<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยแก๊งยาดัตช์ชื่อกระฉ่อนจ้องลักพาตัวนายกรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นของเนเธอร์แลนด์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีมาร์ก รึตเตอ อาจตกเป็นเป้าหมายการลักพาตัวหรือการทำร้ายโดยแก๊งค้ายาเสพติดชื่อกระฉ่อนที่พัวพันกับคดีฆาตกรรมนักข่าวอาชญากรรมคนดัง ทำให้ตำรวจต้องเพิ่มการอารักขาเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ มาร์ก รึตเตอ ของเนเธอร์แลนด์ ปั่นจักรยานเพื่อไปประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีรึตเตอ วัย 54 ปี เป็นที่โจษขานถึงความชอบปั่นจักรยานไปทั่วกรุงเฮก โดยมีการอารักขาน้อยมาก หนังสือพิมพ์เดอเทเลกราฟและสื่อโทรทัศน์หลายช่องรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 27 กันยายนว่า มีสัญญาณบ่งบอกว่า รึตเตอร์อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีหรือการลักพาตัว โดยพบเห็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวโยงกับแก๊งยา ม็อกโครมาเฟีย ที่ทำหน้าที่ชี้เป้า อยู่ใกล้กับเขาในเวลาและสถานที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานของผู้นำแนวทางกลาง-ขวารายนี้ รวมถึงหน่วยประสานงานแห่งชาติด้านความมั่นคงและต่อต้านการก่อการร้าย และสำนักงานอัยการ ปฏิเสธจะให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ดัตช์ฉบับนี้กล่าวว่า พวกตัวชี้เป้าที่ถูกพบเห็นว่าอยู่ใกล้กับรึตเตอร์นั้นคล้ายคลึงกับพวกที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมปีเตอร์ อาร์. เดอ ฟรีส์ นักข่าวอาชญากรรม เมื่อเดือนกรกฎาคม และทนายความของพยานในคดีที่กล่าวหาหัวหน้าแก๊งนี้เมื่อปี 2562 หลังการฆาตกรรมนักข่าว ทางการดัตช์ประกาศกร้าวว่าจะปราบปรามแก๊งอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทเลกราฟกล่าวว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยมีความกังวลและต้องให้การอารักขารึตเตอ โดยตำรวจจากกองกำลังตำรวจและหน่วยรักษาความปลอดภัยทางการทูตที่ผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ ถูกส่งมาคุ้มครองนายกรัฐมนตรีผู้นี้ด้วยมาตรการทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118032</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ มาร์ก รึตเตอ, นายกฯเนเธอร์แลนด์, เนเธอร์แลนด์, แก๊งยาลักพาตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151beafc1bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 00:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 23:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษคลายกฎคุมโควิดจันทร์หน้า นายกฯดัตช์ขอโทษปลดล็อกเร็วไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าจะเดินหน้ายกเลิกกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 โดยวันที่ 19 กรกฎาคมจะเป็น &amp;quot;วันเสรีภาพ&amp;quot; ของอังกฤษ ส่วนนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ขอโทษต่อประชาชนยกเลิกกฎข้อบังคับเร็วไป ยอดติดเชื้อรายวันพุ่งพรวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงสาวคนหนึ่งสวมแมสก์เดินท่ามกลางฝูงชนที่ไม่สวมแมสก์บนถนนออกซ์ฟอร์ดในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 (Dominic Lipinski/PA Images via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคมว่า ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ ยืนยันต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันนี้ว่า รัฐบาลอังกฤษเชื่ออย่างหนักแน่นว่าถึงเวลาแล้วที่อังกฤษจะกลับคืนสู่ชีวิตปกติ และตัดสินใจจะเดินหน้าปฏิบัติตามโรดแม็พขั้นตอนต่อไปในวันที่ 19 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษอ้างว่าผ่านบททดสอบ 4 ประการสำหรับการเปิดเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในวันจันทร์หน้า โดยจะยกเลิกมาตรการสุดท้ายที่เหลืออยู่จากการล็อกดาวน์ยาวนานหลายเดือน กุญแจสำคัญของแผนนี้คือการมีประชากรได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่มากเพียงพอ และความมั่นใจว่าระบบบริการสุขภาพแห่งชาติสามารถรับมือกับอัตราการติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาของอังกฤษเฉลี่ยวันละมากกว่า 30,000 รายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์หลายคนกังวลว่า การยกเลิกมตรการเช่นการบังคับสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคมจะสร้างปัญหาขึ้นอีก และเห็นว่าคำแนะนำเช่นการทำงานจากบ้านควรคงเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุขของอังกฤษยอมรับว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสอาจสูงถึงวันละ 100,000 รายได้ในไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่เขาย้ำว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ของอังกฤษฉีดวัคซีนครบแล้วถึง 2 ใน 3 และความเชื่อมโยงระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการตายก็อ่อนลงอย่างมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เนเธอร์แลนด์วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมาร์ก รุตเทอ ยอมรับว่า รัฐบาลของเขาทำผิดพลาดที่ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เร็วเกินไป และขอโทษต่อประชาชนที่อัตราการติดเชื้อโควิด-19 พุ่งขึ้นพรวดพราดสู่ระดับสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังพบการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว เขาและรัฐมนตรีสาธารณสุข ฮูโก เดอ ยอง ประกาศกลับไปใช้ข้อกำหนดหลายอย่างเพื่อควบคุมการระบาด รวมถึงการปิดไนต์คลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เนเธอร์แลนด์ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 9,300 คน เทียบกับ 500 คนของเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนวันจันทร์ รัฐบาลเผยว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกราว 8,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษซึ่งรวมทั้งสหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 5.15 ล้านคน เสียชีวิตเกิน 128,000 คน ส่วนเนเธอร์แลนด์มียอดติดเชื้อสะสมเกิ 1.73 ล้านคน เสียชีวิตไป 17,766 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกดาวน์, นายกฯดัตช์ขอโทษ, นายกฯมาร์ก รุตเทอ, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ec7516b997e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบอิ้งพักบิน777เครื่องยนต์หลุด พบ747ทำชิ้นส่วนร่วงในเนเธอร์แลนด์ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โบอิ้งออกแถลงการณ์แนะนำสายการบินต่างๆ พักบินเครื่องบินรุ่น 777 เครื่องยนต์ชนิดเดียวกับของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ที่ไฟไหม้เครื่องยนต์แล้วชิ้นส่วนเครื่องบินตกใส่ชุมชนในเมืองเดนเวอร์ของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ ขณะเนเธอร์แลนด์กำลังสอบสวนกรณีโบอิ้ง 747 ทำชิ้นส่วนเครื่องยนต์ร่วงใส่เมืองด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ใช้เครื่องยนต์แพรตต์แอนด์วิตนีย์ ชนิดเดียวกับของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ที่ชิ้นส่วนร่วงใส่ชุมชนในเดนเวอร์ ถูกระงับการบินแล้วทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 128 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของโบอิ้งเมื่อวันอาทิตย์แนะนำให้สายการบินต่างๆ ที่มีเครื่องบินใช้เครื่องยนต์แพรตต์แอนด์วิตนีย์ พีดับเบิลยู4000 ระงับการบินระหว่างที่คณะกรรมการกำกับดูแลของสหรัฐสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นที่เดนเวอร์เมื่อวันเสาร์ เหตุการณ์นั้นเครื่องยนต์ฝั่งขวาของเครื่องบินมีไฟลุกไหม้แล้วระเบิดหลังจากทะยานขึ้นได้ไม่นาน ทำให้ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ตกใส่ชุมชน นักบินนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่เดนเวอร์โดยไม่มีใครได้รับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ดแอร์ไลน์แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า สายการบินสมัครใจระงับการบินเครื่องบินโบอิ้ง 777 ทั้งหมด 24 ชั่วคราวก่อนที่โบอิ้งจะมีคำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำแถลงของโบอิ้งว่า มีเครื่องบิน 777-200 และ 777-300 ที่ใช้เครื่องยนต์พีดับเบิลยู4000 ที่สายการบิน 5 แห่งใช้งานอยู่ 69 ลำ อีกมีอีก 59 ลำถูกจอดเก็บไว้ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินที่ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ประกอบด้วย ยูไนเต็ดแอร์ไลน์, เจแปนแอร์ไลน์ (เจเอแอล) และออลนิปปอนแอร์เวย์ (เอเอ็นเอ) ของญี่ปุ่น และเอเชียนาแอร์ไลน์กับโคเรียนแอร์ไลน์ของเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เนเธอร์แลนด์ คณะกรรมการด้านความปลอดภัยของเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า กำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ที่เป็นเที่ยวบินสินค้าของสายการบินลองเทลเอวิเอชัน เที่ยวบิน 5504 ทำชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นโลหะขนาดเล็ก ตกใส่เมืองเมียร์เซน หลังจากเครื่องบินลำนี้บินขึ้นจากสนามบินมาสทริชต์เมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน และมีสตรีคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอบสวนของเรายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น จึงเร็วเกินไปที่สรุป&amp;quot; โฆษกของคณะกรรมการความปลอดภัยเนเธอร์แลนด์กล่าวเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนบอกว่า พวกเขาเห็นไฟไหม้เครื่องยนต์ข้างหนึ่งของเครื่องบินลำนี้ ซึ่งลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินลีแอจ ห่างจากมาสทริชต์ราว 30 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินสินค้าลำนี้ ซึ่งกำลังจะบินจากเนเธอร์แลนด์ไปนิวยอร์ก ใช้เครื่องยนต์พีดับเบิลยู4000 แต่เป็นเวอร์ชันที่เล็กกว่าโบอิ้ง 777 ของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (เอียซา) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รับทราบเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ไอพ่นของแพรตต์แอนด์วิตนีย์แล้ว และกำลังขอข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุเพื่อตัดสินว่าต้องดำเนินการเช่นไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ตก, ยูไนเต็ดแอร์ไลน์, ระงับบินโบอิ้ง 777, เครื่องยนต์พีดับเบิลยู4000, เครื่องยนต์แพรตต์แอนด์วิตนีย์, เดนเวอร์, เนเธอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60339c9b0729b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 22:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนเธอร์แลนด์เผชิญพายุหิมะครั้งแรกในรอบทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุหิมะดาร์ซีเข้ากระหน่ำเนเธอร์แลนด์และบางส่วนของเยอรมนีตั้งแต่วันอาทิตย์ ทางการเนเธอร์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงรับมือพายุหิมะลูกแรกในรอบ 10 ปี ที่ส่งผลกระทบต่อการบินและการเดินรถไฟ ศูนย์ตรวจไวรัสโควิด-19 ต้องปิดหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนในเมืองไอน์โฮเวนเดินฝ่าพายุหิมะที่เข้าถล่มเนเธอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ ทำให้รถไฟและรถโดยสารหยุดบริการ เที่ยวบินต้องหยุดหรือเปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาร์ซีเป็นพายุหิมะลูกแรกที่เข้าถล่มเนเธอร์แลนด์ในรอบกว่า 10 ปี รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ทางการเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสีแดงทั่วทั้งประเทศ แต่หลายเมืองของเนเธอร์แลนด์รวมถึงในเยอรมนีที่เผชิญกับพายุลูกนี้เช่นกัน ผู้คนพากันออกมาเล่นหิมะและเล่นเลื่อนหิมะโดยไม่นำพาอุณหภูมิที่ติดลบที่ระดับ -5 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ แม้หิมะจะหยุดตกแล้ว แต่ทั่วเนเธอร์แลนด์ยังคงถูกปกคลุมด้วยหิมะและมีอุณหภูมิเยือกแข็ง ส่งผลให้ศูนย์ตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาอย่างน้อย 8 เมืองยังต้องปิดต่อ เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศที่ปิดเรียนไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตามมาตรการควบคุมไวรัสโควิด-19 มีกำหนดเปิดเรียนในวันจันทร์ แต่โรงเรียนหลายสิบแห่งในกรุงอัมสเตอร์ดัม, เมืองร็อตเตอร์ดัมและเมืองอูเทรคต์ต้องปิดเรียนต่อ เนื่องจากความยากลำบากที่นักเรียนจะเดินทางมาโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินรถไฟค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้วในวันจันทร์ แต่การจราจรบนถนนยังทำไม่ได้ในบางเส้นทางเนื่องจากมีหิมะและน้ำแข็งจับพื้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักโครงสร้างพื้นฐานดัตช์รายงานว่า พายุหิมะทำให้เกิดอุบัติเหตุ 450 ครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศคาดว่าสภาพอากาศเย็นต่ำกว่าศูนย์องศาจะปกคลุมเนเธอร์แลนด์ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าอุณหภูมิช่วงกลางวันจะติดลบที่ -6 องศาเซลเซียส และจะลดต่ำลงถึง -11 องศาเซลเซียสยามค่ำคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์พายุลูกนี้ซึ่งกระทบต่อการคมนาคมในเยอรมนีเช่นกัน กำลังเคลื่อนตัวข้ามทะเลเหนือไปยังเกาะอังกฤษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92423</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุดาร์ซี, พายุหิมะ, เนเธอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_602159f488a81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัตช์จลาจลปล้นสะดมประท้วงเคอร์ฟิว โดนจับกุม240คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเนเธอร์แลนด์ชุมนุมทั่วประเทศประท้วงมาตรการเคอร์ฟิวควบคุมไวรัสเมื่อวันอาทิตย์ สถานการณ์บานปลายเป็นจลาจลวางเพลิงปล้นสะดมในหลายเมือง ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและสุนัขขับไล่ มีผู้ก่อจลาจลโดนจับกุมมากกว่า 240 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงนำรถจักรยานมากองกีดขวางถนนแล้วจุดไฟเผาใกล้สถานีรถไฟกลางไอน์โฮเวน ระหว่างการประท้วงเคอร์ฟิวเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์จลาจลเกิดขึ้นในวันที่ 2 ของการบังคับใช้เคอร์ฟิวทั่วประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์แล้ว 13,540 คน จากผู้ติดเชื้อ 948,933 คน นายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตเตอ กล่าวว่า การบังคับใช้เคอร์ฟิวเป็นครั้งแรกของประเทศนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มีความจำเป็นต่อการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการนี้ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.30 น. โดยมีผลบังคับถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 95 ยูโร (เกือบ 3,500 บาท) แต่ทางการมีข้อยกเว้นให้สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหรือผู้ที่เดินทางกลับจากงานศพซึ่งต้องมีใบอนุญาตมาแสดงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มกราคม กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงคัดค้านมาตรการเคอร์ฟิวทั่วเนเธอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์บานปลายเป็นเหตุการณ์จลาจลในหลายเมือง ที่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนกล่าวว่า ตำรวจใช้น้ำแรงดันสูง, สุนัข และตำรวจม้า ในการขับไล่ผู้ประท้วง ตำรวจเผยว่า มีผู้ประท้วงที่บางคนขว้างปาก้อนหินและประทัด โดนจับกุมเกือบ 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์รายงานว่า มีการวางกำลังตำรวจปราบจลาจลในอย่างน้อย 10 เมืองเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงเคอร์ฟิวหลังสามทุ่ม มีรถยนต์หลายคันโดนเผา ผู้ประท้วงปาก้อนหินใส่ตำรวจ และทรัพย์สินสาธารณะถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารวัตรทหารเปิดเผยทางทวิตเตอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ว่าได้ออกปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนตำรวจท้องที่ในอย่างน้อย 2 เมืองทางภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภาพข่าวของทีวีดัตช์เผยให้เห็นกลุ่มวัยรุ่นออกปล้นสะดมร้านค้า โยนรถจักรยานหลายคันเข้ากองเพลิงในเมืองไอน์โฮเวน สถานีโทรทัศน์โอมรูปบราบันต์กล่าวว่า ตำรวจที่นี่ใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่มีกันหลายร้อยคน สำนักงานนายกเทศมนตรีไอน์โฮเวนออกแถลงการณ์ว่ามีผู้ประท้วงโดนจับกุมอย่างน้อย 55 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรถยนต์หลายคันโดนวางเพลิง และร้านค้าหลายร้านที่สถานีรถไฟกลางโดนปล้นสะดมเช่นกัน จอห์น จอร์ริตส์มา นายกเทศมนตรีไอน์โฮเวน กล่าวกับนักข่าวว่า หากเนเธอร์แลนด์ยังเดินไปตามเส้นทางนี้ เขาคิดว่าเรากำลังมุ่งหน้าสู่สงครามกลางเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีรายงานเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในกรุงเฮก, เมืองเบรดา, อาร์เนม, ติลบืร์ก, เอนส์เคอเด, อาเปลดูร์น, เวนโล และรูเรอมอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันเสาร์ ตำรวจดัตช์จับกุมผู้ประท้วง 25 คนทั่วประเทศ และมีคนโดนปรับ 3,600 รายฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในหมู่บ้านเอิร์กทางภาคเหนือเผยว่า ศูนย์ตรวจโควิด-19 โดนวางเพลิงเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ด้วย และทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุข อูโก เดอ ยอง ประณามเมื่อวันอาทิตย์ว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนเธอร์แลนด์ใช้มาตรการเข้มงวดที่สุดมานับแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ในประเทศ บาร์และภัตตาคารถูกสั่งปิดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม โรงเรียนและร้านค้าที่ไม่จำเป็นถูกปิดตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่แล้ว นายกฯ รุตเตอยังได้ประกาศห้ามเที่ยวบินจากอังกฤษ, แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ เข้าประเทศ และลดจำนวนการต้อนรับแขกมาเยี่ยมเยียนบ้านแต่ละหลังจาก 2 คน เหลือ 1 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัตช์จลาจล, ประท้วงเคอร์ฟิว, เนเธอร์แลนด์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600ebb8f8373b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนเธอร์แลนด์จับพ่อค้ายาเสพติด&#039;เอลชาโปแห่งเอเชีย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจเนเธอร์แลนด์จับกุม เจ๋อ ชือ หลบ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่สุดในเอเชีย เจ้าของฉายา &amp;quot;เอลชาโปแห่งเอเชีย&amp;quot; ได้ที่สนามบินในกรุงอัมสเตอร์ดัม ออสเตรเลียเตรียมขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ๋อ ชือ หลบ ชาวจีนสัญชาติแคนาดาอายุ 57 ปี โดนจับที่สนามบินสคิปโฮลในกรุงอัมสเตอร์ดัม ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินไปแคนาดาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังได้รับการประสานงานการจับกุมจากตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจออสเตรเลียแถลงเมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันการการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายนี้ ซึ่งมีหมายจับของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายคนนี้ได้รับการเปรียบเทียบกับฮัวคิน &amp;quot;เอลชาโป&amp;quot; กุซมัน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน และได้รับฉายาว่า &amp;quot;เอลชาโปแห่งเอเชีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นหัวหน้าแก๊ง &amp;quot;ซัมกอร์&amp;quot; แก๊งค้ายาเสพติดยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและค้ายาเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ไปทั่วโลก เชื่อว่าแก๊งซัมกอร์นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ มาฟอกเงินในภูมิภาคแม่โขงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการประกอบธุรกิจหลายประเภท เช่น โรงแรม, อสังหาริมทรัพย์ และบ่อนกาสิโน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการแถลงของตำรวจออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า การจับกุมเจ๋อเมื่อวันศุกร์ เป็นผลจากปฏิบัติการของตำรวจระหว่างปี 2555-2556 ที่จับกุมผู้ต้องสงสัย 27 คน ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมของเจ๋อที่ดำเนินงานอยู่ใน 5 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวหาว่าแก๊งนี้เป็นผู้นำเฮโรอีนและยาไอซ์จำนวนมากเข้าออสเตรเลีย อัยการสูงสุดออสเตรเลียเตรียมยื่นขอให้เนเธอร์แลนด์ส่งพ่อค้ายารายนี้มาดำเนินคดีที่ออสเตรเลีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90895</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนามบินสคิปโฮล, เจ๋อ ชือ หลบ, เนเธอร์แลนด์, เอลชาโปแห่งเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d8e6fef1e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>55ปีแม่มะลิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เตรียมจัดงานฉลองคล้ายวันเกิดแม่มะลิ ฮิปโปโปเตมัส อายุครบ 55 ปี ระหว่างวันที่ 4-8 กันยายนนี้ โดยจัดเค้กผลไม้ให้เป็นของขวัญ รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุก ทั้งนี้ แม่มะลิมาจากสวนสัตว์ทีลเบิร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มาอยู่ที่สวนสัตว์ดุสิตตั้งแต่อายุได้ 1 ปี คือเมื่อปี 2510 ก่อนย้ายจากสวนสัตว์ดุสิตมาที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 และถือเป็นฮิปโปโปเตมัสที่มีอายุยืนที่สุดในไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76310</URL_LINK>
                <HASHTAG>สวนสัตว์ทีลเบิร์ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เนเธอร์แลนด์, แม่มะลิ ฮิปโปโปเตมัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f8fb5d5973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
