<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศ&#039;ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&#039; การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทย หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ ๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ว่าการเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เชาวนะ ไตรมาศ
เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, สัญชาติไทย, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียท้าทายจีน ปล่อยตัว 11 อุยกูร์หนีจากศูนย์กักกันไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเลเซียปล่อยตัวชาวมุสลิมอุยกูร์ 11 คนที่หลบหนีจากศูนย์กักกันคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในไทยเพื่อเดินทางต่อไปยังตุรกีแล้ว โดยไม่นำพาคำร้องขอจากรัฐบาลจีนให้เนรเทศคนเหล่านี้กลับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวมุสลิมอุยกูร์จากจีนที่หลบหนีออกจากศูนย์กักกันของไทย ตามภาพที่ตำรวจไทยเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว / Bernama&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ว่า ชาวมุสลิมอุยกูร์กลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของชาวมุสลิมอุยกูร์ 25 คน ที่หนีออกจากศูนย์กักกันในภาคใต้ของไทยเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทั้ง 11 คนนี้ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด สามารถหนีข้ามแดนเข้ามาในมาเลเซียแต่ก็โดนจับกุมตัวฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาห์มี อับดุล โมอิน ทนายความของพวกเขาเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า คนกลุ่มนี้ได้รับการปล่อยตัวและขึ้นเครื่องบินต่อไปยังตุรกีแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากอัยการตัดสินใจยกเลิกข้อกล่าวหาพวกเขาด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความผู้นี้กล่าวด้วยว่า อัยการตัดสินใจถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดภายหลังทีมทนายได้เขียนจดหมายถึงอัยการสูงสุดมาเลเซีย เรียกร้องให้ถอนข้อกล่าวหาพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า จีนกำลังพิจารณารายงานข่าวนี้ แต่จีนคัดค้าน &amp;quot;การเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย&amp;quot; คำแถลงที่ส่งแฟกซ์ถึงเอเอฟพีอ้างด้วยว่า คนเหล่านี้เป็นชาวจีน และจีนคัดค้านการส่งตัวพวกเขาไปยังประเทศที่สาม จีนหวังว่ามาเลเซียจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับจุดยืนและความห่วงกังวลของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ ยินดีกับการปล่อยตัวคนเหล่านี้ ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำเอเชีย กล่าวว่า ชาย 11 คนนี้เสี่ยงที่จะถูกคุมขัง, ทรมาน หรือสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น หากพวกเขาถูกส่งตัวกลับไปจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ รัฐบาลจีนเคยร้องขอรัฐบาลมาเลเซียชุดที่แล้วให้ส่งตัวคนกลุ่มนี้กลับจีน แต่รัฐบาลมาเลเซียชุดปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำโดยนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งมีจุดยืนที่เป็นอิสระจากจีนมากกว่ารัฐบาลของอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่ถูกมองว่าผูกมิตรกับจีนมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว รัฐบาลนาจิบเนรเทศชาวอุยกูร์กลับจีนไป 29 คน โดยกล่าวหาว่าคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนักรบอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอุยกูร์เป็นชนกลุ่มน้อยในจีนที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเชื้อสายตุรกีอยู่ในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกไกลของจีน ทางการจีนบังคับใช้มาตรการด้านความมั่นคงอย่างเข้มงวดในพื้นที่นั้น โดยอ้างเหตุผลการปราบปรามลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่งและลัทธิแบ่งแยกดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม คณะทำงานขององค์การสหประชาชาติชุดหนึ่งประเมินว่า มีชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมกว่า 1 ล้านคนถูกกักขังไว้ในค่ายกักกัน แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธว่าไม่มีค่ายเช่นนั้นอยู่ แต่ยอมรับว่ามีพวกที่ทำผิดคดีเล็กน้อยถูกส่งเข้าโครงการดัดสันดาน ซึ่งจะได้รับการฝึกอาชีพด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19800</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, มาเลเซีย, มุสลิมอุยกูร์, หนีจากไทย, อุยกูร์, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0b53e02433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 23:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาจำกัดวีซ่าพม่า-ลาว ตอบโต้ไม่ยอมรับกลับบุคคลโดนเนรเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรการตอบโต้ด้วยการจำกัดการออกวีซ่าบางประเภทแก่เมียนมาและลาว เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลของสองประเทศนี้ปฏิเสธจะออกเอกสารเดินทางหรือยอมรับประชาชนที่กระทำผิดกฎหมายและถูกเนรเทศออกจากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คริสต์เจน นีลเซน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐในช่วงบ่ายวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561 ตามเวลาของกรุงวอชิงตัน ทำให้เมียนมาและลาวเป็นประเทศล่าสุดที่ติดอยู่ในรายชื่อการลงโทษด้วยมาตรการจำกัดวีซ่าของสหรัฐ เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านี้ประวิงเวลาหรือไม่ยอมรับกลับพลเมืองที่สหรัฐเนรเทศ ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐกล่าวว่า เมียนมาและลาวปฏิเสธจะออกเอกสารเดินทาง หรือยอมรับประชาชนที่สหรัฐต้องการเนรเทศออกนอกประเทศ กระทรวงจึงได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางวีซ่า เนื่องจาก 2 ประเทศนี้ &amp;quot;ปฏิเสธหรือถ่วงเวลาอย่างไม่มีเหตุผลที่จะยอมรับพลเมืองของพวกเขาที่ถูกสั่งให้ออกจากสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้าที่สหรัฐจะใช้มาตรการนี้ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อผ่านช่องทางการทูตถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของรัฐบาล 2 ประเทศนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กระทรวงจะยุติการออกวีซ่าบางประเภทแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาและลาว โดยเมียนมานั้น การจำกัดจะส่งผลต่อเจ้าหน้าที่บางรายของกระทรวงแรงงาน, คนเข้าเมืองและประชากร และกระทรวงมหาดไทย รวมถึงครอบครัวของพวกเขา ส่วนของลาวนั้น การจำกัดวีซ่าจะมีผลต่อเจ้าหน้าที่บางคนของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะและหน่วยงานอื่นของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสื่อสหรัฐกล่าวว่า หากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ไม่สามารถหาวิธีการที่ชัดเจนในการเนรเทศบุคคลหนึ่งบุคคลใด ทางการสหรัฐก็จะต้องปล่อยตัวบุคคลนั้นภายหลังควบคุมไว้นาน 6 เดือน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่ากระทรวงต้องการเนรเทศบุคคลไปยังเมียนมาและลาวจำนวนเท่าใด หรือมีกี่คนที่จะได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลของทรัมป์ได้คว่ำบาตรกัมพูชา, เอริเทรีย, กินี และเซียร์ราลีโอน เนื่องจากประเทศเหล่านี้ปฏิเสธทำตามนโยบายการเนรเทศของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐจัดทำรายชื่อประเทศ &amp;quot;หัวดื้อ&amp;quot; มาช้านาน แต่ที่ผ่านมาก่อนหน้ารัฐบาลทรัมป์ สหรัฐใช้มาตรการลงโทษทางวีซ่ากับ 2 ประเทศเท่านั้น คือ กายอานา ในปี 2544 และแกมเบีย ปี 2559 จนกระทั่งปีที่แล้วรัฐบาลทรัมป์ได้ใช้มาตรการนี้กับกัมพูชา, เอริเทรีย, กินี และเซียร์ราลีโอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13251</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำกัดวีซ๋า, พม่า, รับกลับ, ลาว, วีซ่า, สหรัฐอเมริกา, เนรเทศ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b462c2830094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์เนรเทศแม่ชีชราชาวออสซี่ โทษฐานทำ &#039;ดูเตร์เต&#039; กริ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์สั่งเนรเทศแม่ชีคาทอลิกชาวออสเตรเลียวัย 71 ปี ภายหลังทำให้ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ไม่พอใจ จากการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่พาซิสเตอร์แพทริเซีย ฟอกซ์ ออกจากกองตรวจคนเข้าเมืองภายหลังได้รับการปล่อยตัว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์แถลงเมื่อวันพุธที่ 25 เมษายนว่า มีคำสั่งยกเลิกวีซาของซิสเตอร์แพทริเซีย ฟอกซ์ วัย 71 ปี แม่ชีคาทอลิกแห่งคณะซิสเตอร์อาวเออร์ เลดี ออฟ ไซออน ที่มาเป็นมิสชันนารีในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 โดยขอให้ซิสเตอร์ฟอกซ์ออกจากฟิลิปปินส์ภายใน 30 วันหลังได้รับคำสั่งนี้ เหตุผลที่ยกเลิกวีซาเนื่องจากซิสเตอร์ผู้นี้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขของวีซาที่ขอเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิสเตอร์ฟอกซ์แถลงเมื่อวันพุธว่า พันธกิจในการเข้ามาทำงานในฟิลิปปินส์ของเธอคือ การช่วยเหลืออบรมชาวนาฟิลิปปินส์และชนเผ่าต่างๆ ที่ทำฟาร์มออร์แกนิกเพื่อให้พวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยสนับสนุนและเป็นปากเป็นเสียงให้การต่อสู้ของพวกเขาในเรื่องสิทธิที่ดิน การดำรงชีพ สันติและยุติธรรม และความมั่นคง ซึ่งดูเหมือนว่างานดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ และหวังว่าจะมีโอกาสได้อธิบายในเรื่องพันธกิจที่เธอทำในนามคณะซิสเตอร์คาทอลิก และขอให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ทบทวนคำสั่งนี้ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอเบิร์ต พาฮิลกา ทนายความของซิสเตอร์ฟอกซ์กล่าวว่า คำสั่งเนรเทศซิสเตอร์เป็นการละเมิดสิทธิ์ของซิสเตอร์ในการทำงานในฟิลิปปินส์ และจะยื่นอุทธรณ์ต่อกองตรวจคนเข้าเมืองให้ยกเลิกคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์เรียกซิสเตอร์ฟอกซ์มาเข้าพบและกักตัวเธอไว้หนึ่งคืน ก่อนปล่อยตัวไปโดยไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา เธอเปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้เธอได้เข้าร่วมในคณะค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อสืบสวนคำกล่าวหาทหารฟิลิปปินส์ที่ต่อสู้กับกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์ ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนดูเตร์เตระบุว่า เขาเป็นผู้สั่งให้เรียกซิสเตอร์ฟอกซ์มาสอบสวนเนื่องจากมีพฤติกรรมที่ก่อความวุ่นวาย และบอกว่า ซิสเตอร์ผู้นี้ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ สบประมาทเขาภายใต้เสื้อคลุมของนักบวชคาทอลิก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิสเตอร์ฟอกซ์, ฟิลิปปินส์, ยุ่งการเมือง, เนรเทศ, แม่ชี, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae085d9262d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาไม่ให้อยู่ เนรเทศผู้ร้ายคดีอาญาชุดใหญ่กลับกัมพูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชา 43 รายที่โดนสหรัฐเนรเทศ เดินทางถึงกรุงพนมเปญแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี ถือเป็นการส่งตัวผู้มีประวัติอาชญากรรมกลับกัมพูชาคณะใหญ่ที่สุดตามข้อตกลงอื้อฉาวระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลเขมร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ผู้ที่โดนเนรเทศจากสหรัฐจับกลุ่มสนทนากัน ที่จังหวัดพระตะบอง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 กล่าวว่า มีชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชาที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดคดีอาญามากกว่า 600 คนแล้วที่ถูกบังคับให้ต้องเดินทางกลับมายังกัมพูชา นับตั้งแต่ปี 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนเป็นผู้ลี้ภัยสงครามที่เติบโตในสหรัฐ แต่ขณะนี้พวกเขาถูกตัดขาดจากครอบครัวในสหรัฐและต้องกลับมาใช้ชีวิตที่มาตุภูมิในฐานะคนแปลกหน้า ที่ไม่สามารถพูดภาษาท้องถิ่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกัมพูชากล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วว่า กัมพูชาต้องการแก้ไขข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการลงโทษซ้ำสอง สำหรับผู้ที่ถูกเนรเทศซึ่งต้องถูกส่งตัวมายังประเทศนี้หลังจากชดใช้โทษในเรือนจำสหรัฐมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชาประท้วงการจัดการตามข้อตกลงนี้ด้วยการประวิงเวลากระบวนการจัดทำเอกสารเพื่อรับคนกลับมายาวนานหลายเดือน แต่รัฐบาลกัมพูชาเริ่มให้ความร่วมมือกับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากสหรัฐตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดวีซาสหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชารายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีโดยขอปิดบังชื่อว่า คณะผู้มาใหม่ชุดนี้เดินทางถึงสนามบินในกรุงพนมเปญเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี และถูกนำตัวขึ้นรถตู้ของตำรวจไปยังกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองโดยทันที &amp;quot;พวกเขาเดินทางมาถึงเมื่อเช้า เวลา 07.45 น.&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ชาว &amp;quot;เขมริกัน&amp;quot; เหล่านี้ เกือบทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังองค์กรเอกชนแห่งนี้ ที่จะช่วยเหลือจัดหาที่อยู่และสนับสนุนด้านการหางานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาเป็นกลุ่มชาวเขมริกันคณะใหญ่ที่สุดที่เดินทางมายังประเทศนี้ในรอบ 15 ปี บิล เฮรอด ชาวอเมริกันที่ทำงานกับองค์กรให้ความช่วยเหลือชาวเขมรที่ตกอยู่ในความเสี่ยง (เควีเอโอ) กล่าวว่า คนกลุ่มนี้ถูกส่งตัวจากสหรัฐในสภาพใส่กุญแจมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับเอเอฟพีโดยโจมตีนโยบายการส่งตัวคนเหล่านี้กลับมาตุภูมิว่า &amp;quot;ไม่เป็นธรรมและไม่ยุติธรรม&amp;quot; พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องอย่างแท้จริงกับกัมพูชาเลย พ่อแม่ของพวกเขามาจากกัมพูชาก็จริง แต่พวกเขาเป็นคนอเมริกันในเชิงสังคม พวกเขากินอาหารอเมริกัน ฟังเพลงอเมริกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ผู้ร้ายอาญา, สหรัฐ, เขมร, เขมริกัน, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62fe843211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตะเพิดนักการทูตรัสเซีย 60 คน โต้วางยาสายลับเมืองผู้ดี 14 ชาติอียูขับด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียโดนรุม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมีคำสั่งให้ขับไล่นักการทูตรัสเซีย 60 คนออกจากสหรัฐ เพื่อตอบโต้การวางยาพิษลอบสังหารอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในแดนผู้ดีเมื่อต้นเดือนนี้ ขณะ 14 ชาติอียูและพันธมิตรอังกฤษอีกหลายชาติสั่งขับนักการทูตรัสเซียเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำรัฐบาลอังกฤษ สหรัฐ และหลายประเทศในสหภาพยุโรปลงความเห็นตรงกันว่า รัสเซียน่าจะอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษทำลายประสาท หมายลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย กับลูกสาวของเขา ที่เมืองซอลส์บรีทางใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม กล่าวว่า ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งให้ขับนักการทูตรัสเซียที่เชื่อว่าเป็นสายลับ 60 คน พ้นจากสหรัฐ และยังสั่งการให้ปิดสถานกงสุลรัสเซียประจำนครซีแอตเติลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสในรัฐบาลทรัมป์กล่าวกันว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 48 คนที่กงสุลรัสเซียในซีแอตเติล และอีก 12 คนในสำนักงานผู้แทนรัสเซียประจำองค์การสหประชาชาติ ต้องเดินทางออกจากสหรัฐภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลแคนาดา ก็มีคำสั่งขับไล่นักการทูตรัสเซีย 4 คนด้วยในวันเดียวกัน และปฏิเสธตราตั้งสำหรับเจ้าหน้าที่รัสเซียอีก 3 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษตอบโต้การวางยาพิษอดีตสายลับบนแผ่นดินของพันธมิตรที่ใกล้ชิดของแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทุสก์ ประธานอียู กล่าวว่า มีสมาชิกอียู 14 ประเทศสั่งขับนักการทูตรัสเซีย เพื่อเป็นการตอบโต้อย่างพร้อมเพรียงกันต่อการโจมตีอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการของสหรัฐและหลายประเทศในอียู เป็นการแสดงสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลของนายกฯ เทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ที่ได้กล่าวต่อบรรดาผู้นำอียูบนเวทีซัมมิต 28 ชาติที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้สนับสนุนการประเมินของอังกฤษที่เชื่อว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเยอรมนี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ กล่าวว่า พวกเขาจะขับนักการทูตรัสเซีย 4 คน ส่วนสาธารณรัฐเชกและลิทัวเนีย ขับ 3 คน อิตาลี, เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ขับ 2 คน และลัตเวียขับ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน ก็ประกาศเช่นกันว่า เขาตัดสินใจเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 13 คน เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับอังกฤษและพันธมิตรอีกฝั่งหนึ่งของแอตแลนติก และให้สอดคล้องกับประเทศในอียูด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, ตะเพิดทูต, รัสเซีย, วางยาสายลับ, สหรัฐ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, อียู, เซอร์เกย์ สครีปัล, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8fd5b3791e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
