อดิเรก  แสงใสแก้ว, เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น, เครือข่ายสลัมสี่ภาค, เทศบาลนครขอนแก่น, โครงการคูปองปันกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142f4a656b9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกเล็กขอนแก่น ชี้ย้ายอนุสาวรีย์ ปชต.หนีม็อบ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เล็งเปิดเวทีรับฟังประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ที่สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลฯได้รับการส่งเรื่องร้องเรียนมายังเทศบาลกรณีการชุมนุมที่กระทบต่อประชาชนผู้อาศัยในละแวกดังกล่าว แยกเป็นการส่งเรื่องตรงมายังเทศบาลฯผ่านระบบรับเรื่องร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา และหนังสือจาก สภ.เมืองขอนแก่น ลงวันที่ 31 ส.ค. ซึ่งเทศบาลฯได้ลงรับหนังสือในวันที่ 1 ก.ย. ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการตามเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบในรายละเอียดที่ระบุมาในเอกสารที่ได้รับจาก สภ.เมืองขอนแก่น นั้นเป็นการหารือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกับผู้ที่ร้องเรียนซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ประเด็นแรกคือกรณีที่มีการยื่นขอจัดการชุมนุม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับผู้ชุมนุมให้หลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ เป็นที่เคารพสักการะของชาวขอนแก่นและประชาชนโดยทั่วไป&amp;nbsp;และในข้อร้องเรียนดังกล่าวยังคงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจในการพิจารณา พิจารณาย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ตั้งอยู่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ไปตั้งไว้ที่สถานที่ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สาระสำคัญที่มีการรับเรื่องมาคือ เป็นการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่อยู่ภายในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และยังคงมีการระบุอีกว่าการมาชุมนุมนั้นมีการส่งเสียงดัง และมีการกระทำอื่นๆที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งเทศบาลฯขอชี้แจงว่าการบูรณะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โดยมีเจตนาในการเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่ได้อย่างหลากหลาย ไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจนกลายเป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้รับการร้องเรียนและตรวจสอบดูแล้วประเด็นไม่น่าที่จะเกี่ยวกับการย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วตั้งแต่เกิดมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น เราก็เห็นและอยู่คู่กับศาลหลักเมืองมาตลอด ส่วนตัวมองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้นเมื่อเทศบาลฯได้รับเรื่องก็จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบและถ้าจำเป็นก็จะขอเปิดเวทีสภาเมืองให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;ย้ายหรือไม่ย้ายก็มาคุยกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นย้ายหรือไม่ย้ายนั้นไม่จำเป็นต้องรีบ เราควรแก้ปัญหาให้ถูกทางก่อนว่าข้อร้องเรียนที่ได้รับมานั้นมีอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่เทศบาลฯจะเข้าไปพูดคุยกับผู้ร้องเพื่อให้เกิดการแก้ไขจากต้นทางและตรงจุด หากจะมากล่าวถึงเหตุเดือดร้อนบางอย่างและมาย้ายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเรื่องนี้มันไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตามในการชุมนุมนั้น ผู้ที่ขอจัดกิจกรรมสามารถยื่นเรื่องได้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น หรือพื้นที่กำหนดจัดชุมนุม แต่ต่อจากนี้ไปเทศบาลฯขอให้มายื่นเรื่องกับเทศบาลฯเพิ่มเติมด้วย เพราะหากเกิดความเสียหายใดๆเทศบาลฯจะได้ประสานงานกับผู้ที่จัดกิจกรรมได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76315</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, เทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f910d248be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8 บาทอิ่มไม่อั้น ห้างแฟรี่ไม่ทิ้งคนขอนแก่นจัดข้าวแกงราคาประหยัดช่วยคนตกงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณตลาดแฮง แฟรี่พลาซ่า ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองร่องเมือง ด้านข้างห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า เขตเทศบาลนครขอนแก่น &amp;nbsp;มีชาวขอนแก่นจำนวนมาก ต่างพากันมายืนรอต่อคิวเพื่อใช้สิทธิ์ในการเลือกซื้อข้าวราดแกง 8 บาท ซึ่งกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าตลาดแฮง ได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวขอนแก่นและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น ที่ส่งผลให้สถานประกอบการต่างๆได้หยุดการให้บริการ ตามประกาศคำสังของรัฐบาล ตาม พรก.ฉุกเฉิน อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานการ์ที่เกิดขึ้นนั้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางโฉมสุดา วโนทยาโรจน์ กรรมการบริหารศูนย์สรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ขอนแก่น กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการควบคุม และป้องกัน ตามแนวทางด้านสาธารณศุขอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด ซึ่ง จ.ขอนแก่น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่างให้ความร่วมมืิอตามแนวทางของรัฐบาลและประกาศคำสั่งของจังหวัด อย่างเข้มงวด ทำให้ขณะนี้สถานประกอบการตามคำสั่ง พรก.ฉึกเฉิน และ ตามประกาศของจังหวัดได้หยุดให้บริการแล้วทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางโฉมสุดา กล่าวด้วยว่า ขณะที่บางส่วนที่เปิดห้บริการตามประกาศ ก็ปรับรูปแบบมาให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข ขณะที่ห้างสรรพสินค้าแฟรี่ พลาซ่า ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นที่อยู่คู่กับจังหวัดมาอย่างยาวนานที่ขณะนี้หยุดให้บริการในส่วนของห้างฯ แต่เปิดให้บริการในส่วนของร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารที่ให้บริการแบบห่อกลับบ้านเท่านั้น ขณะที่บริเวณด้านข้าง นั้นมีการให้บริการแบบตลาดแฮง ที่จำหน่ายอาหาร ปรุงสำเร็จราคาถูก เหมือนกันกับการมีตลาดอาหารที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเราต้องให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ด้วยการกำหนดราคาจำหน่ายข้าวราดแกง ในราคากล่อง 8 บาท แบบอิ่มไม่อั้น ให้กับผู้ที่ว่างงาน คนตกงาน ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยข้าวราดแกง 8 บาทนั้น สามารถเลือกปริมาณข้าวได้ตามความต้องการและอาหาร 1 อย่าง ต่อ 1 กล่อง โดย 1 คนจำกัด 1 กล่อง ต่อ 1 มื้อเท่านั้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นได้รับประทานอาหารในราคาถูก ถูกสุขอนามัยและสามารถที่จะกลับมารับประทานได้ทุกวัน เพราะเราจะจำหน่ายในราคาเท่านี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยให้บริการทุกวันเพราะเราจะผ่านสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ไปด้วยกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61324</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิษโควิด-19, ห้างแฟรี่พลาซ่า, เทศบาลนครขอนแก่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80409a0a3d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคามะนาวทรงตัว สำรวจแผงค้าขอนแก่นพบผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาดมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคามะนาวที่ตลาดสดบางลำพู ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยราคาจำหน่ายล่าสุดวันนี้ มะนาวขนาดกลางราคาจำหน่ายหน้าแผงลูกละ 1 บาท ในขณะที่มะนาวขนาดจัมโบ้ราคาจำหน่ายอยู่ที่ลูกละ 2-3 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วงเดือน พรมวิเชียร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/19 ม.14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แม่ค้าจำหน่ายมะนาว กล่าวว่า มะนาวที่มีราคาทรงตัวในระยะนี้เกิดจากการที่เกษตรกรผู้ปลูกส่งจำหน่ายมะนาวเข้าสู่ตลาดจำนวนมากขณะเดียวกันปีนี้มีมะนาวออกผลผลิตในช่วงต้นปีเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปกติประมาณเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ราคามะนาวจะเริ่มขยับสูงขึ้น ซึ่งถ้าเป็นปีที่ผ่านมานั้นในระยะนี้ราคาจะขยับขึ้นไปกระสอบละประมาณ 1,000-2,000 บาท แต่ปีนี้ราคากระสอบละ 300-400 บาทเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วงเดือน กล่าวต่ออีกว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่ราคามะนาวทรงตัวนั้นอาจจะเป็นเพราะปีนี้มะนาวบ้านที่ชาวบ้านปลูกกันตามที่รัฐบาลส่งเสริมนั้น ได้ผลผลิตกันแล้วจึงทำให้มะนาวออกสู่เป็นจำนวนมาก เช่นกันอย่างไรก็ตามคาดว่าอีกประมาณ&amp;nbsp;2 เดือนต่อจากนี้คาดว่าราคามะนาวจะเริ่มปรับราคาขึ้น จากเดิมราคาตอนนี้เริ่มต้นลูกละ 1 บาท น่าจะขยับสูงขึ้นที่ลูกละ 2-3 บาท ซึ่งทางร้านยอมรับกับราคาที่ตกลงและขยับขึ้นเพราะทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ตลาดสดบางลำพู, ราคาทรงตัว, ราคามะนาว, เทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e254bab97d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชม!! ตำรวจขอนแก่นตั้งข้าวเหนียวกระติ๊บใหญ่แจกอาหารให้กับนักเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่จุดบริการประชาชน สภ.เมืองขอนแก่น ริม ถ.มิตรภาพตรงข้ามสวนเรืองแสง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ &amp;nbsp;มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวัชร &amp;nbsp;ดีบุญมี รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ปรีชา &amp;nbsp;เก่งสารกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่จตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและจิตอาสา ที่ปฎิบัติหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยในจุดบริการประชาชนของ สภ.เมืองขอนแก่น แห่งนี้นั้นได้มีการจัดให้มีการบริการจุดพักรถ การสอบถามเส้นทาง และตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้นและการตั้งโรงครัวจิตอาสา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก เนื่องจากมีการนำกระติ๊บข้าวเหนียวขนาดใหญ่จำนวนมากมาวางไว้ในจุดบริการ ซึ่งภายในนั้นมีข้าวเหนียว-หมูฝอย อาหารอีสานทานง่าย รวมไปถึงผัดซีอิ๊ว ไว้เพื่อให้บริการประชาชนตลอดทั้ง 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ &amp;nbsp;มุสกิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแกน ในการจัดการจราจร และอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ จุดบริการประชาชน ทั้ง 98 จุด รวมกำลังกว่า 1,110 นาน ทุกจุดจะปฎิบัติหน้าที่อย่าเข้มงวดเพื่อลดสถิติของการเกิดอุบัติเหตุอย่างเต็มที่และที่สำคัญคือการคุมเข้มผู้ขับขี่ที่ขับรถขณะเมาสุรา ที่มีการนแจกจ่ายเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ จำนวน 77 เครื่อง และเครื่องตรวจจับความเร็ว 21 เครื่องให้กับสถานที่ตำรวจทั้งจังหวัดได้ใช้ตรวจจับการกระทำความผิดอย่างเต็มที่ ซึ่งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ขับขี่รถขณะเมาสุรา 252 ราย ขับรถเร็ว 634 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขณะที่การจับกุมใน 10 ข้อหาหลักนั้นสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 6,256 ราย ขณะเดียวกันในเรื่องของการจัดการจราจรในพื้นที่ที่มีสภาพการจราจรที่ติดขัดนั้น ได้กำหนดไว้สำหรับการรองรับการเดินทางทั้งไปและกลับตลอดทั้งช่วงเทศกาลปีใหม่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่พิเศษที่ตำรวจขอนแก่น ได้จัดเตรียมไว้ที่นอกเหนือจากในเรื่องของการขับขี่ที่ปลอดภัยแล้วยังคงเน้นหนักในเรื่องของการเรื่องของการอิ่มท้องอิ่มใจ ที่คนอีสานที่ด้วยกันจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะเมื่อเหนื่อยล้าจากการขับขี่แล้วก็ต้องเติมพลังด้วยอาหารการกิน ดังนั้นการที่ สภ.เมืองขอนแก่น เติมพลังให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยข้าวเหนียว หมูฝอย ที่ให้บริการตลอดทั้ง 24 ชม. จะเป็นการเติมพลังให้กับทุกคนได่อิ่มท้อง อิ่มใจ ด้วยความห่วงใยจากตำรวจขอนแก่นในเทศกาลปีใหม่นี้อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์อำนวยการปลอดภัยทางถนนเทศกาลปีใหม่ จ.ขอนแกน ได้มีการสรุปสถิติของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 27-29 ธ.ค.ที่ผ่านมาโดยภาพรวมทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่นพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งหมด 20 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 22 รายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจขอนแก่น, นักเดินทางช่วงปีใหม่, เทศบาลนครขอนแก่น, แจกอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e082c0c2a70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันแรกฤดูหนาว! ชาวขอนแก่นแห่ซื้อเสื้อผ้า-เครื่องนุ่มห่มอย่างคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงต่างพากันออกมาเลือกซื้อเสื้อกันหนาว และเครื่องนุ่งห่มกันหนาวในประเภทต่างๆ ที่ตลาดบางลำภู ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง โดยที่พ่อค้า-แม่ค้าต่างนำเสื้อกันหนาวในประเภทต่างๆมาวางจำหน่าย พร้อมทั้งการกำหนดจัดทำโปรโมรชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าได้มาเลือกซื้อในราคาสุดพิเศษ โดยเฉพาะ เสื้อหนัง ผ้าห่มนวม ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เสื้อยืดแขนยาว หมวกไหมพรหม และเสื้อกันหนาวชนิดต่างๆ &amp;nbsp;ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมบัติ มั่นแนบ อายุ 53ปี บ้านเลขที่ 109/140 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แม่ค้าขายเสื้อกันหนาวตลาดบางลำภู บอกว่า เมื่อความเย็นมาเยือนประเทศไทย ตามการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่แจ้งว่าวันที่ 17 ตุลาคมนี้เป็นวันแรกของการเข้าสู่ฤดูหนาวของไทย ประจำปี 2562 ทำให้ประชาชนทั่วไปได้ออกมาเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองกันหนาวสวมใส่ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับราคาจำหน่ายในกลุ่ม เสื้อกันหนาวมือสองในขณะนี้ราคายังถูกอยู่ ถ้าหนาวมากกว่านี้ อาจจะทำให้เสื้อผ้ากันหนาวมือสองอาจจะปรับราคาสูงขึ้น ในขณะเสื้อผ้ากันหนาวมือสองเริ่มที่ 20 บาท ถึงตัวละ 200 บาท แล้วแต่สภาพความสมบูรณ์ของสินค้า จึงเป็นที่นิยมของคนที่มาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง และผู้ที่มีรายได้น้อยเป็นอย่างมาก และก็เตือนประชาชนซื้อเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มกันหนาวมือสองมาใช้ ให้ทำความสะอาดโดยการต้มด้วยน้ำร้อน จากนั้นก็นำไปซักทำความสะอาด ก่อนนำมาสวมใส่เพื่อป้องกันโรคที่อาจจะติดมากับเสื้อผ้า เครื่องกันหนาวมือสองก็ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48225</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ฤดูหนาว, เข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย, เทศบาลนครขอนแก่น, เสื้อกันหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da7fc5003029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> น้ำมาปลาเยอะ!ชาวขอนแก่นออกจับปลาขายได้ราคาดี ปลาสลิดไข่กก.ละ100บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อเวลา07.30น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าภายหลังอิทธิพลของพายุ 3 ลูกที่พาดผ่านประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาได้ลดระดับลง โดยเฉพาะที่ตลาดสดบางลำภู และตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่นที่พบว่าเหล่าบรรดาพ่อค้า-แม่ค้า ส่วนใหญ่ต่างพากันนำปลาสดๆ ทุกขนาดและทุกชนิดมาวางจำหน่ายจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่พบว่าปลาดังกล่าวนี้ถูกชาวย้านพากันจับมาจากแหล่งน้ำสาธารณะและตามธรรมชาติทั่วไปที่มีปริมาณน้ำที่มากขึ้นจากพายุฝนที่ตกลงมารวมทั้งการออกหาปลาภายในเขื่อนอุบลรัตน์
นางวร โสสุด อายุ 69 ปี ชาวบ้านป่าเหลื่อม ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น บอกว่า อิทธิพลของพายุได้ทำให้มีมวลน้ำไหลเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งบ้านของตนเองนั้นอยู่ใกล้กับแก่งน้ำต้อน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ฝนตกติดต่อกันหลายวัน มีน้ำไหลเข้าแก่งในปริมาณที่มากกว่าปกติ คนในครอบครัวจึงพากันออกหาปลา ซึ่งสามารถจับได้วันละหลายกิโลกรัม โดยเฉพาะปลาขาวอีไทย บางวันได้ร้อยกว่ากิโล จึงนำมาขายที่ตลาดในกิโลกรัมละ 50-60บาท
&amp;ldquo;ยายนำปลาสดๆที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาขายที่ตลาดแห่งนี้ซึ่งขายหมดทุกวัน โดยเฉพาะปลาสลิดไข่ ที่ขายได้ราคาดีก็มีมาก เนื่องจากปลาสลิดนั้นได้หายไปจากแก่งน้ำต้อนนานมากแล้ว แต่ปีนี้จับปลาสลิดไข่ได้จำนวนมาก จึงนำมาขายกิโลกรัมละ 100บาท ทำให้มีรายได้ในครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ เพราะลูกค้าล้วนนิยมซื้อไปบริโภคอย่างมาก&amp;rdquo;
นางวร กล่าวอีกว่า ปลาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่นี้ช่วงสายๆก็จะขายหมดในขณะที่เพื่อนบ้านที่นำปลามาขายในตลาด บางคนขายไม่หมดก็จะนำกลับไปบ้าน ไปทำเป็นปลาแดดเดียว&amp;nbsp; ทำปลาร้า ก็สามารถนำมาขายที่ตลาดได้อีกเช่นกัน
ขณะที่นางลาวัน สีทา อายุ 52ปี แม่ค้าขายปลาสด กล่าวว่า ปลาที่ร้านนำมาจำหน่ายเป็นปลาที่จับได้ในเขื่อนอุบลรัตน์ ปลาบางส่วนคนในครอบครัวจับได้เอง บางส่วนรับซื้อจากเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาขายที่ตลาดสดในเมืองขอนแก่น ซึ่งมีทั้งปลาจะละเม็ดน้ำจืด ปลาชะโด ปลานวลจันทร์ ปลาสวายและปลานิล
&amp;ldquo;ปลาน้ำจืดที่จับได้ส่วนใหญ่จะมีแต่ตัวใหญ่ๆ น้ำหนักตั้งแต่ 3- 5 กิโลกรัม ในแต่ละวันก็มีจะร้านอาหารมารับซื้อไปทำอาหารขาย เพราะเป็นปลาสดที่นำไปทำอาหารขาย จะมีรสชาติอร่อยกว่าปลาที่ผ่านการแช่แข็ง&amp;rdquo;นางลาวัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45114</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมาปลาเยอะ, พายุโพดุล, เขื่อนอุบลรัตน์, เทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71cacfc32ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
