<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลหลากท่วมนาข้าว-ไร่อ้อยจมกว่าพันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลมาสมทบกับฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ อ.บ้านกรวด&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้น้ำหลากท่วมถนนสายบ้านโคกยาง-ปันเราะ ต.บ้านกรวด&amp;nbsp;อ.บ้านกรวด สูงกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวส่งผลให้รถเล็กสัญจรไปมาด้วยความลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์คอยอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และนำป้ายไปติดตั้งไว้ตลอดริมถนนที่ถูกน้ำท่วม เกรงรถจะตกไหล่ถนนได้รับอันตราย&amp;nbsp;นอกจากนี้น้ำป่ายังเข้าท่วมนาข้าว และไร่อ้อยในพื้นที่ อ.บ้านกรวด เป็นวงกว้างกว่า&amp;nbsp;1พันไร่ด้วย คาดว่าหากระดับน้ำไม่ลดภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ ก็จะได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.ต.สมศักดิ์&amp;nbsp;มารังกูร&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ อ.บ้านกรวด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;น้ำที่ไหลบ่าท่วมถนน&amp;nbsp;นาข้าว และไร่อ้อย&amp;nbsp;เป็นน้ำป่าที่มาจากเทือกเขาบรรทัด&amp;nbsp;และน้ำฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าหากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่หากไม่มีฝนตกมาเพิ่มเติมปริมาณน้ำที่ท่วมถนน นาข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และไร่อ้อย ก็จะลดระดับลงภายใน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46478</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, น้ำท่วมนาข้าว, น้ำป่า, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89abd1aaa6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะลึง! &#039;ต้นท้ายเภา&#039; ขนาดมหึมาบนเทือกเขาบรรทัด เส้นรอบลำต้น 24 ม. สูง 60 ม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อบต.ปะเหลียน ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ นำชาวบ้านเดินขึ้นไปสำรวจ &amp;quot;ต้นท้ายเภายักษ์&amp;quot; ซึ่งใหญ่ที่สุดบนเทือกเขาบรรทัด เพราะมีเส้นรอบลำต้นถึง 24 เมตร และสูงกว่า 60 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ คงเกลี้ยง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พร้อมกับ นายประภาค เอียดนุ่น หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ เจ้าหน้าที่ ชาวบ้านและผู้สื่อข่าวได้เดินขึ้นไปบนเทือกเขาบรรทัด เพื่อสำรวจต้นท้ายเภายักษ์ ซึ่งใช้เส้นทางลัดเลาะจากน้ำตกหนานสะตอ สู่เขาเจ็ดยอด หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรกว่าที่จะถึงจุดหมาย ซึ่งทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับความใหญ่โตของต้นท้ายเภาที่มีขนาดมหึมาที่สุดบนเทือกเขาแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปกติต้นท้ายเภาจะขึ้นอยู่ทั่วไปในป่าดงดิบของภาคใต้ แต่มักจะอยู่ในจุดที่มีความสูงจากน้ำทะเลไม่มากนัก ยกเว้นเฉพาะต้นท้ายเภายักษ์ต้นนี้ ซึ่งไม่มีผู้ใดตอบได้ว่ามาขึ้นอยู่ตรงจุดนี้ได้อย่างไร เนื่องจากมีอายุยาวนานหลายร้อยปีแล้ว โดยมีเส้นรอบลำต้นถึง 24 เมตรและสูงจากพื้นดินกว่า 60 เมตร เฉพาะพูพอนก็มีความสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งจากการสำรวจสภาพทั่วไปของต้นท้ายเภายักษ์ พบว่ายังค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะฝั่งที่ต้นไม้หันหน้าทางทิศตะวันออก เพราะมีพูพอนแผ่ออกไปกว้างใหญ่สวยงามเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นท้ายเภายักษ์ต้นนี้ ยังได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ &amp;quot;รุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี&amp;quot; ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยรวบรวมเอาต้นไม้ทรงคุณค่าจากทุกภูมิภาค จำนวน 65 ต้น มาจัดพิมพ์เพื่อเป็นความรู้ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วไป ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ ต้นท้ายเภาจังหวัดตรัง &amp;nbsp;นอกจากนั้น เว็บไซต์ livingasean.com ยังจัดให้เป็น 1 ใน 10 อันดับต้นไม้ที่ใหญ่ที่โดดเด่นและสวยงามที่สุดของไทย โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก BIG Trees Project&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาค เอียดนุ่น หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง กล่าวว่า ด้วยขนาดที่ยิ่งใหญ่ของต้นท้ายเภายักษ์ต้นนี้แสดงให้เห็นว่า ป่าเทือกเขาบรรทัด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้คือ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ยังคงอุดมสมบูรณ์และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ตลอดไป ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลจากการพยายามดูแลรักษาเป็นอย่างดี โดยการนำของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ทุ่มเทมาอย่างต่อเนื่อง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28522</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ต้นท้ายเภายักษ์, นายประภาค เอียดนุ่น, นายสมพงษ์ คงเกลี้ยง, รุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี, หน่วยพิทักษ์ป่าโตนเต๊ะ, อบต.ปะเหลียน, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5b815863d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งเกิด&#039;ภูรุ่งแจ้ง&#039;ทะเลหมอกกลางหุบเขาเมืองพัทลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61- &amp;nbsp;ช่วงฉลองเทศกาลปีใหม่ 2562&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุงถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสีสันท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หลายจุด เช่น&amp;nbsp;บริเวณจุดชมวิว ชมทะเลหมอก เชิงเทือกเขาบรรทัด จุดชมทะเลหมอกควนนกเต้น&amp;nbsp;และภูรุ่งแจ้ง ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง &amp;nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนับพันคน เดินทางไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอก ที่ปกคลุมหุบเขากลางหมู่บ้าน ตั้งแต่งช่วงเช้ามืด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิว ชมทะเลหมอกควนนกเต้นและภูรุ่งแจ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.พัทลุง เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและสามารถชมได้ตลอดทั้งปี &amp;nbsp;ตั้งอยู่เขตรอยต่อระหว่างเทือกเขาบรรทัด .&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพัทลุง, ทะเลหมอก, ภูรุ่งแจ้ง, อำเภอกงหรา, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29c2c60706b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำเทือกเขาบรรทัดไหลท่วม&#039;พัทลุง&#039;หลายพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า &amp;nbsp; ไหลท่วมพื้นที่ราบ อ.เภอกงหรา &amp;nbsp;ศรีนครินทร์ และ อ.ศรีบรรพต &amp;nbsp;ถนนเชื่อมต่อระหว่าง อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต &amp;nbsp;มีน้ำไหลผ่านระดับสูง &amp;nbsp;รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกูเกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง &amp;nbsp; พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารค่ายอภัยบริรักษ์ หน่วยกู้ภัยพัทลุง และหน่วยกู้ชีพองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ( อบจ. &amp;nbsp;)ลงไปช่วยชาวบ้านขนย้ายข้าวของไปเก็บไว้ที่สูง และช่วยวางกระสอบทรายป้องกันน้ำ ที่ ต.ชะมวง อ.ควนขนุน และสำรวจน้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลหนองพ้อ &amp;nbsp;มีน้ำล้นตลิ่งท่วมในเขตเทศบาล &amp;nbsp;และถนนสาย 4 &amp;nbsp;แยกโพธิ์ทอง อ.ควรขนุน ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม. ที่ถนนเอเชียบริเวณ 4 &amp;nbsp;แยกโพธิ์ทอง น้ำข้ามถนนแต่รถทุกชนิดยังสามารถวิ่งผ่านไปมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.พัทลุง &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด วัดปริมาณน้ำฝนได้เกิน 120 มม. ที่ อ.กงหรา กับ อ.เขาชัยสน &amp;nbsp; จ.พัทลุง ทำให้น้ำป่าไหลจากเทือกเขา ท่วมพื้นที่ลุ่มใน อ.กงหรา &amp;nbsp;อ. เมือง และ อ.ควนขนุน &amp;nbsp;แต่ระดับน้ำยังท่วมไม่สูง &amp;nbsp;ทางจังหวัดได้สั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่มีน้ำท่วมที่วัดล้อ ต.ชะมวง อ.ควนขนุน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากนั้น &amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมเรือท้องแบน เข้าไปประจำอยู่ในวัดแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พัทลุง, น้ำท่วม, น้ำป่า, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c164678541b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> น้ำป่าถล่ม- ถนนขาด ชาวบ้านปะเหลียนร้องรัฐซ่อมถนนไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านใน ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ช่วยกันซ่อมถนนในหมู่บ้านให้ใช้ได้ชั่วคราว หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดกัดเซาะจนขาด และไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชาวบ้านช่วยกันซ่อมแซมถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 14 บ้านสันติราษฎร์ ระหว่างซอยบ้านนายเลื่อน กับบ้านนายสร้อย &amp;nbsp;หลังจากที่ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัด เพราะมีฝนตกหนักหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้นจนส่งผลให้ถนนสายนี้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด และรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ &amp;nbsp;เนื่องจากเดิมทีได้มีการวางท่อระบายน้ำแค่เพียงแถวเดียว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และมีปริมาณมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประมาณ 40 ครัวเรือน ต้องช่วยกันซ่อมแซมถนนสายนี้ให้สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เพื่อใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร หรือสัญจรไปมา &amp;nbsp;โดยระดมเครื่องไม้เครื่องมือ รวมทั้งวัสดุต่างๆ ที่พอหาได้มาเร่งดำเนินการ เนื่องจากมีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ &amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วก็เคยมีเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมถนนตรงจุดนี้แล้วครั้งหนึ่ง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก &amp;nbsp;แต่ก็ไม่แข็งแรงมากพอที่จะรองรับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และมีปริมาณมากได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองขยะริมถนน, จังหวัดตรัง, น้ำป่า, ปะเหลียน, เทือกเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc433bb39773.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
