<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! เด็ก ป.3 ถูกไฟดูดดับในโรงเรียน คาดไฟฟ้ารั่วจากตู้เน็ตประชารัฐ กสทช. เตรียมดูที่เกิดเหตุลำปาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.00 น.&amp;nbsp;นางศิรินทรา ติดชัย&amp;nbsp;และนายโชค ติดชัย พ่อแม่พร้อมญาติได้มารอรับร่างของน้องธันวา หรือ เด็กชายพัชรพล ติดชัย อายุ 8 ขวบ ที่อาคารนิติเวช โรงพยาบาลลำปาง โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังเหนือนำรถมาบริการนำร่างของน้องที่บรรจุในหีบศพเพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่1 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิรินทรา มารดาของน้องธันวา เปิดเผยว่าเช้าของวันนี้เวลาประมาณ 07.20 น.ตนเองได้พาลูกชายไปส่งที่โรงเรียนชุมชนบ้านใหม่ หมู่ 6 ต.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังจากส่งลูกไปโรงเรียน ตนเองก็กลับบ้านหลังจากนั้นเวลาประมาณ 08.30 น.&amp;nbsp;ครูได้โทรศัพท์แจ้งว่าลูกถูกไฟฟ้าดูดขณะนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลวังเหนือ เมื่อตนเองไปถึงแพทย์กำลังช่วยปั๊มหัวใจให้ลูกแต่สุดท้ายลูกก็ไม่ฟื้นแล้ว แพทย์จึงส่งตัวลูกมาที่โรงพยาบาลลำปางเพื่อชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งจากที่ดูลูกพบว่าที่แขนมีรอยจุดสีดำแต่ไม่มากหนึ่งจุด คล้ายกับว่าจะเป็นจุดที่ไฟดูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิรินทรา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากการสอบถามทราบว่าลูกถูกไฟฟ้าจากตู้อินเตอร์เน็ตประชารัฐ ของ กสทช.ที่นำมาติดตั้งไว้ในโรงเรียน ซึ่งตู้ดังกล่าวตั้งไว้กับพื้น ซึ่งไฟคงจะรั่วออกมาและลูกคงไปวิ่งเล่นโดยที่ขณะนั้นเด็กไม่ได้ใส่รองเท้า ส่วนบนพื้นน่าจะชื้นจากฝนตกด้วย และขณะเกิดเหตุครูประจำห้องเรียนยังไม่มาถึงโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ติดชัย ปู่ กล่าวว่าทางครอบครัวคงต้องขอให้ตรวจสอบ และ เรียกร้องความรับผิดชอบเพราะหลานของตนเองขณะนี้เสียชีวิตไปแล้วและเหตุเกิดในโรงเรียน รวมถึงบริษัทที่เป็นเจ้าของตู้ดังกล่าวด้วย ซึ่งตนเองไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะมีหลานเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานประจำวันของสถานีตำรวจ สภ.วังเหนือ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ สุทธศิริมงคล พนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ได้ลงบันทึกประจำวัน ว่า เวลาประมาณ 09.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านใหม่ ถูกไฟฟ้าซ็อต ถูกส่งตัวไป รพ.วังเหนือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเด็กชายพัชรพล ติดชัย อายุ 8 ปี โดยแพทย์กำลังรักษาและทำการปั๊มหัวใจ ต่อมาในเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;09.30 น. ด.ช.พัชรพล ได้เสียชีวิต จึงร่วมกับ พญ.รวีรัตน์ เรืองจิตต์ ทำการชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงจึงได้ส่งศพผ่าชันสูตรที่ รพ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกำพล เครือคำขาว นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวชวิทยา รพ.ลำปาง ได้ลงสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ช.พัชรพล ติดชัยว่า สันนิษฐานกระแสไฟฟ้าดูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวุฒิชัย ผ่องใส ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยเด็กผู้เคราะห์ร้ายเรียนอยู่ ชั้น ป. 3&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเช้ามีฝนตกลงมา ทางโรงเรียนจึงให้นักเรียนทั้งหมดเข้าแถวหน้าห้องเรียน แต่ระหว่างที่เข้าแถวเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายได้เดินมาบริเวณด้านข้างอาคาร ซึ่งเป็นที่ติดตั้งตู้โทรศัพท์และเน็ตประชารัฐ กสทช. ซึ่งขณะนั้นมีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมา เด็กนักเรียนคนดังกล่าวจึงถูกกระแสไฟฟ้าดูดได้รับบาดเจ็บ ทางคณะครูจึงได้เร่งนำเด็กนักเรียนคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลวังเหนือ แต่เด็กได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดทางการไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ กสทช. ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว และวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) ทางผู้บริหารระดับสูง&amp;nbsp;กสทช.จะเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อดูสถานที่เกิดเหตุและพบผู้อำนวยการโรงเรียนและเข้าพบผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., จังหวัดลำปาง, เด็กถูกไฟดูดตาย, เน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c43ce01a07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“รมว.ดีอี” ดอดพบ “กสทช.” ปรับปรุงโครงการเน็ตประชารัฐ และการบริหารดาวเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วานนี้ (12 &amp;nbsp;ก.ย.62) &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เดินทางมาพบ นายสุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช.และ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เพื่อ พูดคุยและรับฟังข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือว่า วันนี้ได้มาพูดคุยในประเด็น 4 เรื่องด้วยกัน ในเรื่องความคืบหน้าของ 5G ได้ขอคำแนะนำและรายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่า 5G มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดประมูลได้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ในปี 2020หรือไม่ ซึ่ง กสทช.ยืนยังว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ กระบวนการประมูลต่างๆ ตามสิ้นปีถึงต้นปีหน้า ขั้นตอนในการดำเนินการอยู่ในกรอบเวลาที่วางไว้ และแผนจะมีการปรับเลขหมายพื้นฐานจาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก เป็นแผนที่มีความจำเป็นต่างๆ ภาพรวมความจำเป็นต่างๆ ของผู้ใช้บริการ ของคู่สายที่มีอยู่ ก็อาจจะไม่เพียงพอในเรื่องของการใช้โทรศัพท์และมีผลผูกพันในเรื่องของเลขหมายขยายเลขหมายการให้บริการ อินเทอร์เน็ต &amp;nbsp;ซึ่งยังติดปัญหาอยู่บ้างของผู้ให้บริการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน รับไปและไปดูแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งกสทช.ก็มีแผนอยู่แล้วที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 เพียงแต่ว่าขั้นตอนการดำเนินการในปี 2563 ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนซึ่งไม่ได้ปรับได้ทันที เพียงแต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในเรื่องดาวเทียม นโยบายและการบริหารจัดการดาวเทียม ทั้งที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน การบริหารการจัดการ กระทรวงดีอีในฐานะผู้ดูแลนโยบาย การบริหารจัดการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างไรก็ตามกระทรวงดีอีจะทบทวนการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ประสิทธิภาพความยั่งยืนของเน็ตประชารัฐมีความจำเป็น ทั้งของ USO &amp;nbsp;และเน็ตประชารัฐของกระทรวงดีอี งบประมาณสนับสนุนที่สะดุด การวางโครงข่าย ในอนาคตจะเห็นประโยชน์ของโครงข่าย ส่วน 10,000 จุด ที่กระทรวงดีอีจะลงเพิ่มนั้น &amp;nbsp;จะต้องกลับไปดูรายละเอียดวว่าสัญญาเป็นอย่างไร กรอบงบประมาณที่ต้องเติมลงไป การวางแผนของผมอย่างน้อยระยะสั้นควรจะ 5 &amp;nbsp;ปี ระยะยาว &amp;nbsp;10 ปี การหางบประมาณปีต่อปีไม่ง่าย การใช้งานต่อเนื่องของโครงข่ายมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก็ประมาณ 4-5 เรื่อง ซึ่งในรายละเอียดเป็นการรับฟังซะส่วนใหญ่ มีหลายๆ เรื่องที่ได้ซักถามบ้าง ส่วนเรื่องในอดีตการทำงานระหว่างกระทรวงดีอี และกสทช.ที่มีปัญหาอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทำงานร่วมกัน ปัญหาความทับซ้อน หรือกรอบงานทั้งการวางนโยบายในทางปฏิบัติ จริงๆ ที่มีการพูดคุยกันและประสานงานร่วมกันให้ใกล้ชิดกว่านี้ เชื่อว่าหลายๆ จะทำให้การทำงานในส่วนของการสื่อสารโทรคมนาคมให้กับพี่น้องประชาชนได้รวดเร็วขึ้น ความซ้ำซ้อนของหน้าที่ก็คงจะน้อยลงและที่สำคัญที่สุด ในเรื่องของโครงข่ายโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม เครือข่ายต่างๆ ก็ดีมีความจำเป็นที่จะต้องทำ&amp;rdquo; รมว.ดีอี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนในการหารือกับ รมว.ดีอี เป็นเรื่องการบริหารจัดการกิจการดาวเทียม โดยดาวเทียมไทยคม 5 ที่จะสิ้นสุดสัมปทาน กสทช.จึงเสนอให้เร่งรัดเพื่อดำเนินการให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยกระทรวงดีอีแจ้งว่าอยู่ในขั้นตอนของการจ้างที่ปรึกษาการบริหารจัดการดาวเทียม กสทช.ได้แจ้งว่าหากการดำเนินการตามระบบบริหารจัดการใหม่ไม่ทันตามกำหนดกสทช.จะออกมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการไม่ให้เกิดผลกระทบ&amp;nbsp;
นอกจากนี้ กสทช.ยังได้อธิบายถึงการเรียกคืนคลื่นความถี่ของไทยคม 5 ย่านความถี่ 3400-3700 เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อนำมาประมูล &amp;nbsp;และการเร่งรัดพัฒนาเทคโนโลยี5G โดยรัฐมนตรีดีอีเห็นด้วยกับแนวคิดของกสทช.ที่จะผลักดันให้การขับเคลื่อน 5G เป็นวาระแห่งชาติและมีกรรมการระดับชาติเข้ามาดูแล กสทช.ยังได้แจ้งถึงการเรียกคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกกะเฮิรตซ์ จากบริษัทอสมท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเยียวยา โดยรัฐมนตรีดีอีได้รับที่จะไปหารือกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูและบมจ.อสมท. เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ ส่วนการสนับสนุนนโยบายต่อต้านข่าวลวง ได้แจ้งถึงการเสนอแนวคิดที่จะให้ผู้ให้บริการ OTT ตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวลวงเพื่อปิดกันข่าวลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.., ดาวเทียม, ดีอี, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, เน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d500dc9df463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.แจกของขวัญปีใหม่!8กระทรวงจัดให้ เน็ตประชารัฐฟรี 3 รอบบิล ถือบัตรปชช.รักษารพ.รัฐ-เอกชนฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61- พ.อ.หญิง ทักษดา สังข์จันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการกรมการกงศุลเปิดบริการพิเศษ ให้บริการเอกสารแปลสำเร็จรูปก่อนการรับรองนิติกรณ์เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นขวัญปีใหม่ปี 2562 โดยจะมีการให้บริการรับคำร้องหนังสือเดินทางกลุ่มบุคคลทั่วไป ในวันที่ 8, 15, 22 ธ.ค. และในวันที่ 5 ม.ค.62 &amp;nbsp;โดยเปิดให้บริการ 3 แห่งที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวศรีนครินทร์ (ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค) สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปิ่นเกล้า และสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ครม.ยังเห็นชอบโครงการของขวัญปีใหม่ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 3 โครงการ คือ 1.โครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลประชาชนอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2.โครงการตรวจยีนแพ้ยา 10,000คน และ3.โครงการจัดทำบัตร SMART CARD อาสามัครสาธารณสุข (อสม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ทักษดา &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนจำนวน 8 โครงการ อาทิ บริการอินเทอร์เน็ตของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ.ทีโอที) ในโครงการข่ายเน็ตประชารัฐ &amp;nbsp;สำหรับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบมจ.ทีโอที ในพื้นที่โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.61-15 ม.ค.62 จะได้รับสิทธิพิเศษใช้งานฟรี 3 รอบบิล ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 7 โครงการ อาทิ กิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.61-1 ม.ค.62 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30น.โดยรถปรับอากาศ ขสมก.ไม่คิดค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกระทรวงแรงงาน จำนวน 5 โครงการดำเนินการระหว่างเดือนธ.ค.61-ม.ค.62 อาทิ สุขจิต&amp;hellip;ขยายสิทธิลูกจ้างชั่วคราว ขยายความคุ้มครองสู่ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ และลูกจ้างสมาคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน เพิ่มจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลุกจ้าง 40,000 บาท สุขใจสบาย&amp;hellip;รักษาได้ทุกโรงพยาบาล เพียงพกบัตรประชาชนใบเดียว สามารถรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ (72 ชั่วโมงแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ทักษดา &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งความสุขปีใหม่ประชาชนจำนวน 3 โครงการระหว่างเดือนธ.ค.61-ม.ค.62 อาทิ เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ไข่ไก่ นม กระเช้าของขวัญ เป็นต้นที่จุดจำหน่ายของหน่วยงานต่างๆ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)จำนวน 2 โครงการ อาทิ งานบริการประชาชน และภาคธุรกิจ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ส่งความสุข 4 โครงการภายใต้โครงการ&amp;ldquo;เราจะไม่ทิ้งใคร&amp;hellip;.ต้องก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญปีใหม่, ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล, พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์, ฟรี3รอบบิล, มติครม., เน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3efc033c6ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติดีอีใช้งบเน็ตประชารัฐดูแลโครงข่ายฯ และดึงประชาชนใช้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ครม.อนุมัติ ดีอี ใช้เงินเหลือจากโครงการพัฒนาเน็ตประชารัฐ 1 พันกว่าล้านบาท เพื่อดูแลรักษาโครงข่าย จัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ และจัดอบรมเพื่อการเข้าถึงของประชาชน สั่งคุยสำนักงบอนุมัติก่อนหมดปีงบ 61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ในการนำเงินที่เหลือจากการพัฒนายกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หรือ อินเตอร์เน็ตประชารัฐ ที่มีการใช้งบประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดมีการใช้งบไปเพียง 11,361 ล้านบาท และเหลือเงินอยู่ที่ 1,638.66 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงดีอีได้เสนอขอใช้งบประมาณที่เหลือดังกล่าวไปพัฒนาโครงข่าย และดูแลรักษาโครงข่ายในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ยังนำไปใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนหรือชำรุดเสียหาย รวมถึงยังนำไปจัดอบรมให้ความรู้กับตัวแทนหมู่บ้านเพื่อให้เข้าถึงการใช้งานและประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์โครงการ ซึ่ง ครม.ได้มีการอนุมัติใช้งบในส่วนนี้เท่าที่จำเป็น โดยให้ไปคุยกับสำนักงบประมาณเพื่อพิจาณา ก่อนที่จะหมดเวลาพิจาณางบประมาณประจำปี 61 ในเดือน ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตามโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐมีการดำเนินการแล้วเสร็จก่อนหน้านี้แล้ว 1 กลุ่มที่กำหนดเป็นโซน C ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้าน โดยเป็นการดำเนินงานของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) และแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา และอีก 15,732 หมู่บ้าน เป็นการดำเนินงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โดยใช้งบของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาในโซน C นั้นมีผู้สมัครลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกเพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตแล้วกว่า 4 ล้านคน ส่วนเงินที่เหลืออยู่ 1 พันกว่าล้านนี้เป็นเงินของการดำเนินงานจากโซน C+ ที่เป็นโซนยากต่อการเดินทางเข้าถึง ที่เดิมกำหนดงบไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และ ดีอี ขอลดงบเองเหลือ 13,000 ซึ่งอีก 2,000 ล้านไปรสมอยู่กับแผนการดำเนินงานให้ประเทศไทนเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียนที่มีวงเงินอยู่แล้ว 5,000 ล้านบาท&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18449</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต, ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.), พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, เน็ตประชารัฐ, โครงการพัฒนาเน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 06:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน็ตประชารัฐ ‘แท้ง’ โอนภารกิจให้กระทรวงดีอีทำแทนกสทช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้ชะลอการประมูลการติดตั้งโครงการเน็ตประชารัฐจำนวน 15,733 หมู่บ้าน เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) มีมติให้กระทรวงดีอีดำเนินการการติดตั้งเอง โดยเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ระบุว่า ดีอีคาดว่าจะนำงบประมาณที่เหลือประมาณ 2,655 ล้านบาทจากการติดตั้งโครงการในระยะแรก 24,700 หมู่บ้านมาดำเนินการ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,440 ล้านบาทไปทำการติดตั้งระหว่างเดือนมี.ค.-ธ.ค.61 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณในการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาโครงการ 5 ปี รวมถึงการขยายโครงข่ายไปถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนในพื้นที่ที่ กสทช.ติดตั้งไปแล้วจำนวน 3,196 แห่ง, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน 812 แห่ง และการตั้งศูนย์ยูโซเน็ตและศูนยดิจิทัลชุมชน จะเสนอให้ใช้เงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กองทุนกทปส.) ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฐากร กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช.ยังได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ที่ผ่านคณะกรรมการดีอีแล้วจำนวน 3,820 ล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 2,075 ล้านบาท และงบลงทุนเดิม 1,744 ล้านบาท แต่ไม่มีการกำหนดกรอบวงเงินงบการลงทุนใหม่เนื่องจากคณะกรรมการ กสทช.ชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาการณ์ รวมถึงการปรับโครงสร้างสำนักงาน กสทช.ตามที่คณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างได้ทำรายงานมายังสำนักงานฯ แล้ว ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่ควรเป็นอำนาจของบอร์ด กสทช.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4529</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัล, กระทรวงดีอี, กสทช., เน็ตประชารัฐ, แท้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa0071469775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
