<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวทั่วไทย กรมการค้าภายในชวนเที่ยวช่วงเทศกาลวันหยุดยาว  แวะตลาดต้องชมและหมู่บ้านทำมาค้าขายทั่วทุกภูมิภาค หวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย นาย กรนิจ โนนจุ้ย ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและบริหารระบบตลาด ลงพื้นที่&amp;nbsp; ตลาดน้ำท่าคา อ อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp; เพื่อตรวจและติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp; การจัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางตลาดและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าและบริการในตลาดต้องชมและหมู่บ้านทำมาค้าขาย ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ช่วง พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp; เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้เกิดการหมุนเวียนในท้องถิ่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการส่งเสริมช่องทางการตลาดและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าและบริการของชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล โดยใช้ตลาดต้องชม หมู่บ้านทำมาค้าขาย และตลาดริมทาง เป็นกลไกในการขยายช่องทางการตลาด เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยตรงแก่ประชาชน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว นำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของท้องถิ่นโดยใช้การบริโภคภายในประเทศ กรมฯจึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดและเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าและบริการในตลาดต้องชม หมู่บ้านทำมาค้าขาย และตลาดริมทาง ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 โดยมีกำหนดจัดงาน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมกระตุ้นการจำหน่ายสินค้าและบริการ ณ ตลาดต้องชม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1) ตลาดน้ำวัดพระยาสุเรนทร์ 2) ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ภายใต้ชื่องาน ชิม ช้อป แชะ แวะตลาดต้องชม โดยกำหนด ณ ตลาดน้ำวัดพระยาสุเรนทร์ ในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2563 และตลาดน้ำคลองลัดมะยม ในวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2563 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ การส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชน การWorkshop ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมกระตุ้นการจำหน่ายสินค้า ณ ตลาดชุมชนในความส่งเสริมของกรมฯ เช่น ตลาดต้องชม หมู่บ้านทำมาค้าขาย และตลาดริมทาง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน การส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชน การWorkshop ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลพิเศษโดยในเดือนพฤศจิกายน 2563 กำหนดจัดงานที่ตลาดจำนวน 14 แห่ง ใน 12 จังหวัด ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคกลาง อาทิ ตลาดน้ำท่าคา จ.สมุทรสงคราม วันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2563 ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน จ.สิงห์บุรี วันที่ 19 &amp;ndash; 20 พฤศจิกายน 2563 ตลาดอิงน้ำสามโคก จ.ปทุมธานี วันที่ 21 &amp;ndash; 22 พฤศจิกายน 2563 ตลาดย้อนยุคเมืองสรรค์ จ.ชัยนาท วันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคเหนือ อาทิ ตลาดมอกล้วยไข่ จ.กำแพงเพชร วันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2563 ตลาดหัตถกรรมผ้าทอแม่สารบ้านตอง จ.ลำพูน วันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ถนนคนเดินสาเกตนคร จ.ร้อยเอ็ด วันที่ 20 &amp;ndash; 21 พฤศจิกายน 2563 ตลาดต้องชมย่านเมืองเก่าสกลถนนผ้าคราม จ.สกลนคร วันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2563 ตลาดปลาสินเจริญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.อุดรธานี วันที่ 28 &amp;ndash; 29 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคใต้ อาทิ ตลาดถนนคนเดินย่านสถานี วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงวันหยุดยาว เดือนธันวาคม 2563 กรมการค้าภายใน เตรียมจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1) ตลาดพลู วันที่ 5-6 ธันวาคม 2563 และตลาดน้ำสองคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดตลิ่งชัน วันที่ 12-13 ธันวาคม 2563 และในส่วนภูมิภาคกำหนดจัดงาน 62 แห่ง โดยคาดว่าการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนี้จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เกิดการหมุนเวียนทางระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในตลาดชุมชน เพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชนและ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากต่อไป ไทยช่วยไทย เศรษฐกิจไทย มั่นคง มั่งคง ยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, เที่ยวทั่วไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb7594059300.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.จัดแพคเก็จ&quot; กำลังใจ  เที่ยวทั่วไทย&quot;ตอบแทน อสม.-อสส.จนท.รพ.สต.ช่วยต้านโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนพ. บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ที่ปรึกษา รมช.สธ. &amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ( สบส.) ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ นพ.สาธารณสุขจังหวัด ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และผู้รับผิดชอบงานสุขภาพภาคประชาชนทุกจังหวัด ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการเที่ยวปันสุข แพ็คเกจกำลังใจ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.สาธิตกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว จัดทำ โครงการเที่ยวปันสุข แพ็คเกจกำลังใจ เพื่อแสดงความขอบคุณและเป็นการตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.)และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล &amp;nbsp;ทำงานเชิงรุกควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการเดินทางจากภาครัฐโดยตรง ซึ่งจะ เป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาผู้ประกอบการและผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบให้สามารถ ประคองธุรกิจและประกอบอาชีพได้ โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน 2 วัน 1 คืน คนละ 2,000 บาท โดยมีเป้าหมายจำนวน 1.2 ล้านคน เดินทางโดยใช้บริการของบริษัทนำเที่ยวในประเทศที่มีการจดทะเบียน ถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องการตอบแทน อสม. / อสส. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่ทำงานหนักในสถานการณ์ที่ผ่านมาจึงอยากให้ได้ใช้สิทธิ และขอความร่วมมือ ถ้าไม่ไป หรือไปไม่ได้ &amp;ldquo;ไม่ต้องลงทะเบียน&amp;rdquo; ค่อยๆ ทยอยไปเที่ยว มีเวลาถึง &amp;nbsp;31 ตุลาคม 2563 แนะนำให้เลือกเดินทางในวันธรรมดา ถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้บริการบริษัททัวร์นำเที่ยวภายในจังหวัดก่อน และเดินทางเป็นหมู่คณะ ไม่สามารถให้บุคคลอื่นใช้สิทธิแทนได้ ขอให้ทุกท่านเที่ยวอย่างมีความสุข ช่วยกันไม่ให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ&amp;rdquo; ดร.สาธิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพี่น้อง อสม. อสส.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติงานดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด 19 อย่างเข้มแข็ง ลงพื้นที่ให้ความรู้ เฝ้าระวังคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เยี่ยมติดตามกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน รวมถึงปฏิบัติงาน ณ จุดคัดกรองชุมชน เคาะประตูบ้านกว่า 14,027,310 หลังคาเรือน โครงการนี้จึงตั้งใจตอบแทนทุกท่านที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ อสม. อสส. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่สนใจลงทะเบียนและเลือกรายการนำเที่ยวได้ที่เว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย และติดตั้งแอพพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; กดรับสิทธิ &amp;ldquo;โครงการกำลังใจ&amp;rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 - วันที่ 29 ตุลาคม 2563 (เริ่มเดินทางได้ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2563)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72214</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อสม., รพ.สต., สาธิต ปิดุเตชะ, อสส., เที่ยวทั่วไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f181476c450b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยามาฮ่า ฟินน์ ขี่เที่ยวทั่วไทย น้ำมันถังเดียว เที่ยวเพชรบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟินน์ เที่ยวทั่วไทย ใช้น้ำมันถังเดียว เข้าสู่การเดินทางเป็นจังหวัดที่3 ของปีนี้ ในครั้งนี้เรามาที่ จ.เพชรบุรี โดยพาสื่อมวลชนและลูกค้า ร่วมเดินทางไปพร้อมกันกับการเที่ยวในสไตล์ฟินน์ฟินน์ กับรถครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ยามาฮ่า ฟินน์ กับการเดินทางเที่ยวโครงการชั่งหัวมัน ก่อนไปฟินน์กับบรรยากาศที่ร่มรื่นพร้อมจิบน้ำตาลสดรสกลมกล่อมที่สวนตาลลุงถนอม ก่อนกลับไปเที่ยวงาน Finn Fest ที่ตลาดพรีเมี่ยมมาร์เก็ตพร้อมชมฟรีคอนเสิร์ตลำไยไหทองคำและ รุ่งขึ้นบิดฟินน์สู่หาดทรายเม็ดแรก แวะนาเกลือก่อนกลับมาชิมผัดไทยร้านดัง เข้าไหว้สักการะพระนอนที่วัดพระพุทธไสยาสน์ แวะเช็คอินที่พระนครคีรี(เขาวัง) ชมความงามของถ้ำเขาหลวงก่อนปิดท้ายเติมความหวานที่ร้านลอดช่องน้ำตาลข้น โพธิการ้อง รวมระยะทางในการขับขี่ทั้งหมด 178.4 กม. เติมน้ำมันไป 78.7 บาท หรือ 2.71 ลิตร โดยในทริปนี้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 65.83 กิโลเมตรต่อลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทริปนี้ขับขี่ยามาฮ่า ฟินน์ ที่ จ.เพชรบุรี สื่อมวลชน 4 สื่อ และลูกค้าอีก 4 คน มาร่วมขับขี่ ออกเดินทางจากร้านเสนีย์ยนต์ในจังหวัดเพชรบุรี โดยยามาฮ่า ฟินน์ ทั้ง 8 คันเติมน้ำมันเต็มถัง เริ่มกับระบบสตาร์ทแบบไฟฟ้าบริเวณแฮนด์ด้านซ้ายเพียงนิ้วโป้งสัมผัสเบาๆเครื่องยนต์ขนาด 115 ซีซีก็ติดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พร้อมเดินทาง ความเร็วเพื่อเดินทางสู่โครงการชั่วหัวมันเฉลี่ย 60 กม.บางช่วงทำความเร็วอยู่ที่ 70-80 กม./ชม. ระบบกันสั่นสะเทือนทั้งหน้าและหลังทำงานได้อย่างดีทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล เราเพลิดเพลินไปกับเส้นทางที่มีทั้งทางตรงยาวๆและทางคดเคี้ยวพร้อมวิวสวยๆของธรรมชาติเพื่อมุ่งหน้าสู่โครงการชั่งหัวมัน เพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงโครงการชั่งหัวมัน จากนั้นก็นั่งพักผ่อนชมวิวที่สวยงามและพื้นที่ของโครงการชั่งหัวมัน จากนั้นเราวิ่งกลับในเส้นทางเดิมเพื่อมุ่งหน้าสู่สวนตาลลุงถนอม ซึ่งช่วงนี้เราขับขี่ยามาฮ่า ฟินน์ กันแบบยาวๆ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 115 ซีซีทำงานได้ดีท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน เครื่องยนต์ยังคงเดินเรียบส่งกำลังทำความเร็วกันแบบสบายๆที่ 70-80 กม./ชม. เราใช้เวลาประมาณเกือบสามสินนาที ก็เลี้ยวรถเข้าสู่สวนตาลลุงถนอม ทางเข้าเป็นทางแคบๆแต่อุดมไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ ต้นไม้สูงๆพร้อมลำธารเล็กๆทอดตัวมุ่งสู่สวนตาลซึ่งมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน พวกเราได้อุดหนุนขนมตาลและน้ำตาลสดกันอย่างเต็มที่พร้อมนำยามาฮ่า ฟินน์ จอดถ่ายภาพมุมสวยๆของสวนตาลลุงถนอม จากนั้นเดินทางสู่ตลาดนัดพรีเมียมเพื่อเข้าร่วมงาน FINN FEST ที่ยามาฮ่าจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์มาร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษของยามาฮ่า ฟินน์ จากร้านยามาฮ่าเสนีย์ยนต์ ทั้งยังให้บริการตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ฟรี พร้อมการละเล่นและการแสดงมากมาย โดยมีฟรีคอนเสิร์ตลำไย ไหทองคำในช่วงสุดท้าย หลังจบงานยามาฮ่า ฟินน์ ทั้ง 8 คันเดินทางเข้าพักที่พัก โดยได้ทดลองขี่ช่วงกลางคืน พบว่าไฟหน้าส่องสว่างด้วยหลอดไฟแบบฮาโลเจน รวมถึงไฟท้ายที่สว่างชัดทำให้มั่นใจในด้านความปลอดภัยให้ผู้ร่วมทางได้มองเห็นเราชัดเจนยิ่งขึ้น วันแรกเราใช้ระยะทางในการขับขี่ทั้งหมด 127 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงการเดินทางในวันที่สอง เดินทางมุ่งหน้าสู่แหลมผักเบี้ย ความเร็วในการเดินทางอยู่ระหว่าง 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สภาพอากาศในวันนี้แดดยังคงแรง แต่สำหรับยามาฮ่า ฟินน์ เครื่องยนต์ยังทำงานปกติ วิ่งฉิวสู่จุดหมายได้อย่างมั่นใจ เราแวะเลี้ยวเข้าไปยังจุดที่เขียนไว้ตามป้ายข้างทางว่า &amp;ldquo;หาดทรายเม็ดแรก&amp;rdquo; จากนั้นจอดและลงไปเดินผ่อนคลายถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ซึ่งยามาฮ่า ฟินน์ เป็นรถครอบครัวเพียงรุ่นเดียวที่มีกล่องเก็บของหน้ารถ จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังร้านผัดไทยท่ายางสาขา2 เพื่อทานมื้อกลางวัน และมุ่งหน้าสู่วัดพระพุทธไสยาสน์ หรือ วัดพระนอน และเดินทางต่อไปยังวัดถ้ำเขาหลวง ก่อนส่งคืนรถให้ร้านยามาฮ่าเสนีย์ยนต์ โดยก่อนส่งคืนเราได้นำยามาฮ่า ฟินน์ เข้าไปทำการเติมน้ำมันกลับลงไปให้เต็มอีกครั้ง โดยเติมน้ำมันลงไป 78.7 บาท หรือเติมน้ำมันลงไป 2.71 ลิตร โดยในทริปนี้เราใช้ระยะทางในการขับขี่ทั้งสิ้น 178.4 กม. มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 65.83 กิโลเมตรต่อลิตร ปิดทริปการขับขี่ยามาฮ่าฟินน์ เที่ยวทั่วไทยใช้น้ำมันถังเดียวอย่างสมบูรณ์ โดยในปีนี้ยังมีอีกหลายเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37708</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ขับประหยัด, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟินน์, ฟินน์ เที่ยวทั่วไทย, ยามาฮ่า, ยามาฮ่า ฟินน์, รีวิว, เที่ยวทั่วไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf741b29b3a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
