<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ส่ง &#039;เทิดภูมิ ใจดี&#039; แกนนำพันธมิตรฯ เข้ารพ.ราชทัณฑ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกรณีการรับตัวกลุ่มแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก 3 คน ประกอบด้วย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายอมร อมรรัตนานนท์ และนายเทิดภูมิ ใจดี &amp;nbsp;ว่า ผู้ต้องขังทั้งหมดได้ถูกนำไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง โดยทั้งหมดได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด -​ 19 สำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด &amp;ndash; 19 ภายในสถานควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่สั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด -​19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK)​ตั้งแต่ที่ศาล เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อเข้าสู่เรือนจำ โดยผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ได้ลงนาม ยินยอมให้ทำการตรวจและปรากฏผลตรวจเป็นลบทั้ง 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของนายเทิดภูมิ ได้ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 18.30 น. เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยจากการผ่าตัดอยู่ก่อนแล้ว&amp;nbsp;&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115301</URL_LINK>
                <HASHTAG>พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ราชทัณฑ์, เทิดภูมิ ใจดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f3ced9c29f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่รอลงอาญา คดีไล่รัฐบาลสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมดาวกระจายปี 2551 ขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคดีที่พนักอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องอดีตแกนนำ พันธมิตรฯ 9 คน คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี ร่วมกันเป็นจำเลย 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อปี 2551 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้รวมตัวกันต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น คดีนี้ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ให้ยกฟ้อง พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 นายสุริยะใส กตะศิลา จำเลยที่ 6 &amp;nbsp;ส่วนนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ &amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 7-9 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 &amp;nbsp;แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งเจตนาคดี และเหตุผล ประกอบอายุประวัติ อาชีพ ความประพฤติการศึกษา อบรม และสุขภาพของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นควรรอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 30 ม.ค.2562 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่า จำเลยที่ 7-9 &amp;nbsp;ไม่มีความผิด จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องทั้งสามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา &amp;nbsp;ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวลใดๆ อายุขนาดนี้แล้ว หากศาลยกฟ้องก็กลับบ้าน &amp;nbsp;ถ้าลงโทษไม่รอลงอาญาก็เข้าคุก คดีนี้ผ่านมา 3 ศาลแล้ว จะมีข้อยุติอย่างไร ก็ต้องรอดูคำพิพากษาของศาล และคิดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการเคลื่อนไหว ของประชาชนในการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะทั้ง 9 คนได้เชื่ออย่างสุจริตใจว่าตนเองทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการหยุดใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของรัฐบาลและรัฐสภาในขณะนั้น มีการใช้สิทธิ์การชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ แต่ฝ่ายโจทก์ระบุว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับทางอาญาในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการยืนยันว่ารัฐธรรมนูญเมื่อประชาชนใช้สิทธิทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รัฐธรรมนูญปกป้องคุ้มครองได้ระดับไหน และขอบเขตระหว่างรัฐธรรมนูญกับการทำผิดทางอาญาเป็นอย่างไร คดีนี้จะเป็นอีกคดีที่ชัดเจนคดีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันการใช้สิทธิ์ในการชุมนุมมันบานปลายคล้ายว่า ทำให้เกิดความรุนแรง และภายใต้คำพูดว่าเป็นการกระทำอย่างสงบปราศจากอาวุธ ถ้าเทียบกับบรรทัดฐานของพันธมิตร น่าจะชัดเจนว่าขอบเขตมันต่างกัน พฤติการณ์ต่างกัน ดังนั้นการตัดสินคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานการต่อสู้คนรุ่นหลังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจำเลยคนอื่นก็เริ่มทยอยเดินขึ้นไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.15 น. ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่า คดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;หรือไม่ เห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการกดดันให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;ไปแล้วกับความผิดในคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คนขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;215&amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;อีก ถือว่าเป็นคดีที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นคดีนี้อีกไม่ได้จึงเป็นการฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;นั้น ได้แก่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์,&amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี เห็นว่า ได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้จำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ยังเดินทางไปชุมนุมปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นำผู้ชุมนุมไปปิดล้อมที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการร่วมชุมนุมที่มีการปิดกั้นการจราจร จึงพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;อนุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และอนุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้&amp;nbsp;1ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คงจำคุกคนละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน โดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จังได้ควบคุมตัวจำเลยที่ 7-9 ไปยังเรือนจำ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115130</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พธม., พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, อมร อมรรัตนานนท์, เทิดภูมิ ใจดี, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612db0580beda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ &#039;สองสิงห์ใหญ่&#039; อดีตเคยไล่ล่าประหัตประหารกัน ปัจจุบันต่างก็เข้าวัดปฏิบัติธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงษ์ สุวรรณ โพสต์รูปภาพ พร้อมแคปชั่น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพสิ่งไม่เที่ยง!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสิงห์ใหญ่ ที่เคยเป็นอริกันตามหน้าที่ ถึงขั้นไล่ล่าประหัตประหารกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนหนึ่งเป็นนายตำรวจใหญ่มือปราบคนสำคัญ ชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนหนึ่งเคยเป็นคอมมิวนิสต์ใหญ่ เป็นนักรบคนสำคัญของประชาชน เป็นนักสู้ที่เลื่องชื่อลือชาของภาคประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ทั้งสองคน กลับมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ในสำนักของหลวงพ่อกัณหา หลานของหลวงปู่ชา และบังเอิญเหลือเกิน ที่พระมหาอนุชน เปรียญธรรม 9 ประโยค นาคหลวงเกือบจะเป็นองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ 9 ซึ่งผมได้ถวายทุนการศึกษามานาน ก็ไปศึกษาปฏิบัติกรรมฐานอยู่ที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงก็ได้ช่วยอุปถัมภ์ดูแลกันและกัน และได้ส่งข่าวคราวถึงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งพลตำรวจเอกชลอ เกิดเทศ และคุณเทิดภูมิ ใจดี วันนี้ต่างก็เข้าวัดปฏิบัติธรรม เพื่อเตรียมเดินทางไกลครั้งสำคัญของชีวิต!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไล่ล่า กลับต้องมาให้คนถูกล่า ช่วยเข็นรถเข็นให้ ส่วนคนที่เคยถูกล่า ก็เมตตาเต็มใจช่วยเข็นรถดูแลให้ นี่ก็เป็นการแสดงธรรมอย่างหนึ่ง ที่พึงทำความศึกษา ก็จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละครับ จะหลงอำนาจหลงโลภโมโทสัน เบียดเบียนกันไปทำไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลอ เกิดเทศ, เทิดภูมิ ใจดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b458769952b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พธม.เฮ!อุทธรณ์ยกฟ้อง คดีดาวกระจายไล่สมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;9 แกนนำ พธม.เฮ! ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคดีดาวกระจายไล่ &amp;ldquo;สมัคร&amp;rdquo; เมื่อปี 2551 ชี้ชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเหตุรุนแรงต้นตอไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม อาวุธที่ค้นพบมีพิรุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อ.3973/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 79 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 68 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 69 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 64 ปี, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 69 ปี, นายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 42 ปี, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อายุ 65 ปี, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี อายุ 58 ปี และนายเทิดภูมิ ใจดี อายุ 73 ปี เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ โดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดให้เลิกแล้ว แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216 กรณีที่มีการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2551
&amp;nbsp; &amp;nbsp; อัยการโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2558 ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 9 คนซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ 5 คันเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ ติดตั้งเครื่องขยายเสียงและลำโพง ต่อมาเวลากลางคืนจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปตาม ถ.ราชดำเนิน มุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อรถเวทีปราศรัยเคลื่อนผ่านไปบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจตั้งแถวสกัดกั้นเอาไว้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าแนวกั้นไปได้ และได้ปิดการจราจรใน ถ.ราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วงไปจนถึงวันที่ 5 ต.ค.2551 โดยได้ตั้งเวทีถาวร กางเต็นท์ มีโรงครัวปรุงอาหาร ขึงลวดหนามกั้น ถ.ราชดำเนินนอก ห้ามบุคคลเข้า-ออกบริเวณที่ชุมนุม มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยเรียกว่านักรบศรีวิชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ไม้เบสบอล หนังสติ๊ก ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ส่วนบนเวทีปราศรัยจำเลยทั้ง 9 คน ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลนายสมัคร โดยปราศรัยปลุกระดมมวลชนที่มาฟังและร่วมชุมนุมไปตลอด 24 ชั่วโมง ภายหลังได้ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนกระทำการปิดถนนสาธารณะและเคลื่อนกำลังไปในลักษณะดาวกระจาย ใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจ เป็นต้น เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โรงเรียน สถานศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุม ต้องหยุดการเรียนการสอนหลายครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยจากการชุมนุม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวในชั้นพิจารณา ยกเว้นนายสนธิ แม้ได้รับการประกันตัว แต่ถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรม รับโทษจำคุก 20 ปี คดีทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งศาลเบิกตัวนายสนธิจากเรือนจำคลองเปรมเพื่อมาฟังคำพิพากษา ขณะที่อดีตแกนนำ พธม.อีก 8 คนก็ได้เดินทางมาศาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องซ้ำกับคดี พธม.บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-6 คนละ 2 ปี อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่ง แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยที่ 7-9 ไว้มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ประเด็นวินิจฉัยคดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-6 เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดง อ.1877/2558 และคดีหมายเลขแดง อ.1878/2558 หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-6 เป็นคดีนี้อีกไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น เห็นว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 วรรคแรก เนื่องจากการกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยสงบ แม้โจทก์มีพยานเจ้าหน้าที่เบิกความกรณีผู้ชุมนุมต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงาน จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อเวทีและเต็นท์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนที่ตรวจค้นพบขวานและเหล็กแป๊บในพื้นที่ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมขนย้ายเต็นท์และข้าวของออกไปหมดแล้ว จึงค่อนข้างผิดวิสัย อีกทั้งก็ไม่ได้ค้นพบจากตัวผู้ชุมนุม ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่ของผู้ชุมนุมเอง เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ใช้สิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 7-9 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังพิพากษา นายสมเกียรติกล่าวว่า ศาลยกฟ้องทุกข้อหา เพราะคำให้การของพยานระบุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกระทำตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ และการกระทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองด้วย ซึ่งตนเองถูกดำเนินคดีทั้งหมด 11 คดี ไม่เคยเห็นศาลอ้างรัฐธรรมนูญเหมือนคดีดาวกระจายนี้ ซึ่งศาลเริ่มเอารัฐธรรมนูญมาใช้แล้ว คิดว่าบรรยากาศจะดีขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายสุริยะใสกล่าวว่า ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม เพราะเราเชื่อมั่นและยืนยันมาตลอดว่า พร้อมสู้ทุกคดี ไม่หนี และใช้สิทธิทางศาลอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็น้อมรับ วันนี้เป็นอีกกรณีที่ยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราชุมนุมต่อสู้กันมากระทำโดยสุจริตใจ อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ศาลชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบฯ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่เหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากภายนอก เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ยกมาต่อสู้ในทุกคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราไม่ได้ยกพวกไปตีกับใคร เราชุมนุมโดยสงบที่ทำเนียบฯ เดี๋ยวก็มีระเบิดเอ็ม 79 ยิงมา มีชายฉกรรจ์ชายชุดดำออกมา สุดท้ายความจริงปรากฏว่าความตั้งใจของพวกเราที่ต่อสู้เพื่อบ้านเมือง ซึ่งศาลท่านเห็นและสังคมก็จะเห็นตาม ไม่ว่าวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังมั่นใจในความสุจริตที่ต่อสู้มาทั้งหมดเพื่อส่วนรวม&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27930</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พิภพ ธงไชย, รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมร อมรรัตนานนท์, เทิดภูมิ ใจดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51ba9a7b6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนยกฟ้องแกนนำพันธมิตรฯ คดีรัฐบาลมาร์คฟ้องชุมนุมผิดพ.ร.บ.มั่นคงฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 61 - ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.607/2548 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายประพันธ์ คูณมี, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, สมณะโพธิรักษ์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายเทิดภูมิ ใจดี, นายพิภพ ธงไชย, นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี และนายทศพล แก้วทิมา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติและเครือข่ายประชาชนปกป้องแผ่นดิน เป็นจำเลยที่ 1- 10 ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ และข้อกำหนดห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้า หรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2558 สืบเนื่องกรณีเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2554 กลุ่ม พธม. และกลุ่มที่ใช้ชื่อ &amp;ldquo;เครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ&amp;rdquo; ได้ตั้งเวทีชุมนุมที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งแกนนำได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย โจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาลกรณีความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มีเหตุการณ์กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอสู้คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งระหว่างการพิจารณาจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวไป วันนี้จำเลยทุกคนเดินทางมาฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ ส่วนนายสนธิ อดีตแกนนำ พธม.ที่ถูกคุมขังในเรือนจำคดีความผิด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ก็ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษาด้วย โดยมีสีหน้าสดใส แต่ร่างกายค่อยข้างผอมกว่าเดิม ซึ่งกลุ่มแกนนำเมื่อเจอกันก็ทักทายพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า การออกประกาศพื้นที่ห้ามบุคคลเข้า-ออก บริเวณถนนราชดำเนิน เขตดุสิต และพื้นที่ใกล้เคียงรอบทำเนียบรัฐบาล ของ ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ออกในวันที่ 9 ก.พ. 2554 นั้นไม่มีสภาพใช้เป็นกฎหมาย เนื่องจากก่อนหน้านี้คำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรที่ 45/2554 เรื่องจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ให้ ผบ.ตร.เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ก็ลงประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้วันที่ 18 ก.พ. 2554 หลังจากการชุมนุม ดังนั้นบรรดาการกระทำก่อนคำสั่งนั้นจะประกาศใช้จึงเป็นการทำไปโดยไม่มีอำนาจ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สุริยะใส กตะศิลา, อมร ศิรโยธินภักดี, เทิดภูมิ ใจดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c187734c918b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
