<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสม.ลำปางทำงานกัดไม่ปล่อย! ยกทีมตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าเข้าพักในหมู่บ้านสกัดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63- เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา ทางนางวิไลวรรณ สูงติวงศ์ ประธานชุมชนบ้านกอกชุม เทศบาลเมืองเขลางค์นคร &amp;nbsp; ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยทีมงาน อสม. และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร และชาวบ้านในพื้นที่อีกเกือบ20คน ได้เข้าตรวจสอบบ้านพักภายในหมู่บ้านไทยสมุทร หลังจากรับทราบว่ามีบุคคลในหมู่บ้านนำญาติซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงคือ บ้านดง อ.งาว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 และขณะนี้หมู่บ้านดังกล่าวยังคงปิดหมู่บ้านอยู่ มาพักอาศัย จึงทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างหวาดผวาและไม่ต้องการให้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเข้าตรวจสอบทราบว่า มีผู้พักอาศัยรายหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้นำพ่อซึ่งมีอายุมาก และป่วย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลลำปางมาช่วงค่ำวานนี้ จึงได้พามาพักในหมู่บ้าน โดยขอพักอยู่ห้องหนึ่งที่ว่าง โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ อสม. หรือ ประธานชุมชนทราบ และเช้าวันนี้ก็ได้พาพ่อออกจากหมู่บ้าน เพื่อกลับไปที่บ้านดง อ.งาว แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก็สร้างความสบายใจให้กับชาวบ้านไปส่วนหนึ่ง ซึ่งทาง ประธานชุมชน ก็ได้รีบประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอทราบการดำเนินการว่าจะต้องมีการทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าวหรือไม่ และ จะได้ประสานปลายทางว่าบุคคลดังกล่าวได้พาพ่อกลับเข้าไปยังหมู่บ้านจริงหรือไม่เพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป ขณะที่ประธานชุมชน ได้กำชับ อสม.ให้แจ้งชาวบ้านในพื้นที่ให้ทราบว่าหากมีบุคคลแปลกหน้านอกพื้นที่เขามาในหมู่บ้านขอให้แจ้งให้ทราบทันที และต้องทำความเข้าใจชาวบ้านให้ทราบและช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดเพื่อจะได้ช่วยกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19เข้ามาสู่ชุมชนได้.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานชุมชนบ้านกอกชุม, สภ.เขลางค์นคร, อสม.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92b0aed9680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวลำปางเริ่มเจ็บป่วยจากควันไฟบ่อขยะนานกว่า 30 ชม.ยังดับไม่สนิท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 -&amp;nbsp;ที่บ่อขยะเทศบาลนครลำปาง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้เกิดไฟลุกไหม้ภายในบ่อขยะเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้ควันไฟลอยฟุ้งกระจาย สร้างปัญหามลพิษให้กับชาวบ้านในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง แม้ที่ผ่านมาทางเทศบาลเขลางค์นคร ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้มีการจัดรถน้ำเข้าดับไฟที่ลุกไหม้ อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟที่ลุกไหม้บ่อขยะได้ โดยเบื้องต้นพบว่าไฟไหม้บ่อขยะนานกว่า 30 ชั่วโมงแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ แสบจมูก แสบตาและมีการระคายเคือง ดวงตาและลำคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายชาญศักดิ์ ศรียอด อายุ 45 ปี ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ที่ 2 บ้านกล้วยแพะ ตำบลกล้วยแพะ อำเภอเมืองลำปาง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าไฟได้ลุกไหม้ขยะตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมาถึงตอนนี้ก็เป็นระยะเวลากว่า 30 ชั่วโมงแล้ว แม้ที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดรถน้ำเข้ามาฉีดดับไฟแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟได้ เนื่องจากไฟลุกไหม้จากใต้กองขยะและบริเวณที่เกิดไฟไหม้เป็นช่วงทางลาดชัน และมีบ่อน้ำลึกอยู่ข้างล่าง รถน้ำจึงไม่สามารถเข้าฉีดน้ำได้สะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ ดังกล่าวกลุ่มควันไฟได้ลอยไปตามกระแสลม ส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่บ้านกล้วยแพะและหมู่บ้านใกล้เคียง เนื่องจากควันไฟและเขม่าที่ลอยไปกับควันได้ไปเปื้อนเสื้อผ้าที่ตากไว้และควันไฟยังส่งผลให้ชาวบ้านเจ็บป่วยมีอาการระคายคอ แสบตา เคืองดวงตา โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ทุกคนต้องสวมผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟ&amp;nbsp;จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ จากการสังเกตสภาพอากาศพบว่าควันไฟได้ลอยฟุ้งกระจายไปไกลตามกระแสลม ล่าสุดทางอำเภอเมืองลำปาง ได้เร่งประสานรถน้ำจากหน่วยงานใกล้เคียง เข้าดับไฟที่ลุกไหม้กองขยะในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51319</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เทศบาลนครลำปาง, จังหวัดลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, ไฟไหม้บ่อขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf5f993d5b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
