<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรฯชี้คนไทยเที่ยวในประเทศช่วงปลายปียอดใช้เงินทะลุ 1.8 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค. 2563 จากผลสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วน 77.3% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การท่องเที่ยวยังมีความไม่แน่นอนสูง เมื่อกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่าหากมีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะมีผลต่อการปรับแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงยังมีประเด็นการเมืองที่ต้องติดตาม ขณะที่ในส่วนของการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังมีความกังวลในเรื่องภาวะเศรษฐกิจส่งผลทำให้จำนวนความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยลดลง รวมถึงแผนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อทริปปรับลดลงประมาณ 5.5% เมื่อเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากไม่มีการกลับมาระบาดซ้ำอีกครั้งของโรคโควิด-19 ในประเทศ และปัญหาการเมืองอยู่จำกัดเฉพาะพื้นที่ ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะยังรักษาระดับการเพิ่มขึ้นได้ โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีจำนวน 36.1 ล้านคน-ครั้ง และการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดไทยเที่ยวไทยทั้งปี 2563 การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยน่าจะแตะที่กรอบล่างของการประมาณการ โดยอยู่ที่ประมาณ 89.5 ล้านคน-ครั้ง หดตัว 46.4% และสำหรับการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่า 5.06 แสนล้านบาท หดตัว 53.3% จากปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81853</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, เที่ยวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f538b3591a94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เผยมีข่าวดีหลัง&#039;พิพัฒน์&#039;จ่อชง ศบค.ปลดล็อกเฟส 3 ให้ท่องเที่ยวไทยได้ แต่อย่าการ์ดตก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า &amp;nbsp;ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเริ่มขึ้น &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้เยี่ยมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ให้กับครม. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกา ยกย่องประเทศไทยเป็นประเทศ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีการบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของโลก ว่า &amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่การแพทย์และสาธารณสุขของไทยทุ่มเททำงานขนาดนี้ &amp;nbsp;ถ้าประเทศเราไม่ติดอันดับความน่าเชื่อถือ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ประเทศไทยถือว่าครบหมดทุกด้าน แพทย์และพยาบาลเก่ง รวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือและมีจิตศรัทธาบริจาคสิ่งของต่างๆ &amp;nbsp;ช่วยกันยามยาก &amp;nbsp;อีกทั้ง ยาก็พร้อม รวมถึงมีมิตรประเทศที่ดี มีการดูแลซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ การร้องขอยาเวชภัณฑ์ต่างๆ และการสนับสนุนต่างๆก็มีความร่วมมืออย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอต่อที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ให้ผ่อนคลายในระยะที่ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศ &amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับนายพิพัฒน์ในเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทุกอย่างจะต้องเป็น New Normal ถ้าจะมีการเปิด เราจะต้องอยู่กับ New Normal ต่อไปจนกว่าจะมีวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราน่าจะมีข่าวดีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราอย่าการ์ดตก อย่าประมาท ล้างมือออกจากบ้านก็ใส่หน้ากาก กินข้าวแยกซ้อนกันแล้วยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวคนในกระทรวงสาธารณสุขไปแอบอ้างและไปหักหัวคิวจากโรงแรมที่เข้าโครงการเป็นสถานที่กักกันของรัฐ นายอนุทิน ยืนยันว่ามันไม่มี และไม่ต้องห่วงเรามีทั้งกล้องวงจรปิด และเทคโนโลยีที่ทันสมัยถ้าใครมีหลักฐานอะไรขอให้ส่งเข้ามา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66953</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, มาตรการผ่อนปรน, รมว.สาธารณสุข, เที่ยวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc87b963db4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักท่องเที่ยวต่างชาติชาติหดตัว0.51%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พงษ์ภาณุ&amp;quot;เผยต่างชาติเที่ยวไทย ต.ค.61 หดตัว 0.51% เป็นผลได้รับผลกระทบจากจีนชะลอเที่ยวไทย 10 เดือนแรกโตเฉลี่ย 7.84%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย.61- นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม 2561 ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 0.51% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลจากมาจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีน โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,712,033 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ นักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ในช่วง 10 เดือน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 31,253,920 คน ขยายตัว 7.84% และสร้างรายได้รวม 1,631,518.58 ล้านบาท ขยายตัว 9.98% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย ลาว เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซีย อเมริกา กัมพูชา และสิงคโปร์ ตามลำดับ นอกจากนี้ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ก่อให้เกิดรายได้ 141,060.57 ล้านบาท ขยายตัว 0.66% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ลาว และอินเดีย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวไทย กันยายน ปี 61 มีชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 13.44 ล้านคน-ครั้ง ขยายตัว 2.46% และการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ 93,089.18 ล้านบาท ขยายตัว 4.50% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22456</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ต่างชาติ, ท่องเที่ยว, เที่ยวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d33fd74af4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
