<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อ.ไฟเขียวตั้ง7กก.สอบวินัยร้ายแรง&#039;เนตร นาคสุข&#039; ขีดเส้น60วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ&amp;nbsp; นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธาน การประชุม ก.อ. โดยมีวาระสำคัญ การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายเนตร&amp;nbsp; นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด&amp;nbsp; กรณีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถชนตำรวจจราจรสน.ทองหล่อเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร เปิดเผยว่า หลังจากที่การประชุม ก.อ.ครั้งที่แล้ว นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์&amp;nbsp; เป็นประธานคณะกรรมการ ในวันนี้ตั้งคณะกรรมการสอบเพิ่มเติมขึ้นอีก 6 คน รวมเป็น 7 คน และย้ำให้ดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะเป็นการสอบสวนเพิ่มเติมจากคราวที่แล้ว ที่เคยตั้งเรื่องความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่ง ก.อ.มีความเห็นว่า ควรจะเป็นความผิดวินัยร้ายแรงจึงตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมา เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงของเป็นไปตามเดิม คงไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่า สอบให้รัดกุมมากขึ้น ว่าการผิดวินัยร้ายแรงเป็นอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องตามกฎหมายที่กำหนด แต่ตอนคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการสอบฯ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คนคือ นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ (ก.อ.สายบำนาญ) เเละกรรมการ ประกอบด้วย&amp;nbsp; นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอัยการสูงสุด (ก.อ.โดยตำเเหน่ง) ,นายเชาวลิต วงศานรเศรษฐ์ อธิบดีอัยการภาค 4 รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ , นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานปกครองเพชรบุรี รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการภาค 7 (ก.อ.) , นายอนุชา วัฒนวิภา อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการอัยการ รักษาการในตำแหน่งรองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ, พ.ต.ต.สันติ มุริจันทร์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; และนายศุภโชค เนตรนิยม ผู้ช่วยเลขานุการรองอัยการสูงสุด&amp;nbsp;ซึ่งทุกท่านผ่านงานราชการมามาก มีทั้งผู้ที่เคยผ่านสำนักงานคดีพิเศษและบางคนเป็นคณะกรรมการร่างกฎหมายหลายฉบับ เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการสอบสวน เชื่อว่าคณะการการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข จะสอบสวนเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 60 วัน ซึ่งสามารถขอขยายเวลาสอบเพิ่มได้อีก 2 ครั้ง รวมแล้วไม่เกิน 180 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวอีกว่า เราต้องการสอบสวนให้รัดกุมเพื่อจะขยายไปถึงอัยการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธ หรือ บอส&amp;nbsp; และถ้าหากรู้ว่าเป็นใครก็จะต้องกรรมการสอบสวนชั้นต้น อัยการคนนั้นอีกครั้ง เพื่อแยกกันดำเนินการให้รวดเร็ว โดยการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนชุดนี้มีความอิสระ ให้อำนาจพิจารณาอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระแสข่าวเรื่องการขอลาออกของนายเนตร นาคสุข และอัยการอีกคนนั้น ตนทราบว่าอัยการสูงสุดยังไม่เซ็นอนุมัติให้ลาออก แต่ถึงลาออกไป ก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องการสอบสวน เพราะกฎหมายให้อำนาจสอบสวนภายใน 180 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง เรื่องการโปรดเกล้าฯ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ขึ้นเป็นผู้ตรวจการอัยการนั้น นายพชรก ล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่โปรดเกล้าฯลงมา จะทรงโปรดเกล้าฯหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คกก.สอบวินัยร้ายแรง, พชร ยุติธรรมดำรง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d0701da2de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดเบื้องลึก มติ ก.อ. พลิกผลสอบกรรมการสอบสวนฯ เป็นวินัยร้ายเเรง &#039;เนตร นาคสุข&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.)9 เสียงมีมติเห็นควรสอบสวนวินัยร้ายเเรง นายเนตร นาคสุข กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยาขับรถชนคนตาย &amp;nbsp;จากคณะกรรมการชุด นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย มีความเห็นเสนอที่ประชุมว่า นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด &amp;nbsp;ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปีและไม่เสนอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนการลงมติที่เป็นเสียงเอกฉันท์ให้สอบวินัยร้ายเเรง ได้มีกรรมการ ก.อ.อย่างน้อย 3 คน อภิปรายถึงเหตุผลที่ควรตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตร โดยรายละเอียดการอภิปรายมีประเด็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการตั้งคำถามว่า ข้อพิจารณาเรื่องการมอบอำนาจให้นายเนตร ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุดชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นนายเนตร จึงมีอำนาจหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรมและมีอำนาจพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหา สั่งสำนวนของนายเนตร นาคสุข เป็นการใช้อำนาจและดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp; มีความผิดทางวินัยเพียงใด เเละประเด็นรายงานการสอบข้อเท็จจริงชุดของนายวิชา มหาคุณ มีการระบุว่าพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อและอัยการสูงสุด ได้เข้าไปเกี่ยวข้องพยานหลักฐานในส่วนนี้คืออะไร ได้มีการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไปยังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนายวิชาฯ แล้วหรือไม่ การไม่รับฟังรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดนี้ควรกระทำด้วยความรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อภิปรายเห็นว่า เนื่องจากไม่เคยมีระเบียบหรือหนังสือเวียนที่เป็นการกำหนดการดำเนินการสั่งคดี ที่มีการร้องขอความเป็นธรรมไว้อย่างชัดแจ้ง มีเพียงระเบียบการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548 ข้อ 48 ก็กำหนดเพียงวิธีการสั่งคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรม เมื่อมีพิจารณาคำร้องร้องขอความเป็นธรรมพนักงานอัยการก็จะสั่ง &amp;nbsp;1. สอบสวนเพิ่มเติมหรือ 2. สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่เห็นว่ามีเหตุอันควรสั่งสอบสวนเพิ่มเติมตามที่ร้องขอความเป็นธรรมก็ดำเนินการไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กรณีที่พนักงานอัยการ เห็นว่าเป็นการร้องขอความเป็นธรรมซ้ำซ้อนในประเด็นเดิม ที่ได้เคยมีการพิจารณาไปแล้ว หรือปราศจากพยานหลักฐานใหม่ก็จะพิจารณาว่าการร้องขอความเป็นธรรมลักษณะนี้เป็นไปเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้า พนักงานอัยการก็จะสังยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรม เมื่อมาพิจารณาการดำเนินการของนายเนตร ในการสั่งสำนวนส. 1 ซึ่งเป็นการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาถึง 14 ครั้ง อัยการสูงสุดถึง 2 ท่านได้สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว พยานหลักฐานที่ร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 ก็เป็นพยานหลักฐานเดิมที่ปรากฏอยู่แล้วในสำนวน &amp;nbsp;พยานปากพล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายเนตร เลือกรับฟังข้อเท็จจริงในประเด็นความเร็วของรถยนต์ จากคำให้การของพยานทั้งสองปากทั้ง ๆ ที่ยังมีความเห็นแตกต่างในประเด็นความเร็วรถ โดยไม่สอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ข้อยุติชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นดังกล่าวอัยการสูงสุดถึง 2 ท่านได้เคยพิจารณาเป็นที่ยุติไปแล้ว และพนักงานอัยการตามลำดับชั้น ก็พิจารณาเห็นพ้องกันตลอดสายให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรม แต่นายเนตร กลับเลือกรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวพร้อมทั้งกลับคำสั่งเป็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเป็นการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ขัดต่อพรบ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 ที่ระบุว่าพนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็วเที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง &amp;nbsp;การสั่งคดีของนายเนตร จึงเป็น ความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการตามพรบ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเละกรณีดังกล่าวถือเป็นประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพรบ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 85&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเห็นควรตั้งเป็นข้อสังเกตว่าการพิจารณาการใช้ดุลพินิจของนายเนตร ในครั้งนี้ไม่ควรถูกหยิบยกมาอ้างอิงความเป็นอิสระในการสั่งคดีของพนักงานอัยการโดยทั่วไปเพื่อเป็นหลักประกันความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรม ความมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีจะต้องอยู่ในกรอบของความเที่ยงธรรมด้วยมิฉะนั้นจะข้ามเส้นแบ่งกลายเป็นการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวน ของสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยากล่าวได้ว่ามีลักษณะเป็น Exceptional Case &amp;nbsp;ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากลนับครั้งไม่ถ้วนนับ แต่เริ่มกระบวนการสอบสวนมีความพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหา มาโดยตลอดแม้จะถูกเฝ้ามองและเป็นที่จับตาของสังคมเป็นอย่างมากก็ยังมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาถึง 14 ครั้งอัยการสูงสุดถึง 2 ท่านได้สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วก็ยังมีความพยายามใช้ดุลยพินิจรับฟังพยานและพิจารณาสำนวนที่ข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความ ไม่พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบทั้ง ๆ ที่นายเนตร เป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการดำเนินคดีอาญาย่อมต้องทราบดีว่าพยานหลักฐานที่เลือกรับฟังมีความน่าสงสัยเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานที่ชัดเจนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางมิชอบหรือกระทำโดยทุจริตก็เป็นเพราะไม่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินและปราศจากผู้กล่าวหา แต่ได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงต่อการใช้ดุลพินิจดังกล่าวต่อสังคมเป็นวงกว้างกระทบถึงองค์กรอัยการและกระบวนการยุติธรรม &amp;ldquo; เสียหาย&amp;rdquo; ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตแปลว่าเสื่อมเสียย่อยยับพังทลายความเสียหายเป็นคำนามไม่มีบทนิยามในทางกฎหมายแพ่งหรืออาญาเพราะมีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วในทางกฎหมายวางหลักเพียงว่าความเสียหายเป็นตัวเงินและความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอันเป็นมูลฐานในการคำนวณค่าเสียหายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ต่อมาคดีนี้จะได้มีการสั่งฟ้องนายนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานความผิดดังกล่าวข้างต้นและมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 แล้วก็ตามซึ่งหากคดีนี้ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ที่ประชาชนทั้งประเทศติดตามและให้ความสนใจก็คงไม่มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบคดีดังกล่าวจนกระทั่งมีการกลับคำสั่งไม่ฟ้องของนายเนตร เป็นคำสั่งฟ้องและออกหมายจับผู้ต้องหาแต่อย่างใด ดังนี้ย่อมแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าการสั่งไม่ฟ้องของนายเนตร เป็นการเสียหายแก่ทางราชการอย่างยิ่งและทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหายอย่างร้ายแรงเสื่อมศรัทธาต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศดังนั้นการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความเห็นว่าการกระทำของนายเนตรฯ เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงจึงไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธาน ก.อ.ก็ให้มีการลงมติเปิดเผยโดยการยกมือ ผลปรากฎเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง เเละตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117627</URL_LINK>
                <HASHTAG>เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fd4237f5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหากาพย์! ก.อ. ตั้งคกก.สอบวินัยร้ายแรง &#039;เนตร นาคสุข&#039; โทษสูงสุดไล่ออกจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ได้เป็นประธานการประชุมก.อ. โดยมีวาระการสำคัญ &amp;nbsp;เกี่ยวกับผลสรุปสอบสวนทางวินัยนายเนตร นาคสุข อดีต รองอัยการสูงสุด กรณีที่นายเนตร มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถยนต์หรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีต ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน 2555 โดยมีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งมีความเห็นว่า นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี และไม่เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากมีการเลื่อนประชุม ก.อ.เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจาก ก.อ.บางคนยังไม่ได้รับเอกสารสรุปผลสอบ&amp;nbsp;ทำให้ ก.อ.บางคนได้รับเอกสารช้า และเอกสารมีจำนวนมากนับร้อยหน้าทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีวาระการประชุมสำคัญ กรณีที่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ ไม่ขอเป็นอัยการอาวุโส ให้ที่ประชุม ก.อ. พิจารณาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังประชุมเเล้วเสร็จ เวลา 13.00 น.นายพชร กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุม กอ. กรณีของ นายเนตร นาคสุข ที่ประชุมมีมติว่ามี 9 เสียงว่านายเนตร ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายเเรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ ทั้งนี้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด กับนายไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด งดออกเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ประชุม ก.อ.ยังได้ตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการฯ และหลังจากนี้นายธนพิชญ์จะเป็นฝ่ายกรรมการฯอีก 2 คน เเละเลขานุการฯอีก 1 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า วันนี้ถือว่าได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรแล้ว จะมีระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น 60 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 2-3ครั้ง จะสอบในประเด็นการสั่งคดีที่ก่อนให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่นายเนตรจะยื่นหนังสือลาออกอีกครั้งที่2นั้น เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณา สำหรับประเด็นที่นายวงศ์สกุล อัยการสูงสุดหนังสือต่อ กอ.ว่าไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโส ที่ประชุม กอ.ได้พิจารณาแล้ว และอนุมัติ และจะพ้นวาระการเป็นข้าราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทาง กอ.จะส่ง มติว่านายเนตร ผิดร้ายแรงให้ทาง ป.ป.ช.หรือไม่ นายพชร กล่าวว่า ทั้งอัยการและ ป.ป.ช. ต่างคนต่างสอบ และอาจมีการรวมสำนวนกันในอนาคตก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีอัยการเกี่ยวข้องข้องกับเรื่องการเปลี่ยนเเปลงความเร็วนั้นทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็จะสอบสวนในประเด็นนี้ไปด้วยหลังจากนั้นก็จะนำเสนอผลสอบให้ ก.อ.พิจารณาลงโทษอัยการคนดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่าสำหรับการประชุมวันนี้มีคณะกรรมการอัยการเข้าร่วมประชุม13 คนจาก15 คนเนื่องจากลา 2 คน โดยผลการลงมติเห็นควรให้สอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตร 9 เสียงเเละงดออกเสียง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส. ส่วนนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ในฐานะประธานกรรมการสอบต้องออกจากห้องประชุม เเละตนในฐานะเป็นประธาน ก.อ.ก็งดออกเสียงเนื่องจากไม่ใช่การชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบทลงโทษนายเนตร หากที่ประชุมก.อ. เห็นควรลงโทษวินัยร้ายแรง ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหม่ขึ้นพิจารณา โดยมีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จ สามารถขอขยายเวลาพิจารณาได้ 2 ครั้งๆละ 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117398</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fd4237f5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคเลื่อน!ก.อ.นัดชี้ชะตา’เนตร’ใหม่21ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 - นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เปิดเผยกรณี การนัดประชุม ก.อ.ในวันที่ 10 ก.ย.ซึ่งจะมีวาระพิจารณาผลสรุปการสอบสวนคณะกรรมการ ชุดที่มีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานสอบ นายเนตร นาคสุข อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังว่า ได้มีการเลื่อนประชุม ก.อ.จากวันที่ 10 ก.ย. เป็นวันที่ 21 ก.ย.นี้ โดยสาเหตุเลื่อนประชุมเนื่องจากเอกสารสรุปผลสอบที่จะต้องส่งให้คณะกรรมการ ก.อ.บางคนยังไม่ได้รับ &amp;nbsp;มีผลทำให้ ก.อ.บางคนได้รับเอกสารช้า ทั้งที่เอกสารมีเป็นร้อยหน้าทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทันซึ่ง ตามหลักเเล้วต้องส่งก่อนล่วงหน้า 10 วัน รวมถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบเป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีการเสนอขอให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนเเจ้งมายังผม เมื่อมีเหตุผลเช่นนี้มา ผมก็เห็นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., นายพชร ยุติธรรมดำรง, ประธานคณะกรรมการอัยการ, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0865a1f424.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองโฆษก ปชป. กังขาผลสอบ &#039;เนตร นาคสุข&#039; ผิดวินัยไม่ร้ายแรง หวัง ก.อ.พิจารณารอบคอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chao Meekhuad เรื่อง&amp;nbsp;ผลสอบ &amp;ldquo;เนตร นาคสุข&amp;rdquo; ตอกย้ำความคลางแคลงองค์กรอัยการ รอวัดใจ กอ. ฟัน ฟื้นศรัทธา ปชช. มีเนื้อหาระบุว่า&amp;nbsp;หลังมีการเปลี่ยนแปลงตัวประธานคณะกรรมการอัยการ เป็นนายพชร ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp; ท่านออกมาประกาศขึงขังจะทำความจริงให้ปรากฏ ฟันไม่เลี้ยงหากพบอัยการคนใดไปเกี่ยวพันกับการค้าสำนวน เข้าด้วยช่วยเหลือคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ผมก็พอมีความหวังว่า การเอาจริงเอาจังล้างบ้านตัวเอง จะช่วยฟื้นศรัทธาประชาชน ทำให้องค์กรอัยการยืนหยัดได้อย่างมีศักดิ์ศรี สมเป็นทนายแผ่นดินได้ แต่ล่าสุดมีข่าวว่าคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่มีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน สรุปสำนวนว่า นายเนตร&amp;nbsp;มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เพราะไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ผมก็เกิดความไม่มั่นใจ และเชื่อว่าสังคมก็เกิดความคลางแคลงสงสัยด้วยเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้แต่หวังว่าในวันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการอัยการ จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ลำพังแค่จะลงโทษด้วยการงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี และไม่เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส ซึ่งหมายถึงต้องพ้นจากราชการก่อนอายุ 70 ปีนั้น ไม่มีความหมายอะไรเลย เนื่องจากเป็นความประสงค์ของนายเนตรอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปีที่แล้ว แต่อัยการสูงสุดระงับการลาออกเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังทำให้ระบบตรวจสอบภายในของอัยการถูกตั้งคำถามมากขึ้น อำนาจอัยการสูงสุด ที่มีมากกว่าคณะกรรมการอัยการ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ระบบ กอ.ขาดความศักดิ์สิทธิ์ หากต้องการกอบกู้องค์กร ไม่เพียงต้องลากคอคนทำผิดมาลงโทษ ยังต้องลากไส้ให้เห็นว่ามีใครสมรู้ร่วมคิดบ้าง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม และที่สำคัญถึงเวลาปฏิรูปกระบวนการตรวจสอบภายในของสำนักงานอัยการสูงสุดเสียที&amp;rdquo; นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115810</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอัยการ, เชาว์ มีขวด, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f16e6b98221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักเลขาฯครม.ตีกลับหนังสือขอโปรดเกล้าฯย้อนหลัง &#039;ปรเมศวร์&#039; นั่งผู้ตรวจอัยการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือถึงอัยการสูงสุด เรื่องแต่งตั้งข้าราชการอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอ้างถึง 1.หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดที่อส0005(คก1)/3454 ลงวันที่ 18 มี.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดที่อส 0005 (คก1) / 4657 ลงวันที่ 19 เม.ย.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่นร 0508/ ท 6963 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดที่อส 0005(คก1)/10412 ลงวันที่ 2 ส.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการอัยการ และอัยการอาวุโสผู้มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ จำนวน 973 ราย โดยยังไม่ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายเนตร นาคสุข และนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม โดยแจ้งว่าเมื่อข้อเท็จจริงกรณีถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้นและการถูกดำเนินคดีอาญายุติแล้วจะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอัยการเพื่อพิจารณาว่ามีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งใดต่อไป ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 เเละ 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามที่เสนอ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้สำนักงานอัยการสูงสุดทราบแล้วตามหนังสือที่อ้างถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่าการดำเนินคดีอาญากับนายปรเมศวร์ ถึงที่สุดแล้ว ส่วนกรณีความผิดทางวินัยอัยการสูงสุดมีคำสั่งว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยเล็กน้อยให้งดโทษโดยให้ว่ากล่าวตักเตือนตามนัยความเห็นของคณะกรรมการอัยการ และได้เสนอคณะกรรมการอัยการพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2564 และเห็นควรนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปรเมศวร์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไปจึงขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งตามมติคณะกรรมการอัยการตามหนังสือที่อ้างถึง 4 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักเลขาธิการสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นว่ากรณีสำนักงานอัยการสูงสุดขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปรเมศวร์ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการเมื่อคราวที่ผ่านมา สำนักงานองคมนตรีได้เคยมีหนังสือขอให้ยืนยันความถูกต้องเหมาะสมในการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่ง &amp;nbsp;ก่อนที่สำนักงานอัยการสูงสุดจะขอถอนเรื่องดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการอัยการดังกล่าวในครั้งนี้มีข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามความประสงค์ของสำนักงานองคมนตรี จึงขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดโปรดยืนยันความถูกต้องเหมาะสมในการแต่งตั้งนายปรเมศวร์ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ และแจ้งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาผลเป็นประการใดกรุณาแจ้งให้ทราบโดยด่วนด้วยเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e52144b418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานก.อ. แนะ &#039;อัยการสูงสุด&#039; แจงการสั่งคดีอาบอบนวดวิคตอเรีย เพื่อให้ความกระจ่างแก่ปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เปิดเผยเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและการสอบวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด (รองอสส.) ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สังกัด สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย.2555 ว่า ขณะนี้ทราบว่า นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการ สอบสวน และคณะกรรมการได้สอบสวนเสร็จแล้ว และอยู่ในช่วงกำลังสรุปผลการสอบสวนอยู่ ว่า นายเนตรใช้ดุลพินิจสั่งคดีถูกต้องตามกระบวนการ โดยชอบกฎหมายหรือไม่ สุจริตหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า ตนไม่ได้สอบถามนายกายสิทธิ์อะไร เพราะจะเป็นการก้าวก่ายการทำงาน จึงอยากให้คณะกรรมการสอบสวนทำงานโดยอิสระ และเมื่อสอบสวนแล้วก็จะทำความเห็นผ่านมาถึงตน หากสรุปผลสอบสวนเสร็จทัน อาจนำเข้าที่ประชุม ก.อ.วันที่ 25 ส.ค.นี้เวลา 09.30 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะต่อไปง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ตัวแทนเครือข่ายองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ 13 องค์กรมีหนังสือสอบถามมายังสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนางนิภา และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ภรรยาและลูกชายนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ โดยทั้ง 3 คนเป็นเจ้าของสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท จากเดิมที่มีความเห็นสั่งฟ้อง นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า&amp;nbsp;ทราบว่า สำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ ซึ่งตน ก็ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ความจริง ตนก็อยากให้สำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการสั่งคดีวิคตอเรียซีเครท เพื่อให้ความกระจ่างแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.)กล่าวสั้นๆว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง อสส.ช่วงระยะเวลา 2 ปี ไม่มีการพิจารณาสั่งคดีนี้ น่าจะเป็น อสส.ท่านอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113202</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.), คดีบอส กระทิงแดง, พชร ยุติธรรมดำรง, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b47d1449ff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
