<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’การันตีพรก.กู้5แสนล้านทำตามรธน.เป๊ะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาททำตามรัฐธรรมนูญเป๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะลอกของเก่ากู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ชี้ &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; ฟ้องศาลปกครองไร้ความหมาย เพราะบังคับใช้แล้วไม่ใช่มติ ครม.&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ย้ำกฎหมายงบประมาณต้องเคาะให้เสร็จใน 105 วัน &amp;ldquo;ก้าวไกล-เพื่อไทย&amp;rdquo; ตีปี๊บให้จับตา มาฟอร์มเก่าถล่มงบกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 26 พ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ที่ประกาศในราชกิจจานุเกษาเล่ม 138 ตอนที่ 34 ก และมีผลบังคับใช้แล้ว
โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง พร้อมคณะแกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณา และมีคำสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 ที่เห็นชอบ พ.ร.ก.ดังกล่าว และมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 ที่เห็นชอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงแล้วว่าเรื่องนี้ได้ตรวจสอบตั้งแต่ต้นแล้ว และคิดไม่ออกว่าเกี่ยวข้องอะไรกับศาลปกครอง เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ว่าถ้าจะร้องต้องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพอรู้เหตุผลที่ผู้ร้องไปร้องต่อศาลปกครอง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีการประกาศออกมาเมื่อไหร่ จึงได้ร้องให้มีการเพิกถอนมติของ ครม. แต่เรื่องมันเกินมติ ครม.ไปแล้ว ซึ่งการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองนั้นไม่ได้ถือว่าผิด แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.แล้วศาลปกครองเพิกถอนไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเพียงมติของ ครม. ศาลปกครองถึงจะมีอำนาจเพิกถอนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เลขาฯ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงว่ากระบวนการและขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง และที่สำคัญที่มีการร้องว่าไม่มีอำนาจนั้น มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ซึ่งมีมาตราที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อยู่ ซึ่งเรื่องนี้มีการเช็กและตรวจสอบตั้งแต่ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแล้ว ที่มีการบอกไว้ชัดเจนว่า มาตรา 53 สามารถกู้เงินได้โดยวิธีการนี้ ทุกอย่างจึงเข้าตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด และทำตามขั้นตอนเช่นเดียวกับกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาททุกอย่าง&amp;rdquo; นายวิษณุย้ำ
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องพิจารณาก่อนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น เรื่องนี้สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้นต้องพิจารณาให้เสร็จภายในเวลา 105 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งร่างให้กับสภา ซึ่งรัฐบาลได้ส่งร่างให้กับสภาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.
คาดถก พ.ร.ก.กู้หลังผ่านงบ
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า แม้ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทประกาศใช้แล้ว แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรียังส่ง พ.ร.ก.ดังกล่าวมาไม่ถึงสภา ดังนั้น การประชุมสภาในวันที่ 27 พ.ค. ยังคงพิจารณาตามวาระเดิมก่อน และหากส่ง พ.ร.ก.มาถึงสภาหลังวันที่ 31 พ.ค. ก็อาจต้องพิจารณาภายหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2565 ในวาระแรกเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่ควรทำในตอนนี้ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา แต่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้งบประมาณฟื้นฟูให้ตรงจุด โดยมีข้อเสนอแนะคือ 1.กู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ- ประสิทธิผล 2.ลดคอขวดในการเบิกจ่าย 3.มีการวัดผลชัดเจน 4.ติดตามผลอย่างใกล้ชิดและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และ 5.หลังไทยเจอวิกฤติทางสาธารณสุขและวิกฤติเศรษฐกิจไปแล้ว ปัจจุบันกำลังเจอกับภาวะคนตกงาน ที่กำลังเกิดเป็นวิกฤติทางสังคมครั้งใหญ่ รัฐบาลควรผลักดันปัญหาดังกล่าวให้เป็นวาระแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรค ปชป. ในฐานะโฆษก กมธ.ติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. 3 ฉบับเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาโควิด-19 ระบุว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลปรับลดวงเงินกู้ใน พ.ร.ก.จาก 7 แสนล้านบาท เหลือเพียง 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น และไม่อยากให้รัฐบาลพิจารณาเฉพาะตัวเลขจีดีพีว่าเมื่อมีเงินกู้ก้อนนี้แล้วจีดีพีจะเติบโต 1.5% แต่อยากให้พิจารณาว่าเมื่อกู้มาแล้วจะช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณหลงทางได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวว่า ไม่ได้คัดค้านการกู้เงินในสถานการณ์วิกฤติ แต่ผลของเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นแล้วว่าการกู้เงินมาให้รัฐบาลประยุทธ์บริหาร ไม่ได้อะไร นอกจากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านบาท อนุมัติไปแล้วเกือบเต็มวงเงิน แต่ก็ยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์จากการสร้างหนี้
สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาทนั้น นายวิษณุกล่าวย้ำว่า&amp;nbsp; ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ถ้ามีการประชุมในวันที่ 31 พ.ค. เท่ากับเราเสียเวลาไปแล้ว 15 วัน จาก 105 วัน เพราะรัฐบาลได้ส่งร่างให้กับสภาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. ดังนั้นสภาจะเหลือวันพิจารณาน้อยลง และถ้าสภาพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน ให้ถือว่าให้ความเห็นชอบและอนุมัติตามร่างทุกประการ แก้ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว
&amp;ldquo;ทางที่ดีควรพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว โดยใช้วิธีลดความแออัดลง ใครที่ไม่พูดก็ไม่ต้องไปนั่งในห้องประชุม เข้าไปเฉพาะเวลาที่มีการนับองค์ประชุม อย่างนี้น่าจะสบายหน่อย เท่าที่ทราบสภาเตรียมเสนอให้ตั้งไมโครโฟนไว้ต่างหาก อย่าใช้ไมโครโฟนตรงที่นั่งประจำ ใครที่ต้องการพูดก็ให้ออกมาพูดที่ไมโครโฟน จะได้ไม่มีการแย่งกันพูด และหลังจากคนหนึ่งพูดเสร็จ ให้มีการฉีดแอลกอฮอล์และเปลี่ยนผ้าคลุมเป็นระยะ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ถือว่าใช้ได้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐสภา ว่าให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างยิ่งยวด&amp;nbsp; ทั้งในเรื่องการคัดกรอง การขึ้นลิฟต์โดยสาร อาหาร รวมถึงผู้ติดตาม และการอภิปรายในสภา โดยเชื่อว่าความมีระเบียบวินัยของทุกคนที่เข้าไปใช้อาคารรัฐสภาจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2565 เป็นการจัดทำแบบละทิ้งประชาชน ไม่สนใจสถานการณ์ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง สังเกตได้จากงบกลางที่ตั้งไว้สูงถึง 5.7 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับ 1 ของงบประมาณทั้งหมด และเมื่อมาดูภาพรวมของงบกลาง ค่าใช้จ่ายที่ใช้กับส่วนราชการมีสัดส่วนสูงกว่าทุกปี คิดเป็นเกือบ 85% เหลืองบไว้ใช้กับประชาชนในยามฉุกเฉินน้อยมาก
ก้าวไกลรอสับงบกองทัพอีกแล้ว
&amp;ldquo;การจัดทำงบประมาณปี 65 ของ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงออกว่าไม่แคร์ประชาชนอย่างชัดเจน หากปล่อยให้บริหารต่อ มีแต่จะสร้างความเสียหายให้ประเทศ พรรคเพื่อไทยขอให้ทุกคนร่วมจับตาการอภิปรายงบประมาณรอบนี้ และขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลเลิกเป็นนั่งร้านให้นายกฯ ที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดวิสัยทัศน์ แล้วกลับตัวกลับใจมาอยู่ข้างประชาชน&amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดที่ต้องจับตามองในการเปิดประชุมสภา ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีถูกลดลง ซึ่งรายจ่ายแต่ละกระทรวงจะต้องถูกลดไปตามสัดส่วน แต่ภายใต้งบประมาณที่ลดลง เรายังเห็นการจัดสรรงบที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญ งบประมาณด้านสวัสดิการถูกปรับลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ในขณะที่การจัดซื้ออาวุธยังเพิ่มขึ้น เราเห็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์โครงการใหม่ที่สร้างงบผูกพันข้ามปีรวมทั้งสิ้น 9,500 ล้านบาทที่ผูกพันไป 3 ปี การซื้อยุทโธปกรณ์แบบปีเดียวที่กองทัพเรือมีการจัดซื้อเพิ่มถึง 2.6 เท่า เป็นต้น เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนรอติดตาม
&amp;quot;ผมอยากฝากไปถึงส่วนราชการที่มีหน้าที่จัดสรรสวัสดิการให้กับประชาชน และ อปท.ต่างๆ ที่ถูกปรับลดงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรม ทำการอุทธรณ์งบประมาณเข้ามาที่กรรมาธิการงบประมาณเข้ามามากๆ เพราะถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านไปได้ ในชั้น กมธ.พรรคก้าวไกลจะทำการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เพื่อเติมงบประมาณให้กับพวกท่านที่มีหน้าที่นำงบประมาณไปดูแลชีวิตประชาชน&amp;quot; นายพิจารณ์กล่าว
ขณะที่พรรคไทยสร้างไทย เผยแพร่บันทึกแสดงความกังวลต่อ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ภาครายได้ 2.ภาครายจ่าย 3.หนี้สาธารณะ และ 4.การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามลักษณะงาน ที่พบว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการป้องกันประเทศ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน
&amp;ldquo;พรรคไทยสร้างไทยตระหนักดีว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ แต่การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 จะต้องจัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงวิกฤติของประเทศที่เป็นอยู่ ซึ่งพรรคเห็นว่าภารกิจสำคัญที่รัฐบาลต้องทำให้สำเร็จโดยเร็ว คือการสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของประชาชนได้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจที่จะออกมาประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องมีแนวทางหรือนโยบายสำคัญที่เน้นการลงทุนภาครัฐเพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่หลังโควิด-19 ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104310</URL_LINK>
                <HASHTAG>การันตี, ทำตามรัฐธรรมนูญ, พ.ร.ก.กู้เงิน, พรก. เงินกู้, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เนติบริกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae5cd79363b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนติบริกร&#039;ชี้รธน.เขียนชัด&#039;เทพไท&#039;หลุดเก้าอี้ส.ส.ปมตัดสิทธิ์ไม่ใช่โทษจำคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ถูกศาลนครศรีธรรมราชตัดสินพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ในคดีอาญา ฐานร่วมกับนายมาโนช เสนพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช กระทำความผิดในการทุจริตการเลือกตั้งนายกอบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ว่า ตอนที่สื่อมาถาม ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเมื่อสื่อบอกว่านายเทพไท ถูกตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา แต่ไม่ทราบว่าจะได้รับประกันตัวหรือไม่ จึงชี้แจงว่าต้องไปตรวจสอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.ว่าต้องถูกจำคุกโดยหมายของศาล แต่ตนไม่ทราบเรื่องการถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีประเด็นเรื่องการตัดสิทธิเลือกตั้งก็เป็นอีกประเด็น เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (4) ที่เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งระบุว่า ถ้าขาดคุณสมบัติตามมาตรา 96 (2) ที่ระบุว่าอยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็จะต้องพ้นด้วย ถ้าหากเขาจะต้องพ้นการเป็นส.ส.ก็จะพ้นตามมาตรา96 (2) ประกอบ98 (4) ในส่วนของการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ในส่วนของการจำคุกนั้นไม่เกี่ยวเพราะเมื่อได้รับประกันก็ไม่ถูกกักขังโดยหมายของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ สื่อฟังดูก็รู้ว่าชัด ส่วนที่เจ้าตัวแย้งว่าข้อกฎหมายไม่ชัดเจนก็ไม่เป็นไร ถ้าแย้งก็มีวิธีจัดการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พ้นส.ส., รธน., วิษณุ เครืองาม, เทพไท เสนพงศ์, เนติบริกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef41a55b31a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ตอก&#039;วิษณุ&#039;ไม่ใช่ศาล จ่อร้องเลขาฯสปก.ฟัน&#039;ปารีณา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;วิษณุไม่ใช่ศาล : กฎหมายต้องมีหลักเดียว คือ ทำผิดแล้วต้องถูกลงโทษ ไม่เลือกปฏิบัติ&amp;quot; ระบุว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องฉาวการครอบครองที่ดินผิดกฎหมาย 1,706 ไร่ ที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี ได้รับการกล่าวหาอยู่นั้นว่า &amp;quot;ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ตอนไปเอามานั้นไม่ผิด เพราะถือครองไม่ได้ เมื่อถือครองไม่ได้ก็คืน แต่บางพื้นที่ตอนไปเอามานั้นผิด ดังนั้นเมื่อคืนไปความผิดก็สำเร็จ กฎหมายแต่ละเรื่องไม่ได้ยึดหลักเดียวกันหมด&amp;quot; นั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอคัดค้านแนวคิดดังกล่าว และขอยืนยันในหลักการทางกฎหมายว่า &amp;ldquo;กฎหมายมีหลักการเดียวกันหมด&amp;rdquo; ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ยกเว้นแต่จะมีนักกฎหมายที่เป็นไม้หลักปักขี้เลนเท่านั้น ทั้งนี้พยานหลักฐานทั้งหลายทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ปารีณา ล้วนสอดคล้องต้องกันว่าเป็นผู้ยึดถือครอบครองที่ดินรัฐทั้ง ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก.&amp;nbsp; ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ตามกฎกระทรวง ฉ.1069(พ.ศ.2527) ออกตามความพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ซึ่งผู้ใดยึดถือ ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาอยู่มากมาย อาทิ ฎ.747/2550
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ต้องทำตนเป็นหลักของบ้านเมือง ต้องใช้หลักกฎหมายอย่างไม่เลือกปฏิบัติ มิใช่จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใดเป็นการเฉพาะ เหตุเพราะผู้นั้นเป็นคนของรัฐบาล ถึงขนาดกล่าวออกมาได้โดยไม่กระดากลิ้นเลยว่า กฎหมายแต่ละเรื่องไม่ได้ยึดหลักเดียวกันหมด&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะพิสูจน์ให้เห็นว่า หลักกฎหมายมีหลักเดียว โดยการเริ่มตั้งประเด็นพิพาททางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ป.วิ.ปกครอง) โดยจะนำความไปร้องเรียนต่อ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อดำเนินการทางคดีต่อ น.ส.ปารีณา และ ส.ส.และ ส.ว. อื่นๆ ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ไว้โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายต่อไปในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา, ป่าสงวน, ราชบุรี, วิษณุ, ศรีสุวรรณ, ส.ป.ก., เนติบริกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbe4b58b84fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระเตง‘ดอน’นั่งจนส่งศาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เนติบริกรยัน &amp;quot;ดอน&amp;quot; ไม่ต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ รอประธาน กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เผยไม่มีการชี้ถูกผิด แค่ต้องการบรรทัดฐาน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ตอบเอาแต่ยิ้มกริ่มยกนิ้วโป้งให้นักข่าว ส่วน &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; ทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ว่าได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจาก กกต.ว่าใครผิดหรือไม่ผิด เพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น และไม่ทราบว่านายดอนจะทราบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวนี้ที่ระบุว่า กกต.มีมติ 3 : 2 คงไม่ใช่ปัญหา แต่หากนายดอนมีความผิดจริง กกต.ต้องยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาดต่อไป เพราะคู่สมรสของนายดอนมีหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทราบเท่านั้นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่มีความผิด เพราะนายดอนดำรงตำแหน่งก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ ส่วนอีกฝ่ายเห็นว่าผิด เพราะต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ดังนั้นประธาน กกต.จึงออกเสียงชี้ขาดว่านายดอนผิด เพื่อที่จะได้ส่งให้ศาลชี้ขาด จะได้เป็นบรรทัดฐาน และคำวินิจฉัยชี้ขาดนี้จะนำไปใช้กับนักการเมืองต่อไปในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายดอนจำเป็นต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่จำเป็น และเคยมีตัวอย่างมาแล้วในอดีต ยังทำงานต่อไปได้ตามปกติ ส่วนจะแสดงสปิริตลาออกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของนายดอน ส่วนตัวตอบไม่ถูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีข้อกังวลใดๆ ขณะนี้ก็กำลังเตรียมการไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ซึ่งนายดอนก็ได้ดูแลเตรียมการให้นายกฯ เดินทางอยู่ นายดอนยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งทาง กกต.ก็เห็นว่าไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายวิษณุปฏิเสธว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าศาลตัดสินว่านายดอนผิด ก็จะต้องปรับ ส่วนจะปรับอย่างไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศยังมีรัฐมนตรีช่วยฯ อยู่ จึงไม่ถือเป็นภาระอะไร และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็เป็นคนกำกับอยู่แล้ว กระทรวงนี้ จึงไม่เกิดปัญหาเหมือนกระทรวงอื่น ที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเคยมีกรณีอย่างนี้มาแล้ว ในรัฐบาลอื่น รัฐมนตรีคนอื่นๆ แต่กรณีรัฐมนตรีดอน ไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แล้วในขณะที่เป็น กฎหมายยังไม่ได้ระบุเรื่องถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วพออยู่มามีรัฐธรรมนูญประกาศออกมาใช้เรื่อง 5เปอร์เซ็นต์ออกมา คุณดอนก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะคงถือว่าไม่ได้ทำอะไรมาตั้งแต่ต้น จึงทำให้เกิดปัญหาว่าอย่างนี้ผิดหรือไม่ผิด แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่หุ้นของคุณดอน แต่เป็นของภรรยา ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะกฎหมายบอกว่า ถ้าถือหุ้นเกิน 5เปอร์เซ็นต์ จะต้องทำ 2 อย่างคือ 1.แจ้งประธาน ป.ป.ช. 2.โอนหุ้นนั้นให้คนอื่นจัดการ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นอะไรก็ตาม แต่มีข้อแม้ว่าไม่ใช่หุ้นสัมปทาน เพราะถ้าเป็นสัมปทานต้องหลุดไปเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ภรรยาของนายดอนมีมรดก จึงได้นำมาตั้งบริษัทกับพี่น้องภายในครอบครัว และถือหุ้นกันเองภายในพี่น้อง 7 คน โดยไม่มีคนอื่น ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วหุ้นนี้ของบริษัทนี้ไปดำเนินการทำคอนโดมิเนียมดูแลเก็บค่าเช่าเอง เป็นบริษัทครอบครัว ไม่ได้ค้าขาย ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นพูดถึงความสุจริต เราก็พอจะมองเห็น และด้วยเหตุนี้ กกต. ถึงได้ออกเสียง 2 ต่อ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตอนร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มองในจุดที่อาจจะเป็นปัญหาลักลั่นอย่างนี้ใช่หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า มีอะไรเยอะที่เขาเขียนไม่ชัด แล้วก็ทิ้งไว้ให้ ป.ป.ช.กับ กกต.ไปชี้เอาเอง ซึ่งเป็นธรรมดาที่เขาจะเขียนไม่หมด เพื่อให้ไปชี้ไปตัดสิน เหมือนกับที่บอกว่ารัฐมนตรีต้องไปถือประโยชน์ รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐเป็นข้อห้ามตามเจตนา ว่าไม่ให้ไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจ เพราะปัญหาเคยเกิดขึ้นในสมัยนายกฯ ทักษิณ ว่ารัฐมนตรีที่ใช้บริการการบินไทยบ่อยๆได้สะสมไมล์รอยัลออร์คิด แล้วนำมาแลกตั๋วบิน ถือเป็นการรับประโยชน์หรือไม่ ซึ่งฝ่ายหนึ่งบอกว่าใช่ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ ซึ่งก็ให้ ป.ป.ช.ตัดสิน ที่สุด ป.ป.ช.ก็ชี้ว่าไม่เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม แต่ได้โบกมือให้สื่อมวลชน และยกนิ้วโป้งให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าวเช่นกัน พร้อมกับทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แถลงว่า ข้อเท็จจริงอยู่ในกระบวนการดำเนินการของ กกต. ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่าอยู่ขั้นตอนใด และมีมติตามที่สื่อเสนอข่าวหรือไม่ แม้จะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดแล้วคงจะพูดไม่ได้ เพราะการพิจารณาของ กกต.เป็นการพิจารณาลับ และหากพูดไปจะกระทบต่อการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีและรัฐบาล เนื่องจากตามกฎหมาย กกต.ไม่ใช่ผู้ชี้ขาด ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งนายดอนไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ รวมทั้งไม่มีการแจ้งมติกับผู้ร้องและผู้ถูกร้อง จะทราบก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตามกระบวนการของอนุกรรมการวินิจฉัย ได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีที่ถูกร้องได้ชี้แจงก่อนที่จะชี้มูลความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้มองเรื่องหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ แต่มองเรื่องหุ้นสัมปทาน เพราะมีคำวินิจฉัยรองรับไว้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น กกต.อาจตรวจเลยไปถึงบัญชีหุ้นที่ตนเคยแนบในสำนวนไปด้วย ซึ่งต้องขอดูรายงานของ กกต.ก่อนเพราะเห็นว่าอาจปล่อยกรณีหุ้นสัมปทานหลุดไป ทั้งนี้หากพิจารณาในเรื่องหุ้นสัมปทานด้วย จะทำให้รัฐมนตรีกว่า 10 คน รวมถึง สนช. อาจหลุดพ้นจากตำแหน่ง จึงสงสัยว่าการตรวจข้อมูลมา 11 เดือน ทำไมหวยถึงออกนายดอนคนเดียว พอข้ามเรื่องหุ้นสัมปทานไป คนที่เหลือก็ไม่ถูกนำเรื่องไปวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีอะไรในกอไผ่หรือไม่ ตนยังคาใจอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนกำลังตรวจเรื่องหุ้นของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการอยู่ และตนยังสงสัยว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม 2 คนนี้ ที่มีทีท่าว่าจะเล่นการเมือง ซึ่งตนเคยร้องเรื่องหุ้นว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญตามมาตรา 187 แต่ทำไม กกต.ถึงมีมติในสิ่งที่เราไม่ได้ร้องเป็นหลัก อีกทั้ง 8 คนที่เหลือหลุดเพราะข้อมูลไม่ครบถ้วนอย่างไร จึงอยากให้ กกต.ได้เปิดเผยผลสอบและส่งสำนวนมาให้ตนด้วย เพราะตนเป็นผู้ร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, นายวิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์, เนติบริกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113eb824a9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดี๋ยวหาว่าไม่ทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละครแนวประวัติศาสตร์ยังอยู่ในกระแส แม้ &amp;ldquo;บุพเพสันนิวาส&amp;rdquo; จะรูดม่านอวสานไปหลายวัน แต่ค่ายใหญ่ค่ายย่อยเตรียมสานต่อรักษา &amp;ldquo;ฟีเวอร์&amp;rdquo; เอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล็งหาหนังสือ นวนิยายชื่อดังที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์มาเผยแพร่ในรูปแบบละครและภาพยนตร์ ไม่เว้นแม้แต่หนังสือชื่อดัง &amp;ldquo;ข้ามสมุทร&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย &amp;nbsp;ที่โดนจีบมาแล้วเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; บอกไม่หวง แล้วยังยินดียิ่งอีกด้วยที่จะมีการนำไปใช้ เพียงแต่ต้องประสานบริษัทที่เป็นผู้จัดพิมพ์ให้ดีในรายละเอียดเรื่องลิขสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเองไม่เอาสักแดงเดียว หากจะให้ ก็ช่วยไปใช้ในทางกุศล บริจาคให้คนหูหนวกตาบอด หรือผู้พิการอื่นๆ สุดแท้แต่ เพราะตัวเองเหลือกินเหลือใช้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวกระเซ้า กระแสดีแบบนี้ มีแววจะเขียนหนังสือแนวประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ หรือเรื่องเล่าจากคณะรัฐมนตรีออกมาอีกหรือไม่ เพราะกี่เล่มต่อกี่เล่ม ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แถมเรื่องล่าสุดยังถูกทาบทามขอเอาไปทำหนัง ทำละคร ถ่ายทอดเป็นภาพเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อ.วิษณุ&amp;rdquo; บอกพอก่อน ตอนนี้ยังไม่คิดจะออกอะไรเพิ่ม &amp;ldquo;ยังไม่เขียนหรอกครับ เขียนตอนนี้เดี๋ยวคนจะหาว่า เอ๊ะรัฐมนตรีคนนี้ วันๆ มันไม่ทำงงทำงานอะไรเลยรึไง จ้องแต่จะเขียนหนังสือ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวโดนข้อหาอู้งาน เลยขอพับโปรเจ็กต์ไว้ก่อน หุหุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7962</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ฌ.เฌอ, บุพเพสันนิวาส, รูดม่านอวสาน, วิษณุ เครืองาม, เขียนหนังสือแนวประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์, เนติบริกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
