<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้านอาหารเทศบาลนครสงขลาคึกคักเปิดให้ลูกค้าเข้ามานั่งทานได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - ที่ร้านแต้จิ๋ว-ติ่มซำ เลขที่ 8/2 ถนนรามวิถีเขต เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของคุณฉวีวรรณ คมขำ หรือคุณแอน วัย 44 ปี เจ้าของร้านได้เปิดร้านให้ลูกค้าเข้าไปนั่งทานในร้านได้เป็นวันแรกหลังต้องปิดร้านมาเป็นเวลากว่า 2 เดือน เนื่องจากจังหวัดสงขลา เป็น 1 ใน 29 จังหวัดที่ถูกล็อกดาวน์ เนื่องจากเป็นพื้นที่สีแดง ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศในร้าน วันนี้มีลูกค้าเดินทางเข้ามาสั่งอาหารข้าวมันไก่-หมูกรอบ สั่งติ่มซำ มานั่งทานในร้าน ทำให้ร้านมีความคึกคักขึ้น โดยทางร้านได้มีมาตรการต่างๆ พนักงานก็ได้รับการวัคซีนทุกคนแล้ว และก่อนที่จะเปิดร้านในวันนี้ได้มีการ ตรวจ ATK เรียบร้อยหมดทุกคน ผลออกมาทุกคนไม่มีการติดเชื้อ ขอให้ลูกค้าสบายใจได้ว่าที่ร้านแต้จิ๋ว-ติ่มซำปลอดเชื้อสามารถนั่งทานในร้านได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ มั่นใจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้รู้สึกดีอย่างน้อยจังหวัดสงขลาเราก็ได้ปลดล็อก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเมืองสงขลาเรา ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารร้านอาหาร หรือว่าร้านเสริมสวยอะไรต่างๆ ก็จะได้ฟื้นตัวขึ้น ก็อยากจะขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยปลดล็อกให้พ่อค้าแม่ขาย ได้กลับมาคึกคักมีรายได้ ไม่ว่าจะไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แต่อย่างน้อยคาดว่าก็เกิน 50% &amp;nbsp;วันนี้ร้านแต้จิ๋ว-ติ่มซำ ก็เปิดบริการให้นั่งทานในร้านเป็นวันแรก หลังจากปิดมาประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ก็อยากจะเชิญชวนลูกค้าทุกท่านมาใช้บริการของทางร้านและทุกๆร้านค้าที่เปิดบริการให้นั่งทานในร้านวันนี้ เป็นวันแรก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, จังหวัดสงขลา, ถนนรามวิถีเขต, ร้านแต้จิ๋ว-ติ่มซำ, เทศบาลนครสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f143156cfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลนครสงขลาจ่อท่วมซ้ำ หลังเจอฝนถล่มจนต้องเร่งระบายลงทะเลสาบ-เมฆครึ้มปกคลุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตเทศบาลนครสงขลาและยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงใกล้ค่ำ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกระจายมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในเขตเทศบาลนครสงขลาถนนหลายสายก็ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนเตาอิฐเขตเทศบาลนครสงขลา เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำระบายไม่ทันเข้าท่วมถนน รวมทั้งเข้าบ้านเรือนประชาชน เทศบาลนครสงขลาต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เร่งสูบระบายน้ำออก ลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อลดระดับน้ำในชุมชนเตาอิฐ เขตเทศบาลนครสงขลาโดยเร็ว หลังเดินเครื่องสูบน้ำไม่นานก็สามารถสูบน้ำระบายลงคูระบายน้ำขนาดใหญ่ให้ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้อย่างรวดเร็วหลังฝนหยุดตก ขณะนี้น้ำที่ท่วมชุมชนเตาอิฐแห้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสภาพอากาศในคืนนี้ บริเวณท้องฟ้าในตัวเมืองสงขลายังคงมีเมฆฝนปกคลุมและคาดว่าคืนนี้อาจจะมีฝนตกลงมาเป็นช่วงๆอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68371</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, น้ำท่วมสงขลา, เทศบาลนครสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee17f0295ed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาคึกคัก ปชช.ร่วมแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ต.ค.61- &amp;nbsp;เทศบาลนครสงขลา จัดพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวน ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงานประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว ประจำปี 2561 โดยนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา นำประชาชนชาวสงขลาร่วมขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากบริเวณหน้าสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ (ส.ทร.6 สงขลา) แห่ไปตามถนนสายต่างๆ &amp;nbsp;ในเขตเทศบาลนครสงขลา เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาและไปสิ้นสุดที่บริเวณเชิงบันไดเขาตังกวน จากนั้นได้อัญเชิญผ้าห่มองค์พระเจดีย์หลวงฯ ขึ้นไปบนยอดเขาตังกวน โดยมีประชาชนเข้าร่วมขบวนแห่ผ้าห่มองค์เจดีย์หลวงเขาตังกวน &amp;nbsp;ด้วยความศรัทธาเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพิธีแห่ผ้าห่มองค์เจดีย์หลวงเขาตังกวน เป็นประเพณีที่ยึดมั่นของพี่น้องชาวสงขลาที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน โดยเทศบาลนครสงขลา ได้กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลออกพรรษา ยึดเอาวันมหาปวารณาหรือวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันจัดงาน ก่อนที่จะเริ่มงานประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว &amp;nbsp;ในวันรุ่งขึ้น ด้วยมีความเชื่อว่าการทำบุญและการกราบไหว้บูชาที่ให้ได้กุศลจริง จะต้องปฏิบัติต่อพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าและใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าให้มากที่สุด เมื่อพระองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ก็ยังมีสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าอยู่ เมื่อบูชากราบไหว้สิ่งเหล่านี้ เท่ากับเป็นการกราบไหว้ต่อพระพักตร์ของพระพุทธองค์ สำหรับจังหวัดสงขลา สิ่งที่พี่น้องประชาชนยึดถือและศรัทธาว่าเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ ได้แก่ องค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวน ซึ่งเป็นพระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจัดพิธีแห่ผ้าห่มองค์เจดีย์หลวงเขาตังกวนครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของประชาชนชาวสงขลา รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเจดีย์หลวงบนยอดเขาตังกวน ให้เป็นแหล่งรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นที่สักการบูชาแก่ชาวนครสงขลาและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยการศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมในส่วนที่พึงปฏิบัติต่อพระธาตุเจดีย์ ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้ดำรงอยู่สืบไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20596</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพระเพณีชักพระ, พระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ, ออกพรรษา, เขาตังกวน สงขลา, เทศบาลนครสงขลา, แห่ผ้าเขาตังกวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd012122cdde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง!ชาวสงขลารอเก้อ 9เดือน หัวรถจักรรถไฟยังไม่มา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งามหน้าบอร์ดการรถไฟ ปล่อยวัชพืชขึ้นโบกี้&amp;nbsp;ส่อดับฝันชาวสงขลาสร้างแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวสถานีอนุรักษ์ชุมชนรถไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.61- สถานีรถไฟสงขลากำลังได้รับการพัฒนา สู่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนสถานีรถไฟสงขลาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่เหลือเวลาอีก 3 เดือนก็จะสิ้นปีงบประมาณ 2561 จะถูกตัดไปทันที &amp;nbsp;ถือเป็นการเสียโอกาสของเทศบาลนครสงขลา ที่มีความตั้งใจในการฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาจนสถานีรถไฟสงขลามีความสวยงามกลับมาอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานีรถไฟสงขลามีอายุอายุประมาณ 100 ปี และในอดีตเคยเปิดให้บริการเดินรถไฟมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันได้ยกเลิกการให้บริการไปแล้วตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2521 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ตั้งแต่ปี 2547 โดยตัวอาคารมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์คู่กับเมืองสงขลาและเทศบาลนครสงขลา โดยสนง.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา ใช้งบกว่า 7 ล้านบาทบูรณะฟื้นฟูสถานีรถไฟสงขลา เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งทางสํานักศิลปากรที่ 13 สงขลา ได้ตรวจสอบสภาพอาคารเดิมที่มีอายุประมาณ 100 ปี เพื่อบูรณะซ่อมแซมสภาพอาคารใหม่ เน้นอนุรักษ์ และยึดรูปแบบอาคารเดิมในอดีต จนแล้วเสร็จทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานีรถไฟสงขลาหลังได้มีการฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาจนมีความสวยงามแต่ยังขาดหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนบอร์ดการรถไฟชุดใหม่ มีการออกกฎระเบียบขึ้นมาใหม่จะต้องมีการพิจารณาใหม่และทำให้การอนุมัติล่าช้าออกไปอีกงบประมาณกว่า 4 ล้านบาท สำหรับพัฒนาหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ มาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนสถานีรถไฟสงขลาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมซึ่ง เหลือเวลาอีก 3 เดือนก็จะสิ้นปีงบประมาณ 2561 จะถูกตัดไปทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ร้านน้ำชา ลุงเวียง รอดผล อายุ 82 ปี ซึ่งเป็นพนักงานรถไฟสถานีรถไฟสงขลา เปิดร้านขายน้ำชาอยู่บริเวณสถานีรถไฟสงขลา เจ้าแรก ตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าสถานีรถไฟสงขลาจะหยุดให้บริการไปตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2521แต่ลุงเวียงก็ยังขายน้ำชาอยู่จนถึงปัจจุบันและเมื่อการบูรณะแล้วเสร็จ ลุงเวียงจะย้ายกลับเข้าไปขายที่เดิมในสถานีรถไฟสงขลาที่เคยขายมาตลอด 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดสถานีรถไฟสงขลาอยู่ในระหว่างการ&amp;nbsp;ปรับปรุง ระยะที่ 3 และจะนำหัวรถจักรและโบกี้รถไฟมาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนสถานีรถไฟสงขลาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยทางเทศบาลนครสงขลาได้ประสานทำหนังสือขอหัวรถจักรและโบกี้รถไฟไปทางการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งมีบอร์ดชุดเก่าได้รับการพิจารณาแล้วและหัวรถจักรและโบกี้รถไฟอยู่ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ทางเทศบาลนครสงขลาจึงได้ตั้งงบประมาณปี 2561 กว่า 4 ล้านบาทสำหรับพัฒนาหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ มาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนสถานีรถไฟสงขลาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและได้รับอนุมติงบประมาณแล้ว รอเพียงหัวรถจักรและโบกี้รถไฟเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีการเปลี่ยนบอร์ดการรถไฟชุดใหม่ &amp;nbsp;มีการออกกฎระเบียบขึ้นมาใหม่จะต้องมีการพิจารณาใหม่ทั้งหมดและทำให้การอนุมัติล่าช้าออกไปอีกโดยทางเทศบาลนครสงขลาเองได้พยายามติดตามเรื่องมาตลอดก็ยังไม่มีคำตอบออกมาว่าจะได้หรือไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนารางรถไฟเพื่อเตรียมรอรับหัวรถจักรและโบกี้รถไฟไว้ 4 ราง บริเวณหน้าสถานีรถไฟ อีกทั้งได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ผ่านมา 9 เดือน ของปีงบประมาณปี 2561 ยังไม่มีวี่แววและไม่มีคำตอบจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ รางรถไฟสถานีรถไฟสงขลาที่รอหัวรถจักรและโบกี้รถไฟมา 9 เดือน ก็มีวัชพืชขึ้นมาเต็มรางรถไฟทั้ง 4 ราง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาชาวสงขลาวอนบอร์ดการรถไฟชุดใหม่ ช่วยเร่งพิจารณาดำเนินการในเรื่องหัวรถจักรและโบกี้รถไฟ มาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนสถานีรถไฟเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขณะนี้อยู่ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ เนื่องจากเหลือเวลาอีก 3 เดือนก็จะสิ้นปีงบประมาณ 2561 หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆก็จะถูกตัดไปทันที &amp;nbsp;ถือว่าเป็นการเสียโอกาสของเทศบาลนครสงขลา หลังได้มีความตั้งใจในการฟื้นฟูอนุรักษ์และพัฒนาจนสถานีรถไฟสงขลามีความสวยงามกลับมาอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า โครงการของเทศบาลนครสงขลาในเรื่องของศูนย์เรียนรู้ชุมชนรถไฟ ทำไประยะที่ 1 และระยะที่ 2 เสร็จเรียบร้อยแล้วและในปีงบประมาณปี 2560 และทำระยะที่ 3 ระยะนี้จะมีหัวรถจักรและโบกี้รถไฟที่ต้องนำมาวางไว้ที่สถานีรถไฟสงขลา ตอนนี้ได้ประสานไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาได้เปลี่ยนผู้บริหารระเบียบและวิธีการต่างๆการมอบให้ก็ต้องเข้าที่ประชุมบอร์ดการรถไฟ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ก็ได้ไปตามเรื่องแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าและเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ไปตามเรื่องอีกครั้งหนึ่ง ทางรองผู้ว่าการการรถไฟก็บอกว่า จะนำเรื่องเข้าประชุมบอร์ดอีกครั้งหนึ่ง ก็ถือว่าตอนนี้หัวรถจักรและโบกี้รถไฟอยู่ที่หาดใหญ่แล้ว ถ้าทางบอร์ดการรถไฟอนุมัติมา เราก็สามารถเคลื่อนย้ายมาที่สถานีรถไฟสงขลาได้ เพราะรางเราทำเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, บอร์ดการรถไฟ, สถานีรถไฟสงขลา, หัวรถจักร, เชิงอนุรักษ์, เทศบาลนครสงขลา, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3083da3eda3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
