<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; จ้องโละกรมหม่อนไหม อ้างตลาดไม่ได้ใหญ่โต แถมมีโครงการประหลาดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - เวลา 14.45 น. ที่ประชุมสภาฯ พิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 34,684,924,600 บาท นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอตัดลดงบกระทรวงเกษตร 23 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยแล้ง งบประมาณของกระทรวงเกษตรฯจำนวนมหาศาลนั้น มุ่งเน้นไปที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ขึ้นชื่อว่า ฝนแปดแดดสี่ ได้รับงบมหาศาล ขณะที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางได้รับงบประมาณเล็กน้อย กระทรวงเกษตรฯเอาสมองอะไรมาคิด หรือจ.ประจวบคีรีขันธ์คือ ประเทศไทย จะนำข้อมูลไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่านำเอางบประมาณไปผูกพันกับพรรคพวกตัวเอง ขอให้ไปคิดทบทวน อย่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้วุฒิภาวะ ขอให้ทำงานอย่างมีระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอแปรญัตติตัดงบประมาณกระทรวงเกษตรฯลง 20% โดยเฉพาะกรมหม่อนไหม ซึ่งประเทศไทยสามารถสนับสนุนผ้าไหมได้โดยที่ไม่ต้องมีกรมหม่อนไหม และกิจการหม่อนไหมของไทยไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่ใหญ่เข้ามาดูแล ตนยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับกิจการไหมไทย ซึ่งยังสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม และชื่นชมภูมิปัญญาผู้ทอผ้าไหม ศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อหน่วยงานมีสถานะเป็นกรมคือ การเปิดตำแหน่งอธิบดี รองอธิบดี รวมถึงยังตั้งสำนักและกองงานภายในที่ทำหน้าที่ธุรการและเอกสารขึ้นมา รวมถึงก่อสร้างอาคารสำนักงานทั้งในกทม.และต่างจังหวัด สร้างภาระให้กับงบประมาณแผ่นดินมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กิจการหม่อนไหมที่เป็นตลาดเฉพาะ ไม่ได้ใหญ่โตมาก จึงไม่จำเป็นต้องตั้งหน่วยงานระดับกรมขึ้นมาดูแล แต่ควรมีสถานะเป็นสำนัก หรืออยู่ภายในกรมปศุสัตว์&amp;quot;&amp;nbsp;น.ส.เบญจา กล่าว และว่า จากงบกรมหม่อนไหม ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 506 ล้านบาท ซึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร อาคาร สำนักงาน หากยุบเลิกหน่วยงานถ่ายโอนภารกิจไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคล้ายกันก็จะสามารถลดงบประมาณได้ถึง 20% ส่วนงบประมาณ 190 ล้านบาทเป็นค่าทำกิจกรรมยังเป็นงบในโครงการพระราชดำริอีก 15 ล้านบาท และเป็นค่าสัมมนาดำเนินการจัดกิจกรรมอื่นๆ โดยในส่วนนี้เหลือค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมได้รับจริงๆเพียง 40 ล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการประหลาดๆอีก จึงขอปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรฯลง โดยเฉพาะกรมหม่อนไหม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมหม่อนไหม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พรรคก้าวไกล, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e30d056a90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.สาวก้าวไกล ซัดตำรวจเกินกว่าเหตุ ยืนยันม็อบ 3 นิ้วชุมนุมเป็นสิทธิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขอยืนยันว่า การชุมนุมเมื่อวานนี้ (28 ก.พ. 2564) เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพปกติตามระบอบประชาธิปไตยที่สามารถทำได้ เพราะเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามถึงกรณีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในค่ายทหารซึ่งเป็นการรับประโยชน์อื่นใดที่ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. และบังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน แต่ทำไมจึงยกเว้นสำหรับนายกรัฐมนตรีคนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พวกเขายังมีคำถามถึงค่าน้ำค่าไฟที่มาจากภาษีประชาชน และยังมีคำถามว่าเหตุใดบ้านของนายกรัฐมนตรีจึงสามารถไปตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานได้ สมควรย้ายออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะมีคำถามใด สิ่งที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีควรทำคือการให้คำตอบด้วยเหตุผล ไม่ใช้การล้อมรั้วลวดหนามและส่งกองกำลังมาสลาย ซึ่งในเรื่องนี้ ตั้งแต่มีการเปิดประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พวกเขาก็ยังไม่เคยได้รับคำชี้แจงที่ครบถ้วนจากนายกรัฐมนตรีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเบญจา กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่การชุมนุมของประชาชนซึ่งเป็นการแสดงออกตามปกติกลับจบลงด้วยการใช้กำลังสลายการชุมนุม ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงไม่ว่ามาจากฝ่ายใด และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องยินยอมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนทุกฝ่ายสามารถแสดงออก และสามารถพูดคุยในประเด็นต่างๆ รวมถึงประเด็นที่อ่อนไหวได้อย่างสันติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต่อกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลสถานการณ์ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยสติและมีเหตุผล ปฏิบัติโดยยึดหลักการควบคุมการชุมนุมสากลอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก ไม่ใช่การกระทำแบบเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ &amp;nbsp;ซึ่งปรากฏชัดว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความรุนแรงเกินสัดส่วนการควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าการเข้าไปลากคนเจ็บมาจากหน่วยพยาบาล ซึ่งไม่มีใครทำกันแม้กระทั่งในยามสงคราม การใช้แก๊สน้ำตาและยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมโดยตรง ซึ่งอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รวมถึงการเข้าไปทำร้ายไล่ล่าผู้ชุมนุมอย่างป่าเถื่อนเสมือนเป็นอริราชศัตรู ปฏิบัติการหลายอย่างยังดำเนินไปอย่างไร้มนุษยธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนตัวจึงขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตระหนักถึงต้นเหตุของปัญหา ซึ่งก็คือตัวท่านเองให้รับผิดชอบต่อทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ ตนและพรรคก้าวไกลจะมีการติดตามตรวจสอบการละเมิดสิทธิต่างๆ เพื่อดำเนินการไปตามช่องทางต่างๆ ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่าขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกตารางนิ้วของกองทัพมาจากภาษีของประชาชน ประชาชนจึงควรจะมีสิทธิโดยชอบในการตรวจสอบได้ แต่ที่ผ่านมาอย่าว่าแต่ผู้ชุมนุม แม้กระทั่ง ส.ส.เองก็ยังทำหน้าที่นี้ได้ด้วยความลำบาก หรือแทบไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบกองทัพได้เลย จึงถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องตอบตัวเองให้ชัดว่าจะปล่อยให้กองทัพกลายเป็นแดนสนธยาแบบนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนพื้นที่กองทัพให้กลายเป็นเขตพระราชฐาน จะยิ่งทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกยกเป็นเกราะกำบังให้แก่เรื่องที่ลี้ลับดำมืด จนยากจะตรวจสอบมากขึ้นไปอีก การกระทำเช่นนี้มีแต่จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับประชาชนแย่ลง ทั้งนี้ การรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วยแล้ว จึงยิ่งไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดภาพแบบนี้ต่อสถาบันฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94620</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, ม็อบ28กุมภา, สลายการชุมนุม, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005460c20b89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039;หน้าหงาย!&#039;บิ๊กตู่&#039;ซัดอย่ามโนเอาเองย้อนพลังงาน5พันเมกกะวัตต์รัฐบาลก่อนลงนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.64 - ที่รัฐสภา ภายหลัง น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายเรื่องพลังงงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลุกขึ้นชี้แจงว่า ผมเกิดพ.ศ.2497 ผู้อภิปรายเกิดพ.ศ.2522 ถ้าจะพูดถึ่งเรื่องตั้งแต่พ.ศ.2557 ก็ควรต้องย้อนไปดูก่อนหน้านั้นด้วยว่า เกิดอะไรกับพลังงาน แม้เป็นรัฎฐาธิปัตย์ที่เข้ามา แต่ก็ไม่ได้เข้ามาหาประโยชน์ ถ้าคิดว่าจะแสวงหา คงไม่เข้ามา ถ้าคิดว่าเข้ามาแล้วคิดจะโกง ส่วนตัวไม่ชอบคนคดโกง ที่อภิปรายทำอย่างนั้น อย่างนี้ ให้หาหลักฐานมา ไม่ใช่คิดเอง มโนเอง อ่านจากโน่นจากนี่ เรื่องพลังงาน5พันเมกกะวัตต์ เป็นเรื่องที่หนักใจตั้งแต่เข้ามา จะทำอย่างไร ไม่ให้เกิดปัญหา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลก่อนหน้านั้นลงนามเอาไว้ ได้ถามไปหน่วยงาน ก็บอกว่า ยกเลิกไม่ได้ ได้ดำเนินตามแผนพลังงาน เพราะถ้าเขาทำถูกต้อง ไปโทษเขาไม่ได้ คนที่ถูกพูดถึง จากวันนั้นจนวันนี้ พบกันไม่กี่ครั้ง การพบกันก็เป็นในงานทั่วไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผมไม่ได้เข้ามาเพื่อมาแสวงหาผลประโยชน์ ไม่เคยทำ ไม่เคยเรียกใครมาเจรจา ตอนเป็นรัฐบาล เรื่องพลังงาน ปวดหัวที่สุด จึงได้ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่จะไว้ใจใคร ต้องไว้ใจคนของผม ถ้าผมตั้งคนเลวมาตรวจสอบ จะยอมรับ แต่เขาไม่โกง ไม่ทุจริต เขาก็เป็นคนดี ซื่อสัตย์ต่อผม ต่อกองทัพมาตลอด เราต้องสร้างความเชื่อมั่นเรื่องพลังงาน เลยให้เป็นกรรมการ ที่ถามทำไมต้องเลิก เพราะสอบสวนหาสาเหตุแล้ว อยากให้กลไกลปกติทำงานได้มากที่สุด การที่ผมไปนั่งหัวโต๊ะ ไม่ใช่หัวตอ หัวโต๊ะต้องฟัง ต้องมีสมอง ไม่ใช่ไม่ฟังอะไร ได้ถามคณะกรรมการ เขาบอกมา สุดท้ายมติที่ประชุมว่าอย่างไร ถ้าเห็นชอบ ก็อนุมัติในหลักการ ไม่ได้อนุมัติให้บริษัทโน้นบริษัทนี้ ส่วนจะดำเนินการอย่างไร เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน อย่าเอาผมไปพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอคุยกับน้องๆให้เข้าใจ ผมเข้ามา เพราะความจำเป็น เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น คุณก็โตแล้ว อยากให้สถานการณ์เป็นแบบนั้นอีกหรือ เพราะในสภาฯ นอกสภาฯไปด้วยกัน อย่าพูดดูถูก เหยียดหยามคนมากเกินไป ที่พูดมาก็ไม่จริง มโนทั้งสิ้น ผมก็พูดแบบผู้ใหญ่ แบบมีเหตุ มีผล ท่านพูดกับผมเหมือนกับว่า ไม่มีความฉลาดเลย เราต้องพูดกันด้วยหลักการ เหตุผล ดูคุณวุฒิ ท่านว่าผมเรื่องไม่มีคุณวุฒิ ไม่เป็นอะไร และเรื่องวัยวุฒิ ควรจะมี ไม่อยากให้สังคมเป็นแบบนี้ สอนให้เด็ก เรียกเขาเด็กเลว เราเคยมองเด็กด้วยความเมตตา ด้วยความรัก ไม่ใช่ลูกหลาน ก็ต้องรัก เด็กทุกคน ผมรักทุกคน แม้ไม่ใช่ลูกหลาน มองสายตาเขา ไม่รู้เรื่อง สิ่งที่เขาทำวันนี้ มีผลต่อวันข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่คนที่นี่หรือที่ไหน ต้องสำนึกอย่างนี้เสมอ ใครทำอะไร ก็จะได้สิ่งนั้นเสมอ ทำดีก็ได้ดี ทำไม่ดีก็ได้ไม่ดี ประเทศก็ไม่ดี&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ใช้สิทธิพาดพิงว่า นายกฯอาจจะไม่เข้าใจ คำว่า นักเรียนเลว ไม่ได้สภาฯแห่งนี้เรียกเขา เป็นคำที่เขาเรียกตัวเอง เพื่อเคลื่อนไหว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทุนพลังงาน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8bba75cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039;ร่ายยาว&#039;ประยุทธ์&#039;เอื้อกลุ่มทุนพลังงานทำชาติเสียประโยชน์มหาศาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.62 - ในการอภิปรายไว้ไว้วางใจ คืนวันพฤหัสบดี เวลา 22.30 น. น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขออภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ กรณีเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพลังงาน ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์มโหฬาร สร้างความร่ำรวยให้ตัวเองและพวกพ้อง พล.อ.ประยุทธ์ เปิดให้เอกชนรายหนึ่งได้รับสัมปทานพลังงาน ที่วันนี้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟมหาโหด เพราะส่วนหนึ่งเราต้องซื้อไฟฟ้าจากเอกชนหลายเจ้า แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์แจกสัมปทาน IPP เอื้อเอกชนที่มากเกินปกติ ทำให้เรามีโรงไฟฟ้ามากเกินไป และกำลังการผลิตไฟฟ้าล้นเกิน และปัญหานี้จะอยู่เกินปี 2570 เพราะการให้สัมปทานโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยาวถึงถึง 25 ปี และมีกลุ่มทุนสร้างอาณาจักรโหมสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมา ต้นทุนการผลิตที่มากเกินจำเป็น ทำให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่มากเกินจำเป็นในทุกปี ทั้งนี้ กฟผ.ต้องซื้อไฟฟ้าจากเอกชนด้วย โดยต้องจ่ายเงินให้เอกชนแบ่งเป็นสองก้อน คือค่าพลังงานไฟฟ้า และค่าความพร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งค่าความพร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝง ยิ่งมีโรงไฟฟ้ามาก ยิ่งเสียเงินมาก ยิ่งทำให้ค่าไฟแพงเกินโดยไม่จำเป็น ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่เข้าใจเพราะอยู่บ้านหลวงฟรี น้ำไฟก็ฟรีมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจา อภิปรายว่า สำหรับอาณาจักรยักษ์ใหญ่โรงไฟฟ้าไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ ปี 2559 โดย บริษัทGULF มีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มธุรกิจพลังงานอยู่ที่ 7.2% แต่เมื่ออยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ก็โตขึ้น 3 เท่าในระยะเวลา 8 ปี มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นถึง 20% ในปี 2567 ขณะที่ปัญหาของเราคือความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่สูง แต่นโยบายพลังงานกลับตอกลิ่มให้ความเหลื่อมล้ำสูงไปอีก จากระบอบประยุทธ์ ที่กลุ่มทุนพลังงานเติบโตได้เพราะการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐทางทั้งตรงและทางอ้อม บริษัทGULF รวยแบบก้าวกระโดด เข้าตลาดหุ้นแค่พียง 3 ปี มูลค่าบริษัทสูงถึง 3.8 แสนล้านบาท จากการถือครองสัมปทานไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ โดยการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.ช่วงปี 2555-2556&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการทำรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ในวันที่ 26 พ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์เรียกเจ้าของบริษัท GULF มาปรับทัศนคติ 3 มิ.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ ออกคำสั่ง คสช.45/2557 ตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) 7 มิ.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ตั้งตัวเองเป็นประธานบีโอไอ 9 มิ.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ตั้งตัวเองเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ 19 มิ.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งตัวเองเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 26 มิ.ย.57 พล.อ.ประยุทธ์ตั้งตัวเอง เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และ 30 ก.ย.57 ออกคำสั่ง คสช.122/2557 ตั้ง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน คตร.โดยมีทหารเป็นใหญ่ คณะกรรมการ คตร.มาจากทหารทั้งชุด นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งตั้งนายทหารเข้าไปอยู่ในหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวกับพลังงาน นำไปสู่การตรวจสอบและพบว่า บ.GULF มีปัญหาหลายอย่าง ทำให้ บ.GULF เสียหาย กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งยุบ คตร.โดยอ้างว่า ซ้ำซ้อน การยุบ คตร.เพราะมีสัญญาณลับๆ ว่าการสร้างโรงไฟฟ้าต้องไปต่อตามเสียงลือหรือไม่ ขณะที่ตั้ง รมว.พลังงานและประธาน คตร.ใหม่หวังเข้ามาแสวงหาอะไรกันแน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจา อภิปรายต่อว่า กฟผ.ยังหน้าใหญ่ ใจโตยกสัมปทานโรงไฟฟ้าหินกองให้สัมปทาน บมจ.ราชกรุ๊ป มูลค่าสูงถึง 6.4 หมื่นล้านบาท โดยไม่ต้องเปิดประมูล ซึ่ง กฟผ.ถือหุ้นอยู่ 45% ส่วนที่เหลือเป็นเอกชนรายอื่นซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ราชกรุ๊ปและมี บ.GULF ถือหุ้นอยู่ด้วย นี่คือการแบ่งเค้กหรือยกเค้กให้ไปแบ่งกันกิน แล้วปาดหน้าเค้กมาแบ่งท่านด้วยหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ที่ผ่านมาบ.GULF เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 ล้านบาท ซึ่งก็เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านมาแล้ว นี่คือการตีเมืองขึ้น เอาผลประโยชน์ชาติมาค้ำจุนอำนาจตัวเองใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 บริษัทGULF ก็ชนะการประมูลไปอีก แต่เมื่อมีการเสนอผลประโยชน์แก่รัฐต่ำกว่าที่ต้องการเกือบ 2 หมื่นล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์กลับสั่งให้มีการเจรจาใหม่ อย่าให้ราคาต่ำกว่าราคากลาง แทนที่จะประมูลใหม่ซึ่งจนถึงตอนนี้ดีลก็ยังไม่จบ สุดท้ายแล้วไม่แน่ใจว่าที่เอื้อกลุ่มทุนเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ท่านเป็นเพียงหุ่นเชิด เซ็นตามที่ใครบอก หรือเพราะท่านและคนใกล้ชิดได้ประโยชน์ จากกรเอื้อกลุ่มทุนหรือ ท่านไม่มีความกล้าหาญในการลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาที่รู้เห็น หรือท่านไม่มีเจตจำนงในการแก้ไขสิ่งที่ผิดกลับมาให้ถูกต้อง มีสมองมีหัวใจที่เล็กจนเกินกว่าจะเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ในประเทศนี้แม้เสี้ยววินาทีเดียว หลังจากนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบผู้แทนของท่าน ว่าใช้หัวใจหรืออะไรในการลงคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากผู้แทนของท่านลงคะแนนให้ พล.อ.ประยุทธ์ รอดไปได้ คนที่ไม่รอดคือประเทศชาติ และประชาชนทั้งประเทศ&amp;quot;น.ส.เบญจา กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93518</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทุนพลังงาน, บริษัทGULF, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f0322a428d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.สาวก้าวไกล ชี้เปรี้ยงสลายชุมนุมหน้าสถานทูต แสดงว่ารัฐบาลบิ๊กตู่เข้าข้างรัฐประหารเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 64 - น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ก่อนอื่น ขอแสดงออกเพื่อยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างประชาชนและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยชาวเมียนมา ไม่มีเหตุผลใดมีความชอบธรรมเพียงพอในการใช้กำลังโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามครรลองประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม สำหรับรัฐบาลไทยนั้น การนิ่งเฉยต่อการรัฐประหารในเมียนมา และการใช้กำลังสลายการชุมนุม และจับกุมดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาเมื่อวานนี้ (1 ก.พ. 2564) ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเลือกปกป้องและยืนอยู่ข้างระบอบเผด็จการ และการรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ก็เข้าสู่อำนาจโดยการใช้กำลังยึดอำนาจ ทำรัฐประหารในประเทศไทยเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจา กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์การชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตว่า ได้มีการนัดรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านการรัฐประหารเมื่อช่วงเย็นเวลา 15.00 น. ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งคนไทยและชาวเมียนมา โดยภาพรวมของการแสดงออกเป็นไปอย่างราบรื่น มีการปราศรัยถือป้ายผ้าสัญลักษณ์ของพรรค NLD พร้อมชู 3 นิ้วเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นช่วงเวลา 17.00 น. ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมและให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเดินตั้งแถวขยับเข้าหาผู้ชุมนุม จากนั้นก็เดินหน้าสลายการชุมนุมทันที ทำให้เกิดความแตกตื่น ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้น ก่อนที่ตำรวจจะใช้ความรุนแรงและท่าทีที่เกินกว่าเหตุในการเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุม 3 คน และถูกพาตัวไปที่ สน. ยานนาวา โดยมี เคท ครั้งพิบูลย์ อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขึ้นรถตำรวจไปด้วย ผู้ชุมนุม 3 รายถูกนำตัวมาถึง สน. ยานนาวา เวลาประมาณ 18.00 น. และถูกนำตัวเข้าไปคุมขังทันที โดยไม่ให้พบทนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น .มีผู้ถูกจับกุมมาเพิ่มอีก 1 รายถูกนำตัวมาที่ สน.ยานนาวา เพื่อเปรียบเทียบปรับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจร จากการนำน้ำมาแจกในที่ชุมนุม บริเวณหน้าสถานทูตเมียนมา รวมมีผู้จับกุมจากการชุมนุมครั้งนี้ 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัวผู้ชุมนุมไว้เกือบ 4 ชั่วโมง ในขณะที่ทนายและญาติ ร้องขอสิทธิในการเข้าพบผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นระยะ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่อนุญาต โดยเบี่ยงเบนว่าไม่ให้พบผู้ถูกจับกุมโดยอ้างว่าผู้ชุมนุมหน้า สน. อาจจะก่อความไม่สงบ และอาจจะขอนำผู้ถูกควบคุมตัวไปทำการสอบสวนที่ ตชด.ภาค 1 จนกระทั่งเวลา 21.50 น. ผู้ถูกควบคุมตัวจึงได้พบทนาย และญาติ และเริ่มสอบคำให้การเวลา 23.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจา กล่าวว่า จนกระทั่งทำบันทึกจับกุมและสอบคำให้การเสร็จเรียบร้อยเวลา 00.40 น. จึงใช้ตำแหน่ง ส.ส. และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นประกัน แต่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน ผู้ชุมนุมถูกแจ้งข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ 1 ราย จะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลแขวงพระนครใต้ อีก 2 ราย ถูกแจ้งข้อหามั่วสุมเกินกว่า 10 คน - ขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ -ใช้กำลังทำร้ายเจ้าพนักงาน - ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป ทำให้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 ราย ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน. ยานนาวา ตลอดคืน โดยในวันนี้ มี ส.ส. จากพรรคก้าวไกลเดินทางไปที่ศาลแขวงพระนครใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อรอใช้ตำแหน่ง ส.ส. ขอประกันตัวผู้ถูกดำเนินคดี โปรดติดตามความคืบหน้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, รัฐประหารเมียนมา, อองซาน ซูจี, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005460c20b89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้โห! &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ซัดตำรวจจะกลายเป็นกองกำลังป่าเถื่อนใช้อาวุธกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนักกิจกรรมทางการเมืองเเละผู้ชุมนุมว่า&amp;nbsp;มีข้อสังเกตหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างจับกุม ตำรวจไม่ให้สิทธิในการเข้าถึงทนาย ศาลออกหมายค้นได้ในยามวิกาล ศาลออกหมายจับคดี ม.112 แต่บุคคลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างถึงในบันทึกจับกุมไม่อยู่ในความคุ้มครองของ ม.112 และอีกกรณี &amp;rdquo;เดฟ ชยพล&amp;rdquo; นศ.มธ.ที่เป็น 1 ในผู้ถูกออกหมายจับโดยมีชื่ออยู่ในหมายค้น แต่มีหลักฐานว่าเขาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ต่อมาเดฟได้มาแสดงตัวต่อหน้าเจ้าพนักงาน แต่ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ยืนยันว่าไม่เคยมีการออกหมายจับ และในวันเดียวกัน พนง.สืบสวน ก็กลับไปยื่นคำร้องขอยกเลิกหมายจับ หลังจากนั้นศาลก็มีคำสั่งให้ยกเลิกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการจับกุมประชาชน ขณะทำกิจกรรมเขียนป้ายผ้า ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเข้าจับกุมประชาชนที่ร่วมชุมนุมกดดันให้ตำรวจปล่อยตัวผู้ชุมนุม ท่ามกลางความชุลมุน และเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมด้วยการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หลังจากนั้นก็ได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค1 ท่ามกลางข้อกังขาว่า จนท.ตำรวจกำลังทำผิด กฎหมายหรือไม่ เนื่องจากตาม ป.วิอาญา ม.83 ต้องพาตัวผู้ถูกจับไปที่ทำการของ พนง.สอบสวน แต่กลับไม่แน่ชัดว่า จนท.ใช้อำนาจใดนำตัวไปควบคุมที่ ตชด.ภาค1 เมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงถูกยกเลิกไปแล้ว ประกาศกำหนดสถานที่คุมตัวที่ ตชด. ก็ได้เป็นอันสิ้นสุดไปด้วย อีกทั้งการเข้าถึงสิทธิในการพบทนายของผู้ต้องหาก็เป็นเรื่องยากลำบากมาก ซึ่งข้อสังเกตหนึ่งของการจับกุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และสามย่านมิตรทาวน์ มาจากการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไฟเขียวให้ตำรวจให้ใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุมได้หากจำเป็นโดยไม่ลังเล นำมาสู่การจับกุมประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกิดการอุ้มหาย &amp;ldquo;เยล&amp;rdquo; ที่ถูกอุ้มหายไปจากที่พักกว่า 14 ชั่วโมง โดยภายหลังทราบว่าถูกนำตัวมาปล่อยที่บางปู&amp;nbsp;การหายตัวไปของ &amp;ldquo;ทศเทพ&amp;rdquo; ภายหลังมาทราบถูกจับกุม คุมขังไว้ที่ สภ.บางแก้ว โดยไม่ได้แจ้งไปยังญาติ ไม่แน่ชัดว่าได้แจ้งสิทธิในการเข้าถึงทนายต่อเค้าหรือไม่ อีกทั้งยังควบคุมตัวเกิน 48 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการเกินกว่าอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจา ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า การที่พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ ไฟเขียวเช่นนี้ นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เป็นการเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เป็นผู้ถืออาวุธกำลังจะกลายเป็นกองกำลังที่ป่าเถื่อน สามารถใช้กำลังและอาวุธ ได้ตามใจชอบในการกำจัด และจัดการผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และถ้าลองเปรียบเทียบการดำเนินการที่กระทำความรุนแรงต่อประชาชนต่อผู้ชุมนุม กับกรณี &amp;quot;บอส กระทิงแดง&amp;rdquo; หรือกรณี &amp;ldquo;บ่อนการพนัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เรากลับไม่เห็นความขมีขมัน ความตั้งใจจริง และจริงใจในการจับกุมหรือปราบปราม อย่างเช่นการจับกุมผู้ชุมนุมที่เพียงแค่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกเลย นี่จึงกลายเป็นการประจานความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม และเป็นการเลือกปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ที่น่ารังเกียจอย่างมากอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคก้าวไกล เตรียมตั้งกระทู้ถามสดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งพรรคก้าวไกลได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และพรรคก้าวไกลจะเฝ้าติดตามความคืบหน้ากฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิด และหวังว่าประธานสภาฯ จะบรรจุวาระและเห็นความสำคัญของกฎหมายที่ปกป้องการละเมิดสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90209</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, ส.ส.พรรคก้าวไกล, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005460c20b89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผู้การชลลุยบ่อนจันท์ ซัด3ป.เพิกเฉยจี้รับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.สั่งเด้ง ผบก.จว.ชลบุรีเข้ากรุ เซ่นบ่อนการพนันแพร่เชื้อโควิด-19 ให้ &amp;quot;พล.ต.ต.ธิติ-รอง ผบช.ภ.1&amp;quot; รักษาราชการแทน &amp;quot;ส.ส.พรรคก้าวไกล&amp;quot; ซัด &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงษ์&amp;quot; รับรู้บ่อนระยองตั้งแต่เดือน มิ.ย. แต่เพิกเฉยปิดหูปิดตา จี้แสดงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 31 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากจเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อนที่จังหวัดชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนเป็นแหล่งแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และได้รายงานผลการสืบสวนสอบสวนพบว่าบ่อนมีอยู่จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงมีคำสั่งที่ 719/2563 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้มีคำสั่งที่ 760/2563 ให้ พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏข่าวสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีได้ออกประกาศเตือนบุคคลที่ไปสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน บขส. อ.เมืองฯ จ.ระยอง และหลังร้านนำชัย พัทยาเหนือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ให้สังเกตอาการ หลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 อ้างว่าได้ไปเล่นพนันในบ่อนการพนันดังกล่าว ต่อมา พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ ผบ.ตร. ยืนยันว่ามีการเปิดบ่อนการพนันทั้ง 2 แห่งจริง พร้อมเสนอให้มีการปรับย้าย และดำเนินการทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กถึงกรณีบ่อนการพนันที่ จ.ระยอง ที่ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นส่วนสำคัญในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ว่า &amp;nbsp;เดือน มิ.ย.63 บ่อนระยองได้ถูกบุกทลายไปแล้วครั้งนึง เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ มีการย้าย 5 เสือไปประจำกองบังคับการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พอเรื่องเงียบ ตำรวจ 5 เสือก็กลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม และไม่พบว่าเจ้าของบ่อนที่ถูกบุกทลายจะถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด แถมลูกชายเจ้าของบ่อนยังได้รับการฝากฝังมาเป็นคณะทำงานนักการเมืองคนดังอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ไม่เพียงแต่อาจจะมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง แต่ทำให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการปล่อยปละละเลยจงใจหาประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายปกครอง ผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังบางคน ทำให้ประชาชนในระยอง ชลบุรี จันทบุรี และทั้งประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากมายมหาศาล รวมทั้งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวด้วย เพราะการระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้แพร่จากบ่อนไปติดคนในครอบครัว-ติดคนในโรงเรียน-ติดคนทำงานโรงงาน ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เบญจาระบุว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประกาศลั่นว่า &amp;ldquo;บ่อนระยอง หรือทุกที่ เป็น รมต.ก็ใช่ว่าจะสั่งให้หยุดได้ และสั่งไปแล้วก็ยังเห็นมีอยู่ อีกทั้งได้รายงานไปยังนายกฯ ประยุทธ์ และนายกฯ ได้รับทราบแล้ว&amp;rdquo; ดังนั้นว่ากันตามตรงประยุทธ์รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้สั่งการเด็ดขาด ปล่อยปละละเลย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่กล้าแตะต้องเรื่องนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นไม่ใช่แค่ตำรวจผู้ใหญ่ หัวหน้าสถานี ผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ และ ผบ.ตร. ที่ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ แต่ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงษ์ เองที่มีฐานะเป็นผู้กำกับดูแล ประยุทธ์เป็นผู้กำกับดูแล สนง.ตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง ประวิตรกำกับหน่วยงานความมั่นคงสถานการณ์โควิด อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย ดูแลผู้ว่านายอำเภอ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ทั้ง 3 คนรับรู้รับทราบเรื่องบ่อนระยอง โดยรับรู้มาก่อนตั้งแต่เดือน มิ.ย.63 แต่ก็ยังเพิกเฉย ปิดหูปิดตา ปล่อยปละละเลย ดังนั้นทั้ง &amp;ldquo;ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงษ์&amp;rdquo; ต้องเป็นผู้รับผิด (ชอบ) ต่อกรณีบ่อนระยอง และบ่อนทุกแห่งด้วย&amp;quot; น.ส.เบญจาระบุ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ระบุตรวจสอบมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 15 คน จากบ่อนการพนัน 2 แห่ง คือ บ่อนพนันใน ต.เนินสูง อ.ท่าใหม่ และหนองสีงา ต.วังใหม่ อ.นายายอาม ว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้จเรตำรวจฯ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจฯ (หัวหน้าจเรตำรวจ) ซึ่งเป็นชุดตรวจสอบกรณีบ่อนระยองและชลบุรี จัดทีมรุดลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่โดยด่วน และให้รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว เพื่อเสนอ ผบ.ตร.พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพบว่ามีการกระทำผิด ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนรู้เห็น ถือเป็นความบกพร่อง ก็ต้องมีการดำเนินการทางปกครองและวินัยแก่ผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน กับกรณี ภ.จว ระยอง และชลบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้จเรตำรวจฯ เพิ่งจัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบและรายงาน ผบ.ตร.ว่า มีการเปิดบ่อนและตำรวจพื้นที่มีส่วนรู้เห็นจริง กระทั่ง ผบ.ตร.มีคำสั่งย้าย ผบก.ทั้ง 2 จว.ไปประจำ ศปก.ตร และสั่งตั้งกรรมการฯ ทางวินัยเอาผิดผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะถือว่าฝ่าฝืนนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.ที่เคยสั่งการและคาดโทษไว้หลายครั้งแล้ว ทั้งนี้หากมีข้อมูลว่ามีพื้นที่ใดมีข้อบกพร่องเช่นเดียวกันอีก ก็จะต้องถูกพิจารณาโทษเช่นเดียวกัน&amp;quot; พล.ต.อ.วิสนุกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88508</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบญจา แสงจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fedd6fe0c032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
