<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 23:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูคุมเข้มโซเชียลมีเดีย สกัดเนื้อหาก่อการร้าย บังคับลบใน 1 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหภาพยุโรปเสนอออกกฎบังคับโซเชียลเน็ตเวิร์กและเว็บไซต์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ต้องลบเนื้อหาที่ปลุกปั่นหรือส่งเสริมการก่อการร้ายออกจากสื่อสังคมออนไลน์ภายใน 1&amp;nbsp; ชั่วโมงนับแต่ได้รับคำสั่งจากทางการ มิเช่นนั้นอาจเจอโทษปรับก้อนโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ว่า ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยถึงการใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภายุโรป จากเดิมที่ชาติสมาชิกอียูพึ่งพาความสมัครใจของบริษัทอินเทอร์เน็ตทั้งหลายในการลบเนื้อหาประเภทนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุงเคอร์กล่าวว่า ชาวยุโรปย่อมต้องคาดหวังว่าสหภาพยุโรปจะรักษาความปลอดภัยให้แก่พวกเขา&amp;nbsp; นี่เป็นเหตุที่วันนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอกฎหมายฉบับใหม่เพื่อกำจัดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายออกจากเว็บไซต์ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งที่สามารถก่อความเสียหายร้ายแรงที่สุดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของพวกหัวรุนแรงสุดโต่งในการโจมตีที่เข่นฆ่าประชาชนหลายร้อยคนในหลายเมืองของยุโรปช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า เฉพาะเดือนมกราคมเดือนเดียวมีเนื้อหาใหม่ๆ เกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เผยแพร่ทางออนไลน์เกือบ 7,000 ชิ้น แม้ว่าไอเอสจะถูกขับไล่ออกจากที่มั่นเกือบทั้งหมดในอิรักและซีเรียแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอของอียูเรียกร้องให้กำหนดเส้นตาย 1 ชั่วโมงโดยให้มีผลทางกฎหมาย เพื่อบังคับให้บริษัทอินเทอร์เน็ตทั้งหลายกำจัดเนื้อหาก่อการร้ายทันทีที่เจ้าหน้าที่รัฐของประเทศนั้นมีคำสั่ง ข้อเสนอนี้ให้นิยามเนื้อหาก่อการร้ายว่าคือเนื้อหาที่ยุยงปลุกปั่นหรือสนับสนุนให้ก่อการร้าย, ส่งเสริมกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย หรือเสนอคำแนะนำเรื่องการโจมตี แต่ขณะเดียวกันอียูก็ยังเปิดช่องทางไว้สำหรับการแก้ไขโดยฝ่ายตุลาการ ในกรณีที่ผู้พัฒนาคอนเทนต์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการเสนอให้ชาติสมาชิกอียูกำหนดบทลงโทษในการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพและสมเหตุสมผลต่อผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เช่น โทษปรับเงินสูงสุด 4% จากผลกำไรทั่วโลกของบริษัทนั้นในปีดำเนินการล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ อียูยอมให้อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตดำเนินการกันโดยสมัครใจ แต่จูเลียน คิง&amp;nbsp; กรรมาธิการฝ่ายความมั่นคงระบุว่า การพึ่งแค่ความสมัครใจนั้นไม่เพียงพอแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17448</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการยุโรป, คุมเข้ม, ทวิตเตอร์, สื่อสังคมออนไลน์, อียู, เนื้อหาก่อการร้าย, เฟซบุ๊ก, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b99385436ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
