<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกียวโต-นาโกยะ และความหวาดผวากลางอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรอกพอนโตโช อีกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของนครเกียวโต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เป็นเวลาเย็นมากแล้วตอนที่เรากลับมาถึง Kaede Guesthouse ผมถามพนักงานต้อนรับว่าชื่อที่พักออกเสียงอย่างไร เพราะผมเผลอพูดออกไปว่า &amp;ldquo;เกด&amp;rdquo; เธอตอบว่า &amp;ldquo;คาเอเดะ&amp;rdquo; เรารับกระเป๋าที่ฝากไว้ตั้งแต่เข้าเช็กอินเมื่อตอนสายๆ แล้วก็ขึ้นไปยังห้องพักรวม 6 เตียง ซึ่งเตียงเป็นแบบ 2 ชั้น 3 คู่ ตั้งเรียงติดกันตามยาวโดยมีผนังกั้น เราได้เตียงคู่ด้านในสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หนุ่มตี๋ 2 คนแต่คงไม่ได้มาด้วยกันได้ 2 เตียงนอก เตียงกลางเป็น 2 สาวพูดภาษาอังกฤษสำเนียงคนอังกฤษ คนหนึ่งหน้าตาเป็นอังกฤษแท้ อีกคนเป็นสาวหมวยที่คงเกิดหรือไม่ก็เติบโตในอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่มาด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนหลังผมมีโอกาสได้ถามสาวอังกฤษว่ามาจากไหน เธอตอบว่า &amp;ldquo;ลั้นดัน&amp;rdquo; ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในความเป็นคนเมืองหลวง แทนที่จะตอบว่าอิงแลนด์ หรือยูเค ขยายความต่อว่าเธอกับเพื่อน (สาวหมวย) เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงเดินทางท่องเที่ยวเพื่อฉลองปริญญาก่อนกลับไปหางานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราอาบน้ำเสร็จก็ลงไปกินบะหมี่ที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดกว้างขวางสำหรับนั่งเล่น และกินอาหาร เพื่อนร่วมทางของผมกินบะหมี่ถ้วยที่ซื้อจากร้าน Lawson ใกล้ๆ ที่พัก ส่วนผมกินบะหมี่ถ้วยที่ซื้อเพราะต้องการแตกแบงค์ย่อยตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไฟที่ยามาโตะโคริยามะเมื่อวันก่อน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่ซื้ออาหารจากภายนอกมากิน โดยเฉพาะพวกที่เดินทางคนเดียว มีกลุ่มคนหนุ่มจากบราซิลกลุ่มใหญ่คอยส่งเสียงครื้นเครงอยู่เป็นระยะเพราะกำลังเล่นไพ่กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตรอกพอนโตโชยามสนธยา ภาพเมื่อ 3 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อากาศคืนนี้ไม่หนาวเท่าไหร่ เราเดินประมาณ 1 กิโลเมตรไปยังโซนดื่มกินใกล้ๆ แม่น้ำคาโมกาวะ &amp;ldquo;บาร์มามุ&amp;rdquo; อยู่บนชั้น 3 ของตึก New Kiyamachi Building นัทสึกิซังอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ เธอเงยหน้าขึ้นเพราะรู้ว่ามีคนเปิดประตูร้านเข้ามา อ้าปากค้างแล้วยิ้มต้อนรับ เธอจำผมได้ เช่นเดียวกับซาดะซังแฟนของเธอที่เดินเข้ามาทักทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีลูกค้าลุกไปจากที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ &amp;nbsp;2 คนพอดี ชาย-หญิงที่อยู่ด้านขวามืออัธยาศัยดี หาที่ให้เราวางเสื้อแจ็คเก็ต ส่วนคู่ซ้ายมือออกไปทางสนุกสนาน โดยเฉพาะผู้ชายที่เป็นมิตรมาก ชอบเดินเข้ามาขอโทษที่ส่งเสียงดัง แล้วก็กอดไหล่ จากนั้นก็ขอชนแก้ว เป็นอย่างนี้ทั้งคืน เห็นได้ชัดว่าเขาเมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ก็รักษาอาการให้คงที่ต่อเนื่องได้ยาวนาน ตอนหลังเขาร้องเพลงตามนักร้องในโทรทัศน์ชนิดใส่อารมณ์เต็มที่ จนใครๆ ก็หัวเราะออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกค้าทยอยเข้า-ออก ส่วนมากคิดว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็จะพยายามพูด &amp;ldquo;สวัสดีค่ะ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ขอบคุณค่ะ&amp;rdquo; เกินครึ่งของพวกเขาล้วนเคยไปเที่ยวเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คลองทากาเสะ ถนนคิยามาชิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมเริ่มด้วยเบียร์สด สั่งปลาหมึกจิ๋วผัดกับผักคล้ายๆ ขึ้นฉ่าย และทามาโกะยากิ ไข่เจียวแบบหนาใส่ผักหวานมาเป็นกับแกล้ม นัตสึกิทำอาหารใส่จานใหญ่หุ้มด้วยแผ่นพลาสติกใสวางโชว์บนเคาน์เตอร์คืนละสี่-ห้าอย่าง เมื่อมีลูกค้าสั่งก็แค่ตักไปใส่จานเล็ก อุ่นให้ร้อน ตกแต่งอีกนิดหน่อยแล้วก็เสิร์ฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กับแกล้มชุดนี้ทำให้อิ่มท้องมาก เพื่อนร่วมทางของผมช่วยกินแค่ไม่กี่คำ ผมเลยต้องเบนเข็มไปยังเส้นทางวิสกี้ สั่งซิงเกิลมอลต์ Yamazaki ตามด้วยเบอร์เบิน Maker&amp;rsquo;s Mark ก่อนจะผ่อนดีกรีลงมาที่ไฮบอล (วิสกี้ผสมโซดา) อีกสองหรือสามแก้ว กระทั่งร้านปิดตอนเที่ยงคืน ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมดื่มเฉพาะเบียร์สดและไฮบอล ซาดะซังลดราคาจาก 8 พันกว่าเยนให้เหลือ 8 พันถ้วน เราร่ำลากันอยู่นานกว่าจะได้ออกจากร้าน แล้วตัดสินใจเดินกลับที่พักทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตว์ปีกและน้ำใสในวันอากาศดีบนถนนร่มรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช้าวันต่อมาต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงกรอบแกรบของถุงพลาสติกและเสียงรูดซิปกระเป๋าที่ไม่รู้จักหยุดหย่อนของสองหนุ่มตี๋ คนหนึ่งเก็บของเสร็จอีกคนก็เก็บต่อ ส่วนสองสาวผู้ดีลุกออกไปก่อนแล้ว เราลงไปกินมื้อเช้าที่มีขนมปัง แยมต่างๆ และกาแฟร้อน จากนั้นก็เช็กเอาต์ ฝากกระเป๋าไว้กับรีเซ็พชั่นแล้วออกไปเดินเล่นในตรอกพอนโตโช ตั้งอยู่ระหว่างสองถนนใหญ่ ชิโจดอริทางทิศใต้และซันโจดอริทางทิศเหนือ ไม่ไกลจากที่เราดื่มเมื่อคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตรอกพอนโตโช (Ponto-cho) ความยาว 600 เมตรนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโคโมกาวะทางฝั่งตะวันตก ปรากฏหลักฐานว่ามีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นย่านที่ให้กำเนิดละครคาบูกิโดยสตรีนาม &amp;ldquo;อิซุโมะ โน โอคุนิ&amp;rdquo; หอนางคณิกาก็เคยเป็นที่ขึ้นชื่อในตรอกพอนโตโช ปัจจุบันมีร้านอาหาร ร้านน้ำชา บาร์ และที่พัก อยู่บนสองฝั่งของตรอกที่มีความกว้างของทางเดินเพียงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถนนคิยามาชิ นครเกียวโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและวัฒนธรรมการให้ความบันเทิงของเกอิโกะ (เกอิชา) และไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด) ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ต่างจากย่านกิอองที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ ส่วนปลายของตรอกที่จะออกไปยังถนนซันโจดอริมีโรงละครคาบูเรนโจสำหรับการแสดงของเกอิโกะและไมโกะ เรียกว่า &amp;ldquo;คาโมกาวะ โอดอริ&amp;rdquo; ผสมผสานระหว่างการแสดงละครคาบูกิ การเล่นเครื่องดนตรีโบราณ การร้อง และการเต้นรำ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในฤดูใบไม้ผลิครั้งหนึ่ง และอีกครั้งในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ดึงดูดผู้ชมได้มากทีเดียว ทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาของชื่อพอนโตโชเป็นไปได้ว่ามาจากคำว่า &amp;ldquo;Ponte&amp;rdquo; ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า &amp;ldquo;สะพาน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Point&amp;rdquo; ที่แปลว่า &amp;ldquo;จุด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สถานที่&amp;rdquo; ในภาษาอังกฤษ ส่วน &amp;ldquo;Cho&amp;rdquo; ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า &amp;ldquo;ถนน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมพยายามมองหาป้ายชื่อ &amp;ldquo;Dylan Bar&amp;rdquo; ที่เคยมานั่งเมื่อครั้งก่อน แต่ไม่เห็น อาจจะเปลี่ยนชื่อหรือเลิกกิจการไปแล้ว เราเดินจนเกือบสุดตรอก มีทางเชื่อมกับถนนคิยามาชิเราก็เลี้ยวซ้ายไป แล้วเดินวกกลับลงมายังทิศใต้ ถนนเส้นนี้เลียบขนานไปกับคลองทาคาเสะ ถนนขนาบทั้งสองฝั่งคลองในช่วงแรกก่อนจะเหลือเส้นเดียวเมื่อผ่านไปได้ราว 200เมตร ปลูกซากุระไว้เป็นแถวยาว เป็นจุดชมซากุระบานในเขตใจกลางเมืองที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราเดินจนถึงถนนชิโจดอริแล้วก็เลี้ยวขวาไปไปตามถนนเส้นนี้ ย่านนี้เรียกว่าชิโจ-คาวารามาชิ เพื่อนร่วมทางของผมแวะซื้อกระเป๋ายี่ห้ออเนลโลให้ลูกสาว ก่อนจะเดินตัดเข้าซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งเพื่อกลับที่พัก ผมเห็นร้านขายอาหารกล่องหรือเบนโตะก็แวะเข้าไป สตรีสูงวัยเป็นคนขาย เลือกได้กล่องหนึ่งเพื่อไว้กินก่อนขึ้นรถบัส มีข้าวสวย ปลาทอด ไข่เจียวญี่ปุ่น และผัดผัก ราคากล่องละ 480 เยน แต่เนื่องจากหิวมากก็แวะซื้อเนื้อไก่ชุบแป้งทอดลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ จากร้าน Lawson มาชิ้นหนึ่งแล้วกินรองท้องทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รับกระเป๋าแล้วเราก็เดินไปนั่งรถไฟไต้ดินเข้าสถานีเกียวโต ทันเวลาหาที่นั่งกินเบนโตะ ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมได้ขนมปังจากร้านในห้างของสถานีไว้ประทังท้องแล้วขอไปสูบบุหรี่ตรงจุดที่เขากำหนดไว้ ผมกำชับให้ไปยังจุดจอดรถบัสให้ตรงเวลา ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ 3 นาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วัดบุกโคจิ นครเกียวโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รถบัสของบริษัท Meitetsu จอดอยู่ที่ป้าย JR1 เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบของบริษัทยืนอยู่หน้าประตูรถ มีกระเป๋าเดินทางแบบล้อเลื่อนตั้งเรียงกันอยู่หลายใบ ผมเข้าใจว่าคงจะรอนำขึ้นรถคันนี้ เช่นเดียวกับคนที่เข้าคิวอยู่สาม-สี่คนก็น่าจะเป็นผู้โดยสารของรถคันนี้ ผมเข้าไปต่อหลังพวกเขา แต่พอเหลือเวลา 1 นาทีก่อนรถจะออกตามกำหนด กลุ่มคนที่ว่าเดินออกไปเสียเฉยๆ แล้วกระเป๋าเหล่านี้เป็นของใครกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชคดีที่มีผู้โดยสารคนหนึ่งเดินมายื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่แล้วเขาก็ขึ้นรถไป ผมจึงรู้ว่ากระเป๋าพวกนี้ไม่ใช่ของรถคันนี้ ที่เก็บกระเป่าใต้ท้องรถปิดลง ผมรีบเดินเข้าไปยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่บ้าง ขอให้เปิดที่เก็บกระเป๋าใหม่ และบอกว่าอย่าเพิ่งออกรถเพราะมีเพื่อนผมอีกคน เขาดูนาฬิกาข้อมือและแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ทันไดนั้นเพื่อนร่วมทางของผมก็วิ่งมาพอดี เขาก็พยักหน้า เลยอดรู้ว่าถ้าจังหวะนั้นเพื่อนร่วมทางผมยังไม่โผล่มาเขาจะรอหรือออกรถไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานีเกียวโต สถานีที่มีอาคารสถานีใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ไปยังสถานีนาโกยะ สถานีที่มีอาคารสถานีใหญ่สุดเป็นอันดับ 1 ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร รถบัสวิ่งบนถนนไฮเวย์ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 40 นาที แวะจอดให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำและกินอาหารว่างที่จุดพักรถ 1 ครั้ง โดยเพื่อนร่วมทางของผมกลับขึ้นรถเป็นคนสุดท้ายอย่างฉิวเฉียดเหมือนเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรานั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีนาโกยะ สาย Sakura Dori แล้วต่อสาย Meijo ไปโผล่ที่สถานี Kamimaesu เดินไปยังย่านโอสึ ทันทีที่เข้าสู่โอสึช็อปปิ้งอาเขต เพื่อนร่วมทางของผมก็เข้าไปยังร้านขายกระเป๋าแล้วเดินออกมาบอกว่าไม่น่าซื้อที่เกียวโตเลย กระเป๋ารุ่นเดียวกันที่ซื้อให้ลูกสาว ร้านนี้ถูกกว่าตั้งเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดพักรถบนถนนไฮเวย์ เส้นทางเกียวโต-นาโกยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พักของเราชื่อ Trip &amp;amp; Sleep Hostel ผมจองห้องสำหรับ 2 คนไว้ ในห้องมีเตียง 2 ชั้น หลังจากเช็กอิน เก็บกระเป๋าเสร็จเราก็ลงไปถามรีเซ็พชั่นอายุน้อย ชายหนึ่ง-หญิงหนึ่ง ว่าอาหารขึ้นชื่อของนาโกยะคืออะไร ทั้งคู่ตอบว่า &amp;ldquo;มิโสะคัตสึ&amp;rdquo; หมูชุบแป้งทอดราสซอสมิโสะแบบเข้มข้น ฝ่ายชายที่ออกท่าทางเก้งน้อยอย่างเห็นได้ชัดอธิบายทางเดินไปยังร้านดังชื่อ Yabaton แบบตั้งใจนำเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเดินราวครึ่งกิโลก็ถึงร้านตอนประมาณ 6 โมงครึ่ง ร้านมี 2 ชั้น ชั้น 1 เป็นแบบเคาน์เตอร์นั่งหน้าครัว โชคดีเหลือเกินที่ว่าง 2 ที่พอดี หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผมหันไปเห็นคิวต่อยาวเฟื้อยอยู่นอกร้าน พนักงานสาวสวยเข้ามาถามว่ามาจากประเทศอะไร ผมก็นึกว่าตัวเองเสน่ห์แรง ตอบว่า &amp;ldquo;ไทยแลนด์&amp;rdquo; เธอสนองตอบด้วยการหยิบเมนูภาษาไทยมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิโสะคัตสึด้ง ข้าวหน้าหมูชุบแป้งทอดราดซอสมิโสะเข้มข้น มีเครื่องเคียงเป็นกะหล่ำซอย ขิงดอง และมิโสะซุป อร่อยตามคำยอของน้องเก้งน้อยจริงๆ ราคาจานละ 1,300 เยน เป็นเมนูที่เขียนกำกับไว้ว่า No.1 Popular &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขากลับมายังที่พัก ร้านจำหน่ายสุราชื่อ Liquor Off ที่เต็มไปด้วยวิสกี้ประเภทต่างๆ ทั้งจากญี่ปุ่นและหลายประเทศทั่วโลกได้ปิดประตูลงแล้ว เราจึงต้องพึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ นอกจากเครื่องดื่มแล้วเราก็ยังพบขุมทรัพย์ของแห้งจำพวกขนมต่างๆ บะหมี่ ชาและกาแฟที่กระหน่ำลดราคา ชนิดเงินสดเหลือเท่าไหร่ต้องกวาดให้เกลี้ยง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำย่านโอสึช็อปปิ้งอาเขต เมืองนาโกยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับไปยังที่พัก ได้รับการชักชวนจากหนุ่มเกาหลีใต้ให้นั่งดื่มด้วยกัน เขาเขียนนิยายแนวแฟนตาซีพิมพ์จำหน่ายมาแล้ว 6 เล่ม ล่าสุดกำลังเขียนเกี่ยวกับดินแดนสมมติประเทศหนึ่งที่ประชาชนไม่ใช้เงินในการดำรงชีวิต หากแต่ซื้อขาย แลกเปลี่ยน เลี้ยงปากท้องด้วยบทกวีแทน แต่เขาก็ยอมรับว่ายากมากที่จะทำให้เป็นเรื่องที่อ่านได้อย่างไหลลื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับเพื่อนร่วมทางขึ้นนอนตอนตี 1 และตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเวลาตี 5 ครึ่ง เราต้องไปให้ถึงสนามบินประมาณ 7 โมง สาเหตุที่เลือกเดินทางกลับกรุงเทพฯ จากนาโกยะก็เพราะเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันตั๋วราคาถูกกว่าบินกลับจากโอซาก้าถึงครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคืนกุญแจที่โต๊ะรีเซ็พชั่น (ยังไม่มีใครมาทำงาน) แล้วเดินออกไปนั่งรถไฟใต้ดิน ผมสอดตั๋วเข้าเครื่องตอนขาเข้าแล้วลืมหยิบออกมา พอจะออกที่ปลายทางต้องซื้อตั๋วใบใหม่ราคา 200 เยน จากนั้นต่อรถไฟไปยังสนามบิน Centrair Chubu Airport ป้ายในสถานีรถไฟเขียนไว้ 2 ราคา คือ 810 เยน และ 1,170 เยน เราเลือกซื้อแบบ 810 เยน เพราะเงินสดเหลืออยู่ประมาณแค่นั้น รอที่ชานชาลาไม่ถึงนาทีรถไฟก็เข้าเทียบจอด เขียนไว้ข้างตัวรถว่า Limited Express ผมลังเลนิดหนึ่งแต่ก็เดินเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่กังวลกลายเป็นความจริง ตั๋วที่เราซื้อไม่ใช่ของรถด่วนขบวนนี้ เจ้าหน้าที่เดินมาตรวจตั๋วผู้โดยสารทุกคน เขามีตั๋วหลายใบในมือพร้อมกระเป๋าเงินทอน เข้าใจว่ามีคนขึ้นผิดคันกันอย่างปกติ หรือกรณีที่ใครซื้อตั๋วถูกแต่เกิดรีบขึ้นมาก็ใช้บริการได้ ค่อยจ่ายเพิ่มในรถ แต่ตอนนี้ผมมีเศษไม่ถึง 100 เยนด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามเจ้าหน้าที่ว่ารับบัตรเดบิตไหม เขาส่ายหน้า เพื่อนร่วมทางของผมค่อยๆ หยิบเหรียญออกมานับใส่มือเจ้าหน้าที่ เราต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ 360 เยน ลุ้นกันใจหงายใจคว่ำ ปรากฏว่ามีแทบจะพอดี จ่ายแล้วเหลือไม่กี่สิบเยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต้องลุ้นกันอีกคำรบระหว่างนั่งบนเครื่องบิน เพื่อนร่วมทางของผมเก็บพาวเวอร์แบงค์ชาร์จโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่อง ผมเปิดอ่านข้อมูลความเสี่ยงระหว่างรอเครื่องขึ้น สรุปได้ว่าความดันอากาศขณะบินอาจทำให้พาวเวอร์แบงค์ระเบิดและติดไฟได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นในห้องผู้โดยสารก็จะสามารถช่วยกันดับทัน แต่ถ้าระเบิดในที่เก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องก็เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครอยู่ในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนอยู่บนเครื่องจะง่วงขนาดไหนแต่ผมก็แทบไม่ได้หลับ และนี่ก็คือสาเหตุที่ผมไม่เปิดเผยชื่อแซ่ของเพื่อนร่วมทางตลอดการเขียนถึงทริปนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ท่องเที่ยวญี่ปุ่น, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เที่ยวญี่ปุ่น, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2019 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราสาทโคริยามะและบาร์ทาโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตัวปราสาทโคริยามะในปัจจุบันเหลือแค่ฐานหิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเอ่ยนาม &amp;ldquo;โคริยามะ&amp;rdquo; ขึ้นมา หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเมืองใหญ่ในจังหวัดฟุกุชิมะ ทางเหนือของเกาะฮอนชู เมืองโคริยามะในจังหวัดนาราจึงมีคำว่า &amp;ldquo;ยามาโตะ&amp;rdquo; นำหน้าด้วย เพราะในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดยามาโตะ ซึ่งยามาโตะยังเป็นชื่อราชวงศ์ของญี่ปุ่นที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ทว่า &amp;ldquo;ปราสาทโคริยามะ&amp;rdquo; ใช้ชื่อนี้โดยไม่ต้องเติมยามาโตะเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปราสาทโคริยามะอยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิแค่กิโลเมตรกว่าๆ ฮิโรกิออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว ผมและเพื่อนร่วมทางออกจากอพาร์ตเมนต์ของเขาเวลาใกล้ๆ เที่ยง ยังคงเก็บกระเป๋าไว้ที่อพาร์ตเมนต์เพื่อความสะดวกสบายในการเดินเหิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟของบริษัทคินเท็ตสึวิ่งผ่านหน้าทางเข้าปราสาท หลังรางรถไฟเป็นซุ้มประตูชั่วคราวสีชมพู เขียนเชิญชวนเที่ยวงาน Oshiro Matsuri งานฉลองปราสาทครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2562 ขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาของเทศกาลพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คูน้ำและกำแพงหินนอกปราสาทโคริยามะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะลอดซุ้มประตูนี้ไป ทางด้านซ้ายมือเต็มไปด้วยซากุระที่ดอกกำลังบานสะพรั่งอยู่ในสวนเล็กๆ มีทางเดิน 2 เลน ตกแต่งด้วยโคมไฟสีขาว เสาสีแดง รอสร้างสีสันให้กับงานในเวลากลางคืน เราแวะไปถ่ายรูปครู่หนึ่งก็เดินเข้าสู่เขตปราสาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านซุ้มประตูไปไม่ไกลก็เห็นแถวยาวนับร้อยเมตรของแผงลอยขายอาหาร ของเล่น และของที่ระลึก มีคนใส่เสื้อหนาวมาเดินเที่ยวกันไม่ค่อยหนาตานัก คงรอให้ถึงเวลาเย็นย่ำเสียก่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรายังไม่ได้กินอะไรกันมา ผมเห็นขนมไทยากิ หรือขนมรูปปลาไส้ถั่วแดงกวน ก็รีบซื้อรองท้องทันที เพื่อนร่วมทางของผมซื้อไก่คาราเกะมา 1 ถ้วยกระดาษ เขาว่ารสชาติไม่ตกมาตรฐาน อร่อยดีแต่ไม่มาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีอ่างปลาทองแซมๆ อยู่ในงานออกร้าน เด็กๆ พากันเข้าไปช้อนปลาทองด้วยสวิงเล็กๆ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเมืองยามาโตะโคริยามะมีชื่อเสียงในการเลี้ยงปลาทองมาอย่างยาวนาน และถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองเลยทีเดียว เมืองนารามีรูปกวางบนฝาท่อระบายน้ำตามถนนหนทาง เมืองยามาโตะโคริยามะก็มีรูปปลาทองอยู่ทั่วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อ่างปลาทองในงานออกร้านของเทศกาลเที่ยวปราสาทโคริยามะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับปราสาทโคริยามะนั้นสร้างขึ้นเมื่อเกือบ 500 ปีก่อน แต่ถูกทำลายลงในยุคการปฏิรูปสมัยเมจิ เหลือเพียงกำแพงหินและคูน้ำล้อมรอบปราสาท มีการสร้างประตู ป้อมปืน และหอคอยขึ้นมาใหม่บางส่วน รวมถึงสะพานข้ามคูน้ำบางจุด แต่ตัวปราสาทคงเหลือแต่ฐานหิน 2 ชั้น มีไว้ให้คนขึ้นไปดูวิวเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซากุระที่ปลูกเอาไว้เป็นจำนวนมากออกดอกบานเต็มที่ในช่วงนี้พอดี โคมไฟบนเสาสีแดงอยู่ทั่วริมทางเดิน รักษาระยะห่างระหว่างต้นแค่สอง-สามเมตร สนามเด็กเล่นตั้งอยู่ใกล้ๆ ห้องน้ำสาธารณะ ที่มุมหนึ่งมีเวทีถาวรพร้อมหลังคา ยกพื้นสูงประมาณ 2 ศอก ตรงข้ามคือม้านั่งหลายตัวตั้งเรียงกันเป็นแถวสำหรับนั่งชมการแสดง คาดว่าจะเริ่มในช่วงเย็นเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แถวร้านค้ายาวเหยียดในงาน Oshiro Matsuri&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราเดินวนเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ สู่พื้นที่ชั้นใน แต่ตัดสินใจไม่ขึ้นไปบนฐานของปราสาท เพราะต้องเดินวนอีกยาว ยิ่งเข้าไปใกล้กลับรู้สึกยิ่งไกลออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากปราสาทแล้วเราก็เดินต่อไปยังสถานีรถไฟโคริยามะของบริษัทคินเท็ตสึที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร หากจะขึ้นจากสถานีโคริยามะของบริษัทเจอาร์เราต้องเดิน 1 กิโลเมตรกว่า ตั้งอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิ แต่ปัญหาของบริษัทคินเท็ตสึคือต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Yamato-Saidaiji แล้ววิ่งผ่านพระราชวังเฮโจะ ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก เข้าสู่สถานี Kintetsu-Nara&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราเลือกซื้อของฝาก กินมื้อเที่ยง (ตอนบ่ายแก่ๆ) และกาแฟบนถนน Sanjo Dori แล้วเดินไปยังสถานีรถไฟนาราของบริษัทเจอาร์เพื่อกลับสถานีโคริยามะ และเดินอีกนิดไปอพาร์ตเมนต์ของฮิโรกิ ด้วยวิธีนี้จะทำให้เราเดินโดยรวมเท่าๆ กับเดินตรงจากปราสาทโคริยามะสู่อพาร์ตเมนต์ แต่ยังได้เที่ยวตัวเมืองนาราเป็นของแถม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โชคดีที่ได้ไปเยือนในช่วงซากุระบานเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมคืนกุญแจให้กับเอมิซัง-ภรรยาของฮิโรกิ แล้วลาเธอกับเจ้าชายน้อยยูตะวัย 3 เดือนออกมา ขึ้นรถไฟจากสถานีโคริยามะสู่สถานีโอซากา ต่อโอซากาลูปไลน์ไปยังสถานีเทนโนจิ แล้วเดินไปเช็กอินที่ Park Inn รวมเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องพักที่ผมได้จองไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเป็นแบบห้องเดี่ยว แต่ใช้ห้องน้ำรวม ตกคืนละประมาณ 500 บาทเท่านั้น ถูกกว่า Hotel Raizan ที่อยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งเราเคยพัก 300-400 บาท แต่ที่พักใหม่ของเราไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบ Hotel Raizan และห้องน้ำไม่สะอาดเท่า แต่เห็นว่าพรุ่งนี้เช็กเอาต์ตั้งแต่เช้าตรู่คงไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มุมพักผ่อนในปราสาทโคริยามะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลงไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำรวมที่มีลักษณะแบบ &amp;ldquo;เซนโต&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการใช้น้ำประปา ไม่ใช่น้ำจากธรรมชาติแบบ &amp;ldquo;ออนเซ็น&amp;rdquo; โดยห้องอาบน้ำนี้ไม่ได้แยกชาย-หญิง แต่ได้แบ่งช่วงเวลาการใช้ไว้ จำได้คร่าวๆ ว่าเวลาเย็นๆ จนถึงค่ำเป็นช่วงเวลาของผู้ชาย และหลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาของผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนร่วมทางของผมเลือกที่จะเอนหลังพักผ่อนอยู่ในห้องของเขา เนื่องจากเขามีรอยสักบริเวณแขน เกรงว่าจะไม่สุภาพต่อสายตาผู้พบเห็น เกินครึ่งของห้องอาบน้ำรวมในญี่ปุ่นยังไม่อนุญาตให้คนที่มีรอยสักใช้บริการเพื่อกันสมาชิกแก๊งยากูซ่าออกไป แม้ว่าในปัจจุบันประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ จะอนุโลมแล้วก็ตาม และห้องอาบน้ำตามโรงแรมที่พักก็น่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ บางทีเพื่อนร่วมทางของผมยกกฎเกณฑ์รอยสักมาอ้างก็เพื่อที่จะไม่อาบน้ำมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนผมเข้าไปใช้บริการมีแขกอยู่คนหนึ่งซึ่งกำลังจะอาบเสร็จพอดี ผมล้างตัวแล้วลงไปแช่ก็สะดุ้งโหยงเหมือนโดนน้ำร้อนลวก น้ำในอ่างร้อนกว่าปกติอยู่มากโข พยายามอยู่พักใหญ่ก็แช่ได้แค่ช่วงขา ไม่สามารถลงไปทั้งตัวได้ ขึ้นจากอ่างก็ยังรู้สึกร้อนที่ขาเหมือนจะพอง หันไปเห็นก๊อกน้ำร้อนไหลลงอ่างอยู่ก๊อกเดียว ก๊อกน้ำเย็นปิดอยู่ จึงถึงบางอ้อว่าเหตุใดอุณหภูมิจึงเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ประมาณ 38-42 องศาไปมาก ผมปิดก๊อกร้อนแล้วเปิดเฉพาะก๊อกเย็นอยู่นานก็ไม่ได้ทำให้น้ำเย็นลงสักเท่าไหร่ ตัดสินใจอาบจากฝักบัวแล้วกลับขึ้นห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทางเดินออกจากเขตปราสาทโคริยามะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนร่วมทางของผมเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาแจ้งว่า &amp;ldquo;ไปกินอาหารไทยกันเถอะ&amp;rdquo; ผมใคร่รู้อยู่สอง-สามวันแล้วว่าเขาจะอยู่โดยไม่มีอาหารไทยตกถึงท้องได้กี่วัน เขาบอกว่า &amp;ldquo;เลี้ยงเอง&amp;rdquo; เพราะรู้ว่าผมอยู่ได้ทั้งปีโดยไม่พึ่งอาหารไทยเลยก็ยังได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาหาข้อมูลร้านอาหารไทยในโอซากาไว้แล้วระหว่างที่ผมลงไปผจญกับน้ำร้อน ร้านที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยแนะนำในสังคมออนไลน์ชื่อว่า &amp;ldquo;Tai Thai&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในย่านนัมบะ เรานั่งรถไฟใต้ดินไปโผล่ที่สถานีนัมบะแล้วเดินอีกครึ่งกิโลเมตรก็ถึง หน้าร้านมีป้ายไฟรูปธงชาติไทยที่มีช้างสีขาวในวงกลมสีแดง ผสมระหว่างธงชาติในอดีตและปัจจุบัน ภายในร้านขนาดกะทัดรัดตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักลายไทยและสิ่งของประดับที่นำไปจากเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรีญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้ อายุประมาณ 50 ปี ทำหน้าที่เดินโต๊ะ ส่วนพ่อครัวและผู้จัดการเป็นคนไทย จึงเป็นไปได้ว่าสตรีชาวญี่ปุ่นท่านนี้อาจจะเป็นคนรักของชาวไทยคนใดคนหนึ่ง โต๊ะข้างเราเป็นชาวญี่ปุ่น 2 คน สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ตอนนี้กินใกล้จะเสร็จแล้วจึงเน้นคุยและดื่มเบียร์ (จนกระทั่งเราเช็กบิลออกไปแล้วเธอทั้ง 2 ก็ยังดื่มและคุยกันอยู่)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนร่วมทางของผมสั่งข้าวกระเพราะไก่ไข่ดาว ผมดูเมนูแล้วไม่รู้สึกอยากกินอะไรเป็นพิเศษ สั่งข้าวผัดกุ้งและไข่ดาว ราคาอาหารตกจานละ 1,200 เยน เบียร์ไทยยี่ห้อดังทั้ง 2 ก็มีในเมนู แต่เราเลือกสั่งเบียร์สดญี่ปุ่นมาดื่ม ราคาแก้วละ 480 เยน ผมกินข้าวผัดหมดไม่เหลือ แม้จะเอ่ยไว้ก่อนว่ายังไม่คิดถึงอาหารไทย ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมคงเอกลักษณ์ไว้เช่นเดิม ถึงจะบ่นว่าร่างกายต้องการอาหารไทย ก็ยังกินเหลือเกือบ 1 ใน 3 ของจาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้จัดการเข้ามาพูดคุยกับเรา แกให้บริการที่พักแบบ Airbnb จำนวน 5 แห่งในโอซากา&amp;nbsp; นับรวมห้องที่อยู่ข้างบนร้านอาหารด้วย ราคาคืนละ 5,000 เยน ระหว่างที่เราคุยกันอยู่ก็มีหนุ่มไทยที่พักอยู่ข้างบนเดินเข้ามาสั่งอาหารขึ้นไปกินในห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากร้านอาหารไทยแล้วเราก็เดินหาบาร์ในย่านใกล้เคียง เพื่อนร่วมทางของผมไม่ถูกใจสักร้าน และอากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจลงรถไฟใต้ดินกลับ โผล่ขึ้นมาเดินผ่านร้าน Traveler&amp;rsquo;s Bar &amp;ndash; Osaka Tacos (โอซากาทาโก) ที่ผมเคยด้อมๆ มองๆ เมื่อห้า-หกวันก่อน หน้าประตูร้านในส่วนที่ไม่ใช่บานกระจก อนุญาตให้เขียนอะไรลงไปก็ได้ (เช่นเดียวกับภายในร้าน) หนึ่งในนั้นมีภาษาไทยเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถนน Sanjo Dori ในตัวเมืองนารา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านนี้มีลักษณะหน้าแคบ แต่ข้างในลึก เคาน์เตอร์บาร์ตั้งตามยาวร้าน ด้านหลังมีโต๊ะสำหรับนั่งเป็นกลุ่มอยู่สอง-สามตัว เปิดประตูเข้าไปก็ได้รับการกล่าวต้อนรับอย่างเป็นมิตร เจ้าของร้านชื่อ &amp;ldquo;โชตะ&amp;rdquo; อัธยาศัยดีมาก พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เขาเข้ามาดูแลร้านสัปดาห์ละไม่กี่วัน มีบาร์เทนเดอร์เป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ &amp;ldquo;อาร์โนลด์&amp;rdquo; เวลากลางวันเข้าคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น เขายังหนุ่มอยู่มาก แต่เดินทางและทำงานไปพร้อมกันมาหลายประเทศแล้ว พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า &amp;ldquo;ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเริ่มด้วยเบียร์สดกิริน แล้วสั่ง House Whisky หรือวิสกี้โปรโมชั่นประจำค่ำคืน คือ Nikka Black Special ราคาแก้วละ 500 เยนเท่านั้น ย่านนี้เป็นย่านที่พักราคาถูกสำหรับแบ็กแพ็กเกอร์ เครื่องดื่มตามบาร์ก็เลยราคาไม่แพงตามไปด้วย จากนั้นลอง Fuji-sanroku วิสกี้ 50 ดีกรีของบริษัทกิริน เมื่อจิบได้ครู่หนึ่งก็รู้สึกได้ถึงไอร้อนพุ่งออกจากรูหู ดับความหนาวได้ชะงัด ช่วงท้ายๆ ต้องลดระดับลงมาที่ไฮบอล หรือวิสกี้ผสมโซดา ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมไม่กล้าออกนอกลู่เกินเบียร์และไฮบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกค้าที่นั่งข้างผมชื่อ &amp;ldquo;ยูซากุ&amp;rdquo; อายุประมาณ 30 ปี มาจากจังหวัดโทกุชิมะบนเกาะชิโกกุ บอกว่าชีวิตบนเกาะชิโกกุไร้สีสัน มีแต่ผู้สูงอายุ ตัดสินนั่งรถบัส 4 ชั่วโมง เพื่อมาหางานทำในโอซากา เขาเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง เวลาเข้าร้านอาหารจะสั่งต้มยำกุ้งกินกับเบียร์ทุกมื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุยๆ อยู่เขาก็สั่งนาโชส์มาเป็นกับแกล้มกินกับไฮบอล ชวนให้เรากินด้วย ผมหยิบมาชิ้นหนึ่ง แล้วเขาก็โชว์มิวสิกวิดีโอเพลงไทยแนวลูกทุ่งอินดี้ให้ดูจากโทรศัพท์มือถือ ผมไม่รู้จักเพลงพวกนั้นเลย ส่วนเพื่อนร่วมทางของผมรู้จักบางเพลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาร์โนลด์ต้องกลับที่พักตอนประมาณเที่ยงคืนเพื่อให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย ชายผิวดำกล้ามใหญ่เดินเข้าร้านสวนมา มีโอกาสได้คุยกันจึงทราบว่าเขาเป็นทหารเรืออเมริกันที่ประจำการในญี่ปุ่น ชอบคาราเต้มาตั้งแต่เด็ก เขาพูดกับผมเป็นภาษาญี่ปุ่นในตอนแรก พอบอกว่าผมเป็นคนไทยเขาก็พูดถึง &amp;ldquo;มวยโบราณ&amp;rdquo; ขึ้นมา และว่าเพื่อนทหารของเขาก็ฝึกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โชตะที่อยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์เดินเข้ามาคุยกับเราเป็นระยะ คงเห็นว่าผมสนใจวิสกี้ของญี่ปุ่น จึงให้ข้อมูลร้านจำหน่ายวิสกี้ใกล้ๆ ย่านอุเมดะ เขาซื้อที่นั่นบ่อย มีวิสกี้หลากหลายยี่ห้อและที่หายากๆ ก็จะหาเจอที่ร้านนี้ ผมสารภาพว่าคงไม่มีเวลา เขาก็ยังอุตส่าห์แนะนำว่าระหว่างเส้นทางที่เราจะไปเกียวโตในวันพรุ่งนี้มีโรงกลั่นวิสกี้ Yamazaki ของบริษัทซันตอรี่ตั้งอยู่ มีโปรแกรมทัวร์สำหรับชมและชิมด้วย สถานีรถไฟที่ใกล้โรงกลั่นที่สุดก็ชื่อ Yamazaki&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมขอบคุณในคำแนะนำที่จริงใจและจริงจัง บอกเขาว่าอาจจะแวะไป แม้ในใจทราบดีว่ารอบนี้ไม่มีเวลา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpc74e29f2&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราสาทโคริยามะและบาร์ทาโก, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เที่ยวญี่ปุ่น, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากภูเขาถึงภูเขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot;&gt;เนินเขาวากากุสะ เมืองนารา จังหวัดนารา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot;&gt;&amp;nbsp;เขาวากากุสะ (Wakakusayama) ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสวนสาธารณะนารา ห่างจากวัดโทได (Todaiji) ประมาณ 4 กิโลเมตร หากเดินเท้าก็จะใช้เวลาอย่างต่ำ 1ชั่วโมง ตอนนี้ไม่มีใครประสงค์จะเดินขึ้นไปเพราะเย็นมากแล้ว เราออกจากวัดโทไดแล้วเดินไปตามถนนเล็กๆ ระยะทางราว 1 กิโลเมตร ถึงที่จอดรถ ฮิโรกิขับรถพาเราขึ้นเขา ผ่านโค้งไม่กี่โค้ง จ่ายค่าเข้าพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่อาวุโสที่เป็นอาสาสมัครหลังเกษียณ ไม่กี่นาทีก็ถึงจุดจอด เดินอีก 250 เมตร ถึงเนินเขา ความสูงจากระดับน้ำทะเล342 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มีนักท่องเที่ยวอยู่ไม่มากกระจายอยู่ตามเนินที่โดดเด่น 3 ลูก จับจองพื้นที่มองวิวเมืองนาราเบื้องล่าง กวางชิกะปะปนอยู่ด้วยจำนวนหนึ่งเพราะพวกมันมั่นใจว่าจะมีคนยื่นอาหารให้ คู่บ่าว-สาว ชาวจีน 3 คู่ แยกกันถ่ายภาพกับวิวงาม สงสัยจะเป็นภาพพรีเวดดิ้งที่จะนำไปโชว์แขกเหรื่อในงานแต่ง ส่วนช่างภาพและผู้เป็นธุระจัดการน่าจะมาจากบริษัทเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เขาวากากุสะ มองจากประตูซูซากุ พระราชวังเฮียวโจะ เห็นส่วนที่ถูกเผาชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แม้ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆเป็นส่วนมากแต่ยังใจดีเว้นช่องไว้ให้ดวงอาทิตย์ได้ส่องแสงเต็มดวงก่อนลาไปเยี่ยมเยือนชาวตะวันตก ช่วงนี้คือนาทีทอง ใครๆ ก็เอากล้องหรือโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพกันระรัว ลืมเหล่ากวางน้อยไปชั่วขณะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เห็นได้ชัดว่าเมืองนารามีอาคารบ้านเรือนไม่หนาแน่นนัก ปราศจากตึกสูงระฟ้า นอกจากอุตสาหกรรมในเขตรอบนอกแล้ว นาราก็พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละราว 15 ล้านคน และในจำนวนนี้มีประมาณ 1 ล้านคนที่เป็นชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งเดินทางแบบไป-กลับในวันเดียว โดยอาจจะตั้งหลักอยู่ที่โอซาก้าหรือเกียวโต เพราะนั่งรถไฟไม่เกิน 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ป้ายบอกทางในวัดโทได มีภาษาไทยด้วย แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วากากุสะ แปลว่า &amp;ldquo;หญ้าอ่อน&amp;rdquo; เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเนื่องจากวันเสาร์ที่สี่ในเดือนมกราคมของทุกปีจะมีเทศกาลที่เรียกว่า &amp;ldquo;ยามายากิ&amp;rdquo; แปลตามตัวได้ว่า &amp;ldquo;เผาภูเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;งานนี้จัดขึ้นโดยวัดใหญ่ในพื้นที่สวนนารา 2 วัด คือวัดโทไดและวัดโคฟุกุ ร่วมกับศาลเจ้าคาสุกะที่อยู่ในสวนนาราเช่นกัน ผู้คนมารวมตัวบริเวณตีนเขาวากากุสะตั้งแต่เที่ยง มีกิจกรรมและการแข่งขันต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ก่อน 5 โมงเย็นขบวนพาเหรดของคณะผู้ทำพิธีก็อัญเชิญดวงไฟศักดิ์สิทธิ์ออกจากศาลเจ้าคาสุกะ ค่อยๆ เดินขึ้นไปยังเนินเขา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณตีนเขาเต็มไปด้วยผู้คน มีรั้วกั้นไม่ให้ก้าวล้ำขึ้นไปยังเนินเขาที่จะถูกเผา ราวๆ 5 โมงครึ่งขบวนก็มาถึงสถานที่ กองไฟกองหนึ่งถูกจุดขึ้นโดยดวงไฟศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นมีการแสดงพลุและดอกไม้ไฟประมาณ 15 นาที ตามด้วยอาสาสมัครจำนวน 300 คนพร้อมคบเพลิงจุดไฟจากกองไฟแล้วข้ามรั้วกั้นไปเผาหญ้าแห้งบนเนินเขาประกอบจังหวะกลองไทโกะจนทั่วพื้นที่ เช้าวันต่อมาหากท่านตื่นขึ้นในเมืองนาราแล้วมองขึ้นมาก็จะเห็นเหมือนว่ามีใครเอาสีดำมาทาเนินเขา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อาคารบ้านเรือนในเมืองนารา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่มาของประเพณีเผาภูเขานี้มีเรื่องเล่าว่าวัดโทไดและวัดโคฟุกุมีปัญหากันเรื่องเขตแดน ในปี พ.ศ. 2303 ฝ่ายศาลเจ้าคาสุกะเข้ามาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแต่ไม่เป็นผล มีผู้ระงับโทสะไม่อยู่ จึงจุดไฟแก้ปัญหามันเสียเลย อีกคำอธิบายมีว่า บรรดาหมูป่าลงจากภูเขาไปรบกวนความสงบของวัดและศาลเจ้า จึงเกิดการเผาที่อยู่ของพวกมันเพื่อให้พวกมันหนีเข้าป่าลึกไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ฟ้ามืดลงแล้ว มีกวางสาม-สี่ตัวเดินตามมาขออาหาร เสียดายที่ขนมเซมเบ้ของเราได้หมดไปตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เย็นวันต่อมา หลังฮิโรกิกลับจากทำงาน เขาขับรถพาพวกเราออกไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านในเมืองโคริยามะ จังหวัดนารา ตามคำขอของเพื่อนร่วมทางของผมที่ใส่ถุงเท้าคู่เดิมมาหลายวัน เขาเดินมุ่งไปยังร้านยูนิโคล่ หยิบได้ถุงเท้ามาแพ็คหนึ่ง ส่วนผมหยิบเสื้อยืดและเสื้อกันหนาวแขนยาวมาอย่างละตัว ราคาเสื้อผ้าของยูนิโคล่ที่นี่ถูกกว่าเมืองไทยอยู่พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ฮิโรกิถามว่าหากจะกินซูชิเป็นมื้อเย็นจะเห็นด้วยไหม มีร้านท้องถิ่นร้านหนึ่งที่หลายคนแนะนำซึ่งเขายังไม่เคยลอง วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะมีที่นั่งโดยไม่ต้องรอคิวเพราะเป็นวันจันทร์ ตามปกติแล้วลูกค้าจะน้อยกว่าวันอื่น ผมตอบตกลง เพื่อนร่วมทางของผมก็เห็นดีเห็นงาม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มองอาทิตย์ลาลับฟ้าที่เขาวากากุสะ ภาพจากกล้องของฮิโรกิ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อากาศยังหนาวอยู่มากแม้จะเข้าสู่เดือนเมษายนแล้ว เมื่อเราออกจากรถก็รีบวิ่งเข้าร้าน เกินกว่าที่คาดหมายเอาไว้ ร้านไม่มีลูกค้าเลย เรานั่งตรงเคาน์เตอร์หันหน้าให้กับครัว ร้านนี้มีพ่อครัว 2 คน ผู้ช่วยสตรีอีก 1 คน ทั้งสามล้วนเป็นผู้สูงอายุ คงเป็นธุรกิจภายในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ฮิโรกิขอให้ปั้นซูชิมาตามที่พ่อครัวต้องการนำเสนอ 3 ชุดใหญ่ เนื้อปลาและอาหารทะเลชนิดต่างๆ โปะข้าวทยอยมาวางคราวละชิ้น ผมสั่งสาเกมา 1 ขวดเล็ก รินลงถ้วยดื่มแกล้มซูชิเข้ากันได้ดีมาก เพื่อนร่วมทางของผมก็ช่วยจิบไป 2 ถ้วย ส่วนฮิโรกิดื่มชาเขียวร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ซูชิร้านนี้สดมากเพราะพ่อครัวไปเลือกซื้อด้วยตัวเองที่ตลาดทุกวัน อะไรที่ผมคิดว่าไม่น่าจะกินสดๆ ได้ก็กินได้หมด แต่เพื่อนร่วมทางของผมไม่เป็นอย่างนั้น บางชิ้นเขาคีบใส่จานของผม หนักๆ เข้าก็ขอหยุด บอกว่าอร่อยมากแต่อิ่มแล้ว ส่วนผมกินต่อไปจนครบชุด มีอยู่อย่างเดียวที่ทำให้ผงะคือซูชิกุ้งสด พ่อครัวแนะวิธีกิน ให้ดึงหัวออกแล้วดูดของเหลวในหัวกุ้งกลืนลงคอ ด้วยความสด ผมก็ผ่านหัวกุ้งมาได้ ไม่คาวอย่างที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถึงเวลาคิดเงิน ฮิโรกิไม่ยอมให้เราจ่ายตามเคย ให้เหตุผลว่าต้องการมาลองร้านนี้อยู่แล้ว และเป็นการดีที่มีเรามาเป็นเพื่อน เขากระซิบว่าเจ้าของร้านลดให้เป็นพิเศษด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ออกจากร้านซูชิเราแวะร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ผมซื้อเบียร์คราฟต์ IPA แบบกระป๋องยี่ห้อ Aooni และไวน์ขวดหนึ่ง ยี่ห้อ Montefrio Tempranillo เป็นไวน์สเปน จากภูเขาโตเลโด แคว้นลามันชา ราคาถูกมาก คิดเป็นเงินไทยแค่ 2 ร้อยกว่าบาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เรากำลังจะไปภูเขาอิโกมะสำหรับดูวิวกลางคืน 360 องศา เห็นทั้งเมืองนาราและโอซาก้าอีกฝั่ง หากโชคดีฟ้าโปร่ง ก็จะเห็นถึงโกเบเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ความตั้งใจของผมคือดื่มเบียร์ในรถ และค่อยเปิดไวน์ (แบบฝาเกลียว) เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว เพื่อนร่วมทางของผมก็ซื้อเบียร์ไปด้วย ส่วนฮิโรกิไม่ดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภูเขาอิโกมะนั้นเป็นภูเขาตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนารา ตรงจุดแบ่งเขตแดนกับจังหวัดโอซาก้า ถือเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมแห่งหนึ่งของภูมิภาคคันไซเพราะเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;ldquo;เขตอุทยานแห่งชาติคองโกะ-อิโกมะ-คิเซง&amp;rdquo; พื้นที่เขตติดต่อของจังหวัดโอซาก้า-นารา-วากายามะ บริเวณยอดเขาเป็นที่ตั้งของสวนสนุกอิโกมะซันโจ และสถานีออกอากาศของทีวีหลายช่อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คู่รักจากจีนกำลังจะแต่งงานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เดิมทีภูเขาอิโกมะเป็นสถานที่สำหรับเคารพดวงวิญญาณของบรรพชนย้อนไปได้กว่า 1,500 ปี โดยมีศาลเจ้าอิโกมะตั้งอยู่บนทางขึ้นเขาฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ยังเป็นที่ฝึกปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์ในศาสนาพุทธอีกด้วย แม้แต่ท่านคูไก หรือ &amp;ldquo;โคโบไดชิ&amp;rdquo; ก็เคยมาฝึกอยู่บนเขาอิโกมะ และในปี พ.ศ. 2221 วัดโฮซังก็ถูกสร้างขึ้นไม่ห่างจากยอดเขาเพื่อเป็นสถานที่สำหรับฝึกปฏิบัติของพระสงฆ์อีกครั้ง ในยุคเอโดะถือว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมมากสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณทางขึ้นเขาฝั่งตะวันตกได้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางองค์กรทางศาสนาและการส่งเสริมช่วยเหลือทางด้านสภาพจิตใจแก่ผู้อพยพชาวเกาหลีและผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากเกาหลี โดยเฉพาะสตรี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ปัจจุบันในส่วนของตัวเมืองอิโกมะได้ถูกพัฒนาขึ้นไปมาก โดยเฉพาะการตัดถนนขึ้นเขาและสร้างอุโมงค์ทางรถไฟของบริษัทคินเท็ตสึ มีผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่พักและร้านอาหารก็เพิ่มขึ้นตาม เส้นทางเดินจากวัดโฮซังลงมายังตัวเมืองมีต้นซากุระปลูกไว้โดยตลอด หากเป็นเวลากลางวันในยามที่ดอกซากุระกำลังบานอยู่นี้ ก็จะเหมาะแก่การเดินเที่ยวเล่นเป็นอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ฮิโรกิให้ข้อมูลผมเพิ่มเติมว่าระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาอิโกมะยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับรักษาพยาบาลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และข้อมูลที่หาไม่ได้จากอินเตอร์เน็ตก็คือเรื่องราวอาถรรพ์สำหรับคู่รักที่ขึ้นมายังภูเขาอิโกมะ ตัวเขาเองพิสูจน์มาแล้ว 2 ครั้งในสมัยที่ยังเป็นหนุ่มกระทง และเป็นจริงตามนั้น กลับลงเขาไปไม่นานก็ต้องเลิกรากันทั้ง 2 ครั้ง เมื่อคบกับผู้หญิงคนปัจจุบันเขาจึงไม่ชวนขึ้นมาอีก และเธอก็ได้กลายมาเป็นภรรยาจนมีบุตรด้วยกันในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภูเขาอิโกมะอยู่ห่างจากตัวเมืองนาราประมาณ 20 กิโลเมตร เช่นเดียวกับที่พักของฮิโรกิในเมืองโคริยามะ ใช้เวลาในการโดยสารรถยนต์ประมาณครึ่งชั่วโมง โดยมีค่าผ่านทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เราขึ้นมาถึงลานจอดรถของยอดเขา ลงจากรถแล้วเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่ความสูง 640 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เขียนกำกับไว้ว่า +12 เมตร นั่นก็เพราะหอชมวิวที่สร้างขึ้นเป็นบันไดเหล็กต่อกันขึ้นไปมีความสูง 12 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ลมพัดแรง เร่งให้ให้อากาศที่หนาวอยู่แล้วยะเยือกขึ้นไปอีก เราค่อยๆ เดินขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด ฝั่งตะวันตกคือเมืองโอซาก้าที่สว่างไสวด้วยไฟจากอาคารบ้านเรือน เห็นไกลไปถึงเมืองโกเบ อ่าวโกเบ และแม้แต่สะพานอากาชิไคเกียว สะพานแขวนยาวเกือบ 4 กิโลเมตรที่เชื่อมระหว่างโกเบและเกาะอาวาจิ ส่วนฝั่งตะวันออกนั้นเป็นพื้นที่ของจังหวัดนารา แสงไฟไม่แน่นหนา น้อยกว่าโอซาก้ามากกว่าครึ่ง ดูค่อนข้างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วิวเมืองโอซาก้าและอ่าวโกเบจากจุดชมวิวจุดที่สองบนเขาอิโกมะ ภาพจากกล้องของฮิโรกิ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ฮิโรกิไม่สามารถบันทึกภาพได้เพราะนิ้วมือแข็งและแทบจะพยุงตัวไม่อยู่ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทางของผมที่บ่นว่าหูจะหลุดบ้าง ตะคริวจะกินบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมลืมเอากล้องถ่ายรูปมาก็ใช้โทรศัพท์ฝืนถ่าย ภาพที่ได้ไม่มีภาพไหนที่ไม่เบลอ เมื่อถ่ายเป็นวิดีโอชนิดหันรอบ 360 องศาก็เกือบจะไม่รอด ลมแทบจะหอบโทรศัพท์ลอยหาย ขาต้องเกี่ยวรั้งไว้กับรั้วเหล็กที่เย็นราวน้ำแข็ง เมื่อเห็นว่าทนไม่ไหวก็ถอย ตามทั้งสองคนที่ลงไปรออยู่ล่วงหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เรารีบเข้ารถ ผมจิบสาเกที่เหลือมาจากร้านซูชิทันที ฮิโรกิขับลงมายังจุดชมวิวอีกจุด มองเห็นเฉพาะโอซาก้า จุดนี้ลมไม่แรงนัก เราออกไปถ่ายรูปกันอีกครั้ง ผมเปิดไวน์จากแคว้นลามันชา (La Mancha) อาณาจักรของ &amp;ldquo;ดอน กิโฮเต้&amp;rdquo; อัศวินผู้ไม่หยุดยั้ง วรรณกรรมยิ่งใหญ่ของโลกโดย &amp;ldquo;มิเกล เดอ เซร์บันเตส&amp;rdquo; พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2148&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมไม่ได้บอกท่านก่อนหน้านี้ว่าเราได้พยายามขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนวานแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ การพิชิตยอดเขาในคืนหนาวสะท้านเช่นนี้จึงควรได้รับการฉลองชัย และไวน์ขวดนี้ก็มาจากภูเขาโตเลโด ในประเทศสเปน เป็นการส่งสารที่ไม่มีความหมายอะไรมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpfbfd053a&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากญี่ปุ่นถึงสเปน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36182</URL_LINK>
                <HASHTAG>Wakakusayama, ททท., วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เขาวากากุสะ, เที่ยวญี่ปุ่น, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์คนไทยแห่เที่ยวญี่ปุ่น &#039;บินไทย&#039;จัดแอร์บัส เอ 380-800 บินกรุงเทพฯ-นาริตะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
บินไทยพร้อมนำเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาสงกรานต์5-19เม.ย.นี้ เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.61-นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน ทำให้มีปริมาณความต้องการในการเดินทางเป็นจำนวนมากทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติจึงได้จัดเครื่องบินมาให้บริการ โดยเฉพาะเส้นทางบินสู่ประเทศญี่ปุ่น โดยได้นำเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 มาให้บริการผู้โดยสารเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในเที่ยวบินที่ทีจี 676 และ ทีจี 677 ระหว่างวันที่ 5-19 เมษายน 2561 เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ บริษัทฯ &amp;nbsp;ยังเพิ่มความถี่จำนวนเที่ยวบินไปยังประเทศญี่ปุ่น จากสัปดาห์ละ 75 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 82 เที่ยวบิน และเพิ่มความถี่จำนวนเที่ยวบินไปยังประเทศเกาหลีจากสัปดาห์ละ 34 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 38 เที่ยวบิน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 &amp;nbsp;มีจำนวนที่นั่งทั้งสิ้น 507 ที่นั่ง ประกอบด้วย ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง รอยัล เฟิร์สท คลาส (Royal First Class) จำนวน 12 ที่นั่ง ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) จำนวน 60 ที่นั่ง และผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 435 ที่นั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6520</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, คนไทย, ช่วงสงกรานต์, ทีจี, สงกรานต์, เครื่องบิน, เที่ยวญี่ปุ่น, เอ 380-800, แอร์บัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9ebc75af6c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะแมว , ยาไต และคนไร้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมู่แมวแห่งเกาะเคนไก เกาะเล็กๆ ไม่ห่างจากจังหวัดฟุกุโอกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นกับไทยมีความสัมพันธ์มาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างที่ทราบกัน คนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสู่ ท่องเที่ยว ทำธุรกิจ รวมถึงพำนักอาศัยในดินแดนอีกฝ่าย จนเรียกได้ว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทางการญี่ปุ่นมีมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2556 โดยสามารถอยู่ได้สูงสุด 15 วัน หลายคนก็ตื่นเต้นและเตรียมตัวกันยกใหญ่เพื่อจะไปเยือนดินแดนซากูระ-ปลาดิบโดยไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก ผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนระริกระรี้เหล่านั้น และได้เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการเดินทางของแบ็คแพ็คเกอร์หน้าใหม่อย่างผมคือเที่ยวจากตอนใต้ของประเทศ คือเกาะคิวชู แล้วจึงค่อยๆ ไต่ขึ้นเหนือ แวะตามเมืองใหญ่ของเกาะฮอนชูเรื่อยไปจนจบที่โตเกียว โดยมี &amp;ldquo;เจอาร์พาส&amp;rdquo; สำหรับ 7 วัน (ราคาประมาณ 9 พันบาท) ที่คุ้มค่ามากหากว่ามีแรงตื่นเช้า เก็บกระเป๋า แล้วท่องไปกับรถไฟชิงกันเซ็นทุกวัน ก็จะได้เยี่ยมชม (แบบลวกๆ) ถึงหกเจ็ดเมืองเลยทีเดียว ถ้าเริ่มใช้พาสนี้ในวันที่ 4 หรือ 5 ของการเดินทางก็จะไปจบในวันที่ 10 หรือ 11 ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ควรจะอยู่ที่ปลายทางก่อนขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องตะลอนต่อไปอีกแล้ว บางคนมีกำลังวังชาเหลือล้นก็สามารถซื้อแบบ 14 วัน รถไฟชิงกันเซ็นก็อาจจะพาท่านไปถึงเกาะฮอกไกโดที่เมืองฮาโกดาเตะ แล้วต่อรถไฟธรรมดาของบริษัทเจอาร์ไปถึงเมืองซัปโปโรเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับจากที่นั่นก็ย่อมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนพาเหรดของคณะฟ้อนรำย้อนยุคในเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; กลางเมืองฟุกุโอกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลายทางญี่ปุ่นครั้งแรกของผมคือเมือง &amp;ldquo;ฟุกุโอกะ&amp;rdquo; นอกจากว่าผมมีภารกิจที่เมืองนางาซากิที่อยู่ไม่ไกลกันแล้ว ก็ยังมีเกาะแมวอยู่เกาะหนึ่งที่ได้รับการแนะนำไว้ในเว็บไซต์สองภาษา (ญี่ปุ่น &amp;ndash; อังกฤษ) เว็บหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อนญี่ปุ่นคนเดียวที่ผมมีในขณะนั้นก็อาศัยอยู่ในเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนถนนนากาสุคาวาบาตะ (Nakasukawabata Dori) วันที่ผมไปถึงในต้นเดือนพฤษภาคม ชาวเมืองฟุกุโอกะกำลังเฉลิมฉลองเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; (Dontaku) กันอยู่ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ในสมัยเมื่อแปดร้อยกว่าปีก่อนของญี่ปุ่น ในปัจจุบันที่กลับมาฉลองกันอย่างคึกคักถือเป็นหนึ่งในสามกิจกรรมสำคัญที่สุดของฟุกุโอกะ มีงานรื่นเริงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือขบวนพาเหรดแต่งกายย้อนยุคและคณะผู้ฟ้อนรำ ค่อยๆ ปล่อยมาทีชุด ทีละชุมชน ผู้ชมสองข้างทางก็มีจำนวนมากไม่น้อยหน้าผู้อยู่ในขบวน จึงไม่แปลกใจที่เกสต์เฮาส์และโรงแรมที่พักหาได้ยากมากในช่วงนี้ ผมต้องเปลี่ยนที่พักทุกวันในเวลา 4 วัน โดยต้องแบกกระเป๋าไป-มาระหว่างเกสต์เฮาส์ 2 แห่งที่อยู่ห่างกันราว 2 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากขบวนพาเหรดของคนท้องถิ่นแล้วยังมีขบวนของชาวต่างชาติบางประเทศด้วย และแน่นอนว่าย่อมต้องมีไทยแลนด์ เข้าใจว่าเป็นกลุ่มของคนไทยที่ทำมาหากินอยู่ในเมืองนี้ (ร่วมกับชาวญี่ปุ่นบางส่วน) แม้ว่าหัวขบวนคือสตรีในชุดไทยพร้อมสายสะพาย &amp;ldquo;นางสาวเชียงใหม่ 2558&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากรูปถ่ายก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอคือ &amp;ldquo;น้องสา&amp;rdquo; นางสาวเชียงใหม่ตัวจริงเสียงจริงที่คงได้รับคำเชิญให้มาร่วมงานนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมการเฉลิมฉลองปีใหม่โบราณของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศกาลดงทาคุกินเวลา 2 วัน คือวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคมของทุกปี จัดในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองกว่า 30 แห่ง บรรยากาศครึกครื้น ผู้คนที่พบเจอยิ้มแย้มเป็นกันเอง อาหารการกินวางขายทุกมุมเมืองแถมยังราคาถูก คนญี่ปุ่นนั้นตอนทำงานก็ทำกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ตอนที่พวกเขาสนุกสนานก็จริงจังไม่แพ้กัน จึงอยากบอกว่าหากใครพลาดเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงดอกซากูระบานก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ จะแก้ตัวด้วยเทศกาลนี้ก็ไม่เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนัดเจอ &amp;ldquo;โคซู&amp;rdquo; ในเย็นวันที่สองหลังจากมาถึงฟุกุโอกะ เลือกเอาร้าน Morris&amp;rsquo; Hippo บนถนนนากาสุคาวาบาตะ ริมแม่น้ำนากา เป็นร้านลักษณะ &amp;ldquo;บริติชผับ&amp;rdquo; เราไม่ได้ตั้งใจจะกินมื้อเย็นกันที่นี่ เพียงแต่ว่าผมรู้จักอยู่ที่เดียว และอาศัยเป็นที่ฝากท้องมา 2 มื้อแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอถือหนังสือแนะนำร้านอาหารเล่มโตมาด้วย ถามผมว่าอยากกินอะไร ผมตอบว่าอะไรก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กินปลาหมึกแบบเป็นๆ ได้ไหม&amp;rdquo; ผมส่ายหัว &amp;ldquo;ซาชิมิไก่ล่ะ&amp;rdquo; ผมส่ายหัวอีก แล้วถามเธอว่า &amp;ldquo;ซาชิมิปลาซาบะไม่มีหรือ ได้ข่าวว่าที่นี่ขึ้นชื่อ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก็ถามตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากกินอะไร&amp;rdquo; โคซูย้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเดินไปย่านเทนจิน (Tenjin) กินปลาดิบแกล้มสาเกและเบียร์ที่ร้านแรก เธอพาไปต่ออีกร้านซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปสี่ชั้น เรากินปลาย่างและอะไรอีกหลายอย่าง พร้อมด้วยสาเก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าวที่ใช้หมักสาเกรสชาติดีๆ ส่วนมากมาจากนิงาตะ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคซูรู้ดีเพราะเธอเกิดในจังหวัดนิงาตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศ แต่มาทำงานอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมสิทธิสตรีฟุกุโอกะได้หลายปีแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินเดือนไม่ขึ้นเลย&amp;rdquo; เธอว่า &amp;ldquo;มันบ่งบอกสถานการณ์สิทธิสตรีของเราได้เป็นอย่างดี จากการจัดอันดับในเรื่องนี้ญี่ปุ่นอยู่ที่อันดับ 103 ของโลก ประเทศไทยนั้นดีกว่าเรามาก แต่ก็ยังดีที่เขาไม่ยุบศูนย์นี้ทิ้งไป ไม่งั้นฉันคงแย่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมดสาเกไปหลายจอก และโชชูเข้ามาเสริมในตอนท้าย (จะขออธิบายความแตกต่างระหว่างสาเก, โชชู และโซจู รวมถึงอะวะโมริ ในวันหลัง) หลังจากไต่ถามความเป็นไปของชีวิตอีกฝ่ายจนหมดข้อสงสัยเราก็ออกจากร้านโดยที่โคซูไม่อนุญาตให้ผมจ่ายแม้แต่เยนเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอเดินไปส่งผมที่เกสต์เฮาส์ใกล้ๆ ตลาดคาวาบาตะ แล้วก็กล่าว &amp;ldquo;โอยาซูมินาไซ&amp;rdquo; แก่กัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พบกันใหม่เมื่อคุณกลับมาจากนางาซากิ&amp;rdquo; เธอทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนของชาวไทยในเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายๆ วันต่อมาผมเดินตามแผนที่ไปขึ้นเรือที่ท่า Hakata Futoh จ่ายค่าโดยสารเที่ยวละ 860 เยนเพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะเคนไก (Kengaijima) รวมทั้งไปและกลับ 1,720 เยน หรือประมาณ 520 บาท ใช้เวลาเดินทาง 35 นาทีก็ถึงเกาะของชาวประมงและหมู่แมว เรือเฟอร์รี่เมื่อส่งเราแล้วก็รับผู้โดยสารจากเกาะกลับไปยังเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะเคนไกเป็นเกาะเล็กๆ มีท่าเรือเฟอร์รี และอู่จอดเรือของชาวประมง รวมถึงลานจอดเฮลิค็อปเตอร์ บ้านเรือนสมัยใหม่สภาพแข็งแรงปลูกไต่ระดับขึ้นไปบนเนินเขา ถนนที่อยู่หลังหมู่บ้านก่อสร้างอย่างดีมีราวกั้นบนไหล่ทาง ฝั่งที่ติดเนินเขาก็เสริมแรงด้วยกำแพงคอนกรีตป้องกันดินถล่ม นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเรียนและสถานีอนามัย ส่วนด้านหลังหรืออีกฝั่งของเกาะผมไม่ทราบว่ามีอะไรบ้างเพราะไม่ได้เดินไปเนื่องจากทางชันเหลือเกิน อีกทั้งเกาะนี้ไม่ใช่เกาะสำหรับนักท่องเที่ยว ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่มีภาษาอังกฤษเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกแมวส่วนมากรวมตัวกันอย่างหลวมๆ บริเวณท่าเรือประมง รอเวลาที่โชคเข้าข้างมีคนเอาปลามาประเคนให้ ผมกดกาแฟเย็นกระป๋องจากตู้หยอดเหรียญมานั่งดื่มที่ม้านั่งๆ ไม่ห่างจากท่าเรือ แมวเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในสภาพมอมแมมแต่อ้วนท้วนดี ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ ผมหยิบมันฝรั่งแผ่นออกมาจากเป้ ลองโยนให้ตัวที่อยู่ใกล้ๆ ปรากฏว่ามันกิน ไม่รู้ว่าหิวหรือเบื่ออาหารทะเลกันแน่ ตัวอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาขอบ้าง จนผมหว่านให้พวกมันทั้งถุง แล้วขอถ่ายรูปเป็นการแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่สองของเทศกาลมีขบวนการตกแต่งรถด้วยแสงสี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกลับเข้าฝั่งฮากาตะกับเรือเที่ยว 5 โมงครึ่ง ผมแวะซื้อหมูย่างกิน 2 ไม้ บริเวณหน้าท่าเรือในวันนั้นมีพ่อค้าแม่ค้ามาออกร้านขายอาหารกันอยู่อย่างคึกคัก จากนั้นเดินกลับไปงีบในเกสต์เฮาส์ ตื่นมาก็ออกไปกินมื้อค่ำที่ร้าน Morris&amp;rsquo; Hippo อีกจนได้ แต่ถึงแม้จะเป็นร้านสไตล์อังกฤษก็มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลายอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกวันผมออกจากเกสต์เฮาส์ใกล้ๆ ถนนโชวะ (Showa Dori) ไปเช็กอินที่เกสต์เฮาส์หลังตลาดคาวาบาตะอีกครั้ง กินราเม็งอันเลื่องชื่อของฟุกุโอกะเป็นมื้อเที่ยง ตกเย็นมีหนุ่มฮังกาเรียนที่ทำงานอยู่ในกรุงลอนดอนมาชวนออกไปกินดื่มด้วยกันแต่ผมปฏิเสธเพราะรู้สึกเบื่อชาวตะวันตกเต็มที คงเพราะที่เกสต์เฮาส์เก่ามีหนุ่มฝรั่งเศสคนหนึ่งพูดมากจนน่ารำคาญและชอบเอาเปรียบผู้อื่น แต่เมื่อมีลุงคนหนึ่งจากมาเลเซียมาชวน ผมก็ออกไปกับแกอย่างง่ายดาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลุงซันนี่&amp;rdquo; เพิ่งมาถึงฟุกุโอกะวันนี้ ผมพาแกนั่งรถไฟใต้ดินไปย่านเทนจิน เราต่างมีตั๋วแบบ One-day pass หรือใช้แบบไม่อั้นในหนึ่งวัน บนถนนวาตานาเบะมีซุ้มยาไต (Yatai) หรือร้านอาหารเล็กๆ ริมทางที่เปิดเรียงกันหลายร้านในเวลากลางคืน เลือกเอาร้านที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินเพราะทราบดีว่าซุ้มยาไตไม่มีห้องน้ำ หากมีความจำเป็นก็ต้องใช้ในสถานีรถไฟใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่พอใจก็รำมวยใส่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านที่เราเลือกมีกุ๊กคนหนึ่งและผู้ช่วยอีกคนหนึ่งคอยปรุงอาหารตามออร์เดอร์อยู่ด้านในซึ่งล้อมรอบพวกเขา 3 ด้านด้วยที่นั่งคล้ายๆ เคาน์เตอร์บาร์เหล้า มีริ้วผ้าม่านห้อยลงมาจากหลังคา แต่ส่วนมากจะถูกตวัดขึ้นแล้วมัดเป็นจุกม้วนไว้เพื่อความโปร่งโล่ง ร้านแนวนี้ใครจะนั่งตรงไหนก็ได้ หากคนเต็มก็ไปร้านอื่น อาหารมีทั้งแบบปิ้งย่าง ทอด และจำพวกเส้น ซึ่งล้วนใช้เวลาไม่นานในการทำให้สุก บางอย่างเสียบไม้ตั้งโชว์อยู่ตรงหน้า เราแค่ชี้ๆ กุ๊กหนุ่มก็หยิบไปย่างหรือทอดพอเป็นพิธีแล้วยื่นมาวางตรงหน้าเพราะทำให้สุกมาก่อนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับลุงซันนี่ทยอยสั่งอาหารมาคราวละสองสามอย่าง แก้จุกด้วยเบียร์ท้องถิ่นและสาเก ลุงแกนั่งติดคู่รักทางด้านขวามือจึงจับคู่สนทนากันฝั่งนั้น ผมนั่งติดกลุ่มวัยรุ่นสาวจากมหาวิทยาลัยฟุกุโอกะ พวกเธอเรียนด้านวรรณคดีและวัฒนธรรม ผมก็สนทนากับพวกเธอฝั่งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่าเราจึงเรียกเก็บเงินโดยหารกันคนละครึ่ง ลุงซันนี่จากปีนังบอกว่าขอบใจมากที่พาแกมากินอาหารริมทางอันมีชีวิตชีวา เมื่อกลับถึงเกสต์เฮาส์ แกเปิดซิงเกิลมอลต์ ยี่ห้อ Talisker ที่ติดกระเป๋ามารินใส่แก้วที่หยิบมาจากห้องครัว 2 แก้ว ผมไม่รีรอรับคำชวน เพราะนี่คือหนึ่งในซิงเกิลมอลต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะเคนไก เกาะสวรรค์ของมวลแมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเล่าให้ฟังว่าเกษียณการทำงานมาตั้งแต่อายุ 50 ปีเพื่อเดินทางท่องเที่ยว นับจนถึงปัจจุบันก็เป็นปีที่ 15 แล้ว เพราะก่อนหน้านั้นเปลืองกำลังไปมากจากการทำงานเป็นวิศวกรขุดเจาะน้ำมันในทะเล ประจำการมาหลายประเทศ ที่โหดสุดแกยกให้ไนจีเรีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยู่ที่นั่น 8 ปี เหมือนติดคุกเลย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้างๆ เรามีชายชาวเอเชียคนหนึ่งใส่แว่นอ่านหนังสืออยู่ ลุงซันนี่ถามว่ามาจากประเทศอะไร เขาไกด์ว่า &amp;ldquo;ผมไม่มีประเทศ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีด้วยหรือคนไม่มีประเทศ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีสิ มีก็เหมือนไม่มี จะเรียกว่าประเทศก็ไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงกระนั้นเราก็ทายอยู่นานและยังไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไต้หวัน&amp;rdquo; ชายผู้นั้นเฉลย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตียงนอนสำหรับการพักผ่อนยามบ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, สะพานเป้, เดินทาง, เที่ยวญี่ปุ่น, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, แมว, ไทย-ญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
